ตอนที่ 18 เยติ2ธาตุ
อีกด้านหนึ่ง“แย่ล่ะสิ พวกเราถูกเคลื่อนย้ายมาคนละที่”ยูจีนรับตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มชั่วคราว สมาชิก4คนที่เหลือประชุมกันด้วยสีหน้าเครียด ไม่มีทางเป็นแบบนี้เลยหากไม่ใช่ว่าคนที่หายตัวไปไม่ใช่องค์หญิงแห่งอาณาจักร“แล้วแบบนี้เราควรทำยังไง ให้ออกกันไปก่อนเลยไหม”ฟราสันผลึกคริสตัลทรงกลมขนาดใหญ่ออกมาจากกระเป๋าแต่ก็โดยห้ามไว้“เก็บไปเลย เราจะออกจากที่นี่โดยไม่มีองค์หญิงไม่ได้”ยูรีนพูดเสียงเฉียบขาดปนหวาดกลัวเล็กน้อย ช่วยไม่ได้เพราะหากองค์รัชทายาทรู้ว่าพวกเขาหนีออกมาโดยไม่สนใจมิเนอร์วา คงมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าจะเกิดอะไร“ต...แต่ว่ามิเนอร์วาก็ไปกับรุ่นน้องคนนั้นนี่ มีจอมเวทไปด้วยคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง”เอริก้าพูดให้ทุกคนนึกถึงสมาชิกคนสุดท้ายของกลุ่ม“ใช่ๆ หมอนั่นเองก็ใช้ได้นะ”ร่างใหญ่กล่าวสนุบสนุนคู่หมั้น“ฟราสันการที่นายคุยถูกคอกับหมอนั่นไม่ได้แปลว่าเขาจะเก่งจริง”ยูจีนคล้ายจะสติแตกกลายๆจนน้องสาวต้องเข้ามาหยุดไว้“พี่ใจเย็นก่อน ในพวกเรามีแค่องค์หญิงเท่านั้นที่รู้ว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน ที่เราทำได้ตอนนี้มีแค่ต้องตามหาพวกเขาเท่านั้น แต่เชื่อสิว่าองค์หญิงคงไม่เอาคนธรรมดาๆมาเป็นพาร์ทเนอร์หรอก”หลังยูจีนสงบสติได้ไม่นานทุกอย่างเป็นอันสรุป สมาชิกที่เหลือตัดสินใจออกตามหาเชสและมิเนอร์วาโดยไม่รู้เลยว่าเป็นพวกเขาเองที่กำลังตกอยู่ในอันตรายโฮก!!!เสียงคำรามเหมือนในตอนแรกดังขึ้นอีกครั้งทว่าครั้งนี้มันสะเทือนแก้วหูพวกเขาราวกับมันอยู่ห่างจากพวกเขาไม่ไกล ทันใดนั้นทุกคนพลันเบนสายตาไปยังที่เดียวกัน นั่นเพราะทันทีที่เสียงคำรามดังขึ้นสร้อยคอเส้นใหม่ของเอริก้าพลันเปร่งแสงเจิดจ้าคล้ายว่ามันกำลังตอบรับเสียงคำรามนั่นตึง ตึงไม่ยอมให้ตั้งตัวบางสิ่งที่มีขนาดใหญ่มากย่ำเข้าใกล้พวกเขา เบื้องหน้าคือความมืดไร้ซึ่งสิ่งให้แสงสว่างใดๆ พวกเขาชักอาวุธออกมาเตรียมต่อสู้สีแดงดุจเพลิงสีฟ้าดั่งน้ำแข็งเยติตัวเล็กเพียงแค่2-3เมตร แขนมีแค่สองข้างบริเวณตาซ้ายมีบาดแผลลากเป็นทางยาว“ของ...ข้า!!!”