ตอนที่ 5 เขาตามคุณมาตลอด
หลังจากแยกกับมิ้ง นิคก็รีบไปยังสถานีขนส่งทันทีพร้อมทั้งส่งข้อความไปขอลางาน 1 สัปดาห์ เพื่อไปหาหมอผีตามที่อยู่ที่มิ้งให้เขามา
นิคนั่งรถบัสไปยังจังหวัดลำปาง เมื่อมาถึงขนส่งลำปาง เขาโบกเรียกรถแท็กซี่ให้ขับไปตามที่อยู่ของหมอผีทันที นิคต้องนั่งรถขึ้นเขาต่อไปอีกหลายชั่วโมง ในระหว่างที่รถแท็กซี่กำลังเดินทางไป ภายในใจเขายังคงคิดว่าเื่ของหมอผีอาจจะไร้สาระ แต่ประสบการณ์ที่เขาเจอมาหลายวันนี้มันทำเอาเขาเชื่ออยู่บ้างว่าหมอผีคนนั้นอาจช่วยเขาได้จริงๆ
แท็กซี่ที่ชายหนุ่มนั่งมาขับไปเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง มันเป็บ้านสองชั้นถูกทาด้วยสีขาวดูเรียบๆ ที่ดูดีพอสมควร ขนาดของบ้านไม่ใหญ่มากนัก ตั้งอยู่บนหุบเขาที่ละแวกแถวบ้านหลังนี้เองก็ไม่มีบ้านใครอื่นนอกจากหลังนี้เลย
“พี่...น่าจะบ้านหลังนี้นะ”
คนขับแท็กซี่ชี้นิ้วไปที่บ้านสีขาวสองชั้นหลังนั้น นิคมองดูบ้านหลังนั้นแล้วเทียบกับใน GPS ดูอีกครั้ง เมื่อตรงกันเขาจึงค่อนข้างแน่ใจว่าบ้านหลังนี้แหละที่เป็บ้านของหมอผี
“ผมลงนี้แหละ เท่าไหร่ครับ?”
นิคจ่ายเงินให้คนขับแท็กซี่ ไม่นานแท็กซี่คันนั้นก็ขับออกไปทิ้งให้ชายหนุ่มอยู่โดดเดี่ยวบนท้องถนน กับบ้านสีขาวตรงหน้าที่ดูธรรมดาๆ
นิคมองดูบ้านหลังนั้นในทีแรกที่เขานึกว่าจะมาหาหมอผีที่มิ้งแนะนำมา เขาคิดภาพไว้ในหัวว่าบ้านของหมอผีน่าจะเป็บ้านไม้ทั้งหลัง มีพวงมาลัยและดอกไม้ธูปเทียนเต็มบ้านเหมือนหมอผีคนอื่นๆ
แต่กลับกันบ้านของหมอผีคนนี้มันดูธรรมดามากๆ จนเขาแทบไม่เชื่อว่านี้เป็บ้านของคนที่เห็นผี ถ้าไม่บอกเขาก็คงนึกว่านี่เป็บ้านของคนธรรมดา
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินไปยังประตูรั้วของบ้าน ที่ข้างๆ รั้วมีปุ่มออด เพื่อเรียกเ้าของบ้านพร้อมกับช่องที่น่าจะเป็ลำโพงติดอยู่ข้างกัน
กริ้งงงงงงงง นิคกดค้างที่ปุ่มออดก่อนจะปล่อยมือ
กริ้งๆๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครตอบรับกลับอะไรมาเขาจึงกดย้ำไปอีก 2-3 ที จนสุดท้ายก็มีคนตอบกลับมา
“ครับๆ มาแล้วมีไรครับ?”
มีเสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังออกมาจากลำโพงข้างปุ่มออด นิคที่สันนิษฐานได้ว่าอาจมีไมค์อยู่จึงตอบกลับอีกฝ่ายไป
“คือผมมาหาหมอผีน่ะครับ ไม่ทราบว่านี้เป็บ้านของหมอผีรึเปล่าครับ?”
หลังจากที่นิคเอ่ยถาม ปลายทางเงียบไปชั่วครู่หลังนิคตอบกลับ ชายหนุ่มรออยู่สักพักแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ตอบกลับมาสักที
“นี่! ฮัลโล่! มีใครอยู่มั้ย?”
