"ป้าพรแกนอนป่วยอยู่ในบ้านข้างหลังนั่นแหละพ่อหนุ่ม ลองเข้าไปคุยดูเถอะ" คุณป้าเ้าของร้านขายของชำชี้ไปยังประตูไม้เก่าๆ ที่อยู่ถัดไป "แต่แกอาจจะไม่ค่อยอยากคุยกับคนแปลกหน้าเท่าไหร่นะ่นี้"
ทัศน์ขอบคุณคุณป้า ก่อนจะรวบรวมความกล้าแล้วเดินไปเคาะประตูบานนั้นเบาๆ
ก๊อก... ก๊อก...
รออยู่ครู่หนึ่งก็ไม่มีเสียงตอบรับ เขาจึงตัดสินใจเคาะอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้หนักกว่าเดิมเล็กน้อย
"ใครคะ!" เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังออกมาจากในบ้าน ไม่ใช่เสียงของคนแก่ แต่เป็เสียงของหญิงสาวที่ฟังดูห้วนและแฝงไปด้วยความรำคาญใจ
ประตูไม้เปิดแง้มออก เผยให้เห็นดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังจ้องมองมาที่เขา เธอเป็หญิงสาวที่ดูอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับทัศน์ ใบหน้าเรียวสวยแม้จะไม่ได้แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง ผมยาวของเธอถูกรวบไว้ลวกๆ และสวมเพียงเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจปิดบังความงามตามธรรมชาติของเธอได้เลย
[กำลังสแกนบุคคล: 'มินา (มินตรา)']> สถานะ: นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ปี 5> ความสัมพันธ์กับผู้ใช้: 0 (ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน)> ค่าโชค: -20 (กำลังเผชิญกับปัญหาครอบครัวอย่างหนัก)> ศักยภาพที่ซ่อนเร้น (ด้านการออกแบบ): 97%
ศักยภาพ 97%! ทัศน์ตกตะลึงไปชั่วขณะ ผู้หญิงคนนี้คืออัจฉริยะที่ยังไม่ถูกค้นพบดีๆ นี่เอง!
"มีธุระอะไรไม่ทราบคะ" มินาถามเสียงแข็งเมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่จ้องหน้าเธอ "ถ้ามาทวงหนี้ก็กลับไปได้เลย บอกไปแล้วว่ารออีกสองสามวัน!"
"เอ่อ... เปล่าครับ" ทัศน์รีบปฏิเสธ "ผมไม่ได้มาทวงหนี้ ผมได้ยินมาว่าที่นี่ประกาศขาย... เลยอยากจะมาขอคุยกับคุณป้าพรพรรณเ้าของตึกน่ะครับ"
แววตาของมินาเปลี่ยนจากความรำคาญเป็ความเ็าในทันที "คุณย่าไม่สบาย คงคุยกับใครไม่สะดวก"
"ผมใช้เวลาไม่นานครับ แค่..."
