
06:45 น. | บ้านเดี่ยวสองชั้นชานเมืองกรุงเทพฯ
เสียงนาฬิกาปลุกจากสมาร์ตโฟนดังขึ้นเป็จังหวะดนตรีที่ตั้งค่ามาจากโรงงาน ไม่ใช่เพลง ไม่ใช่เสียงนกร้อง แต่เป็เสียงบี๊บสังเคราะห์ที่บาดหู ธาวินลืมตาโพลงในความมืดสลัว แสงสีฟ้าจากเครื่องฟอกอากาศที่มุมห้องกระพริบเป็จังหวะเหมือนสัญญาณชีพของคนใกล้ตาย
เขานอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง รับรู้ถึงความแข็งขึงที่กลางลำตัว—อาการแข็งตัวตอนเช้า ตามธรรมชาติของผู้ชายวัยสามสิบแปด มันตั้งชูชันดันกางเกงบ็อกเซอร์ผ้าฝ้ายเนื้อดี แต่มันไม่ได้เกิดจากความฝันเลอะเทอะหรือความ้าทางเพศที่พุ่งพล่าน มันเป็เพียงกลไกทางชีวภาพที่ทำงานผิดที่ผิดเวลา เหมือนเครื่องจักรที่เดินเครื่องเปล่าโดยไม่มีวัตถุดิบให้ผลิต
วินเหลือบมองคนข้างกาย 'นิดา' นอนตะแคงหันหลังให้เขา ผ้าห่มนวมผืนหนาคลุมร่างเธอจนมิดชิด เหลือเพียงกลุ่มผมสีน้ำตาลแดงที่เซตทรงมาอย่างดี เรียบเป็ทรงแม้กระทั่งตอนนอน กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มราคาแพงลอยแตะจมูก—เป็กลิ่นที่หอมสะอาด แต่มันช่างไร้ชีวิตชีวา ไม่มีกลิ่นเหงื่อ ไม่มีกลิ่นกายมนุษย์ มีแต่กลิ่นของสารเคมีที่ถูกปรุงแต่งมาเพื่อความสมบูรณ์แบบ
เขาเอื้อมมือไปแตะที่ไหล่ลาดมนของภรรยาเบาๆ หวังลึกๆ ว่าเช้านี้อาจจะได้รับความอบอุ่นบ้าง"นิด... ตื่นหรือยัง?"
ร่างบางขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะพลิกกลับมา ดวงตาของเธอเปิดขึ้นทันที ไม่มีอาการงัวเงียเหมือนคนทั่วไป เธอตื่นแล้ว... ตื่นมานานแล้วและกำลังคิดเื่งาน"ตื่นแล้วค่ะ วินตื่นสายนะ วันนี้คุณมีประชุมกับฝ่ายจัดซื้อไม่ใช่เหรอ?" เสียงของเธอใสและชัดถ้อยชัดคำ เหมือนผู้ประกาศข่าวอ่านสคริปต์
อวัยวะส่วนล่างที่แข็งขึงอยู่ที่ส่วนล่างของวินหดตัวลงอย่างรวดเร็วเหมือนลูกโป่งแฟบ"ครับ... แค่เพลียๆ นิดหน่อย"
วินลุกจากเตียง เดินลากเท้าเข้าไปในห้องน้ำ แสงไฟนีออนหน้ากระจกสว่างจ้าจนเห็นทุกรายละเอียดบนใบหน้า เขาเท้าแขนกับอ่างล้างหน้า จ้องมองเงาสะท้อนหนุ่มใหญ่ใกล้วัยกลางคนที่จ้องตอบกลับมา
ผมที่เคยดกดำเริ่มมีเส้นสีขาวแซมที่จอนผม หน้าผากที่เถิดสูงขึ้นกว่าสมัยเรียนจบใหม่ๆ และเมื่อเขาถอดเสื้อยืดใส่นอนออก เผยให้เห็นหน้าท้องที่เริ่มหย่อนคล้อย ผิวเนื้อที่เคยตึงแน่นเริ่มนิ่มเหลว ชั้นไขมันบางๆ เกาะตัวอยู่ที่เอวเหมือนห่วงยางที่แกะไม่ออก วินใช้มือบีบเนื้อมันขึ้นมา ความรู้สึกขยะแขยงตัวเอง แล่นปราดขึ้นมาในอก
