แสดงอำนาจแล้วจะได้อะไรขึ้นมา? จะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้อย่างนั้นหรือ? อย่างไรเสียนางก็เป็ได้แค่พระชายาเพียงในนามเท่านั้น ไหนเลยจะสู้ใครได้เล่า
นางนั่งเงียบๆ อยู่ในห้องเก็บของโทรมๆ ตอนนี้ย่างเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว บนตัวนางสวมใส่เพียงเสื้อผ้าเก่าๆ บางๆ เนื้อผ้าหยาบกระด้าง ในขณะที่ห้องเก็บของนั้นมีช่องให้ลมเล็ดลอดเข้ามาจากทุกมุมของบานประตู จองอิมจึงได้แต่ต้องนั่งกอดตัวเองเอาไว้เพื่อให้ความอบอุ่น แสงจันทร์ที่สาดส่องในค่ำคืนนี้ช่างเปล่าเปลี่ยวอ้างว้างนัก ยิ่งทำให้อากาศในค่ำคืนนี้รู้สึกหนาวเย็นจับใจ
ประตูห้องเก็บของโทรมๆ ค่อยๆถูกผลักออก เงาของคนผู้หนึ่งค่อยๆ ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวัง
จองอิมค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมองที่มาของเสียงที่แ่เบานั้น เมื่อนางเห็นว่าคนที่มาคือใคร ในใจก็รู้สึกดีขึ้นไม่น้อย
“วอลฮี ทำไมเ้าถึงมาที่นี่ได้” จองอิมถามวอลฮี ซึ่งเป็หนึ่งในสี่สาวใช้ที่นอนร่วมห้องกับนางตลอดเกือบสามเดือนที่ผ่านมานั้นเอง
“จองอิม...ข้าทำผิดต่อเ้า...” วอลฮีพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ถ้าจองอิมไม่รับผิดแทนนาง ป่านนี้นางคงไม่มีชีวิตรอดมานั่งคุยได้แบบนี้เป็แน่แท้
“สาวน้อย เ้าพูดอะไรอย่างนั้น” จองอิมฉีกยิ้มให้กับนาง ก่อนจะพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งพิงกำแพง
“เ้าไม่ควรเข้ามาในนี้ รีบออกไปเถอะ เดี๋ยวมีคนมาเห็นเข้า เ้าจะลำบาก”
วอลฮีพยักหน้าก่อนจะยื่นหมั่นโถวลูกใหญ่ พร้อมกับน้ำดื่มให้จองอิม
“เ้ารีบกินเถอะ ข้าต้องไปแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะแอบเอามาให้เ้าอีก”
จองอิมรับหมั่นโถวมาและค่อยๆ กินทีละนิด
จากนั้นประตูของห้องเก็บของก็ถูกปิดลงอีกครั้ง แต่ทันใดนั้นเอง ด้านนอกที่แต่เดิมเคยมืดมิด ไร้ซึ่งแสงสว่าง ก็กลับสว่างขึ้นมาฉับพลัน ด้วยคบเพลิงของเหล่าองครักษ์กว่าสิบคน ที่กำลังวิ่งตรงมายังห้องเก็บของแห่งนี้
“บังอาจมาก เ้าริอาจขัดคำสั่งข้า จับตัวนางไว้” คุณหนูยองอึน พูดกับเหล่าองครักษ์ ด้วยเสียงอันดัง
สิ้นคำสั่ง เหล่าองครักษ์เื้ัจึงวิ่งมาจับตัววอลฮีเอาไว้ และกดไหล่นางลงอย่างแรง ร่างกายสตรีตัวเล็กหรือจะต้านทานกำลังของชายหลายคนได้ นางจึงล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้น
คุณหนูยองอึนเดินเข้ามาใกล้วอลฮี เส้นผมที่เกล้าไว้ของนางถูกดึงจนหงายหลัง จนมองเห็นคนที่ยืนค้ำหัวอยู่เบื้องหน้า
“เ้ากล้าดีอย่างไร?!”
