ตอนที่1 เกิดใหม่
ณห้วงจักรวาลอันไกลโพ้น
าระหว่างดวงดาวเพื่อแย่งชิงทรัพยากรและสมบัติมีให้พบเห็นทุกดวงดาว
ดวงดาวที่สงบเงียบนั่นคือดาวที่ร้างว่างเปล่าไปแล้ว
ซ่งเย่หญิงสาวสวยสง่าใบหน้าเ็า แม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพ Triple S ซึ่งมีรองแม่ทัพคู่ใจสองคน
นั่นคือซูเว่ยและเส้าอู่เหยา พวกเขาเป็กองกำลังที่น่าเกรงขามแห่งดาวเอเอส(AS)
ในขณะนี้พวกเขากำลังต่อสู้กับกองทัพจากดาวเจอรัลที่มาแย่งชิงเทคโนโลยีล่าสุดของพวกเขา
ซึ่งซ่งเย่เป็คนคิดค้นขึ้นมา“เทคโนโลยีค้นหาและควบคุมเวลาในรูหนอนอวกาศ :S&C wormhole”
การต่อสู้ดำเนินมาจนถึงจุดแตกหักสถานการณ์ของกองทัพ Triple S ตึงเครียด
ซ่งเย่้าจบานี้โดยเร็วจึงตัดสินใจสั่งการทันที
“เว่ยเว่ยและอู่เหยารับคำสั่งพวกเราแยกตัวสามสายโอบล้อมโจมตีกองทัพพวกเจอรัล”
“รับทราบ!” เว่ยเว่ยและอู่เหยาขานรับคำสั่งแล้วแยกตัวกันไปคนละด้านของยานอวกาศ
ซึ่งสามารถแบ่งแยกลำตัวออกเป็ยานรบหลายลำได้ทันที
เมื่อซูเว่ยและอู่เหยากดปุ่มคำสั่งแยกยานรบ
พลันมียานรบสองลำขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับยานหลักถูกแยกออกทั้งซ้ายและขวากลายเป็ยานรบสามลำทันที
ยานรบซ้ายและขวาเคลื่อนตัวตีเป็วงกว้างโอบล้อมยานรบฝ่ายตรงข้ามไว้ตรงกลาง
ยานรบหลักของดาวเจอรัลที่นิ่งเงียบอยู่นาน
ทันทีที่กองทัพ Triple S แยกยานรบแล้ว
ยานหลักของดาวเจอรัลพลันส่งคลื่นลำแสงทำลายล้างยิงตรงเข้าใส่ยานหลักของซ่งเย่ราวฝนร่วงกราว
ยานรบหลักของซ่งเย่เปิดใช้เกราะป้องกันยานอัตโนมัติทันที
“ทุกคน! เตรียมพร้อมโจมตี!”
แต่ในขณะนั้นมีลำแสงหนึ่งที่เป็เหมือนลาวาูเาไฟในโลกโบราณพุ่งตรงมายังห้องบัญชาการหลักที่ซ่งเย่อยู่ลำแสงนั้นเคลื่อนที่ได้
รวดเร็วเหนือแสง
มันทะลุทะลวงผ่านเกราะป้องกันยานที่แข็งแกร่งเข้ามาได้อย่างง่ายดาย
“อ๊ะ!พวกเจอรัลพัฒนาลำแสงดีวาสได้แล้วหรือ?”
เสียงตื่นใของซ่งเย่ดังขึ้นพร้อมกับการะเิยานรบหลักของเธอในทันใด“บู้ม!”
..........
ซ่งเย่กระพริบตาตื่นขึ้นมาในห้องนอนที่เก่าโทรม
เธอจำได้ว่าว่าลำแสงดีวาสซึ่งเป็อาวุธพัฒนาใหม่ของกองทัพเจอรัลยิงเข้าใส่ยานรบหลักของเธอ
เธอควรจะตายไปแล้วใช่ไหม?
แต่เมื่อทบทวนความทรงจำจากสภาพรอบห้องนี้“เอ๊ะ! นี่มันห้องนอนในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี่!”
