ปกรฌัมตำนานวีรบุรุษ MLH Online

    ตอนที่9 แต่งงาน

    หนึ่งบุรุษ หนึ่งสตรี ก้าวเดินเคียงคู่ด้วยความเงียบ ทั้งสองมาหยุดเบื้องหน้าบึงเหลียนฮวา ดอกบัวสีขาวบริสุทธิ์เบ่งบานงดงาม ส่งกลิ่นหอมยียวนช่างเป็นบรรยากาศในฝันแก่คู่รักหลายคนๆ
    แต่ทว่าสตรีที่กำลังเดินเคียงคู่หยางหลี่หยางอยู่นั้นกลับมีใบหน้าไร้ความรู้สึก บรรยากาศรอบตัวเย็นชาและเงียบสงัด
    เมื่ออยู่กับสองต่อสอง หลี่หยางจึงได้ถามออกไปทำลายความเงียบนั้น “ท่านไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับข้า??”
    หลิวปิงหยวนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ใช่...ข้าไม่ต้องการแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก”
    “ถ้าเช่นนั้น ท่านมาที่นี่ทำไม??”
    หญิงสาวยกยิ้มอย่างไร้ความรู้สึก “เป็นตระกูลท่านที่กดดันพวกเรา”
    “หมายความว่าอย่างไร??” หยางหลี่หยางถามด้วยความสงสัย เหตุใดคนในโลกนี้ถึงเอาแต่พูดเรื่องที่มันไม่เข้าใจกันนัก
    ได้ยินเช่นนั้นหลิวปิงหยวนใช้สายตามองอย่างดูแคลนไปที่ชายหนุ่ม “ท่านลืมสิ่งที่ท่านกระทำไปหมดแล้ว ได้ข้าจะทบทวนความจำให้ท่านเอง ข้าได้ยินว่าไม่นานมานี้ ท่านพึ่งจะหนีออกจากตระกูลหยาง แต่ในสายตาของข้า นั้นเป็นแผนที่ท่านวางเอาไว้ ท่านกดดันปู่ของตัวเองด้วยการหนีไป เมื่อถึงเวลาที่ทุกคนร้อนรนท่านกลับมาและทวงคำสัญญา ไม่เช่นนั้นแล้วคนมีเกียรติอย่างหัวหน้าตระกูลหยาง คงไม่กดดันพวกเราจนไร้ซึ่งทางออกเช่นนี้”
    “กดดัน??”
    หญิงสาวกล่าวต่อ “หากข้าไม่ยินยอมแต่งเข้าตระกูลหยาง การค้าที่ตระกูลหยางทำกับตระกูลหลิวมาหลายสิบปีจะถูกยุติลง นั้นเป็นคำขาดของหัวหน้าตระกูลหยาง ท่านลองคิดสิว่า ด้วยเหตุผลใด ท่านหยางลู่ผู้มีคุณธรรม กลับต้องใช้วิธีนี้ในการกดดันข้า แม้แต่เด็กอมมือยังเดาได้เลยว่า มีท่านเป็นผู้กดดันเขาอยู่เบื้องหลังอีกทีหนึ่ง”
    ได้ยินทั้งหมด หยางหลี่หยางรู้สึกดวงตาพร่าลาย มึนงงในหัว ‘เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตเลยแฮะ’ จากนั้นมันเป็นฝ่ายกล่าวออกไปบ้าง “ยกเลิกการค้าสำคัญกับพวกท่านมากเลยงั้นหรือ??”