"ไอ้แก่เอ๊ย..." เขาพึมพำด่าตัวเองในกระจกเขามีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดี มีบ้าน มีภรรยาที่ใครๆ ก็ชมว่าเก่งและสวย แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็ซากฟอสซิลที่กำลังผุกร่อนรอวันสูญสลาย? เซ็กส์ครั้งสุดท้ายกับนิดคือเมื่อไหร่? สองเดือนก่อน? หรือสาม? มันเป็เซ็กส์ที่เหมือนการจ่ายภาษี—ทำตามหน้าที่ ให้จบๆ กันไป ไม่มีการเล้าโลม ไม่มีความเร่าร้อน มีแต่ความเงียบและเสียงหายใจที่พยายามควบคุมให้ปกติที่สุด
19:30 น. | 'The Vault' เลานจ์ส่วนตัวย่านทองหล่อ
เสียงแก้วคริสตัลเนื้อดีกระทบกันเบาๆ ผสานกับเสียงดนตรีแจ๊สที่เปิดคลอสร้างบรรยากาศ ควันซิการ์จางๆ ลอยอวลในอากาศ กลิ่นของมันผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นหนังแท้จากโซฟา สร้างบรรยากาศของความสำเร็จเหนือชั้นแบบผู้ชายที่ประสบความสำเร็จในชีวิต
วินนั่งจิบวิสกี้ Single Malt อายุ 18 ปี รสชาติขมปร่าบาดคอลงไปอุ่นวาบในกระเพาะ รอบตัวเขาคือเพื่อนสมัยมัธยมและมหาวิทยาลัยที่ต่างคนต่างประสบความสำเร็จ"เฮ้ย ไอ้หมอเอก! ทางนี้เว้ย!" เพื่อนคนหนึ่งะโเรียกชายหนุ่มที่เพิ่งเดินเข้ามา
นพ.เอกภพ หรือ หมอเอก เดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม เขาใส่สูททรงสลิมฟิตที่ขับเน้นรูปร่างที่ดูดีเกินกว่าคนรุ่นเดียวกัน ใบหน้าขาวจัดภายใต้แว่นตากรอบบางดูไร้อารมณ์ แต่แฝงแววตาที่คมกริบเหมือนมีดผ่าตัด
"มาช้านะมึง ผ่าสมองคนไข้เพลินเหรอวะ" เพื่อนในวงแซวเอกยิ้มมุมปาก นั่งลงข้างๆ วิน "ไม่ได้ผ่าสมองหรอก... แค่เข้าไปตรวจสอบ ความฝัน ของคนไข้มานิดหน่อย"
คำตอบนั้นทำให้วงสนทนาเงียบลงไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็เสียงหัวเราะเพราะคิดว่าเป็มุขตลก แต่วินกลับรู้สึกสะดุดใจกับคำว่า 'ความฝัน'
"มึงยังทำวิจัยเื่นั้นอยู่อีกเหรอวะ? เื่ REM Sleep อะไรนั่นน่ะ?" วินถาม พยายามหาเื่คุยเพื่อหนีความเบื่อหน่าย
เอกหันมามองวิน สายตานั้นเหมือนกำลังสแกนทะลุเสื้อผ้าและิัเข้าไปถึงก้อนเนื้อในกะโหลกศีรษะ"ไม่ใช่แค่ REM Sleep หรอกวิน... ตอนนี้เราไปไกลกว่านั้น เราเรียกมันว่า 'Neuro-Synchronization' หรือการเหนี่ยวนำให้สมองจูนคลื่นตรงกัน... มึงรู้ไหมว่าความทรงจำของคนเรามันไม่เคยหายไปไหน? มันแค่ถูก 'อาร์ไคฟ์' (Archive) ไว้ในโฟลเดอร์ลึกๆ ในสมอง ที่ที่มึงหาไม่เจอ"
วินกระดกแก้วเหล้าเข้าปาก "ฟังดูเหมือนหนัง Sci-Fi ว่ะ กูว่ากูลืมไปหมดแล้วล่ะ เื่สมัยเรียนน่ะ"
"จริงเหรอ?" เอกหยิบแท็บเล็ตบางเฉียบขึ้นมา เลื่อนนิ้วไปมาสองสามที "เมื่อกี้กูเจอรูปเก่าตอนปีหนึ่ง มึงจำงานรับน้องรวมได้ไหม?"