ซ่งเย่ใที่พบว่าตนเองย้อนกลับมาเกิดใหม่ในร่างเดิมของตนที่เคยอยู่บนโลก
เธอจำได้ว่าวันนี้เธอป่วยเป็ไข้จึงมานอนพักในห้องนอนวันที่ 30 สิงหาคม 2017
เมื่อเดินไปส่องกระจกพบว่าความสามารถพิเศษได้ติดตามเธอมาจากดาวเอเอสด้วย
นั่นคือดวงตาสีม่วงอ่อน ทักษะความสามารถด้านวิศวกรรมจักรกลที่เธอสามารถประดิษฐ์จักรกลใดๆได้อย่างง่ายดายทักษะเทคโนโลยี
เหนือจินตนาการ(TBI) และทักษะการต่อสู้“ซาเซิน” ที่เธอคิดค้นขึ้นมาเอง
แต่ทักษะเหนือสิ่งอื่นใดเธอเป็เอสเปอร์ที่ทรงพลังและสามารถเรียนรู้ทักษะใดๆได้อย่างง่ายดาย
“แอ๊ดดด”เสียงเปิดประตูห้องนอนดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงที่ห่วงใยจากหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง
“เย่เอ๋อร์เธอเป็อย่างไรบ้าง? ดีขึ้นไหม?”น้ำเสียงที่ห่วงใยและอบอุ่นนั้นทำให้ซ่งเย่ตัวสั่นสะท้าน
เธอจำได้ว่านี่คืออาจารย์ใหญ่ ม่านหลงจิน ซึ่งถูกรถยนต์ชนเมื่อเดือนก่อนหน้านี้ไม่ใช่เหรอ?
“หายดีแล้วค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าตอบรับแ่เบา
ม่านหลงจินยิ้มกว้างอย่างอ่อนโยนและเข้ามาแตะแขนซ่งเย่อย่างแ่เบาเพราะรู้ดีว่าซ่งเย่ไม่ชอบให้ใครแตะต้องตัวเธอ
“หายก็ดีแล้วมาเถอะไปทานอาหารให้อร่อย”
ซ่งเย่ครุ่นคิดในใจขณะเดินไปกับอาจารย์ใหญ่ของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้
ม่านหลงจินเป็ผู้ที่ดูแลซ่งเย่ั้แ่ยังแบเบาะอายุได้แค่สองเดือน
“นี่คงเป็ผลกระทบของทฤษฎีผีเสื้อขยับปีกฉันได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งไม่รู้ว่าอย่างอื่นหรือคนอื่นๆจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้าง
ไหม? แต่ถึงจะเปลี่ยนแปลงไปพวกเขาอย่าหวังว่าจะสามารถทำอะไรได้อีกต่อไป!!!”
ม่านหลงจินพาซ่งเย่มายังโรงอาหารที่ตอนนี้เป็เวลาพักทานอาหารเช้า
มีเด็กในโรงอาหาร48 คน ทุกคนอายุน้อยกว่าซ่งเย่ คนที่อายุใกล้เคียงกับซ่งเย่ คือ หลงว่านเอ๋อ อายุ15 ปี
เธอมีนิสัยใจดีแต่ขี้โมโหเด็กๆทุกคนล้วนรักและเชื่อฟังซ่งเย่เป็อย่างดี
ซ่งเย่มีอายุมากที่สุดในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านั่นคืออายุ 17 ปีในอีกสองวันข้างหน้า
“อีกสองวันจะมีผู้ปกครองมารับพี่เย่แล้วนะดีใจไหม?” ว่านเอ๋อยิ้มให้และถามซ่งเย่ด้วยน้ำเสียงอิจฉาเล็กน้อย
“หือ ไม่รู้สิ”ซ่งเย่กำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่จึงตอบคำถามแบบไม่ใส่ใจ
“ทำไมถึงไม่มีคนมารับว่านเอ๋อบ้าง?” ว่านเอ๋อพึมพำกับตัวเองด้วยความเศร้า
หลังทานอาหารเช้าในตอนเช้าพวกเขามีเรียนหนังสือ