    หญิงสาวพยักหน้าตอบกลับ “ตระกูลหยางเป็นตระกูลใหญ่หากยกเลิกการค้าที่ทำกันมานานกว่าสามสิบปีแล้วละก็ จะต้องมีคนสงสัยในสิ่งของที่ตระกูลหลิวสร้างขึ้น และด้วยความสงสัยนี้ เพียงพอที่จะไม่ให้ตระกูลอื่น มาทำการค้ากับตระกูลหลิวเราอีก”
    หลี่หยางเริ่มที่จะเข้าใจถึงความยิ่งใหญ่และอำนาจของตระกูลหยางมากขึ้น มันพยักหน้าขึ้นลง “คงเป็นเรื่องร้ายแรงจริงๆด้วยนั้นแหละ เอาเถอะ ถึงตัวท่านเป็นหญิงที่งดงาม แต่ข้าก็ไม่ได้อยากแต่งงานเคียงคู่กับคนที่ไม่ได้รัก ในเรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง 'ยกเลิกงานแต่ง' แต่ไม่ยกเลิกการค้าที่ทำกับตระกูลหลิว เท่านี้คงพอใช่หรือไม่??”
    “ท่านสามารถทำแบบนั้นได้??” หลิวปิงหยวนกล่าวออก มุมปากที่เย็นชาเริ่มจะมีส่วนโค้งเล็กๆของรอยยิ้ม
    เพียงการเปลี่ยนแปลงเล็กๆของสาวงาม มันได้ดึงวิญญาณของหลี่หยางออกไปจากร่างเป็นครั้งที่สอง
    ชายหนุ่มได้แต่กัดฟันพยายามไม่ให้ตัวเองตกอยู่ในมนต์สะกดของความงามตรงหน้า “งานแต่งนี้เกิดจากความต้องการของข้า หากข้าบอกกับท่านปู่ว่า ไม่ต้องการแต่งงานกับเจ้า ก็คงจบปัญหา”
    ดวงตาของหลิวปิงหยวนทอประกายแห่งความสงสัย “ท่านคิดอะไรอยู่กันแน่??”
    หยางหลี่หยางส่ายหน้า “แก้ไขความใจผิดเริ่มแรก ใครจะรู้ว่าภายภาคหน้า ท่านจะเป็นคนอยากแต่งงานกับข้าเองก็ได้”
    อีกฝ่ายตัดรอนด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “คงจะไม่มีวันนั้น”
    เมื่อทั้งสองเข้ากันไม่ได้ หยางหลี่หยางเองก็ไม่ใช่คนประเภทชี้นิ้วบังคับใครให้ทำตาม ความต้องการของทั้งสองไม่ตรงกัน แม้ตรงหน้าจะเป็นเพชรเม็ดงามเพียงใดก็คงได้แต่ปล่อยไป ที่สำคัญไปกว่า การแต่งงานอาจทำให้มันติดบ่วงที่ชื่อว่าตระกูลหยางจนไม่สามารถหนีออกไปได้แม้ในยามวิกฤตถึงตัว
    คิดเช่นนั้น หยางหลี่หยางรีบไปกล่าวออกต่อหน้าหยางลู่ “ท่านปู่ ยกเลิกงานแต่งครั้งนี้เถอะ ข้าไม่ได้ชอบนางแล้ว” ถ้อยคำเหล่านี้แม้แต่หลิวฟงก็ได้ยินชัดเต็มสองหู “ท่านปู่ ท่านก็รู้ ข้าชอบใครประเดี๋ยวประด๋าวก็เบื่อ เมื่อเดือนก่อนข้าอาจชอบนางก็จริง แต่ตอนนี้ข้าไม่ได้รู้สึกว่านางเป็นหญิงที่งดงามอะไรอีกแล้ว”
    ใบหน้าและร่างกายของหยางลู่แข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำพูดของหลานชาย ตามหลักแล้วปู่ที่ตามใจหลานชายมากอย่างมันจะตอบรับโดยไม่รีรอ ที่สำคัญการใช้แผนสกปรกเพื่อให้ได้เจ้าสาวมา ไม่ใช่นิสัยของหยางลู่
    หากแต่สิ่งที่ชายชราผู้นี้แสดงออกกลับผิดไปจากความคิดของทุกคนหยางลู่ส่ายหน้าปฏิเสธ “การแต่งงานจะไม่มีการยกเลิก ตระกูลหยางรุ่นที่สาม มีเจ้าคนเดียวที่เป็นผู้สืบทอด ครั้งที่เจ้าหนีไป นอกจากปู่จะรู้สึกว่า ตัวเองได้สูญเสียหลายชายเพียงคนเดียวไปแล้ว ยังรู้สึกว่าตระกูลหยางกำลังจะจบสิ้น ด้วยเหตุนี้ปู่จึงตระหนักได้ว่า วันใดวันหนึ่งหากเจ้าหายไปอีก ตระกูลหยางจะไร้ผู้สืบสกุล ไม่ว่าอย่างไรเจ้าจะต้องแต่งงานให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้มีเหลนชายให้กับข้าและเป็นเครื่องประกันว่าตระกูลหยางจะมีผู้สืบทอดในรุ่นที่4ด้วย!!!”