"กลับไปเถอะค่ะ" เธอกำลังจะปิดประตูใส่หน้าเขา "เรายังไม่รีบขายให้ใคร โดยเฉพาะกับพวกนายหน้าหรือนักลงทุนที่จ้องจะกดราคา"
คำพูดของเธอเหมือนกำแพงน้ำแข็งที่มองไม่เห็น ทัศน์รู้ได้ทันทีว่าเธอคงจะเจอคนประเภทนั้นมาเยอะจนเอือมระอาเต็มทีแล้ว
"ผมไม่ใช่นักลงทุนที่จ้องจะกดราคา" ทัศน์พูดสวนขึ้นมาทันทีโดยใช้เท้าข้างหนึ่งยันประตูไว้ "ผมเป็แค่นักศึกษาที่อยากจะทำธุรกิจเล็กๆ ผมแค่อยากจะปลุกชีวิตให้ตึกนี้อีกครั้ง... เหมือนกับที่มันเคยเป็"
คำว่า "ปลุกชีวิต" ดูเหมือนจะสะกิดใจของมินาได้เล็กน้อย เธอมองหน้าเขาอีกครั้งอย่างพิจารณา "คุณรู้จักที่นี่ด้วยเหรอ"
"ผมเคยมาเช่าหนังสือการ์ตูนที่นี่ตอนเด็กๆ น่ะครับ" ทัศน์โกหกออกไปอย่างแเี "ผมชอบบรรยากาศของร้านนี้มาก เลยรู้สึกเสียดายที่มันต้องถูกทิ้งร้างไป"
มินาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวๆ "เข้ามาสิ... แต่ให้เวลาแค่สิบนาทีนะ คุณย่าต้องพักผ่อน"
ภายในบ้านนั้นเก่าและโทรมกว่าที่คิด บนเตียงไม้เก่าๆ มีร่างของหญิงชราคนหนึ่งนอนหลับตาพริ้มอยู่ ใบหน้าของท่านซูบตอบและดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
"คุณย่าเพิ่งหลับไปเมื่อกี้นี้เอง" มินาพูดเสียงเบา "ท่านเป็มะเร็ง... ต้องใช้เงินค่ารักษาเยอะมาก เราเลยจำเป็ต้องขายตึกนี้"
ทัศน์มองภาพนั้นแล้วรู้สึกสะท้อนใจ 'ค่าโชค -45' ของคุณป้าพร ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือความเ็ปที่จับต้องได้จริงๆ
"ผมขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ" ทัศน์พูดจากใจจริง "ผมเข้าใจดีว่าคุณคงไม่อยากขาย... แต่ถ้าการขายครั้งนี้จะช่วยให้คุณย่าของคุณได้รับการรักษาที่ดีที่สุด... มันก็อาจจะเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดก็ได้"
เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจยื่นข้อเสนอที่คิดมาอย่างดีแล้ว "ผมให้สามล้านห้าแสนบาท"
มินาเบิกตากว้างด้วยความใ "ทะ...ทำไม... ทำไมให้เยอะขนาดนั้น" เธอรู้ดีว่าราคาประเมินของตึกตามสภาพนี้อยู่ที่ประมาณสามล้านต้นๆ เท่านั้น
"ผมไม่ได้มองว่ามันเป็แค่ตึกเก่าๆ" ทัศน์พูดพลางมองไปรอบๆ บ้าน "ผมมองว่ามันคือ 'โอกาส' และโอกาสที่ดี... ก็ย่อมมีราคาที่สมเหตุสมผล"
เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะพูดในสิ่งที่ทำให้มินาต้องมองเขาใหม่ทั้งตัว
"และผมจะจ่ายส่วนแรกให้ก่อนห้าแสนบาทในวันพรุ่งนี้... เป็เงินสด เพื่อให้คุณนำไปใช้เป็ค่ารักษาพยาบาลของคุณย่าก่อนได้เลย โดยที่ยังไม่ต้องทำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้น"
ข้อเสนอนี้มันบ้ามาก! ไม่มีนักธุรกิจคนไหนในโลกที่ยอมจ่ายเงินก้อนโตก่อนโดยที่ยังไม่มีหลักประกันอะไรเลย
"ทำไม... คุณทำแบบนี้ทำไม" มินาถามเสียงสั่น เธอไม่เข้าใจเจตนาของชายแปลกหน้าคนนี้เลย
"ผมบอกแล้วไงครับ... ว่าผมอยากจะปลุกชีวิตให้ที่นี่" ทัศน์มองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "และการจะปลุกชีวิตตึกได้... ก็ต้องเริ่มจากการช่วยชีวิตเ้าของตึกก่อนไม่ใช่เหรอครับ"
[การกระทำของผู้ใช้ส่งผลเชิงบวกต่อบุคคลที่มีค่าโชคติดลบ][รางวัลที่คาดว่าจะได้รับ: ค่าบารมี +30, ค่าโชค +10]
...
