บทที่ 6 ผมไม่เข้าใจ!!!
ลู่เฉิงเหวินตะลึง “ปู่บุญธรรม?”
อ๋อ! ใช่
โครงสร้างระดับต้นของนิยาย
เมืองเสวี่ยมีตระกูลใหญ่ทั้งหมดสี่ตระกูล คือ ตระกูลลู่ ตระกูลเฉิน ตระกูลสวี และตระกูลเหลิ่ง
ในจำนวนนี้ ตระกูลลู่ยิ่งใหญ่ที่สุด รองลงมาคือตระกูลเฉินกับตระกูลสวี เพราะใน่หลายปีมานี้ธุรกิจของตระกูลเหลิ่งย่ำแย่ จนแทบจะล้มทั้งตระกูล
ยังดีที่เหลิ่งชิงชิวรับ่กอบกู้เอาไว้ได้ หญิงสาวทำงานหนักตรากตรำอยู่สองปี พลิกจากขาดทุนเป็กำไร ด้วยเหตุนั้นตระกูลเหลิ่งจึงยืนหยัดอยู่ได้ และไม่ถึงกับต้องล้มละลาย
ดังนั้นตระกูลเหลิ่งจึงกระตือรือร้นอย่างหนักให้จัดงานแต่ง
ไม่ใช่ว่าตระกูลเหลิ่งไม่รู้นิสัยและสันดานของลู่เฉิงเหวิน แต่เป็เพราะตอนนี้ตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุดในเมืองเสวี่ย อีกทั้งยินดีที่จะช่วยเหลือตระกูลเหลิ่งมีเพียงแค่ตระกูลลู่เท่านั้น
เพื่อผลประโยชน์ของวงศ์ตระกูล พวกเขาจึงได้แต่จำใจให้จัดงานแต่ง
แต่แท้จริงแล้ว ในใจพวกเขาดูแคลนลู่เฉิงเหวินมาก
และนี่คือหลุมดำของนิยายเล่มนี้
ฉันเป็วายร้ายที่เกือบจะพร้อมสมบูรณ์ รูปหล่อ สูง กล้ามแน่น ครอบครัวมีฐานะร่ำรวย เป็คนหนุ่มไฟแรง และมีความสามารถรอบตัว อีกทั้งยังบุกเบิกลู่เฟิงกรุ๊ป พากิจการนี้ฝ่าฟันขวากหนามขึ้นมาเป็ใหญ่ในโลกธุรกิจ
แต่ในโลกแห่งความจริงนี้ ผู้ชายที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร กลับต้องกลายมาเป็สุนัขรับใช้ของนางเอกหลักอย่างเหลิ่งชิงชิว
ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมดนี้ ล้วนเพียงเพื่อให้พระเอกรู้สึกสาสมใจยิ่งขึ้น เวลาที่ได้เหยียบย่ำลู่เฉิงเหวิน
ยิ่งตัวร้ายดีเลิศแค่ไหน ก็จะยิ่งทำให้พระเอกทุบตีได้หนำใจเท่านั้น!
เพื่อเหลิ่งชิงชิว ลู่เฉิงเหวินที่ถือว่ามีตระกูลใหญ่หนุนหลังจึงไปอวดเบ่งกับพระเอก แต่กลับโดนพระเอกดูิ่ต่าง ๆ นานา และสุดท้ายก็ถูกอัดจนตาย....
นี่คือวิถีชีวิตของฉันลู่เฉิงเหวิน ... วายร้ายแสนเพอร์เฟกต์คนนี้
ถ้าอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ก็ต้องหลบหลีกทุกอย่างที่ขัดแย้งกับพระเอก
เื่ขัดแย้งอันดับแรกก็คือ เหลิ่งชิงชิว
ฉันจะต้องอยู่ให้ห่างจากเหลิ่งชิงชิวเข้าไว้ ยิ่งไกลได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี
ขอเพียงอยู่รอดจนถึงตอนอวสาน ฉันก็สามารถขนรางวัลใหญ่กลับสู่โลกแห่งความเป็จริงได้ และจะกลายเป็หนุ่มหล่อเงินหนา จากนั้นก็จะแต่งงานกับสาวสวยรวยเสน่ห์เงินหนาเหมือนกัน พวกเขาจะจับมือกันก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิต!