    ในจวนตระกูลหยาง คำพูดของหยางลู่คล้ายเป็นประกาศิต แม้ในใจของผู้ใดจะคัดค้านก็ไม่มีความสามารถพอจะพูดออกมา ด้วยเหตุนี้งานแต่งระหว่างหยางหยางและหลิวปิงหยวน จะเกิดขึ้นในวันเกิดครบรอบยี่สิบปีของหยางหยาง

    ภายในห้องนอน หยางหลี่หยางแทบอยากจะยกสองเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผาก มันกล่าวถามจิ้นอวี่ด้วยเสียงอ่อย “ข้าไม่มีพี่น้องคนอื่นเลยหรือ??”
    จิ้นอวี่พยักหน้าขึ้นลง “มีสิ นายท่านคนอื่นๆก็มีบุตร แต่พี่ของเจ้าล้วนเป็นสตรีและแต่งงานออกเรือนไปหมดแล้ว ผู้ชายในรุ่นที่3จึงมีแค่เจ้าคนเดียว”
    ได้ยินเช่นนั้นหลี่หยางถอนหายใจโอดครวญ “ให้ตายเถอะ”
    เห็นสภาพของสหายจิ้นอวี่ยกยิ้มมุมปาก “เจ้าควรจะดีใจไม่ใช่หรือ ตอนเจ้าอายุ12ปี เจ้าดื่มสุราเมาหัวทิ่ม อายุ14ปีเจ้าเริ่มเข้าหอนางโลม และตั้งแต่อายุ15จนถึง19 เจ้าร้องจะแต่งงานในทุกๆปี แต่ว่าคนที่เจ้าพามาไม่เคยซ้ำหน้าและที่สำคัญ หากไม่ใช่สาวใช้ในจวนตัวเอง ก็เป็นสาวใช้ของบ้านอื่น หนักที่สุดก็เป็นคณิกาในหอนางโลม ทำเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เด็ก หากไม่ใช่ทายาทคนเดียวในรุ่น3ของตระกูลหยางแล้วละก็ ท่านปู่ลู่คงจะเอาไม้ฟาดหัวเจ้าจนสลบตายไปแล้ว ฮาฮ่าๆ”
    ในตอนนี้หยางหลี่หยางได้ยินเรื่องใดเกี่ยวกับหยางหยาง มันก็ไม่แปลกใจอีกแล้ว “เป็นเช่นนั้นเองสินะ หยางหยาง...พ่อคุณชายเจ้าสำราญ”
    ........

