หวังซื่อเห็นเข้าก็ไม่พอใจนัก
“สามีของฮวนเจี่ยเอ๋อร์ เ้าอย่าได้ถือโทษโกรธเคืองอี้เจี่ยเอ๋อร์ที่เคยพูดไม่ดีใส่เ้าเลยตอนนี้เ้าจะมาเอาคืนสตรีตัวเล็กๆ ได้อย่างไร เ้าก็โตแล้ว ทั้งยังเป็บุรุษ ไฉนจึงไม่รู้จักใจกว้างบ้าง”
คำพูดของนางบิดเบือนความจริงเสียจนดูราวกับว่ากู้ฉางสุ่ยเป็คนคิดเล็กคิดน้อยไร้เหตุผลส่วนนางกับครอบครัวกลับกลายเป็ผู้เคราะห์ร้ายไปเสียอย่างนั้น
ความสามารถในการบิดเบือนความจริงและการรับบทเหยื่อของนางนี่ช่างน่าทึ่งเป็อย่างยิ่ง
เถียนฮวนเอ่ยเสียงเข้มด้วยความโมโห “เพราะพวกท่านรู้ตัวดีว่าตนทำผิด จึงจงใจหาเื่เขาทั้งที่เขาไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นเสียด้วยซ้ำ”
“ไม่ใช่สักหน่อย สายตากับน้ำเสียงของเขาเมื่อครู่นั้นน่ากลัวจะตาย! เหมือนกับจะกินข้าเข้าไปทั้งเป็!”ถังหรูอี้โผล่หน้าจากด้านหลังมารดาออกมาอีกครั้ง “เขาต้องยังแค้นข้าอยู่แน่ๆ!”
“พวกท่านคิดมากกันไปเองทั้งนั้น เื่มันก็จบไปแล้ว พวกเราลืมกันหมดแล้ว” เถียนฮวนเอ่ยเสียงเ็า
หวังซื่อรีบเม้มปากด้วยความขัดใจ “สตรีแต่งออกไปแล้วต้องเข้าข้างสามีตนเอง วันนี้ข้าได้เห็นกับตาลองคิดดูเถิด เมื่อสองวันก่อนไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่ไม่ยอมแต่งงาน ต่อให้ตายก็ไม่ยอมแต่พอวันนี้กลับมาบ้านตระกูลถังกลับยิ้มหน้าบานเชียว ข้าก็ว่าอยู่แล้ว เื่การแต่งงานดีๆแบบนี้ เ้าจะปฏิเสธได้จริงหรือ ไม่แน่ว่าสองวันก่อนเ้าก็อาจจะดีใจจนอกแทบะเิอยู่แล้วก็ได้!”
นางกำลังเย้ยหยันว่าเถียนฮวนเป็พวกปากไม่ตรงกับใจ
เถียนฮวนโมโหจนอยากจะโต้กลับ แต่กู้ฉางสุ่ยกลับยกมือมาวางบนไหล่นางก่อน
“เราสองคนเป็สามีภรรยากัน ต่อไปนี้ก็ต้องอยู่ด้วยกันไปทั้งชีวิต ย่อมปกป้องกันเป็ธรรมดานางแค่ทำหน้าที่ของภรรยาเท่านั้นเอง ส่วนที่นางพูดว่าข้าคิดแค้นนางอยู่ ขอบอกเลยว่าพวกท่านคิดมากไปข้าไม่เคยคิดถึงเ้าอย่างที่เ้าคิดหรอกนะ หลังจากวันนั้นข้าแทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเ้าหน้าตาเป็อย่างไร”
ใบหน้าของถังหรูอี้ซีดเผือดในพริบตา
สาแก่ใจยิ่งนัก!
เถียนฮวนเห็นดังนั้นก็รู้สึกสะใจไม่น้อย นางตัดสินใจเติมเชื้อไฟเข้าไปอีกหน่อยจึงรีบคว้ามือใหญ่ของกู้ฉางสุ่ยมากุมไว้ในฝ่ามือ แล้วกล่าวเสียงดังว่า
“ท่านพูดถูก! คนเราจะใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องจริงใจต่อกัน มอบใจให้กัน ข้าแสดงความจริงใจต่อท่านท่านถึงจะตอบกลับด้วยใจจริงเช่นกัน หากใจรวนเรย่อมไม่ถูก ท่านว่าใช่หรือไม่”
ฝ่ามือเล็กนุ่มนิ่มอบอุ่นโอบกุมมือแกร่งของเขา ความรู้สึกอ่อนโยนถ่ายทอดผ่านฝ่ามือไปถึงใจกู้ฉางสุ่ยรู้สึกประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูก
พอเขาก้มมองใบหน้าภรรยาที่ยังมีรอยยิ้มพร่างพราย แถมยังขยิบตาราวกับส่งสัญญาณให้เขาตอบรับ
เขากำลังถูกนางปั่นหัวหรือไรกัน
กู้ฉางสุ่ยเม้มริมฝีปาก แต่ก็ยังพยักหน้าตามอย่างว่าง่าย “อืม”
เถียนฮวนยิ้มกว้างราวกับดอกไม้ผลิบาน
“ท่านป้าสะใภ้ ญาติผู้พี่ พวกเราเพิ่งกลับมา ยังไม่ได้ไปคารวะท่านตา ขอตัวก่อนนะเ้าคะ”
พูดจบนางก็จูงกู้ฉางสุยมือหนึ่ง อีกมือประคองถังซื่อ ทั้งสามคนเดินจากไปด้วยท่าทีสนิทสนม
สองแม่ลูกได้แต่มองตามตาปริบๆ กว่าจะได้สติกลับคืน น้ำตาหยดเป้งสองหยดก็กลิ้งหล่นจากหางตาของถังหรูอี้นางกระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจ
“ท่านแม่เห็นหรือเปล่า! เถียนฮวนกับสามีอัปลักษณ์ของนางร่วมมือกันรังแกข้า! พวกเขาถึงกับ...ถึงกับว่าข้าใจรวนเร!นางคิดว่าคนอื่นจะใจง่ายเหมือนนางหรือไร เห็นพวกชาวบ้านต้อยต่ำเป็คนวิเศษ!”