และยังรักษาอาการป่วยของแม่จนหาย
ตระกูลลู่ทำธุรกิจในเมืองเสวี่ยมาเป็เวลานาน และมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเฉิน ตระกูลสวี ตระกูลเหลิ่งอีกด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณปู่ตระกูลเฉิน ลู่ก่วงหงนับถือเขาเป็พ่อบุญธรรม ซึ่งก็ทำให้อีกฝ่ายกลายเป็ปู่บุญธรรมของลู่เฉิงเหวินนั่นเอง
ระยะนี้ปู่บุญธรรมเฉินชิวโซวนอนป่วยอยู่บ้าน คนทั้งตระกูลลู่ไปเยี่ยมกันหมดแล้ว มีแต่ลู่เฉิงเหวินเท่านั้นที่มัวออกไปเล่นสนุกอยู่ข้างนอก และยังไม่ได้โผล่หน้าไปให้อีกฝ่ายเห็น
มอบของขวัญ จากนั้นทักทาย เสร็จแล้วรีบหาทางหนี!
ใช่! ตามนี้แหละ
ชายหนุ่มเพิ่งจะก้าวเท้าออกนอกประตู และเห็นว่าผู้ชายร่างใหญ่ที่โดนกดติดพื้นในพิธีงานหมั้นกำลังตรวจนับจำนวนคน
จ้าวกังผู้ชายร่างบึกบึนหน้าตาขึงขัง “คนครบแล้วใช่ไหม?”
บอดีการ์ดสามสิบกว่าคนที่ยืนเป็แถวะโตอบ “ครบครับ!”
“ดี!”
จ้าวกังยังคงโกรธไม่หาย สีหน้าเคร่งเครียดยังไม่คลายจากใบหน้า “พิธีหมั้นของคุณชายลู่โดนไอ้หลงอ้าวเทียนล่ม! แค้นนี้พวกเรายอมได้เหรอ?”
ทุกคนะโ “ไม่ได้!”
“ถูก! คุณชายลู่เป็พี่ใหญ่ของพวกเรา ในเมืองเสวี่ย มีแต่คุณชายลู่เท่านั้นที่จะสามารถทำร้ายผู้ชายข่มเหงผู้หญิงได้ เขาก่อเื่ชั่วช้าได้ แต่ไม่มีใครสามารถรังแกคุณชายลู่ได้!”
ทุกคนชูกำปั้นขึ้นพลางะโ “ทำร้ายผู้ชายข่มเหงผู้หญิง! ก่อแต่เื่ชั่วช้า! ทำร้ายผู้ชายข่มเหงผู้หญิง! ก่อแต่เื่ชั่วช้า!”
จ้าวกังยกมือขึ้นอย่างวางท่า ทุกคนเงียบสนิทไร้เสียงอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ดังนั้น! พวกเราต้องหาตัวหลงอ้าวเทียนให้เจอและจัดการมัน เอาศักดิ์ศรีของคุณชายลู่กลับคืนมา!”
“หาตัวหลงอ้าวเทียนให้เจอ! จัดการหลงอ้าวเทียน! ทำร้ายผู้ชายข่มเหงผู้หญิง! ก่อแต่เื่ชั่วช้า! ทำร้ายผู้ชายข่มเหงผู้หญิง ก่อแต่เื่ชั่ว...”
ลู่เฉิงเหวินรีบวิ่งเข้าไปดึงตัวจ้าวกัง “นายกำลังทำอะไร?”
“อ้อ! คุณชายลู่!” จ้าวกังพูดด้วยความยินดี “คุณชายลู่ ผมมีเก้าวิธีเล่นงานหลงอ้าวเทียนนั่นจนตายได้ครับ เก้าวิธีเชียวนะ! คุณชายคอยดูผมก็แล้วกัน!”
ลู่เฉิงเหวินเตะก้นอีกฝ่าย “นายว่างนักใช่ไหมฮะ?”
