หลังจากได้ตำราวิชาฝึกฝนพื้นฐานการดูดซับพลังปราณฟ้าดินเข้าสู่ร่างกายแล้วจางซวนก็เริ่มฝึกฝนอย่างจริงจังแม้พร์ที่มีมาแต่กำเนิดจะต่ำตมแต่เขาคิดว่าด้วยความพยายามของตนอาจจะสำเร็จในสักวัน
“่นี้อาซวนดูแปลกๆเขาเริ่มออกไปูเารอบๆบ่อยครั้ง” หญิงสาวที่มีนามว่าอาซิ่วกล่าว
“ข้าเองก็รู้สึกเหมือนกันแค่หวังว่าเขาคงไม่ซุกซนจนไปตอแยพวกสัตว์ป่าน่ากลัวเ่าั้เข้านะ”
“สัตว์ป่าไม่น่ากลัวเท่ากับภูติในป่าหรอก”ติงอิงกล่าว
“ใช่แล้วข้าได้ยินว่าในูเาลึกรอบๆจะมีภูติซ่อนตัวอยู่”คงซานกล่าว
“ภูติคืออะไร”พวกเด็กๆกล่าวด้วยความสงสัย
“ภูติคือสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากพวกสัตว์ป่าต้นไม้ ก้อนหินที่เกิดสติปัญญาขึ้นมา อย่างเช่นภูติจิ้งจอกในตำนานแต่เดิมก็เป็แค่จิ้งจอกป่าตัวหนึ่งแต่ภายหลังเกิดสติปัญญาขึ้นมาทำให้เริ่มฝึกฝนเหมือนกับมนุษย์และกลายเป็ภูติจิ้งจอกที่มีรูปร่างเป็หญิงสาวที่งดงาม”ปู่เหอกล่าว
“งดงามงั้นเหรอ”พวกติงอิงถึงกับเกิดความสงสัยว่างดงามเพียงใด
ขณะเดียวกันจางซวนนั้นได้อ่านตำราสมุนไพรมาแล้วรอบหนึ่งจดจำชื่อสมุนไพรได้แล้วจึงออกมาค้นหาสมุนไพรไปทดลองปรุงยา
“ข้าจำได้ว่ามันน่าจะอยู่แถวๆนี้นี่นา”จางซวนะโไปมาบนต้นไม้อย่างคล่องแคล่วและมาถึงตรงหน้าป่าทึบแห่งหนึ่งไม่นานจางซวนก็เห็นหญ้าสีฟ้าต้นหนึ่งเติบโตอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่
“เจอแล้วหญ้าลายคราม” จางซวนเผยสีหน้ายินดีแม้หญ้าชนิดนี้จะเป็สมุนไพรระดับต่ำแต่สำหรับเด็กที่ยากจนอย่างจางซวนกลับเป็ของที่หาได้ยาก
“เด็กน้อยหากไม่อยากถูกจับกินก็ใสหัวไปซะ”ขณะที่จางซวนกำลังจะเก็บก็ได้ยินเสียงที่เ็าดังขึ้น
ด้านหลังของจางซวนอยู่ๆก็มีกระทิงตัวหนึ่งที่พูดภาษามนุษย์ออกมาได้แถมกลิ่นอายยังแข็งแกร่งอย่างมากอย่างน้อยก็เทียบได้กับขอบเขตกลั่นลมปราณขั้น6-7
“เอ่อเ้าพูดได้แสดงว่าเป็ภูติตนหนึ่งงั้นเหรอ” จางซวนหันมามองอีกฝ่ายด้วยแววตาเป็ประกายนี่เป็ครั้งแรกที่จางซวนเคยเห็นภูติแม้จะเคยอ่านจากตำราประสบการณ์ของเซียนท่านหนึ่งมาแล้วแต่ก็ยังใอยู่ดี
“ใช่แล้วเด็กน้อยข้าเห็นว่าเ้ายังเด็กไม่รู้ความเพราะงั้นข้าจะไม่ทำร้ายเ้าแต่หญ้าต้นนี้เป็ของข้าเพราะงั้นจงใสหัวไป”ภูติกระทิงกล่าว
“แต่ข้าเห็นก่อนนี่นา”จางซวนกล่าว