เพี๊ยะ!
ใบหน้าของวอลฮีหันไปตามแรงตบที่มหาศาล บ่าวไพร่พากันนิ่งเงียบ ไม่มีใครอยากสอดมือเอาตัวเองเข้าไปรับแรงโทสะของคุณหนูยองอึน เพราะรู้ว่าหากไม่โดนลูกหลงก็คงถูกลงโทษจนสาหัส หรือไม่...ก็ตายอยู่ ณ ที่นี่ก็เป็ได้
“ใครก็ได้ มาลากสาวใช้นางนี้ไปโบยให้หนัก ให้มันหลาบจำ”
จองอิมรีบเดินไปที่ประตูของห้องเก็บของ พยายามจะเปิดออกไป แต่ก็เปิดไม่ได้
“คุณหนูยองอึน ขอท่านอย่าได้ลงโทษนาง” น้ำเสียงของนางแฝงด้วยพลังอำนาจ กึ่งออกคำสั่ง
คุณหนูยองอึน หันไปมองจองอิมที่อยู่ในห้องเก็บของแวบหนึ่ง ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง นางได้แต่กัดฟันอดกลั้น ถ้าหากเป็ไปได้ นางจะไม่ทำแค่นี้เป็แน่
“โบยมัน!” คุณหนูยองอึนะโ ออกคำสั่งเสียงดัง อย่างกรุ่นโกรธ
ไม่ว่าวอลฮีจะขอร้องอ้อนวอนยังไง บุรุษเ่าั้ก็ยังคงฟาดไม้ลงบนตัวนางอย่างหนัก เสียงไม้ท่อนหนากระทบกับเนื้อหนังดังไปทั่วบริเวณนั้น พาให้คนที่ได้ยิน ทั้งหวาดกลัวและสงสารในคราเดียวกัน
“คุณหนูยองอึน ข้าขอสั่งให้เ้าหยุด” จองอิมกัดฟันด้วยความเคียดแค้นก่อนจะออกคำสั่งเสียงเย็น นางเห็นร่างเล็กๆ ของวอลฮีเต็มไปด้วยคราบเื ก็รู้สึกเ็ปใจยิ่งหนัก
“ข้าผู้เป็พระชายาขอสั่งให้พวกเ้าหยุดเดี๋ยวนี้” เสียงที่มีพลังอำนาจของนางนั้นทำให้ผู้คนตกตะลึง และท่าทีเปี่ยมบารมีของนาง ทำให้บุรุษเ่าั้หยุดมือลงในที่สุด
“เหอะ ไอ้พวกไร้ประโยชน์” คุณหนูยองอึนกระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิด นางสะบัดมือแย่งเอาไม้จากมือของบุรุษผู้หนึ่งที่อยู่ตรงนั้น ก่อนจะฟาดไม้ลงไปบนตัวของวอลฮีที่กำลังสั่นสะท้านด้วยความเ็ปอย่างแรง
ทุกครั้งที่ไม้ฟาดลงไปนั้นทำให้วอลฮีต้องร้องคร่ำครวญออกมาอย่างทรมาณ ร่างกายของนางไหวโยกตามแรงกระทำบนแผ่นหลัง ความเ็ปไล่ไปทุกอณูบนตัว นางไม่สามารถรวบรวมสติให้นับจำนวนไม้ที่ฟาดลงมาได้เสียด้วยซ้ำ รู้เพียงว่ายิ่งนานไปดวงตาของนางก็เริ่มพร่าเบลอ เรี่ยวแรงยืนหยัดหดหายจนร่างกายแน่นิ่ง กระนั้นไม้ท่อนใหญ่ก็ยังคงฟาดกระหน่ำลงมาอย่างไร้ปรานี จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายดับสิ้นไป เสียงไม้ท่อนหนาที่กระทบกับเนื้อหนังจึงได้เงียบลง
“เอาไปโยนทิ้ง ให้มันไปเป็อาหารของสัตว์ป่าซะ” คุณหนูยองอึนโยนไม้ในมือทิ้งก่อนจะสั่งอย่างเคียดแค้น พร้อมกับหันไปจ้องจองอิมอย่างอาฆาต