ชายหนุ่มมองคนหนุ่มกล้ามแน่นสามสิบกว่าคนตรงหน้า “วันหลังอย่าะโว่าทำร้ายผู้ชายข่มเหงผู้หญิงอะไรแบบนั้นอีก ฉันกลัวเสียหน้าไม่เป็งั้นสิ?”
จ้าวกังสับสนพลางเกาหัว “คุณชายลู่ เมื่อก่อนคุณชาย... ไม่กลัวเสียหน้านี่ครับ!”
ลู่เฉิงเหวินโมโหจนตัวสั่น “ตอนนี้ฉันกลัวเสียหน้าไม่ได้รึไง?”
“อ้อ ครับ!” จ้าวกังพูดเสียงดังกังวาน “ฟังเข้าใจแล้วใช่ไหม? ตอนนี้คุณชายลู่ของพวกเราจะเป็คนชั่ว แต่ยังต้องได้รับคำสรรเสริญ! เข้าใจให้ตรงกัน!”
ทุกคนชูกำปั้นพลางะโพร้อมกัน “เป็คนชั่ว! รับคำสรรเสริญ! เป็คนชั่ว! รับคำสรรเสริญ!”
ลู่เฉิงเหวินแผดเสียงตะคอก “ไป! ไปให้พ้น!”
ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินไปพร้อมกับชูกำปั้นร้องเบา ๆ “เป็คนชั่ว... รับคำสรรเสริญ”
ลู่เฉิงเหวินรีบเดินไปถีบอีกฝ่าย “เ้านี่! อย่าหนีนะ วันนี้ฉันจะจัดการแกจนตายแน่!”
จ้าวกังรั้งเขาไว้ “เดี๋ยว ๆ ๆ คุณชายลู่ คุณชายลู่ครับ พวกเราทำตามที่คุณชายบอกให้ฝึกซ้อม! ตอนนี้พวกเราฝึกจนชินแล้วนะครับ”
ลู่เฉิงเหวินหายใจหอบ “นายเป็คนฝึก?”
“ครับ คุณชายวางใจได้ ผมเข้าใจความหมายของคุณชายแล้ว หลงอ้าวเทียน ไอ้สารเลวคนนั้นผมจะจัดการมันเอง!”
ลู่เฉิงเหวินดึงตัวอีกฝ่ายไว้ “จ้าวกัง”
“ครับ คุณชายลู่”
“เราเป็พี่น้องกัน!”
ลู่เฉิงเหวินพูดอย่างจริงจัง
ตอนนี้ไม่จริงจังก็คงไม่ได้ ชายหนุ่มมองออกว่าผู้ชายร่างบึกบึนคนนี้จะบ้าระห่ำเกินไปแล้ว
อีกทั้งยังซื่อ ไม่คดไม่งอ พูดอย่างอื่นไปก็ฟังไม่เข้าใจ
ที่สำคัญคือ ถ้าปล่อยให้เขาบุ่มบ่ามเช่นนี้ต่อไป บัญชีทั้งหมดที่อีกฝ่ายทำลู่เฉิงเหวินล้วนต้องเป็คนแบกรับ สุดท้ายก็ยังคงโดนหลงอ้าวเทียนซัดจนตายอยู่ดี
ดังนั้นจึงทำได้เพียงแค่ปลอบประโลมและไกล่เกลี่ยอีกฝ่าย
จ้าวกังซึ้งใจจนสะอื้น “คุณชายลู่ ผมไม่คู่ควร ผมเป็เพียงแค่...”
ลู่เฉิงเหวินพูด “เป็พี่น้องกัน ก็อย่ามายกยอฉัน! เชื่อฉัน วันหลังอย่าไปหาเื่หลงอ้าวเทียนอีก บอกกับทุกคนนะว่าถ้าเจอหลงอ้าวเทียนให้หลบไปไกล ๆ เข้าใจไหม?”
“ทำไมล่ะครับ?”
จ้าวกังอยากจะบอกคุณชายมากว่า ‘ผมไม่เข้าใจ!!!’