หลันเยว่รีบพาจินหยางไปรักษาที่ตึกยาอย่างเร่งรีบโดยไม่สนใจการประลองตามคำสั่งของอู่หยง ขณะที่ตระกูลหยางกำลังพากันหลบหนีออกจากสำนักกระบี่หลงอู่ หลงมู่เหยียนตัดสินใจประกาศเลื่อนการประลองออกไปเป็วันพรุ่งนี้แทน อีกทั้งยังเหมาเช่าโรงเตี๊ยมสองแห่งในเมืองส่ายซีไว้สำหรับเป็ที่พักของตระกูลใหญ่และรองทั้งหมด ส่วนอู่หยงมีคำสั่งให้ศิษย์ทั้งหมดอยู่รอที่ลานประลอง
“พวกเ้าคงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว ข้าหวังว่าพวกเ้าจะไม่เอาเยี่ยงอย่างหยางเฟยเทียน ข้าให้โอกาสศิษย์ที่ช่วยเหลือหยางเฟยเทียนและเฮ้งฟูในการวางยาพิษจินหยาง ส่วนพวกเ้าทั้งหมดก็จงแยกย้ายกันไปเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ได้แล้ว”
ศิษย์ทั้งหลายต่างก้มคารวะอู่หยงก่อนแยกย้ายกันไปที่ห้องพักของตน มีศิษย์สองคนที่ยืนตัวสั่นสะท้านบริเวณลานประลอง อู่หยงหรี่ตามองพร้อมกับส่ายศีรษะไปมา
“ข้าให้เวลาพวกเ้าทั้งสองหนึ่งเค่อสำหรับเก็บข้าวของเพื่อออกจากสำนัก พวกเ้าทั้งสองยินยอมหรือไม่?”
ศิษย์ทั้งสองรีบก้มคารวะเพราะหากว่าเขาไม่ยอมชีวิตของพวกเขาต้องจบลงภายในวันนี้แน่ หลังจากที่ศิษย์ทั้งสองรีบจากไปเหลาซุนก็เดินเข้ามาหาอู่หยง
“อู่หยง ท่านเ้าสำนักเรียกประชุมด่วน”
ทางด้านหลันเยว่ที่กำลังรักษาจินหยางในห้องพักโดยการฝังเข็ม นางรู้สึกแปลกใจไม่น้อยเกี่ยวกับร่างกายของจินหยาง เพราะพิษที่อยู่ในตัวไหลซึมออกมาจากเข็มเงินอย่างรวดเร็ว โดยปกติต้องใช้การฝังเข็มเพื่อเปิดจุดถึงสองครั้งพิษถึงจะไหลออกมา ภายในเวลาไม่ถึงชั่วยามหลันเยว่ต้องตื่นใยิ่งกว่าเดิมเพราะพิษในร่างของจินหยางถูกขจัดออกมาทั้งหมด นั่นเพราะจินหยางรีบให้เทียนคงขจัดพิษทั้งหมดออกไปจากร่าง ไม่นานจินหยางก็รู้สึกตัว
“เ้าฟื้นแล้วอย่างนั้นรึ?”
จินหยางหันไปมองเห็นเป็อู่หยงนั่งอยู่ด้านข้าง
“คารวะผู้าุโอู่หยง”
“เ้าไม่ต้องรีบร้อนลุกขึ้นมา ร่างกายของเ้ายังไม่แข็งแรงพอ”
อู่หยงล้วงไปที่อกเสื้อนำป้ายหยกออกมาวางเอาไว้ข้างเตียง
“นี่คือป้ายของศิษย์อันดับสิบของเ้า จงเก็บรักษามันเอาไว้ให้ดี”
“ขอบคุณผู้าุโขอรับ”
“ข้ามีบางอย่างอยากสอบถามเ้า”
“เชิญท่านถามมาเถอะขอรับ”
อู่หยงรีบใช้มือขวาคว้าจับไปที่ชีพจรมือขวาของจินหยาง
“ดี เช่นนั้นข้าขอถามเ้า เ้ามีความเกี่ยวข้องอันใดกับอดีตแม่ทัพจินจวินซง”
“ข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้าุโกล่าวขอรับ”
“เ้าแน่ใจนะว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วตาเฒ่าหวังซุนมีความเกี่ยวข้องกับเ้าอย่างไร?”
“ท่านลุงหวังซุนเป็คนเก็บข้ามาเลี้ยงขอรับ ครองครัวข้าทั้งหมดถูกสังหารจนหมดแล้ว”
“แล้วกระบี่ของเ้าได้มาอย่างไร?”