“ข้าเห็นแล้ว ฮวนเจี่ยเอ๋อร์คนนี้จิตใจชั่วร้ายั้แ่เด็ก ตอนนี้นางได้สามีหัวทึบทั้งคู่ต่างเป็คนมีตำหนิ! อี้เจี่ยเอ๋อร์ของข้าทั้งว่านอนสอนง่าย ทั้งหน้าตางดงามฐานะก็สูงส่งกว่าตั้งเยอะ อนาคตสามีที่แต่งกับเ้าย่อมดีกว่านางแน่นอน ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ริษยาเ้าจึงสมรู้ร่วมคิดกับสามีมาแกล้งเ้า! เราไม่ต้องลดตัวไปทะเลาะกับนางหรอก” หวังซื่อรีบเอ่ยปลอบลูกสาว
ถ้อยคำเหล่านี้ช่างถูกใจถังหรูอี้นัก นางสูดจมูกเบาๆ
“ช่างเถิดเ้าค่ะ คิดๆ ดูแล้ว ต่อไปพวกเขาก็เป็ได้แค่คนจน ข้าก็ไม่อยากเสียเวลามานั่งถือสาหาความหรอกข้ามีเื่ให้ทำเยอะแยะ ไฉนเลยจะมีเวลามาโต้เถียงไร้สาระกับพวกเขาอีก”
“นั่นสิ!” หวังซื่อรีบคล้อยตาม
ขณะสองแม่ลูกกำลังปลอบใจกันเอง เถียนฮวนก็มาถึงห้องของผู้เฒ่าถังพร้อมกับกู้ฉางสุ่ยและถังซื่อ
ไม่เจอกันเพียงแค่สองวัน ผู้เฒ่าถังก็ผอมลงกว่าเดิม เบ้าตาลึก ใบหน้าซีดเซียว นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง
เห็นท่านตาในสภาพอ่อนแรงถึงเพียงนี้ เถียนฮวนก็อดใจหายไม่ได้
“ท่านตาเ้าคะ” นางเรียกเบาๆ
ผู้เฒ่าถังค่อยๆ หันศีรษะมา เมื่อเห็นเถียนฮวนก็รีบพยายามยันตัวลุกขึ้น “อ้าว ฮวนเจี่ยเอ๋อร์กลับมาแล้วหรือ”
เถียนฮวนรีบเข้าไปประคองให้เขานอนพิงหัวเตียงอย่างคล่องแคล่ว “เ้าค่ะ พวกเรากลับมาแล้วท่านตาดูสิ ตอนนี้ข้าสบายดียิ่งนัก อยู่ที่บ้านสามีก็มีความสุขดีเ้าค่ะ!”
ผู้เฒ่าถังได้ฟังแล้ว น้ำตาก็คลอเบ้า “ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ ข้าต้องขอโทษเ้า เมื่อก่อนข้าก็ผิดต่อแม่เ้าให้นางแต่งงานกับคนตระกูลเถียน คิดว่านางจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไปตลอด ใครจะรู้ว่าจู่ๆตระกูลเถียนจะเกิดเื่แบบนั้น...แล้วตอนนี้ ข้าก็ยังปกป้องเ้าไม่ได้ ข้าเป็หนี้เ้ากับแม่เ้ามากจริงๆ!”