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ธนาคารกรุงเทพ สาขาใหญ่
ทัศน์เลือกที่จะมาทำธุรกรรมที่สาขาที่ใหญ่และมีความเป็ส่วนตัวสูงที่สุด เขาจำเป็ต้องขาย BTC เพิ่มอีกจำนวนมากเพื่อระดมเงินสดเกือบสี่ล้านบาทสำหรับค่าตึกและค่ารีโนเวทเบื้องต้น
เขากดบัตรคิวสำหรับลูกค้าทั่วไปแล้วนั่งรออย่างสงบ... แต่ดูเหมือนว่า "โชคชะตา" จะชอบเล่นตลกกับเขาเสมอ
"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้เศรษฐีกำมะลอนี่เอง"
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ทัศน์หันไปมอง... ไทป์กับพราวยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ ด้วย! ไทป์อยู่ในชุดเสื้อโปโลแบรนด์หรูเหมือนเคย ส่วนพราวยังสวยเหมือนเดิม แต่แววตาที่มองมาที่เขานั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
"มาทำอะไรที่นี่ล่ะทัศน์" ไทป์กอดอกแล้วเดินเข้ามาใกล้ "เงินที่ไปเช่ารถมาโชว์สาววันนั้นหมดแล้วเหรอ เลยต้องมากู้เงินธนาคารไปจ่ายค่าเทอมรึไง"
พราวดึงแขนไทป์เบาๆ "พี่ไทป์คะ อย่าไปว่าเขาเลย"
"ทำไมจะว่าไม่ได้ล่ะพราว พี่ก็แค่พูดความจริง" ไทป์ปัดมือเธอออก "คนจะรวยน่ะ มันต้องรวยมาจากข้างใน ไม่ใช่แค่สร้างภาพไปวันๆ จริงไหม... น้องทัศน์"
ทัศน์ไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแค่มองหน้าคนทั้งคู่ด้วยสายตาที่เรียบเฉย... ราวกับกำลังมองดูอากาศธาตุ
[...ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงค่าสถานะ...]> พราวรวี (พราว): สถานะ 'ตกตะลึง' เปลี่ยนเป็ 'สับสน' และ 'รู้สึกผิด'> ความสัมพันธ์กับผู้ใช้: -70 -> -60 (ความรู้สึกเชิงลบลดลง)
"คุณทัศน์ วิริยะกุล เชิญครับ"
ยังไม่ทันที่ไทป์จะได้พูดเยาะเย้ยอะไรต่อ เสียงของผู้จัดการสาขาที่แต่งตัวในชุดสูทเต็มยศก็ดังขึ้น เขาเดินออกมาจากโซนลูกค้าพิเศษแล้วตรงมาโค้งให้ทัศน์อย่างนอบน้อม
"สวัสดีครับคุณทัศน์ ห้องรับรองส่วนตัวพร้อมแล้วครับ เชิญด้านนี้เลยครับ"
ภาพที่เกิดขึ้นทำให้ไทป์กับพราวอ้าปากค้าง! ผู้จัดการสาขา... ออกมาต้อนรับ "ไอ้ทัศน์" ด้วยตัวเอง!
ทัศน์ลุกขึ้นยืนแล้วพยักหน้าให้ผู้จัดการ ก่อนจะเดินตามเข้าไปในโซนลูกค้า Private Banking ที่ถูกกั้นไว้เป็สัดส่วนอย่างหรูหรา เขาเดินผ่านหน้าไทป์กับพราวไป... โดยไม่แม้แต่จะชายตามอง
ทั้งสองคนยืนนิ่งแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น บัตรคิวในมือของไทป์ดูเหมือนเป็ของตลกไปในทันที
"มะ...มันเป็ไปได้ยังไง" ไทป์พึมพำกับตัวเอง เขามาที่นี่กับพ่อบ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยได้รับการต้อนรับขนาดนี้มาก่อน
พวกเขาทำได้เพียงนั่งรอคิวต่อไปด้วยความรู้สึกที่เหมือนโดนตบหน้าอย่างแรง ผ่านไปประมาณสิบห้านาที ทัศน์ก็เดินออกมาพร้อมกับผู้จัดการคนเดิมที่ยังคงเดินตามมาส่งด้วยท่าทีนอบน้อม
"เรียบร้อยนะครับคุณทัศน์ ยอดเงิน 3.5 ล้านบาทจะเข้าบัญชีของคุณพรพรรณภายในบ่ายวันนี้แน่นอนครับ" ผู้จัดการพูดด้วยรอยยิ้ม
สามล้านห้าแสนบาท!