“วอลฮี...ข้าขอโทษ ที่ไม่อาจช่วยเ้าได้” จองอิมคร่ำครวญเสียงเบา อย่างเ็ป
จองอิมอยู่ในห้องเก็บของเป็เวลาสองวันสองคืนแล้ว นั่งๆนอนๆ ตื่นแล้วก็นอน แบบนี้วนไปเรื่อยๆ เพราะการตายของวอลฮีจึงทำให้บ่าวไพร่ทั้งหมดไม่กล้าแม้แต่จะเข้าเฉียดใกล้ห้องเก็บของ
ทำให้ไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องนางเลย มีเพียงน้ำอันน้อยนิดที่วอลฮีทิ้งไว้ให้เท่านั้น ที่พอให้ประทังชีวิตรอดมาได้ แต่ห้องนี่นับวันก็ยิ่งเหน็บหนาวมากขึ้นเรื่อยๆ จนนางคิดว่า อาจจะไม่รอดเป็แน่แท้
ในขณะที่กำลังมองโลกภายนอกที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวบริสุทธิ์นั้น อยู่ๆ ประตูของห้องเก็บของก็ถูกบุรุษผู้หนึ่งเปิดออก เขาย่างก้าวเข้ามา มิได้เอ่ยคำใดๆ แต่กลับยกตัวจองอิมขึ้นมาก่อนจะแบกนางเดินออกไปข้างนอกห้อง ไปตามทิศทางของเรือนสาวใช้
นางไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดผู้หญิงคนนั้นถึงยอมปล่อยตัวนางออกมา แต่นางยังไม่อยากตาย นางยังมีครอบครัวที่เป็ห่วงอยู่ บิดาและมารดาของนาง หากรู้ว่านางตาย ไม่รู้เลยว่าพวกท่านจะเป็เช่นไร จะเสียใจเพียงใด!
สาวใช้สามคนที่อยู่ห้องเดียวกันกับนางรีบเทน้ำร้อน หยิบหมั่นโถวให้นาง พวกนางรู้สึกสงสารและรู้สึกผิดกับจองอิม แต่พวกนางไม่กล้าเอาอาหารไปส่งที่ห้องเก็บของ เพราะกลัวว่าจะต้องประสบชะตากรรมเดียวกับวอลฮี
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ก็ผ่านมาเป็อาทิตย์แล้ว จองอิม อาการดีขึ้น กลับมาแข็งแรงดังเดิม ก็ได้ออกมาทำงานตามปกติ ระหว่างกำลังซักเสื้อผ้าอยู่นั้น ก็ได้ยินเหล่าสาวใช้ซุบซิบนินทาผู้เป็นายกัน
“ได้ยินว่าหลายวันมานี้องค์ชายสามไม่ได้อยู่ในตำหนัก ออกไปจัดการธุระนอกเมือง”
“มิน่าเล่า คุณหนูยองอึนถึงได้กล้าทำตัววางอำนาจเช่นนั้น”
มีหลายคนไม่ชื่นชอบคุณหนูยองอึน แต่เพราะติดที่ว่านางคุมอำนาจจัดการเื่ในตำหนัก ทำให้โดยทั่วไปแล้วก็ต่างหวาดกลัวนางกันอยู่ไม่น้อย
“เมื่อวานองค์ชายสามกลับมาถึงตำหนัก นางก็เปลี่ยนกลับไปเป็สตรีผู้เรียบร้อย อ่อนหวาน อ่อนโยนอีกครั้ง” สาวใช้อีกคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างไม่พอใจอยู่หลายส่วน