บทที่ 15 มารดาได้รับการแต่งตั้งเป็หลิ่วผิน
ภายในห้องบรรทมตำหนักจ้งหัว ไม่มีผู้ใดเอ่ยวาจา
แต่หน้าอกของฮ่องเต้เซียวอวิ๋นโจวกลับกระเพื่อมขึ้นลง
สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากประหลาดใจเป็เ็าและดุดัน
เว่ยเจิ้งที่คอยปรนนิบัติเขามาตลอดย่อมสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย
‘ท่านพ่อฮ่องเต้ ท่านไม่สามารถแสวงหาวิถีเต๋าได้อีกแล้ว ท่านจะไม่มีวันอายุยืนหมื่นปี มีแต่จะถูกวางยาพิษจนต’
‘หวงกุ้ยเฟยที่พระองค์ไว้วางพระทัยที่สุด ในอนาคตจะได้เป็ฮองเฮาแห่งราชวงศ์ใหม่! นางคือรักแรกของฮ่องเต้หยวน!’
เพล้ง!
ถ้วยน้ำชาในมือของเซียวอวิ๋นโจวถูกขว้างออกไปอย่างแรง!
เซียวฉู่ฉู่ใจนมือน้อย ๆ สั่น
หลิ่วตาอิ้งรีบก้มหน้าและกอดบุตรสาวแน่น
นางไม่กล้าแสดงสีหน้าใด ๆ ที่บ่งบอกว่าได้ยินเสียงในใจของบุตรสาว
ก่อนหน้านี้ นางได้ปรึกษากับบุตรชายไว้แล้ว จึงรู้เื่ราวดี
ขณะนี้ นางจึงทำสีหน้าปกติ ราวกับไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น เพียงแค่ใที่ฮ่องเต้ขว้างถ้วยชาเท่านั้น
หลังจากเซียวอวิ๋นโจวขว้างถ้วยชาในมือออกไปแล้ว ก็รีบสำรวจสีหน้าของหลิ่วตาอิ้งเป็อันดับแรก
เมื่อพบว่าไม่มีความผิดปกติ จึงหรี่ตามองไปทางเว่ยเจิ้งและขันทีน้อยในตำหนัก
เมื่อเห็นพวกเขาตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แต่สีหน้ากลับงุนงงไม่รู้ว่าเหตุใดฮ่องเต้จึงโกรธขึ้นมา เซียวอวิ๋นโจวจึงผ่อนคลายลง
เื่ที่เขาถูกวางยาพิษ ถูกขุดพระศพ และราชวงศ์ล่มสลาย แม้จะเป็เื่เท็จ ก็ต้องไม่ให้ผู้อื่นได้ยิน!
มิเช่นนั้นหน้าตาของราชวงศ์จะอยู่ที่ใด?
หน้าตาของเขาในฐานะฮ่องเต้จะอยู่ที่ใด!
‘หืม? ทำไมจู่ ๆ เสด็จพ่อฮ่องเต้ถึงโกรธขึ้นมา? น้ำชาร้อนเกินไปหรือ?…’
"เว่ยเจิ้ง น้ำชาร้อนจัดถึงเพียงนี้ เ้าจะให้เราดื่มได้อย่างไร!"
เซียวอวิ๋นโจวตวาดขึ้น
เว่ยเจิ้งอึ้งไป ร้อนตรงไหนกัน?
แต่เขาไม่ใช่คนโง่ จึงรีบคุกเข่าขอขมาโทษ "ขอฮ่องเต้ทรงสงบพระทัย เป็ความผิดของกระหม่อมเอง!"
ขันทีคนอื่น ๆ และหลิ่วตาอิ้งต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เซียวอวิ๋นโจวพยักหน้าในใจ แล้วมองไปที่เว่ยเจิ้ง "ยังไม่จัดอาหารอีกหรือ!"
เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะมองไปที่องค์หญิงน้อยในผ้าอ้อมที่กำลังลืมตาดำขลับอย่างซับซ้อน
"แล้วต่อมาเป็อย่างไร?"
เมื่อครู่เขาโมโหมาก อดไม่ได้ที่จะขว้างถ้วย ทำให้คำพูดของเด็กน้อยขาดหายไป
แล้วหลังจากนั้นเป็อย่างไร?
ราชวงศ์เซียวของเขา กลับไม่มีใครสามารถโค่นล้มราชวงศ์หยวนและกู้ราชบัลลังก์กลับคืนมาได้เลยหรือ?
