“ข้าจะปลดเ้าไปเป็คนเลี้ยงม้าเลยคอยดูเถิดเ้าบ้าลิ่วคัง” เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วเดินเข้าไปก้มมองสตรีใบหน้าเนียนใสซีดขาวราวกระดาษในชุดสีฟ้าอ่อนสลับขาว ‘สตรีในเมืองใด?..รึแคว้นใด?’ เขาเงยหน้าขึ้นมองว่ามีผู้ใดซุ่มหลบอยู่แถวนี้หรือไม่ เผื่อมันจะเป็กับดัก…หันซ้ายหันขวาก็ไม่มี ฝุ่บ!!!! เขาอุ้มสตรีตัวเล็กขึ้นแนบอกแล้วทะยานขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็วหายลับไปในกลุ่มต้นไม้
-----++++--------+++++++
กระท่อมหลังขนาดไม่ใหญ่ซุกซ่อนอยู่หลังต้นไม้
ท่านแม่ทัพที่อุ้มสตรีร่างกายเปียกชุ่ม เสื้อผ้าบางเบาไปวางไว้บนเตียงแล้วก็ออกมาตะคอก “เ้าบ้าลิ่วคัง!!!” “เ้าต้องมาถอดชุดให้นาง!!!”
“ท่านเป็ผู้อุ้มนางมาไหนๆก็จับต้องร่างกายนางไปแล้ว ท่านก็ต้องเป็ผู้ถอดสิขอรับยามนี้ข้าต้มน้ำร้อนอยู่หากรอนานนางอาจจะไม่สบายเร็วเข้าเถิดก่อนที่นางจะตื่น” ลิ่วคังพัดวีเตาไฟหน้ากระท่อมให้น้ำเดือดเผื่อท่านแม่ทัพจะเอาไว้เช็ดตัวให้นาง
ปั่ก!!!! เสียงกระบอกน้ำขว้างถูกศรีษะลิ่วคังอย่างแรงและมีเสียงปิดประตูกระท่อมตามมา ปัง!!!!
“ข้าก็กล่าวถูกแล้วมิใช่รึ? จ้านโม่ เหตุใดนายของพวกเ้าถึงทำร้ายข้า” ลิ่วคังลูบหัวป้อยๆพลางเอ่ยกับองครักษ์เงาของท่านแม่ทัพที่อยู่บนต้นไม้มากมายแต่ไร้เสียงตอบรับ “เ้าพวกบ้า..พูดกับพวกเ้าราวกับผายลม..เชอะ!!!”
--++++-----+++
ห้องนอนในกระท่อมน้อย
มือใหญ่ค่อยๆถอดรองเท้า ถุงเท้า ทิ้งลงด้านล่าง ตาคมมองเท้าขาวสะอาด แล้วลอบถอนหายใจ 'ขออภัยด้วยแม่นาง’ ถึงแม้เขาจะมีทหารองครักษ์มากมายให้ใช้สอยอยู่รอบตัวแต่ก็มีไว้เพื่อจัดการศัตรูหรือปกป้องเขายามตกอยู่ในอันตราย ยามนี้เพียงแค่สตรีคนเดียว…..’แค่สตรีคนเดียวจริงๆ’
สายรัดเอวถูกดึงออกพร้อมป้ายหยกสีขาววางไว้ตรงโต๊ะเล็กด้านข้าง และสาบเสื้อของแม่นางตรงหน้าถูกเปิดให้แยกออกพร้อมเสียงถอนหายใจอันหนักอึ้ง หัวคิ้วเข้มขมวดขึ้นเมื่อพบเจอเศษผ้าน้อยชิ้นปกปิดปทุมถันอวบเหมาะมือ เ้าของใบหน้าดุดันหันซ้ายหันขวามองหา ‘เอี๊ยมของนางอยู่ที่ใด?’ มองจนทั่วทั้งล่างและบนก็ไม่พบเจอจึงเลิกสนใจเมื่อกายสาวตรงหน้าสั่นสะท้านเพราะความหนาว มือใหญ่รีบปลดทุกสิ่งทุกอย่างออกจากกายขาวแล้วก็ถึงกับยกมือขึ้นปิดปาก รูปร่างแน่งน้อย เอวคอดกิ่ว อกอวบเต็มมือยอดปทุมถันสีชมพูและกลางกายสาว อ่าห์…. แม่นางน้อยผู้หมดจดงดงามปราศจากมลทินปรากฏแก่สายตา กลางกายบุรุษแข็งขืนชูชันราวกับมิเคยพบปะสาวงาม ท่านแม่ทัพรีบลุกขึ้นยืนยกผ้าห่มมาปกปิดกายนวลเนียนที่ไร้เสื้อผ้าอย่างข่มใจและหอบชุดเปียกน้ำเดินออกมานอกกระท่อมด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“โอ๊ะ…ออกมาแล้วรึขอรับ” ลิ่วคังรีบเดินเข้ามาหาแม่ทัพใหญ่ “ท่าน..ท่าน..น” คำพูดติดอ่างชี้ไปที่บุรุษผู้เป็นาย “เืๆ เืๆๆ จมูกท่านเืไหลขอรับ!!!!” ลิ่วคังรีบหาผ้ามาเพื่อซับจมูกให้
“ไม่ต้อง!!!” ยกมือปิดจมูกและเช็ดเืออกลวกๆ พร้อมกับขว้างชุดสตรีไปทางลิ่วคัง “ไปซักชุดให้นางซะเ้าบ้า!!” ยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห
ท่านแม่ทัพเดินไปด้านหลังกระท่อมน้อยที่เขานัดกับรองแม่ทัพลั่วถงไว้ ปล่อยทิ้งลิ่วคังอยู่กับผ้าเปียกชื้นของสตรีเ้าปัญหา
-----++++++---------
ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม(2ชั่วโมง) ฟางซินที่รู้สึกตัวแล้วกระพริบตาปริบๆมองเพดานที่มุงด้วยใบจากนิ่ง ในสำนึกคิดได้เพียงว่าตนตกจากเรือแล้วจมน้ำ ยามนั้นนางกระเสือกกระสนคว้าจับกิ่งไม้ตามรายทางทุกที่ที่ลอยผ่านแต่จับไม่เคยอยู่จนหมดแรงจมลงไปในน้ำ นางคิดว่าตัวเองตายไปแล้วแท้ๆ
ยกมือขึ้นหมายจับใบหน้า ‘เอ๊ะ!!’ แขนนางโล่ง…เหตุใด? ทำไม? ความหวาดกลัวปกคลุมในจิตใจจนหวาดหวั่นไปหมด
สองมือขาวบางที่มีรอยแผลถูกกิ่งไม้บาดค่อยๆจับผ้าห่มแล้วดึงขึ้นอย่างรวดเร็ว พรึ่บ!!!!!!!! สองตาเบิกกว้างเมื่อพบว่าตนเองเปลือยเปล่า……..
“กรี๊ด!!!!!!!!” ฟางซินยกผ้าห่มมาคลุมตนเองและกอดอกจนแน่นหันมองซ้ายขวาเพื่อหาตัวผู้ที่ถอดชุดเสื้อผ้าของนาง ในใจพร่ำวอนว่าขอให้เป็สตรี หญิงแก่ หรือใครก็ตามแต่ต้องเป็สตรี
ผั้วะ!!!!!! “อะไร!!!” เสียงบุรุษพุ่งเข้ามาพร้อมกับตวาดเสียงดังลั่น ฟางซินเบิกตากว้างมองบุรุษตรงหน้าั้แ่หัวจรดเท้า ใบหน้าคมคายดูดุดันมีเคราเต็มใต้คางไปหมด รูปร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ชุดเสื้อผ้าสีเทาเก่าๆ ผมยาวผูกเชือกไว้ด้านหลังจนตึง หล่อเหลายิ่งนัก..แต่มันไม่ถูกต้อง ไม่ถูก…
“กรี๊ดด!!!!!” ฟางซินยังคงกรีดร้องจนบุรุษตรงหน้าพุ่งเข้ามาโอบกอดนางจากด้านหลังแล้วยกมือขึ้นปิดปาก
“เ้าจะกรีดร้องทำไม!!!!”