ภาพบนหน้าจอความละเอียดสูงปรากฏขึ้น เป็ภาพถ่ายฟิล์มที่ถูกสแกนมา วินในวัย 20 ปี ผอมเฟิร์มไม่มีไขมันส่วนเกิน ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวหลุดลุ่ย กำลังหัวเราะร่าเริงอยู่กับกลุ่มเพื่อน แต่สิ่งที่สะดุดตาวินไม่ใช่ตัวเอง... แต่เป็ผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านหลัง เบลอๆ หลุดโฟกัสไปเล็กน้อย
ผู้หญิงผิวขาวอมชมพู มัดผมหางม้า ใส่ชุดนักศึกษาพยาบาลที่ดูเรียบร้อย ดวงตากลมโตของเธอกำลังมองมาที่กล้อง—พร้อมรอยยิ้มที่สวยสดใสจนใจเขาเ็ปที่ไม่เลือกจะไปดูแลเธอตามคำสั่งพ่อแม่ แต่กลับไปวิ่งตามดาวบริหารที่ไฮโซตอมหึ่ง สุดท้ายชีวิตเขากับแพรก็แยกกันไปคนละทิศละทาง
"นั่น... น้องแพรไม่ใช่เหรอ?" เพื่อนคนหนึ่งทักขึ้น "ลูกสาวเพื่อนพ่อมึงนี่หว่า ที่มึงเคยเล่าว่าพ่อกับแม่มึงเชียร์นักเชียร์หนา"
วินรู้สึกเหมือนถูกค้อนทุบที่กลางอก ชื่อ 'แพร' ที่เขาไม่ได้ยินมาเป็สิบปี จู่ๆ ก็ผุดขึ้นมาพร้อมกับมวลความทรงจำมหาศาล"เออ... ใช่ แพรวพรรณ"
วินตอบเสียงเบาหวิว คอแห้งผากขึ้นมาทันที
เขาจำได้แล้ว... แพร รุ่นน้องที่เรียนพยาบาล ผู้หญิงที่พ่อแม่พยายามจับคู่ให้ แต่ตอนนั้นเขาหลงระเริงอยู่กับแฟนสาวดาวคณะบริหารที่เปรี้ยวจี๊ด จนมองข้ามเด็กสาวหน้าตาจืดชืดในสายตาเขาตอนนั้นไปแต่มองดูรูปในตอนนี้... ด้วยสายตาของชายวัย 38 ที่ผ่านโลกมามาก เขาเห็นสิ่งที่เขาเคยพลาดไป แพรในรูปดู "บริสุทธิ์" และ "เป็ธรรมชาติ" อย่างน่าประหลาด ผิวของเธอที่ไม่ได้โบกเครื่องสำอาง รอยยิ้มที่ยิ้มทั้งตา ไม่ใช่ยิ้มแบบใส่หน้ากากเหมือนนิดา
"มึงรู้ไหมวิน..." เอกเอามือเท้าคาง จ้องตาวินนิ่ง "ความเสียดาย (Regret) คือสารกระตุ้นสมองชั้นดีที่สุด... ยิ่งมึงรู้สึกว่า 'ถ้าตอนนั้นฉันเลือกอีกทาง' สมองมึงจะยิ่งสร้างภาพจำลองที่สมบูรณ์แบบขึ้นมา... กูพนันได้เลยว่า คืนนี้มึงจะฝันถึงเธอ"
"ไร้สาระน่าเอก" วินผลักแท็บเล็ตคืน แสร้งทำเป็ไม่สนใจ แต่หัวใจเขากำลังเต้นรัวด้วยจังหวะที่ผิดปกติ
23:45 น. | ห้องนอนใหญ่
วินขับรถกลับบ้านด้วยความเหม่อลอย ภาพของแพรในรูปถ่ายวนเวียนอยู่ในหัว เขาพยายามนึกหน้าเธอให้ชัดขึ้น แต่มันก็เลือนรางเหมือนหมอกควัน มีเพียงความรู้สึก 'เสียดาย' ที่ชัดเจนเขาอาบน้ำ เปลี่ยนชุดนอน และกลับมานอนบนเตียงข้างๆ นิดาที่หลับสนิทไปแล้วเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกปิดสวิตช์
ความเงียบในห้องนอนคืนนี้ช่างบาดลึก วินนอนหงายมองเพดาน รู้สึกถึงความว่างเปล่าที่กัดกินจิตใจ ร่างกายเขาเริ่มตอบสนองต่อแอลกอฮอล์และบทสนทนาเมื่อครู่ เืในกายสูบฉีดลงสู่เบื้องล่าง ความ้าทางเพศที่ห่างหายไปนานถูกปลุกขึ้นมา... ไม่ใช่เพราะภรรยาที่นอนอยู่ข้างๆ แต่เพราะภาพจำลองในหัว
เขาหลับตาลง พยายามจินตนาการ...ถ้าวันนั้นเขาหันกลับไปมองแพร? ถ้าเขาเลือกที่จะคุยกับเธอ? ตอนนี้ชีวิตเขาจะเป็ยังไง? เธอจะบ่นเื่งานเหมือนนิดาไหม? หรือเธอจะยิ้มหวานและนวดไหล่ให้เขาเมื่อเขากลับถึงบ้าน?