คำพูดนั้นเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบเข้าใส่หัวของไทป์และพราวอย่างจัง!
พราวถึงกับทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ขาของเธออ่อนแรงจนยืนไม่อยู่ น้ำตาเริ่มคลอขึ้นมาในดวงตาของเธอ... 'สามล้านห้า' ...มันคือตัวเลขที่เธอไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการถึงด้วยซ้ำ เงินจำนวนนั้น... มันมากกว่าเงินเก็บทั้งชีวิตของครอบครัวเธอเสียอีก
เธอทิ้งผู้ชายคนนี้ไปเพราะเขามองไม่เห็น "อนาคต" ...แต่ตอนนี้... อนาคตของเขาสว่างจ้าเสียจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปมอง
ไทป์หน้าซีดเผือด ความรู้สึกเหนือกว่าทั้งหมดที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เขามองทัศน์ที่กำลังเดินออกจากธนาคารไป... ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน ความอิจฉา และความกลัว... เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึก "กลัว" ผู้ชายคนนี้
ทัศน์ที่เดินออกมาจากธนาคารแล้วนั้น... เขาก็ยกยิ้มขึ้นมา
[ภารกิจลับสำเร็จ: 'ตอกย้ำชัยชนะ'][ผลลัพธ์: พิสูจน์สถานะที่แท้จริงโดยไม่ต้องใช้คำพูด][รางวัล: ค่าบารมี +50, ค่าโชค +15][ค่าโชคปัจจุบัน: +2]
ค่าโชคของเขา... กลายเป็บวกเป็ครั้งแรก!
นี่คือชัยชนะที่หอมหวานที่สุด... ชัยชนะที่ไม่ต้องเปลืองน้ำลายแม้แต่คำเดียว
...
บ่ายวันนั้น ณ บ้านของป้าพร
ทัศน์กลับมาอีกครั้งพร้อมกับสลิปการโอนเงินจำนวนห้าแสนบาท เขายื่นมันให้กับมินาที่ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
"นี่..."
"เงินมัดจำ... และค่ารักษาเบื้องต้นครับ" ทัศน์พูด "ส่วนที่เหลือจะตามมาทันทีที่เอกสารสัญญาเรียบร้อย"
มินารับสลิปมาดูด้วยมือที่สั่นเทา น้ำตาแห่งความโล่งใจไหลออกมาอาบแก้มของเธอ "ขอบคุณ... ขอบคุณจริงๆ นะคะ"
"ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ" ทัศน์พูดพลางมองไปยังตึกร้านหนังสือเก่า "ผมแค่... ลงทุนในสิ่งที่ผมเชื่อมั่นเท่านั้นเอง"
เขามองหน้ามินาที่ตอนนี้แก้มของเธอขึ้นสีระเรื่อ "ว่าแต่... ตึกนี้หลังจากนี้คงต้องรีโนเวทครั้งใหญ่ ผมยังหาคนออกแบบที่ไว้ใจไม่ได้เลย... ไม่ทราบว่าพอจะรู้จักสถาปนิกเก่งๆ บ้างไหมครับ"
มินาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา... รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอเป็ครั้งแรก
"ฉันว่า... ฉันพอจะรู้จักอยู่คนหนึ่งนะคะ"
เกมของทัศน์... กำลังจะก้าวไปสู่บทใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม และครั้งนี้... เขาไม่ได้เดินเพียงลำพังอีกต่อไป