ทุกคนตกใจกับเสียงคำรามนั่น แถมยังเป็นภาษามนุษย์ นิ้วสีเทาใหญ่ชิ้วตรงไปยังเอริก้าพร้อมแววตาเปี่ยมปรารถนาอย่างลึกซึ้ง“อย่ามาตลก เอริก้าเป็นคู่หมั้นของฉัน” “ได้ยินรึเปล่า”“ดังขนาดนั้นไม่ได้ยินก็แย่แล้ว”ทั้งสองกลับมาคุยกันปกติตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เชสโต้คำถามนั้นกลับไปด้วยความกวนตีนเองเป็นอุปนิสัยติด มีน่าแอบทำหน้าเซ็งเล็กน้อย“ฉันหมายถึงทิศทางของเสียงต่างหากล่ะ มันมาจากด้านหน้านี้แน่ๆแปลว่าเรากำลังเข้าใกล้รังหลักของมันมากขึ้นเรื่อยๆ”หากสังเกตดีๆแล้วบนสุดของทั้งสองมีรอยเปรอะเปื้อนเลือดตามจุดต่างๆ นั่นเพราะตามทางพวกเขาพบเยติรวมทั้งหมดราว8ตัวเห็นจะได้ ทั้งสองตัดสินใจประหยัดพลังกายและมานาให้ได้มากที่สุดเผื่อพบเหตุการไม่คาดฝันตลอดทางมานี้นอกจากจะพบเจอมอนสเตอร์ตามร่างยังมีคริสตัลบางอย่างปักเอาไว้เพื่อให้แสงสว่างภายในถ้ำอีกด้วยความรู้สึกเหมือนอุโมงค์กำลังจะสิ้นสุดแล้ว และเป็นจริงดังนั้นหลังผ่านโค้งสุดท้ายแสงสว่างเจิดจ้าต่อหน้าที่ปลายทาง ด้วยประสบการณ์หลาย10ปีของเชสและความรอบคอบของมิเนอร์วา ไม่มีใครเขลาพอจะบู่มบ่ามวิ่งเข้าไป มือของพวกเขากระชับอาวุธแน่น“Eagle Eyes”เชสร่ายเวทง่ายๆเสริมพลังดวงตามองทะลุแสงสว่างนั้น เชสพลันเบิกตากว้าง สองเท้ารีบวิ่งไปยืนอยู่ปลายอุโมงค์ก่อนจะเบิกตากว้าง เมื่อเห็นเช่นนั้นมิเนอร์วาพยายามร้องเยกทว่าไม่ได้ผลจำใจต้องตามหลังเขาไปและเห็นใครสิ่งที่เขาเห็นโถงกว้างยิ่งกว่าทางเข้าดันเจี้ยนอยู่ตรงหน้าพวกเขา ด้านบนเพดานถ้ำปรากฏคริสตัลแสงสว่างจำนวนมากงอกลงมา ความสวยงามในระดับที่ไม่สามารถสร้างได้ด้วยฝีมือมนุษย์ประจักษ์อยู่ตรงหน้า“นี่มัน...”เวทที่สองและสามปลดปล่อยอย่างต่อเนื่อง สายลมเบาบางห้อมล้อมตัวพวกเขายกร่างพวกเขาลอยขึ้นกับอากาศออกจากปากถ้ำที่อยู่ห่างจากพื้นเกือบ10เมตร“ไม่มีพวกมันอยู่เลยสักตัว”“ลองดูรอบๆสิ”เชสร้องบอกมีน่า หญิงสาวค่อยๆกวาดสายตาช้าๆ ไปยังรูที่พวกเขาออกมา บนผนังถ้ำนั่นไม่ได้มีแค่รูของพวกเขาแค่รูเดียวหรือ2รูทว่ามันมีอีกเป็นร้อยรูทั่วถ้ำนี้ ตามพื้นและผนังถ้ำดูเหมือนกับพวกมันถูกทำความสะอาดและจัดตกแต่งมาอย่างดีด้วยคบเพลิงคริสตัล“เป็นไปได้ว่าที่นี่จะเป็นที่รวมตัวของพวกมัน”“คิดว่ามันจะมีกิจกรรมสันทนาการกันไหม”มีน่าไม่ตอบได้แต่มองค้อนเด็กหนุ่มคู่หูข้อหาเล่นไม่ดูสถานการณ์ สุดท้ายก็เลือกจะไม่ใส่ใจและปล่อยผ่านคำพูดนั้นไป“ถ้ารูอื่นๆเชื่อมต่อกับที่แห่งนี้ งั้นเราควรรอพวกที่เหลือที่นี่”เชสเสนอความเห็นจริงจังพลางพาทั้งคู่ร่อนลงมาด้านล่างพื้นเพื่อประหยัดมานา“คงไม่มีทางเลือก ดีกว่าเราเข้ารูไปสุ่มๆ ว่าแต่คิดเหมือนฉันไหมว่าไอ้รูนั้นมันแปลกๆ”มิเนอร์วาชี้ไปยังรูบนสุดฝั่งหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ารูปกติสามเท่าได้“อาจจะเป็นรูของหัวหน้ามัน แต่ถ้าพูดถึงเรื่องขนาดทางนั้นก็มีอันเล็กอยู่นะ”เชสยกนิ้วโป้งชี้ไปยังรูหนึ่งด้านหลัง แทบจะตรงกันข้ามกับรูใหญ่เพราะมันมีขนาดเล็กพอที่จะให้ฟราสันเข้าไปได้เต็มที่ก็2คน ทันทีที่มองรูนั้นมิเนอร์วาพลันนิ่งจ้องมันไม่ละสายตาจนเชสเริ่มสงสัย“มีอะไรรึเปล่า”“มีความร้อนแผ่ออกมาจากรูนั่น”“เป็นไปได้ยังไง นี่ภูเขาหิมะนะ แถมมีเยติอีกเป็นฝูงจะเอาความร้อ—”ตู้มเชสว่าไม่ทันจบเสียงระเบิดดังสนั่นและเปลวเพลิงร้อนระอุพวยพุ่งออกมมาจากปากถ้ำนั้นพร้อมกับกลุ่มคนคุ้นหน้าถูกอัดกระเด็นอ๊ากกกเสียงร้องครวญครางมาจากชายร่างยักษ์บนพื้น บัดนี้เสื้อผ้าท่อนบนเกือบทั้งหมดขาดวิ่นเผยให้เห็นกล้ามเป็นมัดๆไม่สมกับลักษณะปกติของจอมเวท ที่น่ากลัวคือแผลไฟไหม้บนร่างกายนั่นกินพื้นที่ตั้งแต่เอวซ้ายขึ้นมาจนเกือบถึงลำคอสภาพคนอื่นดีกว่าเขามากมีเพียงแผลถลอกเท่านั้นเชสไม่รอช้าร่ายเวทน้ำและน้ำแข็งต่อเนื่องเพื่อบรรเทาความทรมานของฟราสัน“เกิดอะไรขึ้นกัน”มิเนอร์วาแทบจะพุ่งเข้าไปดูอาการ หญิงสาวผมดำไม่ได้ถามคำถามงี่เง่าอย่าง ‘เป็นอะไรไหม’ เพราะแค่ดูก็รู้แล้วว่าอาการของพวกเขาเป็นยังไง“ท่านมิเนอร์วา”ยูจีนกล่าวน้ำเสียงเคารพเช่นเคยพลางลุกขึ้นเตรียมจะรายงานสถานการณ์แต่ไม่ทันจะเอ่ยอะไรเสียงฝีเท้าหนักพลันดังจากถ้ำลูกรูนั้น สมาชิกที่คนที่เคยเผชิญหน้าหันไปมองหน้าเครียด สิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องอยู่ในสภาพนี้ไม่ใช่เพราะสู้กับมันแต่เกิดขึ้นเพราะการโจมตีเพียงครั้งเดียวเชสและมีน่าจ้องถ้ำนั้นด้วยใจเฝ้ารอและไม่นานก็ได้เห็นตัวต้นเหตุ เยติร่างเล็กฝั่งซ้ายคือขนสีขาวเงินสวยพร้อมไอเย็นแผ่ออกมาตรงข้ามกับซีกร่างฝั่งขวาที่แตกต่างจากเยติทั่วไปขนสีเพลิงแผ่รังสีความร้อนที่พร้อมจะเผาทุกสรรพสิ่งเชสสังเกตตัวของมันอย่างละเอียดไม่เพียงแค่ขนที่แปลกสี ยังมีดวงตาขวาเป็นสีแดงแต่เมื่อมองที่ดวงตาขวากลับไม่มี...“ของข้า ดวงตา...ของข้า!!!”ด้วยความโกรธอันบ้าคลั่งผลักดันให้มันกระโจนเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ทุกคนยกเว้นฟราสันที่นอนบาดเจ็บกับพื้นตั้งที่พร้อมต่อสู้ ยูจีนและมิเนอร์วายืนอยู่หน้าสุดเพื่อเผชิญหน้ากับศัตรู ดาบทรงประหลาดที่เชสรู้สึกคุ้นชินกับมันแปลกทว่านึกไม่ออกว่ามันคืออะไรถูกชักจากปลอกดาบสีดำแดงใบดาบมีขนาดเล็กกว่าดาบทั่วไปแต่สวยงามกว่าและมีรอยคลื่นมันสะท้อนใบหน้าศัตรูบนนั้น