ส่วนภาคบ่ายเป็่เวลาอิสระที่ทุกคนสามารถทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ
บางคนอ่านหนังสือบางคนวาดรูป บางคนร้องเพลง บางคนเล่นกีฬา
คนที่ร่างกายไม่สมบูรณ์หรือป่วยก็พักผ่อนและคอยเชียร์เพื่อนๆ
สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้เป็ของรัฐในเมืองเจียงหนานมีผู้ดูแลสี่คน
หนึ่งอาจารย์ใหญ่ม่านหลงจิน สองผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ เจิ้นอี้ สามแม่ครัว
และสามีของแม่ครัวที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้วย
ในห้องเรียนรวม
อาจารย์ฟู่ เป็อาจารย์ที่รับเชิญจากภายนอกชายวัยกลางคนใส่แว่นและใจดี เขาสอนวิชาวิทยาศาสตร์เป็หลักฟิสิกส์-เคมี-ชีววิทยา-
คณิตศาสตร์
วันนี้อาจารย์ฟู่มีโจทย์มาทดสอบเป็ประจำทุกวัน
เขาเขียนโจทย์บนกระดานแล้วให้นักเรียนอาสาไปเขียนคำตอบนั้น“เอาล่ะ นักเรียนที่รักทั้งหลาย โจทย์คณิต ศาสตร์นี้ยากมาก อาจารย์
คิดว่านักเรียนทุกคนต้องอ้อนวอนให้อาจารย์รีบเฉลยให้ฟังโดยเร็ว”
ท่าทางขี้เล่นของเขาเรียกเสียงหัวเราะจากนักเรียนที่มีอายุ10-17 ปีจำนวน 6 คน
ซ่งเย่เอียงคอเล็กน้อยมองโจทย์บนกระดานที่เป็โจทย์ระดับมัธยมต้นซึ่งเป็ความรู้เดิมในชีวิตก่อนของเธอ
หากเป็ซ่งเย่คนก่อนอาจจะทำไม่ได้หรือทำได้แต่จะใช้เวลานานในตอบคำถาม
แต่ในตอนนี้เธอเป็เอสเปอร์มนุษย์กลายพันธุ์ที่ทรงพลังมากที่สุดของดาวเอเอส
ดังนั้นซ่งเย่สามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดายและไม่ได้คิดอะไรมาก
เธอลุกขึ้นและเดินไปเขียนคำตอบที่กระดานทันที
“เสร็จแล้วค่ะ”ซ่งเย่พูดเบาๆหลังจากเขียนคำตอบเสร็จสิ้นในเวลาเพียงห้าวินาที
“โอ้! โอ้!”อาจารย์ฟู่อ้าปากค้างพลางมองตามหลังซ่งเย่ที่เดินกลับไปยังที่นั่ง
“เอาใหม่!” อาจารย์ฟู่ไม่ยอมแพ้เขาลบโจทย์และคำตอบบนกระดาน แล้วเขียนโจทย์ฟิสิกส์ใหม่ที่ยากเช่นกันพลางจ้องมองซ่งเย่อย่าง
เ้าเล่ห์
“หืม!”ซ่งเย่เห็นการท้าทายจากอาจารย์ฟู่เธอลุกขึ้นยืนอีกครั้งแล้วเดินไปเขียนคำตอบเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว
“อะแฮ่ม”อาจารย์ฟู่กระแอมไอและกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากพลางถอนหายใจและฮึดสู้ใหม่อีกครั้ง
“เอาใหม่! อีกที!”คราวนี้เขาเขียนโจทย์เคมีสำหรับมัธยมปลายที่ยาก
“เฮ้อ!”ซ่งเย่ถอนหายใจกับความพยายามของอาจารย์ฟู่ เธอเดินไปเขียนคำตอบอีกครั้ง
หลังจากนั้นเธอเดินออกจากห้องเรียนไปทันทีทิ้งความโกลาหลไว้ข้างหลัง
“อาจารย์ใหญ่ม่านผมไม่ยอมนะ ซ่งเย่รังแกผม” อาจารย์ฟู่มาโวยวายกับอาจารย์ใหญ่ม่านในห้องทำงาน