เซียวอวิ๋นโจวมองลูกสาวอย่างร้อนใจ
แต่เซียวฉู่ฉู่เป่าฟองน้ำลาย สิ่งที่นางคิดในใจทำให้เขาโกรธจนมือสั่น
‘กุ้ยเฟยเคยช่วยชีวิตข่านแห่งชนเผ่าหยวนที่มณฑลเหลียงโจว... ภายหลังทหารม้าชนเผ่าหยวนบุกเข้าวัง เกือบจะฆ่าฮ่องเต้องค์ใหม่ซึ่งเป็โอรสของกุ้ยเฟย กุ้ยเฟยจึงวิงวอนด้วยความเ็ป และยอมอ่อนข้อต่อราชวงศ์ใหม่’
ดวงตาของเซียวอวิ๋นโจวเบิกกว้างด้วยความใ
ฮ่องเต้องค์ใหม่คือองค์ชายสามที่กุ้ยเฟยให้กำเนิด!?
องค์ชายที่เมื่อวานยังเขียนบทความสู้น้องชายไม่ได้น่ะหรือ?!
เขาไม่ชอบการเรียนรู้ เก่งแต่วิชายุทธ์บนหลังม้า จะรู้อะไรเื่การปกครองบ้านเมือง!
ไม่แปลกใจที่ไม่ถึงสองปี ก็สังหารขุนนางร้อยตำแหน่ง ทำให้ราชวงศ์เซียวล่มสลาย!
เขาต้องตาบอดแน่ ๆ ถึงได้แต่งตั้งองค์ชายสามสืบราชบัลลังก์ก่อนต!
เซียวอวิ๋นโจวไม่เข้าใจว่าทำไมอีกสามปีต่อมา ตนเองถึงได้โง่เช่นนี้!
‘ฮ่องเต้หยวนเข้าใจว่ากุ้ยเฟยถูกบังคับให้อยู่เคียงข้างท่าน จึงทะนุถนอมนางเป็พิเศษ ไม่สนใจเสียงคัดค้าน แต่งตั้งนางเป็ฮองเฮา’
‘แต่ท่านไม่รู้ว่า กุ้ยเฟยนั้นรักแต่อำนาจ’
‘ตอนนั้นเพื่อ่ชิงอำนาจให้โอรส นางถึงกับวางยาพิษสังหารเสด็จพ่อฮ่องเต้'
‘หลังจากได้เป็ฮองเฮาแห่งราชวงศ์ใหม่ นางหลอกล่อให้ฮ่องเต้หยวนยอมให้นางยุ่งเกี่ยวการเมือง แล้วหลอกเชิญอ๋องสามพระองค์แห่งราชวงศ์เซียวที่ควบคุมกองทัพเข้าวัง จากนั้นวางแผนสังหารพวกเขา’
‘นางยังบอกแผนการวางกำลังทหารของตระกูลเซียวแก่ฮ่องเต้หยวนอีกด้วย’
‘หลังจากเมืองหลวงแตก นครหนานจิง และเมืองสู่ก็พ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว’
‘นับแต่นั้นมา ราชวงศ์เซียวกว่าหมื่นชีวิตถูกปะาทั้งหมด’
'กุ้ยเฟยบอกว่าตนฝันร้ายเห็นเสด็จพ่อฮ่องเต้ ฮ่องเต้หยวนโกรธมาก จึงส่งคนไปขุดหลุมศพของฮ่องเต้ขึ้นมาเฆี่ยนพระศพ'
เซียวอวิ๋นโจวโกรธจัดจนแทบจะะเิ
แต่ครั้งนี้ไม่มีสิ่งของให้เขาขว้างทิ้งแล้ว
สองปีก่อนเขาหลงใหลการนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียร แสวงหาความเป็ะ
เพราะั้แ่ยังเยาว์วัย เขาได้เห็นกับตาว่าฮ่องเต้องค์ก่อนป่วยหนัก ทรมานแสนสาหัส
แม้หมอหลวงจะฝังเข็มและจ่ายยา แต่กลับทำให้ฮ่องเต้องค์ก่อนยิ่งทรงทรมานมากขึ้น
ดังนั้นหลังจากขึ้นครองราชย์ เขาจึงไม่ค่อยเชื่อถือหมอหลวง แต่กลับชอบคบหากับนักพรตผู้บำเพ็ญเพียร
ก่อนหน้านี้เขาสั่งให้พวกเขาค้นหาตำรายาโบราณ ปรุงโอสถเม็ดบำรุงร่างกาย เพื่อยืดอายุขัย
คำพูดขององค์หญิงน้อยช่างน่าใ หากเป็คนอื่นคงไม่มีทางเชื่อ
แต่เซียวอวิ๋นโจวกลับรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
เพื่อให้ขาที่ถูกทับาเ็หายเร็วขึ้น และไม่ทิ้งโรคแทรกซ้อน เมื่อครู่เขาได้ไล่หมอหลวงออกไป แล้วสั่งให้ขันทีไปขอยาจากนักพรต
นี่มันตรงกับคำพูดขององค์หญิงน้อยชัด ๆ
‘อืม หากเสด็จพ่อฮ่องเต้ไม่กินโอสถเม็ดของนักพรตหวัง บางทีอาจหลีกเลี่ยงเื่เหล่านี้ได้’
‘ฮ่องเต้องค์ใหม่ไม่ทำตัวเป็คน เสด็จพ่อฮ่องเต้ต้องลุกขึ้นมาจัดการเขานะ!’