“ท่านลุงหวังซุนมอบมันให้แก่ข้าเพราะข้ามีแซ่จิน”
“เป็เพราะตาเฒ่าหวังซุนถูกทำร้ายที่โรงเตี๊ยมเ้าถึงท้าทายหยางซือเทียนในวันประลองเข้าสำนัก?”
“ถูกต้องขอรับ ข้าคงไม่ยอมแน่หากมีผู้ใดทำร้ายท่านลุงหวังซุนเพราะตอนนี้ข้ามีเขาเพียงคนเดียวที่ยังเหลืออยู่”
“ดี เช่นนั้นข้าขอถามเ้าอีกครั้ง เ้ามีความเกี่ยวข้องอันใดกับอดีตแม่ทัพจินจวินซง?”
“ข้าไม่มีความเกี่ยวข้องกับอดีตแม่ทัพที่ท่านกล่าวมาแม้แต่น้อย ตัวข้าอาศัยอยู่กับท่านปู่และท่านพ่อในเทือกเขาทางเหนือของส่านซี มีอยู่วันหนึ่งมีกลุ่มคนเข้ามาสังหารพวกเขาทั้งสองคนข้าจึงหลบซ่อนตัวในถ้ำผ่านไปนานถึงสองวันข้าก็พบท่านลุงหวังซุนขอรับ”
อู่หยงพยักหน้าตอบรับเพราะชีพจรของจินหยางหาได้มีการเปลี่ยนแปลง
“เอาละตอนนี้เ้าพักผ่อนเถอะ”
“ขอรับผู้าุโอู่หยง”
หลังจากนั้นอู่หยงก็ออกไปจากห้องทิ้งไว้เพียงจินหยางนอนอยู่บนเตียง
“เกือบไปแล้วเทียนคง ไม่เช่นนั้นเขาต้องรู้แน่ว่าข้าเป็ใคร”
“ขอรับคุณชาย”
“ว่าแต่เ้าให้ข้าดีดสิ่งใดเข้าไปในปากของหยางเฟยเทียน?”
“พิษที่อยู่ในร่างกายของท่านขอรับ ข้าสกัดมันจนเข้มข้นทำให้พิษร้ายแรงมากยิ่งขึ้น”
ยามโฉ่ว ภายในห้องที่จินหยางนอนอยู่ได้ปรากฏชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งสวมชุดสีดำพร้อมกับผ้าดำปกปิดใบหน้าแอบเข้ามาภายในห้องเขาจ้องมองจินหยางอย่างไม่วางตา เขาใช้มือขวาล้วงไปที่อกเสื้อดึงมีดสั้นออกมา ทันใดนั้นเองเขาก็แทงมีดสั้นไปที่หน้าอกของจินหยาง จินหยางรีบใช้มือซ้ายคว้าจับไปที่ข้อมือขวาอย่างรวดเร็ว ชายฉกรรจ์ตื่นใรีบซัดฝ่ามือซ้าย จินหยางกระชากมือซ้ายทำให้ชายฉกรรจ์เสียหลักฝ่ามือซ้ายฟาดไปที่ขอบเตียง เปรี้ยง! จินหยางรีบแทงเข่าขวาไปที่ชายโครง เปรี้ยง! พร้อมกับใช้มือขวาคว้าจับมีดสั้นในมือของชายฉกรรจ์แทงไปที่หน้าอกอย่างถนัดถนี่ เืสีแดงพุ่งกระฉูดออกมาจากาแ ทันทีที่เกิดเสียงดังขึ้นหลันเยว่รีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับตะเกียงไฟ
“เกิดสิ่งใดขึ้น?”
จิงหยางผลักชายฉกรรจ์ออกไปร่างร่วงลงพื้นข้างเตียง
“ชายผู้นี้ลอบเข้ามาสังหารข้าขอรับผู้าุโหลันเยว่”
หลันเยว่ะโเสียงดังแฝงด้วยลมปราณ
“มีคนลอบเข้ามา”
ศิษย์สำนักสองคนรีบวิ่งเข้ามาจ้องมองร่างของชายฉกรรจ์บนพื่นด้วยความตื่นใ
“พวกเ้าทั้งสองรีบไปตามผู้าุโอู่หยงมาที่นี่โดยด่วน”
“ขอรับ”
สิ้นเสียงตอบรับศิษย์ทั้งสองรีบวิ่งออกไปจากห้องหลันเยว่รีบเข้าไปตรวจสอบร่างกายของจินหยาง
“เ้าไม่เป็อะไรนะ?”