ดาบตวัดไปด้านหน้าเข้าปะทะกับกำปั้นของมันเคร้งแทบที่กำปั้นของเยติสองสีจะถูกผ่าแยกออกมันกลับหยุดดาบเล่มนั้นไว้ได้ ทั้งความรู้สึกจากการฟันและเสียงราวกับฟันถูกเหล็กกล้าเสริมแกร่งอย่างไรอย่างนั้น“อะไรกัน แม้แต่คาตะนะของเรา”‘คาตะนะหรอ ทำไมถึงฟังดูคุ้นจัง’ร่างของชายผมน้ำเงินค่อยๆโดนดันกลับทีละน้อยด้วยมีข้างเดียว แขนซ้ายสีเงินง้างเตรียมจะอัดอุปสรรคให้พ้นทาง“Sword Skill : Thoundsand blade”ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบมิเนอร์วาปรากฏขึ้นอีกครั้งด้านหลังมันเรเปียร์เงื้อสุดแรงพร้อมแทงทะลุได้ทุกเมื่อ กระนั้นทุกอย่างไม่ได้ง่ายดายเช่นเธอคิด คล้ายกับมีตาหลังมันหันหน้าไปหลังหน้าเผชิญหน้าหญิงสาวมือข้างที่ว่างอยู่เบื้องวิถีเข้าคล้ายองค์หญิงลำดับที่6ไว้กลางอากาศและขว้างเธอลงกับพื้นสุดแรงเลือดจำนวนมากกระอักจากปากของหัวหน้ากลุ่ม ดวงตาเหลือกขึ้น ศรีษะร่างเล็กกระแทกพื้นอย่างแรงแถมยังกระเด้งลอยขึ้นมา ทุกคนเสียงบางอย่างแตกหักแต่ไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไรไม่มีใครตามเหตุการณ์ทันแม้แต่เชสเองยังร่ายเวทไม่ทันเสร็จเลยด้วยซ้ำ เวทที่ร่ายอยู่ถูกยกเลิกทั้งหมดเปลี่ยนเป็นเวทสายรักษาเพื่อช่วยชีวิตมิเนอร์วาเวทมนตร์รักษาถึงจะชื่อว่า ‘รักษา’ กระนั้นมันก็ไม่ใช่การรักษาที่แท้จริง ผลของมันเพียงกระตุ้นกระบวนการฟื้นสภาพของร่างกายเท่านั้น หากไม่ใช่เวทรักษาขั้นสูงก็ไม่อาจทำให้คนใกล้ตายลุกขึ้นมาเดินไหว ที่เหลือเป็นได้แค่การถ่วงเวลาตายแค่นั้น“รุ่นพี่...ไม่มีใครมีอุปกรณ์เวทมนตร์สายรักษาเลยหรอ”เช่นเดียวกับสร้อยคอบนร่างของเอริก้า ยังมีอุปกรณ์อื่นๆที่สามารถปลดปล่อยเวทมนตร์ที่ถูกผนึกภายในไว้ในได้ด้วย แต่ข้อเสียของมันคือไม่รุนแรงเท่าเวทมนตร์ที่ร่ายโดยตรงและใช้มานาจำนวนมากในการบรรจุลงไป มิหนำซ้ำถ้าเป็นเวทมนตร์ขั้นสูงหลังจากใช้ไปแล้วจะแตกสลายในทันทีคำพูดของเชสเรียกสติทุกคน เอริก้าลนลานหนักรีบรื้อกระเป้าคาดเอวจนของหลายอย่างกระจัดกระจาย วัตถุทรงกลมบางอย่างกระดอนออกจากกระเป๋ามันมีรูปร่างสีขาวขุ่นดูแล้วเหมือนลูกอมธรรมดา“น...