    หลังจากตระกูลหยางประการข่าวดีเรื่องการแต่งงานของหยางหยางกับหญิงสาวตระกูลหลิวออกไป แน่นอนว่าบุรุษครึ่งเมืองเหยี่ยชิงต่างสาปแช่งหยางหยางที่หยิบชิ้นดอกฟ้าไปครอง ทว่าด้วยฐานะของตระกูลหยางแล้วผู้ที่กล้าแสดงความไม่พอใจออกมาเป็นคำพูดมีเพียงแค่หยิบมือเท่านั้น หนึ่งในนั้นคือ บุตรชาย ตระกูลเสิ่น
    ตระกูลเสิ่นเป็นตระกูลที่มีหน้าที่ปกครองดูแลรักษาความสงบในเขตที่2ของเมืองเหยี่ยชิง หัวหน้าตระกูลมีนามว่าเสิ่นเจินจู
    เสิ่นเจินจูนั้นขุนนางชั้น1ที่มากด้วยความสามารถ ด้วยอายุเพียง50ปีก็สามารถขึ้นมารั้งตำแหน่งเสนาบดีกรมธรรมการของเมืองเหยี่ยชิงได้ ผลงานการฑูตของเขาสร้างชื่อเสียงให้แก่เมืองเหยี่ยชิง ทั้งในโลกจริงและโลกมายาจึงได้รับความเคารพจากผู้คนจำนวนมาก
    ภายในห้องโถงจวนตระกูลเสิ่น เสิ่นเจินจูนั่งลงบนเก้าอี้ไม้จันทน์หอมด้วยท่วงท่าสุขุม มือขวาถือแก้วชาแกว่งไปมาก่อนจะยกขึ้นดื่ม
    “ต้าเอ๋อ เจ้าจะเดินไปเดินมาให้พ่อเวียนหัวทำไมกันเล่า??” เสิ่นเจินจูกล่าวออกแก่บุตรชายที่กำลังแสดงออกด้วยอาการร้อนรนอย่างสุดๆ
    บุรุษหนุ่มผู้นี้มีนามว่า เสิ่นต้าอายุ23ปี เป็นบุตรชายคนเล็กของเซิ่นเจินจู คนในเขตที่2 ต่างเรียกมันว่า นายน้อยต้า ท่วงท่าใบหน้าและการแต่งกายของเสิ่นต้าเรียกได้ว่าเป็นบุรุษที่มีความสุขุมนุ่มลึกคล้ายบิดา เป็นที่รักของผู้ที่ได้พบเห็น หากแต่ตอนนี้ความสุขุมนั้นดูคล้ายจะหายไปอย่างสิ้นเชิง “ท่านพ่อ ไม่ได้ยินข่าวบ้างหรือว่า ไอ้เจ้าสวะจากตระกูลหยางนั้นกำลังจะแต่งงาน!!”
    ผู้เป็นบิดากล่าวตอบ “เรื่องนี้ร่ำลือกันไปทั่วเมืองเหยี่ยชิง อย่าว่าแต่ในเขตที่2เลย ป่านนี้ได้ยินกันทั่วเมืองเหยี่ยชิงแล้วกระมัง เจ้าตัดใจเสียเถอะและก็ส่งของขวัญไปที่จวนหยางสักชิ้นสองชิ้นด้วยละ”
    ได้ยินเช่นนั้น เสิ่นต้ามีน้ำเสียงเกรี้ยวกราดดังยิ่งขึ้น “ท่านพ่อให้ตัดใจ?? เจ้าสวะนั้นอาศัยช่วงเวลาที่ข้าอยู่ในโลกมายา แย่งปิงหยุนไปจากข้า แล้วท่านพ่อบอกว่าเวลานี้ข้าควรตัดใจ??”