ธิดาผู้นี้ช่างจงรักภักดีเหลือเกิน
แต่นักพรตหวังงั้นหรือ?
เซียวอวิ๋นโจวขมวดคิ้ว อดไม่ได้ที่จะมององค์หญิงน้อยในอ้อมอกของหลิ่วตาอิ้งด้วยความเอ็นดูและสงสัย
ในวังของเขาไม่มีนักพรตหวัง
นักพรตที่สอนเขานั่งสมาธิ รวมถึงผู้ที่ปรุงโอสถเม็ด ก็ไม่มีใครนามสกุลหวัง
แต่พอคิดได้เช่นนั้น ก็มีคนมารายงานจากด้านนอก "ฝ่าา ขุนนางตรวจการฝ่ายซ้ายเฉินขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ"
เซียวอวิ๋นโจวขมวดคิ้ว
ภรรยาของขุนนางตรวจการฝ่ายซ้ายเฉิน ก็คือน้องสาวร่วมตระกูลของกุ้ยเฟย
หลังจากได้ยินเื่ 'ความดี' มากมายที่กุ้ยเฟยก่อไว้ ตอนนี้เขาไม่อยากพบใครที่เกี่ยวข้องกับนางที่สุด!
เว่ยเจิ้งรีบรายงาน "ฝ่าา ท่านขุนนางเฉินกล่าวว่าตอนที่เขารับราชการอยู่เมืองสู่ เคยรู้จักนักพรตผู้มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง เชี่ยวชาญการปรุงโอสถเม็ดที่สุด ปัจจุบันอายุหกสิบปี แต่ยังเดินได้คล่องแคล่วว่องไวพ่ะย่ะค่ะ"
"ท่านขุนนางเฉินได้ยินว่าฝ่าาทรงาเ็เมื่อคืน จึงนึกถึงนักพรตท่านนั้น และอยากแนะนำให้ฝ่าารู้จักพ่ะย่ะค่ะ"
ม่านตาของเซียวอวิ๋นโจวสั่นระริก "นักพรตผู้นั้นนามสกุลอะไร? มาจากที่ใด?"
ไม่นานนัก เว่ยเจิ้งก็สอบถามจนกระจ่างแล้วเข้ามารายงาน
"ฝ่าา นักพรตผู้นี้นามสกุลหวัง นามว่าหวังฟางิ เป็ชาวเมืองเหลียงโจวพ่ะย่ะค่ะ"
'อ๋า! นั่นเขานี่!'
หัวใจของเซียวอวิ๋นโจวสั่นสะท้าน
เพิ่งพูดถึงนักพรตหวังไป ตอนนี้ก็มีคนนามสกุลหวังมาจริง ๆ!
เสียงในใจขององค์หญิงน้อยนี้ หากไม่ใช่์ส่งสัญญาณเตือน แล้วจะเป็อะไรได้!
คงเป็เื่จริงทั้งหมด
สภาพการตายของเขาช่างน่าเวทนายิ่งนัก
อีกสามปีให้หลัง เขาเพิ่งจะอายุสามสิบสี่ปีเท่านั้น!
'กุ้ยเฟยกลัวว่าหลังจากเื่เกิดขึ้น จะมีคนเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างนักพรตหวังกับนาง กุ้ยเฟยก็เลยบอกว่าฮ่องเต้ตด้วยโรคม้าล้ม'
"บังอาจนัก!"
เซียวอวิ๋นโจวเอนกายนั่งอยู่บนเตียง สวมฉลองพระองค์สีเหลือง เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะตวาดออกมา
โรคม้าล้ม หมายถึงบุรุษที่ตายขณะร่วมรักอย่างดุเดือด
กุ้ยเฟยไม่เพียงวางยาพิษเขา ยังกล้าทำลายเกียรติยศหลังต บอกว่าพระองค์ตบนร่างสตรี!