จินตนาการเริ่มชัดเจนขึ้น วินเห็นภาพแพรในชุดพยาบาลรัดรูปพอดีตัว เอวคอดกิ่ว และหน้าอกที่ดันเนื้อผ้าออกมาอย่างงดงาม เธอกำลังยิ้มให้เขา... ยิ้มที่เต็มไปด้วยความเชิญชวน ยิ้มที่มองเขาอย่างชื่นชมและเทอดทูน
วินขยับตัวตะแคงข้าง หันหลังให้นิดาเพื่อซ่อนการกระทำของตัวเอง มือหนาค่อยๆ เลื่อนลงไปใต้กางเกง ััส่วนที่แข็งจนปวดหนึบััจากมือตัวเองนั้นหยาบกระด้าง แต่วินพยายามจินตนาการว่ามันคือมือนุ่มๆ ของแพร เขารูดรั้งความเป็ชายของตัวเองช้าๆ ลมหายใจเริ่มติดขัด
"แพร..." เขาเผลอขยับปากเรียกชื่อเธอโดยไม่มีเสียง
ในจินตนาการ แพรไม่ได้เป็เด็กสาวใสซื่ออีกต่อไป เขาปรุงแต่งให้เธอกลายเป็หญิงสาวที่เติบโตเต็มสาว เธอเดินเข้ามาหาเขา คุกเข่าลงหว่างขา ปลดกระดุมเสื้อเขาออกทีละเม็ด ริมฝีปากอุ่นๆ ของเธอประทับลงบนหน้าท้องที่ลงพุงของเขา โดยไม่รังเกียจ กลับกัน เธอใช้ลิ้นเลียไล้มันอย่างหลงใหล"พี่วินคะ... แพรคิดถึงพี่" เสียงหวานๆ ดังขึ้นในหัว
วินกัดฟันแน่น มือขยับเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ภาพในหัวบิดเบี้ยวจากความโรแมนติกกลายเป็ราคะดิบเถื่อน เขาจินตนาการว่าจับเธอกดลงกับเตียง ฉีกกระชากชุดพยาบาลนั้นออก แล้วกระแทกกระทั้นความปรารถนาทั้งหมดใส่เธอ—ใส่ความเสียดาย ใส่ความเบื่อหน่ายในชีวิต ใส่ความโกรธเกลียดความแก่ชราของตัวเองลงไปในร่างนุ่มนิ่มนั้น
"อึก..." วินกลั้นเสียงครางในลำคอ ร่างกายเกร็งกระตุก ปลดปล่อยน้ำขาวขุ่นออกมาเปรอะเปื้อนฝ่ามือและผ้าปูที่นอนความสุขสมแล่นผ่านร่างกายเพียงเสี้ยววินาที... ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่หนักอึ้งกว่าเดิม
เขาถอนหายใจยาว มองดูคราบคาวโลกีย์ในมือตัวเองด้วยสายตาว่างเปล่า นิดายังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง วินลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ ล้างมือด้วยสบู่เหลว กลิ่นคาวจางหายไป เหลือไว้เพียงกลิ่นสบู่ที่หอมแบบสังเคราะห์... เหมือนชีวิตของเขา
ขณะที่เขากำลังเช็ดมือ หน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ก็สว่างขึ้นข้อความจาก: Dr. Eak"ลองแล้วใช่ไหม? ... ถ้านายอยากได้ 'ของจริง' ที่ดีกว่าแค่จินตนาการ เข้ามาหาฉันที่แล็บพรุ่งนี้ ฉันมีกุญแจที่จะพานายกลับไปหาเธอ"
วินจ้องข้อความนั้นด้วยหัวใจเต้นแรง เหงื่อเย็นๆ ซึมออกตามไรผม เขาควรรู้สึกกลัว... แต่ความกระหายลึกๆ กลับะโบอกให้เขาตอบตกลงนี่ไม่ใช่แค่เื่เซ็กส์... มันคือเื่ของการทวงคืนชีวิตที่เขาทำหล่นหายไป