    “พ่อบอกเจ้าแล้ว คู่แต่งงานของเจ้า จะต้องเป็นสตรีที่มีศักดิ์ฐานะเท่าเทียมกัน หากไม่ใช่บุตรสาวตระกูลใหญ่ก็ต้องเป็นราชนิกุล ปกติแล้วพ่อไม่เคยลงรอยกับตาเฒ่าหยางลู่ แต่ครั้งนี้พ่อเห็นด้วยกับเขา หลานชายไม่เอาไหนกับลูกสาวคหบดีเล็กๆก็เหมาะสมกันดีแล้วนิ”
    เสิ่นเต้าไม่พอใจที่ได้ยินเช่นนั้น มันกล่าวด้วยเสียงดัง “ข้าเคยขอให้ท่านพ่อพานางมาที่ตระกูลเสิ่น จะให้ฐานะอะไรแก่นางก็ได้ หลิวปิงหยุนจะต้องมาอยู่ข้างกายลูก แต่ท่านพ่อก็สนใจแต่เรื่องราวในโลกมายา ไม่ยอมเป็นธุระจัดการให้แก่ข้า วันนี้เจ้าสวะนั้นมาแย่งของรักของลูกไป หากเจอมันที่ใด ลูกจะไม่ปล่อยมันไว้แน่”
    “เงียบซะ!!! แม้ข้าจะเป็นผู้ปกครองเขตที่2 แต่ข้าและหยางลู่เป็นขุนนางที่มีฐานะเท่ากัน หากเจ้าลงมือกับหลานชายของตาเฒ่านั้นตรงๆ แม้แต่ข้าก็ไม่สามารถปัดความผิดให้เจ้าขาวสะอาดได้หมด” กล่าวถึงตรงนี้เสิ่นเจินจู รู้ดีว่าบุตรชายของมันย่อมไม่พอใจ จึงได้กล่าวต่อ “แต่ได้ยินมาว่า หลานชายของตาเฒ่าหยางลู่จะอายุครบ20ปีในเดือนนี้ หากว่าเจ้าจัดการสะสางความแค้นในโลกมายาละก็ นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง”
    ได้ยินเช่นนั้นดวงตาของเสิ่นต้าค่อยๆหรี่ลงอย่างมีเลศนัย

    ภายในจวนตระกูลหยาง บ่าวรับใช้นับร้อยชีวิตทำงานอย่างขะมักเขม้น ทว่าใบหน้าของพวกเขาเหล่านี้ไม่ปรากฏความเหนื่อยล้า กลับกันมันเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความเบิกบาน ที่บรรยากาศดีๆเกิดขึ้นกับตระกูลหยางก็เพราะว่า ภายในเดือนนี้ มีงานมงคลถึงสามงาน ได้แก่งานไหว้พระจันทร์ งานวันเกิดครบรอบ20ปีและงานแต่งงานของนายน้อย
    จิ้นอวี่ผลักประตูเข้าไปในห้องหยางหลี่หยางด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม
    “เจ้าพบเจอเรื่องดีใจอันใดมาหรือ??” หลี่หยางที่กำลังแต่งตัวอยู่ถามออกไป
    อีกฝ่ายกล่าวตอบ “เดือนนี้มีงานมงคลถึงสามงาน นั้นหมายความว่า บ่าวอย่างข้าจะได้รับซองแดงถึงสามซอง”
    ได้ยินเช่นนั้นหยางหลี่หยางกล่าวขึ้น “ไหว้พระจันทน์และงานวันเกิดนั้นไม่มีปัญหา แต่สำหรับงานแต่ง เจ้าดีใจแต่ข้าไม่เลย หลิวปิงหยุนมองข้าราวกับตัวหนอนน่าเกลียด เขาไม่เต็มใจแต่ง แล้วงานแต่งงานจะไปมีความหมายอะไร???”
    จิ้นอวี่ส่ายหน้าอย่างไม่สนใจ สิ่งที่มันกล่าวออกมาทำให้หลี่หยางต้องกลืนน้ำลายลงคอหลายอึก “ไม่ใช่เรื่องแปลกนี่นา 8ใน10ของหญิงสาวที่ถูกเจ้าพาขึ้นเตียง พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่ได้เต็มใจเช่นกัน เจ้ามากังวลตอนนี้ไม่ทันแล้วละ ฮาฮ่าๆ”
    หลี่หยางพ่นลมหายใจออกยาว “เอาเถอะๆ ยิ่งพูดเรื่องนี้ข้ายิ่งปวดหัว แล้ววันนี้เจ้าจะพาข้าไปเปิดหูเปิดตาที่ใดกัน??”
    จิ้นอวี่ส่ายหน้าอีกครั้ง “วันนี้ข้าไม่ได้จะพาเจ้าไปที่ใด ที่ข้ามาหาเจ้า เพราะท่านปู่ลู่ให้ข้ามาตามเจ้าต่างหาก”
    หว่างคิ้วของหลี่หยางขยับด้วยความสงสัย “มีเรื่องอะไร เจ้ารู้หรือไม่??”
    “ก็คงจัดเตรียมของขวัญในคืนวันไหว้พระจันทร์ละมั้ง”