“ฮะฮ่าฮ่า ดีดีโดนเสียบ้าง” ปรากฏว่าอาจารย์ใหญ่ม่านเยาะเย้ยแทน
“นี่คุณไม่เข้าใจผมเลยเหรอ?” อาจารย์ฟู่ถามด้วยน้ำเสียงหดหู่
“จะให้เข้าใจว่า?” ม่านหลงจินกอดอกและถามอย่างจริงจัง
“คุณไม่แปลกใจบ้างเหรอ? จู่ๆซ่งเย่จะเก่งขึ้นมาทันทีทันใด!”อาจารย์ฟู่ยังคงไม่ยอมแพ้และสงสัยพฤติกรรมซ่งเย่
“ฉันคิดว่าเย่เอ๋อร์คงจะเก็บงำความเก่งกาจเอาไว้พอถึงเวลาเบื่อๆก็เลยปล่อยออกมา ไม่เห็นจะแปลกอะไร”
ม่านหลงจินมองในมุมของตนเองที่ชอบทำอะไรแปลกๆเช่นกัน
“แต่เธอเก่งเกินไปนะ! เก่งมาก!”อาจารย์ฟู่ย้ำอีกครั้ง
“อ้าว! เธอเก่งก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ?”ม่านหลงจินงุนงงกับความคิดของอาจารย์ฟู่
“คุณไม่เข้าใจผมเลย? ไม่คุยด้วยแล้ว!”อาจารย์ฟู่หงุดหงิดแล้วปิดประตูออกจากห้องไป
“เป็อะไรไปล่ะ?”ม่านหลงจินส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมของเขา เธอและเขาเป็เพื่อนกันมาหลายปี
ต่างรู้นิสัยซึ่งกันและกันอาจารย์ฟู่เป็หนึ่งในไม่กี่คนที่เสียสละมาสอนที่นี่ซึ่งได้รับค่าตอบแทนน้อย
เทียบไม่ได้กับอาจารย์ในโรงเรียนดังๆที่มีชื่อเสียง
ทางด้านซ่งเย่ที่เบื่อหน่ายกับการเรียนรู้ที่เธอสามารถทำความเข้าใจได้อย่างง่ายดาย
ความรู้เหล่านี้ดูเหมือนจะผ่านมานานแสนนานในชีวิตก่อน
แต่ใน่เวลาที่เธอเกิดใหม่และได้เรียนรู้ในดาวเอเอสมันซับซ้อนและยากกว่านี้มาก
ดังนั้นความรู้เหล่านี้จึงเป็เื่ง่ายดายสำหรับเธอ
ซ่งเย่เดินมาที่สนามกีฬามีแป้นบาสเก็ตบอลเก่าๆ และสนามที่สีซีดมัว
เธอหยิบลูกบาสที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาและโยนอย่างแ่เบาไปยังห่วงบาสเก็ตบอลตรงหน้า
“พลุ้บ” ลูกบาสเก็ตบอลพุ่งโค้งตกลงไปในห่วงอย่างสวยงาม
“ฮะ! ใช้แรงนิดเดียวเอง!”ซ่งเย่ใที่พบว่าตนเองเพียงแค่ผลักเล็กน้อยเท่านั้น แต่ลูกบาสเก็ตบอลสามารถลอยไปลงในห่วงได้อย่าง
สวยงามเรียบร้อย
“วอร์มร่างกายดูก่อนดีกว่า”ซ่งเย่สลัดแขนขาสองข้างแล้วเริ่มวิ่งรอบสนามกีฬาซึ่งมีขนาดวงรอบสองร้อยเมตร
เธอวิ่งรวดเดียวสิบรอบเท่ากับสองกิโลเมตร มีเหงื่อซึมหน้าผากเล็กน้อยเท่านั้น
เธอพยักหน้าพอใจกับสภาพร่างกายแรกเริ่มนี้“เห็นทีต้องออกกำลังกายทุกวันเพื่อฟื้นความแข็งแกร่งเสียแล้ว”
ขณะที่ซ่งเย่กำลังวิ่งรอบสนามอยู่นั้น
หลี่เหวินลุงที่รักษาความปลอดภัยของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามองเห็นแล้วไม่สบายใจที่พบว่าเธอวิ่งมากเกินไป
เขาเคยเห็นเธอออกกำลังกายมาก่อนแต่ปกติร่างกายเธอไม่แข็งแรงนัก
เขาจึงไปรายงานเื่นี้กับอาจารย์ใหญ่“แย่แล้ว! อาจารย์ใหญ่ม่าน!”