“อื้อๆๆ อื้อๆๆ” ตู้ฟางซินดิ้นรนออกจากอ้อมกอด เนื้อตัวเปลือยเปล่าเสียดสีกายแกร่งด้านหลัง ผิวขาวนวลโผล่พ้นผ้าห่มมองเห็นร่องอกรำไร ท่านแม่ทัพได้แต่ขบกรามแน่น ยกมือขึ้นคลำจมูกตน เมื่อรู้ว่าเืไม่ไหลก็กอดนางต่อ พร้อมกับข่มขู่
“หากเ้ายังดิ้นรนอยู่เช่นนี้เ้าแย่แน่” สตรีตรงหน้าได้ฟังคำขู่ก็หยุดชะงัก “ข้าจะปล่อยเ้า..แต่หากเ้ากรีดร้อง..ข้าจะแทงเ้าซะ” กล่าวเสร็จก็ค่อยๆปล่อยมือออกจากปากและคลายอ้อมกอด ยังไม่ทันได้ตั้งตัวสตรีด้านหน้าก็หันมาแล้วโถมทับเขาทุบตีเป็พัลวัน ตุ่บ ตั่บๆๆ
“นี่ๆๆ ข้าจะตีเ้าให้ตาย ข้าจะตีเ้าบุรุษชั่วร้าย นี่ๆๆ” ตุ่บตั่บๆๆ ฟางซินนั่งคร่อมตักทุบบุรุษที่นอนหงายมองนาง เขาปล่อยให้นางทุบตีจนหอบไปหมด ตุ่บๆๆ “เ้าชั่วร้ายนัก..แฮ่กๆๆ” มือขาวสองข้างยันอกแกร่ง ดูท่านางคงจะลืมว่าตนเองเปลือยยย
สองตาคมมองสตรีผิวขาวนวลที่ผ้าห่มหลุดลงไปกองอยู่ตรงบั้นท้าย แถมนางยังนั่งคร่อมเขาไว้ตรง่เอว อกอวบสั่นไหวทุกครั้งที่นางลงมือทุบตีเขาโดยที่เขาไม่แม้แต่จะตอบโต้…แล้วหยาดน้ำตาก็ไหลรินลงมาจากใบหน้าน่ารักนั้น
“ฮึ่กๆๆ ฮืออ..เ้าชั่วช้า..ฮืออ” ฟางซินทนความอึดอัดไม่ไหวร้องไห้ออกมาอย่างหนัก บุรุษที่นางนั่งคร่อมอยู่ทำเพียงแค่มองและไม่กล่าวสิ่งใด
ก่อกกกๆๆๆ
“นายท่าน” ก่อกๆๆๆๆๆ “เกิดสิ่งใดขึ้น” ลิ่วคังเคาะเรียกและเปิดประตูเข้ามา ผลัวะ!!!!!
ฟุ่บ! แม่ทัพใหญ่รีบดึงผ้าห่มมาคลุมกายขาวแล้วพลิกตัวนางเข้าไปอยู่ด้านใน “ออกไป!!” สั่งเสียงเข้ม “แล้วไม่ต้องเข้ามาอีก” ใบหน้าดุดันหันไปมองด้านหลังตรงที่ลิ่วคังยืนอยู่ ใจจริงอยากจะลุกขึ้นไปตบหัวนายทหารไม่ได้ความให้คอหักไปเสียให้จบ ไม่ต้องได้กลับไปหาลูกเมียเสียด้วยซ้ำ
“ขอรับ” ลิ่วคังยิ้มกริ่มและปิดประตู ปัง!!!
“ฮึ่กๆๆ ฮือๆๆๆ” ตู้ฟางซินยังคงร้องไห้
“อย่าร้อง..ข้าปลอบสตรีไม่เป็” เขากอดนางในผ้าห่มไว้แนบอกกลิ่นกายสาวลอยเข้าเตะจมูก ภาพสตรีตรงหน้าเปลือยเปล่ายังคงวนเวียนอยู่ในหัวมิยอมจางหาย