“ขอรับผู้าุโ”
ชั่วน้ำเดือดอู่หยงก็เข้ามาในห้องพร้อมกับศิษย์สำนักอีกสี่คน หลันเยว่รีบชี้นิ้วไปที่ร่างของชายฉกรรจ์ที่บนพื้นข้างเตียง
“คนผู้นี้แอบลอบเข้ามาคิดสังหารจินหยาง”
อู่หยงขมวดคิ้วรีบเดินเข้าไปตรวจสอบผ้าดำที่ปกปิดใบหน้าถูกกระชากออกมาอู่หยงถึงกับสบถออกมาเสียงดังเพราะเขาจดจำได้ว่าเป็ผู้ใด
“บัดซบ!! คนของตระกูลหยาง!”
อู่หยงหันไปมองหลันเยว่
“เห็นทีข้าคงต้องส่งจดหมายไปยังตระกูลหยางเสียแล้ว ถือดียังไงที่ส่งคนมาลอบทำร้ายคนในสำนัก หลันเยว่เ้ารีบจัดการศพชายผู้นี้ซะ ข้าจะไปรายงานท่านเ้าสำนัก”
ทันทีที่อู่หยงออกไปจากห้อง หลันเยว่ก็สั่งศิษย์ทั้งสี่คนขนย้ายศพออกไป หลังจากนั้นหลันเยว่ก็พาจินหยางไปพักที่ห้องพักอีกห้องหนึ่ง รุ่งเช้าก่อนเริ่มการประลองอู่หยงก็ประกาศให้เหล่าศิษย์ในสำนักและตระกูลใหญ่ทั้งเก้าถึงการกระทำของตระกูลหยางที่ส่งคนมาลอบสังหารจินหยาง หลังจากนั้นการประลองก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ศิษย์อันดับหนึ่งถึงสิบยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ยังคงเป็ศิษย์คนเดิมเปลี่ยนแปลงแค่จินหยางที่เข้ามาแทนที่หยางเฟยเทียน หลังจากจบการประลองอู่หยงก็จ้างเกวียนลากในเมืองให้นำศพไปส่งที่ตระกูลหยางพร้อมกับจดหมายของเ้าสำนักหลงมู่เหยียน
ผ่านไปเจ็ดวันทางด้านตระกูลหยาง ผู้นำหยางลู่นั่งจ้องจดหมายในมือ ด้านหน้ามีศพของบุตรชายคนโตหยางเฟยเทียน หยางลือไป๋และหยางมู่ซุนกลางห้องโถง รอบด้านมีคนในตระกูลหยางยืนรายล้อม หยางซือเทียนกำหมัดขวาแน่นคุกเข่าอยู่ข้างศพของหยางเฟยเทียน
“พ่อบ้านจั่ว ให้คนของท่านส่งข่าวแจ้งพี่น้องแซ่ม่งให้จัดการสังหารตัวบัดซบทั้งสองซะ”
ชายชราผมสีดอกเลารีบก้าวเดินออกมาก้มคารวะ
“เรียนท่านหัวหน้าหากสังหารเด็กบัดซบจินหยางยังพอมีความเป็ไปได้ถึงสิบส่วน แต่ทว่าหากเป็อู่หยงคงเป็ไปได้ยาก”
หยางลู่ถึงกับโกรธใช้ฝ่ามือขวาฟาดหวดที่พักแขนบนเก้าอี้ เปรี้ยง!
“แล้วท่านจะให้ข้าทำอย่างไร? ในเมื่ออู่หยงเป็คนสังหารพี่ชายข้า!”
“เื่นั้นท่านได้โปรดใจเย็นก่อน ข้าจะหาทางติดต่อกับกลุ่มสัตว์อสูรให้พวกนั้นลงมือสังหารอู่หยง”
“ท่านแน่ใจรึว่าท่านสามารถติดต่อพวกสัตว์อสูรได้?”
“เื่นั้นไม่ยาก ขอเพียงเรามีของตอบแทนคนพวกนั้นเพียงพอ”
“ดี เช่นนั้นท่านรีบจัดการเถอะ ขอเพียงนำศีรษะของตัวบัดซบทั้งสองมาเซ่นไหว้ิญญาพวกเขาทั้งสองได้ ต้องสูญเสียเท่าไรข้าไม่ว่า”
หยางซือเทียนแสยะยิ้มเมื่อได้ยินเช่นนั้นเขารีบเอ่ยวาจาออกมา
“ท่านพ่อ ข้าอยากจะเป็คนสังหารไอ้ลูกหมาจินหยางด้วยตัวข้าเองขอรับ ข้าอยากจะทรมานมันเสียก่อนที่บังอาจตัดแขนข้าทำให้ข้ากลายเป็คนพิการ”
“เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงลูกพ่อ”
หยางลู่หันไปมองพ่อบ้านจั่ว
“เช่นนั้นให้พี่น้องแซ่ม่งจับตัวบัดซบนั้นมาก็แล้วกัน”
พ่อบ้านจั่วรีบก้มคารวะ
“ข้าจะรีบจัดการให้ขอรับท่านหัวหน้า”