“มองที่กล้องวงจรปิดทางซ้ายบนหน่อยครับคุณ”
นิคขมวดคิ้วพลางคิดว่าเขาคงกำลังคุยกับคนบ้าอยู่ แต่ชายหนุ่มก็ทำตามเขามองไปทางซ้ายเห็นกล้องวงจรปิดหันมาหาเขา เมื่อเห็นหน้านิคชัดเจนแล้วดูเหมือนหมอผีคนนั้นจะดูสนใจเขาไม่น้อย
“เดี๋ยวผมเปิดประตูให้ คุณเข้ามาได้เลยครับ” สิ้นเสียงของชายหนุ่มที่ดังออกมาจากลำโพง
ครืดดดดดดด
ประตูรั้วก็ถูกเปิดออกโดยอัตโนมัติ นิคยืนมองอยู่สักพักก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปภายในรั้วบ้านภายในตัวบ้านของหมอผีถูกปูด้วยหินปูนสีขาว เรียบไปตามทางเดินทอดยาวไปจนถึงหน้าประตูบ้าน ข้างๆ ประตูมีรถกระบะรุ่นโตโยต้า สีขาวถูกจอดทิ้งเอาไว้ ทั้งสวยงามและใหม่เอี่ยมจนเหมือนมันไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน
แต่ในตอนนั้นประตูบ้านก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นชายหนุ่มผมดำไว้หนวดเคราบางๆ ดูหล่อเข้มสมาร์ทจนหากสาวๆ ได้มาเห็นคงหัวใจอ่อนระทวยกันเป็แถบ แต่สำหรับนิคที่เป็เพศที่ 3 แล้วนั้น เขาเองก็คิดไม่ต่างกันมากนัก
ภาพตรงหน้าของนิคหยุดเคลื่อนไหวทุกอย่าง สายตาของหนุ่มหน้าหล่อโฟกัสแต่เพียงชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าแต่เพียงผู้เดียว
“คุณครับ? คุณ คุณครับ!”
นิคถูกเรียกสติด้วยเสียงของชายหนุ่มหน้าหล่อคมเข้ม เขาดึงสติที่ตกอยู่ในภวังค์ของตนเองได้สำเร็จก่อนจะไหว้ทักทายอีกฝ่าย
“หวัดดีครับ ผมนิคครับ”
“สวัสดีคุณนิค ผมเอ็กซ์นะถ้าคุณมาหาหมอผี คุณมาถูกที่แล้วล่ะ ผมนี่แหละหมอผีคนนั้น เข้ามาในบ้านก่อนสิ”
นิคเดินตามหมอผีเอ็กซ์เข้าไปในบ้านอย่างช้าๆ เมื่อเข้ามาเขากวาดสายตามองการตกแต่งภายในของบ้านหมอผีเอ็กซ์รอบๆ ทำเอานิคคาดไม่ถึงอีกรอบ มันเรียบง่ายไม่มีอะไรหวือหวาเหมือนที่เขาคิดไว้ ไม่มีพระพุทธรูป ไม่มีองค์เทพฮินดู ไม่มีธูปเทียน เครื่องเซ่นไหว้หรืออะไรเกี่ยวกับทางไสยศาสตร์เลยสักนิด
“คุณเอ็กซ์ ทำไมคุณถึงไม่มีพระไม่มีอะไรเลยล่ะ?” นิคถามออกไปด้วยความสงสัย
“ผมไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไหร่น่ะ มีเยอะไปก็ไม่ค่อยช่วยอะไร เผลอๆ เป็ของปลอมด้วยซ้ำ ผมมีแค่นี้ก็พอแล้ว”
เอ็กซ์ถกคอเสื้อลงเผยให้เห็นสร้อยคอพระเล็กๆ และตะกรุดหนึ่งเส้น รวมกันเอ็กซ์ห้อยสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงสองเส้นเท่านั้น
“ผมได้มาจากพระธุดงค์รูปหนึ่งที่ช่วยผมไว้น่ะ ผมนับถือท่านมากเลยนะ นับท่านเป็อาจารย์เลย ท่านสอนวิชาอาคมให้ผมด้วย”
“ออ...ครับ”
นิครู้สึกบทสนทนาของพวกเขายืดเยื้อไปแล้วจึงจะเข้าเื่ทันที
“คือว่าคุณเอ็กซ์ที่ผมมาหาคุณวันนี้ก็เพราะอยากให้ช่ว...”
“ผมรู้แล้ว” เอ็กซ์เอ่ยตัดบทนิค ทำเอาเขางงว่าเอ็กซ์เอ่ยอะไร
“...............” นิคทำหน้าสงสัยออกมาอีกครั้ง ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยถามอะไร เอ็กซ์ก็ตอบความสงสัยของเขาออกมาอีกครั้ง
“ผมเห็นแล้วล่ะ เขาตามคุณมาตลอดเลยคุณนิค”