“ท่านตาพูดอย่างนั้นได้อย่างไร ตอนตระกูลเถียนล่มสลาย เครือญาติทั้งหลายก็แห่มาปล้นเราสองแม่ลูกจนแทบเอาชีวิตไม่รอดถ้าท่านตาไม่ได้เป็คนพาเรากลับมาด้วยตัวเอง เราสองแม่ลูกคงกลายเป็ศพในบ่อน้ำไปั้แ่สามปีก่อนแล้วเ้าค่ะ!”เถียนฮวนเอ่ยต่อ “เพราะอย่างนั้น ตอนนี้แค่ได้มีชีวิตอยู่อย่างสงบ ข้าก็พอใจมากแล้วเ้าค่ะ”
“เฮ้อ! ก็เพราะว่าข้าไม่มีความสามารถนั่นแหละ เลี้ยงลูกชายไม่ได้เื่ทำอะไรก็เชื่อภรรยาหมด แม้แต่จะให้ความเป็ธรรมกับลูกสาวแท้ๆ กับหลานสาวก็ยังทำไม่ได้เมื่อก่อนข้ายังมีเรี่ยวแรง พวกเขาก็ยังไม่กล้าทำอะไรมาก แต่ตอนนี้ข้าร่างกายไม่ดีแล้วพวกเขาก็ไม่เห็นหัวข้าเลย ถึงกับกล้าทำเื่แบบนี้! ข้าสอนลูกไม่เป็จริงๆ!” ผู้เฒ่าถังกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“ท่านพ่อเ้าคะ วันนี้เป็วันกลับบ้านของฮวนเจี่ยเอ๋อร์ เราอย่าร้องไห้เลยนะเ้าคะกลับไปคราวนี้ก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้มาที่นี่อีก” ถังซื่อรีบปลอบ
“ใช่ๆ เ้าพูดถูก!” ผู้เฒ่าถังรีบเช็ดน้ำตา “วันนี้ฮวนเจี่ยเอ๋อร์กลับบ้าน พวกเราต้องดีใจสิฮวนเจี่ยเอ๋อร์ แม่เ้าคงยังมีอีกหลายเื่อยากพูด เ้ากลับไปกับนางก่อนก็แล้วกันส่วนหลานเขยของข้าอยู่คุยกับข้าก่อน”
ท่านตาจะพูดกับเขาเื่อะไรนะ
เถียนฮวนรีบหันไปมองกู้ฉางสุ่ย ก็เห็นว่าเขาเดินเข้าไปประคองท่านตาไว้เรียบร้อยแล้ว
“เ้ากับแม่ออกไปก่อนเถอะ! ตอนท่านปู่ของข้ากำลังจะสิ้นใจ ท่านได้ฝากถ้อยคำให้ข้านำมาบอกท่านตาแต่คราวก่อนข้ากลับรีบร้อนเกินไป จึงยังไม่มีโอกาสได้พูด ตอนนี้ประจวบเหมาะ จะได้พูดกับท่านตาเสียที”
เมื่อเถียนฮวนได้ยินดังนั้น นางจึงออกไปพร้อมถังซื่อ
ทันทีที่สองแม่ลูกก้าวเท้าออกไป ผู้เฒ่าถังก็เกิดอาการไอรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง
กู้ฉางสุ่ยรีบประคองแขนของท่านตาไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างก็ลูบหลังเบาๆ
ผ่านไปไม่นาน เสียงไอก็ลดลง สีหน้าของผู้เฒ่าถังก็คลายความทรมานลงอย่างเห็นได้ชัด
เขาผ่อนลมหายใจยาว ดวงตาที่มองกู้ฉางสุ่ยปรากฏแววประหลาดใจ “เ้าเป็หมองั้นหรือ”
“เปล่าขอรับ แต่ก่อนที่ท่านปู่จะสิ้นใจ ข้าเฝ้าอยู่ข้างกายเขาตลอด จึงลองศึกษาวิธีช่วยบรรเทาความเ็ปด้วยตนเองบ้าง”กู้ฉางสุ่ยตอบอย่างสัตย์ซื่อ
ผู้เฒ่าถังพยักหน้าอย่างพอใจ “เ้าเป็เด็กดี ตอนนั้นพี่กู้ยังเคยชมเ้าให้ข้าฟังหลายหนว่าเ้าทั้งฉลาดทั้งรู้ความ อนาคตไกลแน่นอน”
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้ารับ “คำที่ท่านปู่ฝากให้ข้ามาบอกท่านตาคือ ให้ท่านตาวางใจยกหลานสาวให้ข้าข้าจะทำให้นางมีชีวิตที่ดีให้ได้แน่นอน”
ผู้เฒ่าถังชะงักไปครู่หนึ่ง ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย “เ้าหนุ่มคนนี้กล้าชมตัวเองต่อหน้าข้าเ้าไม่อายบ้างหรือ”
“เหตุใดต้องอายหรือขอรับ ข้าก็มีความสามารถพอจะทำให้นางมีความสุขจริงๆ”กู้ฉางสุ่ยกล่าวอย่างหนักแน่น
สีหน้าของผู้เฒ่าถังพลันสดใสขึ้นมา
“ดี! สมกับเป็บุรุษหนุ่มผู้มีความมุ่งมั่น!” เขาตบมืออย่างดีใจ “เ้าหนุ่มผู้นี้คู่ควรกับหลานสาวของข้ายิ่งนัก!”