นี่ เอาให้เธออมไว้”ไม่ต้องรอให้พูดจบเด็กหนุ่มคว้าสิ่งนั้นจากมือเรียวขาวตรงเข้าเผชิญหน้าเยติสองสีตัวนั้นเหมือนกับรับรู้ถึงอันตรายแรงทั้งตัวส่งยูจีนกระเด็นไปหลายเมตร มันหันมาโฟกัสกับเชส ขนสีแดงนั่นพลันลุกท่วมด้วยเปลวเพลิง สมาชิกด้านหลังหน้าซีดร้องบอกเชสถึงความอันตรายของมันหนุ่มผมดำเข้าสู่ระยะโจมตีของศัตรูอย่างไม่มีทางเลือก ดวงตาจ้องมองใบหน้าที่มีเลือดค่อยๆไหลออกมาไม่หยุดด้านหลังเยติ“มอดไหม้!!!!”แขนใหญ่สบัดสร้างลมกรรโชกพัดไอความร้อนใส่เหล่ามนุษย์ในที่นั้น‘Acceleration’ทั้งปฏิกิริยาและการเคลื่อนไหวถูกเร่งขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง การโจมตีระยะเผาขนเฉียดผ่านร่างกายของเขาไปไม่ถึงครึ่งเซนติเมตร มันไม่ใช่สิ่งที่จอมเวทที่ยังไม่ได้ร่ายเวทเสริมแกร่งให้ตนเองจะทำได้ ลูกอมสีขาวขุ่นส่งเข้าปากใช้ฟันกัด เพราะสองมือต้องใช้แทนขาเกาะไหล่เยติเพื่อส่งตัวเองข้ามไปเด็กหนุ่มตัวเล็กลอยข้ามศรีษะเยติตนนั้นด้วยความเร็วที่ผิดธรรมชาติ ไม่มีใครในที่นี้เป็นคนโง่ เบื้องหลังการเคลื่อนไหวผิดหลักความเป็นจริงต้องมีความลับอะไรสักอย่างแน่โฮก!!!!เห็นเช่นนั้นยิ่งกระตุ้นโทสะให้มากเป็นทวีคูณ พลันจากแขนอีกข้างสำแดงฤทธิ์ แท่งน้ำแข็งพุ่งเข้าจากพื้นเพื่อหวังจะแทงเชสให้พรุน แท่งน้ำแข็งผุดขึ้นมาเร็วจนไล่ตามเชสทันเคว้กอั่กเสียงเครื่องแบบฉีกขาดและเลือดสีแดงไหลจากบาดแผลเป็นทางยาวปลายแท่งน้ำแข็งทะลุบริเวณหน้าอกขวาหลายเซนติเมตรแต่ไม่อาจหยุดเชสให้เข้าถึงตัวพาร์ทเนอร์ที่นอนบาดเจ็บอยู่ได้แขนบางเพิ่งเริ่มมีกล้ามเนื้อคว้าร่างมิเนอร์วาขึ้นมาอุ้มท่าเจ้าหญิงมือซ้ายประคองบริเวณคอขาวไม่ปล่อยให้ห้อยไปมาศีรษะก้มลงลิ้นดันลูกอมส่งผ่านริมฝีปากชมพูเข้าไปแวบหนึ่งเขาสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลที่ส่งกลับมา ริมฝีปากรับรู้ความรู้สึกแปลกๆชั่วแวบ รสชาติหวานสัมผัสกับลิ้นพร้อมกันนั้นมันพลันแผ่ความอบอุ่นไปทั้งกาย ความเจ็บปวดค่อยๆทุเลาลงช้า เปลือกตาอันหนักอึ้งเปิดขึ้นมองเห็นสัญลักษณ์พรสวรรค์บนมือซ้ายของคู่หูคนใหม่ผู้ซึ่งโอบอุ้มเธออยู่“เชส...”มิเนอร์วาเอ่ยเสียงอ่อนแรง แม้จะมีอาการเจ็บทั่วร่างแต่ศรีษะนั้นยังยืนยันจะหันขึ้นมาเด็กหนุ่ม ใบหน้าคุ้นเคยยกยิ้มส่งให้เธอ ขณะที่กำลังจะเอ่ยพูดอะไรหางตาเหลือบไปเห็นบางอย่างภายใต้เสื้อผ้าขาดวิ่งนั่นรอยสลักพรสวรรค์1ขีดบนอกซ้ายสร้างความมึนงงให้กับหญิงสาวจนเธอคิดว่าตนเองตาฝาดเพราะอาการหัวกระแทก แต่เมื่อตั้งสติและมองดูอีกครั้งมันกลับยังอยู่ที่เดิมมิเนอร์วาหันหลับไปมองมือซ้ายในทันทีโดยลืมเรื่องอาการบาดเจ็บไปเสียงสนิท“2อัน...เชส ทำไมบนตัวนายถึงมีพรสวรรค์2อัน”