“อะไรกันหลี่เกอ?คุณเป็อะไรวิ่งหน้าตื่นมาเชียว?”
อาจารย์ใหญ่ม่านแปลกใจที่หลี่เหวินวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้อง
“เร็วเข้า! ไปดูเย่เอ๋อร์เธอวิ่งไม่หยุดมาหลายรอบแล้ว”ท่าทางกังวลของเขาทำให้อาจารย์ใหญ่ม่านลุกขึ้นยืนทันที
“เธออยู่ที่ไหน? พาฉันไปเร็ว!”
“ทางนี้! มาเร็วเข้า!”
ม่านหลงจินและหลี่เหวินวิ่งมายังสนามกีฬา
พวกเขาเห็นซ่งเย่กำลังยืนมองแขนขาของตนเองอยู่
เธอรีบวิ่งเข้าไปจับมือของซ่งเย่ทันที“เย่เอ๋อร์! เธอเป็อย่างไรบ้าง? อย่าวิ่งมากเกินไป มันอันตรายมากรู้ไหม?” น้ำเสียงที่ห่วงใยสร้าง
ความอบอุ่นในหัวใจซ่งเย่ทุกครั้ง
“ไม่ต้องกังวลค่ะ”ซ่งเย่ยังคงตอบแบบประหยัดคำพูดเช่นเคย
“เธอเพิ่งฟื้นตัวควรพักผ่อนมากกว่านะรู้ไหม?”อาจารย์ใหญ่ม่านลูบหัวเธอเบาๆ
“เธอไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว”หลี่เหวินถอนหายใจโล่งอกที่พบว่าซ่งเย่สบายดี
“ไปเล่นคอมพิวเตอร์ได้ไหมคะ?”ซ่งเย่ไม่้านอนพักจึงต่อรองกับม่านหลงจิน
“ไม่เกินสองชั่วโมงนะเธอควรพักผ่อนมากกว่ารู้ไหม?”ม่านหลงจินพยักหน้าตกลง
“ตกลงค่ะ”
ในห้องคอมพิวเตอร์ซึ่งมีเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดสิบเครื่อง หลิวเย่จัดการเปิดหมดทุกเครื่อง
เธอ้าดูว่าเครื่องใดมีสมรรถนะสูงที่สุด?
พบว่ามีระบบปฏิบัติการs 8.1-1 เครื่อง s 10-9 เครื่อง และ s 11-1 เครื่อง
เธอตัดสินใจใช้เครื่องs 11 ทันทีถึงแม้ว่ามันจะโบราณ แต่ก็ดีที่สุดในตอนนี้ พลางคิดไปถึง AI-Idea มันเป็ระบบปัญญา
ประดิษฐ์ที่กลุ่มเพื่อนและเธอช่วยกันคิดค้นขึ้นมาสามารถใช้งานได้เพียงแค่คิดและสื่อสารกับมันโดยตรงหรือจะสื่อสารผ่านเสียงก็ได้เช่น
กันใช้พลังงานจากหินพลังงานที่ผ่านการเชื่อมต่อจากสมองโดยตรง
หน้าจอสว่างวาบขึ้นพร้อมทำงานแล้วซ่งเย่สำรวจโค้ดการทำงานของระบบพบมีบักเล็กน้อยจึงพิมพ์คำสั่งแก้ไข
จากนั้นลองแฮ็คเข้าไปดูระบบฐานข้อมูลทะเบียนประชากรเพื่อดูข้อมูลพ่อของเธอที่จะมารับในอีกสองวันข้างหน้า
พ่อชื่อซ่งซ่านจิง อยู่เมืองกรีน เขตเหอเป่ย หย่าร้างกับ เส้าม่านเอ๋อเมื่อห้าปีที่ผ่านมา
“เส้าม่านเอ๋อ! เส้าม่านเอ๋อ!ไม่มีในความทรงจำก่อนหน้าเลย!”ซ่งเย่พึมพำรำลึกถึงความหลังที่คลุมเครือ
ซ่งซ่านจิงเป็ลูกของซ่งซ่านโจวและเว่ยผิง พวกเขามีลูกสามคน
ลูกชายคนโตซ่งซ่านเจ๋อ แต่งงานกับ ไป๋จูซี มีลูกชายหญิงสองคน ลูกชายคนโตชื่อ ซ่งจูป๋อและลูกสาวคนเล็กชื่อ ซ่งจูหว่าน นี่คือศัตรู
สำคัญที่วางแผนให้อดีตคู่หมั้นทำร้ายเธอซ่งเย่กำหมัดแน่นเมื่อเห็นชื่อนี้โผล่ขึ้นมา
ซ่งจูหว่าน!!! รอฉันก่อนนะ!