"ช่างเหลวไหลสิ้นดี! จะมีเื่เช่นนี้ได้อย่างไร!" เซียวอวิ๋นโจวโกรธจัด
หลิ่วตาอิ้งแทบจะหลุดหัวเราะออกมา รีบก้มหน้าปิดบัง ทำเป็ไม่สนใจเื่ของนักพรตที่อยู่ภายนอก
"ทหาร! ไปจับตัวหวังฟางิผู้นี้จากเมืองเหลียงโจวมาที่เมืองหลวง!"
"เราจะสอบสวนด้วยตนเอง! โอสถเม็ดอะไรกัน ที่ทำให้เขาเดินได้คล่องแคล่วถึงเพียงนี้!"
เซียวอวิ๋นโจวโกรธมาก
ที่หน้าประตู เดิมทีขุนนางตรวจการฝ่ายซ้ายเฉินคิดว่าตนถวายโอสถเม็ด จะต้องเป็ที่โปรดปรานของฮ่องเต้ และจะได้รับรางวัลใหญ่
แต่ไม่คาดคิดว่า สิ่งที่รอคอยกลับเป็การถูกฮ่องเต้ตำหนิ
"ขุนนางตรวจการฝ่ายซ้ายเฉิน ไม่สอดส่องดูแลขุนนาง ไม่ใส่ใจราษฎร กลับมาสนใจโอสถเม็ดของนักพรตเต๋าเสียนี่!"
"ประกาศพระราชโองการของเรา นับจากวันนี้ให้ขุนนางตรวจการฝ่ายซ้ายเฉินไปปรุงโอสถที่วัดเต๋าเสีย!"
ขุนนางตรวจการเฉินที่หน้าประตู ทรุดตัวคุกเข่าลงทันที "ฝ่าา กระหม่อมถูกใส่ร้าย... ฝ่าา..."
สีหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาไปทั้งตัว
‘ว้าว เสด็จพ่อฮ่องเต้ ท่านทรงพระปรีชาญาณยิ่งนัก~’
‘ทำได้ดีมากเพคะ~’
เซียวอวิ๋นโจวระบายอารมณ์เสร็จแล้ว เมื่อได้ยินคำชมจากธิดา ก็รู้สึกสดชื่นโล่งอกขึ้นมาทันที
"ส่งองค์หญิงน้อยมาให้เรา"
เขายื่นมือออกไปด้วยความทะนุถนอม รับร่างนุ่มนิ่มของธิดาวัยเยาว์จากอ้อมอกของหลิ่วตาอิ้ง
ทันใดนั้นก็ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากร่างของธิดา
กลิ่นหอมละมุนของดอกไม้นานาพันธุ์ ที่ช่วยบรรเทาความเ็ปของเขาเมื่อครู่ แท้จริงแล้วมาจากร่างของธิดานี่เอง
"ฮ่า ๆ ๆ สมแล้วที่เป็ธิดาสุดที่รักของเรา"
หลิ่วตาอิ้งต้องข่มใจอย่างมากที่จะไม่กลอกตา
เซียวอวิ๋นโจวกลับรู้สึกยินดียิ่งนัก
เขาก้มหน้าลง ก็เห็นใบหน้าอันงดงามของนาง ดวงตากระจ่างใส หน้าผากกว้าง
เป็ผู้ที่มีวาสนาดีคนหนึ่ง
คงเป็เพราะก่อนหน้านี้เขานั่งสมาธิสวดมนต์ ความศรัทธาส่งถึง์ เทพเ้าเกิดความซาบซึ้ง จึงประทานสัญญาณเตือนผ่านทางบุตรีผู้เป็ที่รักนี้
นักพรตผู้นั้นยังสู้ธิดาสุดที่รักของเขาไม่ได้!
นางคงเป็เทพธิดาที่จุติลงมาเป็แน่!
"ประกาศพระราชโองการของเรา แต่งตั้งองค์หญิงสามเป็กู้หลุนกงจู่*[1]"
"ส่วนหลิ่วตาอิ้ง เลื่อนตำแหน่งเป็หลิ่วผิน"
[1] กู้หลุนกงจู่ เป็ตำแหน่งเชื้อพระวงศ์หญิงลำดับที่ 1 สำหรับพระธิดาที่เกิดแต่จักรพรรดิกับจักพรรดินี ภายหลังผู้ที่อยู่ตำแหน่งนี้อาจจะเป็องค์หญิงที่จักรพรรดิทรงโปรดปรานเป็พิเศษ หรือพระธิดาบุญธรรมในจักรพรรดิก็ได้