ลูกชายคนที่สองคือพ่อของเธอซ่งซ่านจิง หย่าร้างกับ เส้าม่านเอ๋อ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ลูกสาวคนโตถูกแจ้งหายั้แ่เกิดเมื่อ17 ปีก่อน และลูกชายคนเล็กอายุ 11 ปี เสียชีวิตเมื่อสามปีก่อน
“ฮะ! มีน้องชายด้วยเหรอ?”
ซ่งเย่ตกตะลึงที่รับรู้ว่าตนมีน้องชายที่ไม่ได้เห็นหน้าหลังจากเสียชีวิตในชาติก่อนซึ่งตอนนั้นเธอมีอายุ19 ปีเท่านั้น
“ชาตินี้เกิดอะไรขึ้นกับน้องชายกันแน่? อย่าบอกนะว่าเป็ฝีมือของพวกเขา!” แววตาซ่งเย่วาบวับเ็าโเี้
ลูกสาวคนเล็กคือซ่งซ่างเหม่ย แต่งงานกับ เพ่ยิ มีบุตรสาวหนึ่งคนชื่อ เพ่ยหลิน
เพ่ยิมีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมืองบลูซึ่งใหญ่กว่าเมืองกรีนนี่อาจเป็การแต่งงานทางการค้า
ซ่งเย่ค้นข้อมูลต่อไปเกี่ยวกับธุรกิจของตระกูลซ่ง
บริษัทอสังหาริมทรัพย์ซ่งจินผู้บริหารยังคงเป็ ซ่งซ่านจิง พ่อของเธอเหมือนเดิม
พี่ชายของพ่อไม่ได้รับความไว้วางใจจากปู่เนื่องจากเขาเป็คนอารมณ์ร้อนและเล่นการพนัน
ภรรยาของเขาเปิดร้านอัญมณีในเมืองกรีน
ลูกชายคนโตซ่งจูป๋อ ตอนนี้เรียนบริหารธุรกิจอยู่ต่างประเทศ
ลูกสาวคนเล็กซ่งจูหว่าน ตอนนี้เรียนมัธยมปลายปีหนึ่ง โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งของเมืองกรีนประวัติจากอินเทอร์เน็ตพบว่าเธอเป็
หญิงสาวที่สวยเก่งและฉลาดที่มีชื่อเสียงเป็หญิงสาวที่หมายปองของชายหนุ่มทั้งเมืองมีความสามารถหลากหลายไม่ว่าจะเป็วาด
ภาพ เล่นเปียโนนักเรียนดีเด่นสิบอันดับแรกของโรงเรียน
“ความสามารถแค่นี้?”ซ่งเย่มีแววตายิ้มเยาะเมื่อเห็นข้อมูลของซ่งจูหว่าน
ซ่งเย่สนใจข้อมูลแม่ของเธอที่ชาติก่อนเธอไม่มีโอกาสได้พบหน้าเธอจึงค้นหาข้อมูลต่อไป
เส้าม่านเอ๋อเป็ลูกสาวคนเดียวของ เส้าจ้าน กับม่อฮวา
เส้าจ้านเคยเป็อาจารย์ที่มีชื่อเสียงในมหาวิทยาลัยปักกิ่งแต่ประสบอุบัติเหตุทำให้นอนหมดสติเป็พืชผักมานานกว่าสิบปี ข้อมูล
อุบัติเหตุของเส้าจ้านและข้อมูลของม่อฮวาถูกเข้ารหัสความลับระดับS
แววตาของซ่งเย่มีความสนุกสนานและท้าทาย
เธอแฮ็คข้อมูลของตาและยายจากฐานข้อมูลลับของประเทศทันที
ปรากฏว่ามันเป็ข้อมูลลับทางการทหาร
“หืม!.....น่าสนใจ!หยุดแม่ทัพซ่งเย่ได้หรือ?” แววตาของซ่งเย่ขบขันเล็กน้อย
ทันใดนั้นนิ้วมือทั้งสองข้างของเธอพิมพ์บนแป้นพิมพ์รัวเร็วเกินกว่าสายตามนุษย์จะมองตามทัน
สองนาทีต่อมาเธอเจาะเข้าไปในฐานข้อมูลลับของทหาร
แต่มีแสงกระพริบวาบที่แสดงว่ามีคนกำลังตามรอยของเธออยู่ซ่งเย่ไม่กังวลแต่อย่างใด
..........
อีกด้านหนึ่งที่เมืองเจียงหนานฐานปฏิบัติการลับทหารของกองกำลังแผนกพิเศษ
ในห้องทำงานของนายพลที่อายุน้อยที่สุดอายุ 26 ปี ผู้บัญชาการแห่งกองกำลังแผนกพิเศษ
ผู้ซึ่งมีทักษะความสามารถหลากหลายหนึ่งในนั้นคือคอมพิวเตอร์
หลิวเย่ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคิ้วเข้มจมูกโด่งคม ริมฝีปากบาง ส่วนสูง 187 ซม.
เขาเป็คนออกแบบระบบเครือข่ายป้องกันและเป็แฮ็คเกอร์อันดับหนึ่งของโลก
แต่ในเวลานี้กลับรู้สึกตื่นเต้นที่พบว่ามีใครบางคนสามารถเจาะระบบของเขาเข้ามาเดินเล่นในฐานข้อมูลลับของกองทัพและที่สำคัญมัน
เป็ฐานข้อมูลเข้ารหัส S ซึ่งหมายถึงข้อมูลลับระดับสูงสุด
ซ่งเย่ดาวโหลดข้อมูลแฟ้มลับของเส้าจ้านและม่อฮวาเสร็จแล้ว
จากนั้นลบร่องรอยของตนเองและปรับแก้ไขภาพในกล้องวงจรปิดของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วย
ทางด้านหลิวเย่ที่ติดตามซ่งเย่อย่างไม่ลดละ
เมื่อเห็นร่องรอยของซ่งเย่หายวับไร้ร่องรอย
เขายกยิ้มมุมปากอย่างสนใจร่องรอยที่เขาตามได้หยุดอยู่ที่เมืองกรีน “ฝีมือไม่เลว!”
หลิวเย่หยิบโทรศัพท์แล้วโทรหาลูกน้องเพื่อสั่งการ“อาเต๋อ สนใจไปพักร้อนที่เมืองกรีนกับฉันไหม?”
“เกิดอะไรขึ้นครับเ้านาย?” หลี่ซูเต๋อถามด้วยความแปลกใจ
“ไม่สนใจไปตามหาใครบางคนหรือ?” หลิวเย่หัวเราะเบาๆ
“ว้าว! เ้านายอย่าบอกนะ เ้าคนที่แฮ็คเข้ามาในฐานข้อมูลลับตะกี้คือใครบางคนในเมืองกรีน”
หลี่ซูเต๋อส่งเสียงตื่นเต้นทันที
“ฮึฮึ แล้วไปไหม?” หลิวเย่ถามย้ำ