“น่าขันข้าเฝ้าอยู่ที่นี่มานานสองปีแล้วเ้าจะเห็นก่อนข้าได้อย่างไร” ภูติกระทิงเย้ยหยัน
“โกหกข้าอ่านข้อมูลของหญ้าลายครามมาแล้ว ต้นตรงหน้าข้าอายุแค่ 1 ปีเท่านั้น” จางซวนกล่าว
“เ้าหนูหากเ้ายังพูดมากข้าจะกินเ้าซะ”ภูติกระทิงกล่าว
จางซวนกัดฟันก่อนจะจากไปด้วยความโกรธจางซวนนั้นเป็คนไม่ชอบใช้กำลังหากไม่จำเป็และมักจะระวังปลอดภัยอยู่ตลอดแม้จางซวนจะทะลวงสู่ขอบเขต 2ในด้านวรยุทธแล้วแต่ว่าภูติกระทิงเองก็มีข้อได้เปรียบด้านล่างกายเช่นกันทำให้ขอบเขต2 ของจางซวนทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้จึงต้องจากไป
“ชิเ้ากระทิงขี้โกหกท่านปู่เหอเคยบอกว่าพวกภูติในป่าล้วนแต่เ้าเล่ห์เชื่อใจไม่ได้ดูเหมือนจะเป็เื่จริงฝากเอาไว้ก่อนแล้วกันรอให้ข้าปรุงยาเป็เสียก่อนแล้วค่อยมาเอาสมุนไพรของพวกเ้า”จางซวนจากไป
หลังจากนั้นจากซวนก็เจอกับสมุนไพรล้ำค่าอีกจำนวนหนึ่งแต่ว่าทุกต้นล้วนมีภูติเฝ้าเอาไว้บางตนก็เหมือนกับภูติกระทิงที่แค่ไล่จากซวนออกไปแต่บางตนกลับโจมตีจางซวนหวังสังหารทำให้จางซวนต้องล้มเลิกการหาสมุนไพรหายากในป่าและหาสมุนไพรธรรมดาๆเท่านั้น
หลังจากเก็บสมุนไพรระดับต่ำส่วนหนึ่งมาแล้วจางซวนก็เปิดตำราออกมองหาสูตรปรุงยาที่เหมาะสมเพื่อเตรียมการไปเอาคืนพวกภูติในป่า
“เอ๋นี่ละ นี่ละ เม็ดยาหลับฝัน สรรพคุณของมันคือทำให้ผู้ที่สูดดมหลับใหลไปอย่างน้อย 1วันเต็มอยู่ที่ปริมาณหากใช้มากก็อาจจะหลับใหลไปหนึ่งเดือนได้เลย นี่แหละใช้ได้เลยสมุนไพรที่ต้องใช้ก็ไม่ได้หายากแถมข้ายังมีครบแล้วด้วย”จางซวนเกิดแผนการขึ้นมา
ในห้องจางซวนเริ่มจัดวางสมุนไพรอย่างระมัดระวังเพราะมีสมุนไพรจำกัดแค่5 ชุดทำให้ล้ำเหลวได้แค่ 4 ครั้งหากล้มเหลว 5ครั้งเท่ากับว่าเขาต้องไปหาสมุนไพรมาใหม่
จางซวนอ่านขั้นตอนการปรุงยาหลับฝันอย่างตั้งใจหลายสิบรอบก่อนจะเริ่มลงมือสมุนไพรแต่ละต้นเริ่มถูกจางซวนกลั่นอย่างช้าๆ
“ตูม!!!!!!!”แต่ทันใดนั้นเองเตาก็สั่นะเืและการปรุงยาล้มเหลว
“ไม่ไหวพลังปราณของข้าไม่เพียงพอแถมการควบคุมยังยากอีกด้วยหรือว่าข้าควรจะรอให้ขอบเขตของข้าถึงขอบเขตกลั่นปราณขั้นสามก่อน”จางซวนขบคิดแต่จางซวนก็อดใจไม่ไหวและทดลองอีกครั้งและล้มเหลวทำให้เหลือสมุนไพรแค่3 ชุดเท่านั้น
“เอาไว้รอให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นก่อนแล้วกัน”จางซวนกล่าวก่อนจะนอนหลับ
ขณะที่ยามค่ำคืนมาถึงจางซวนที่นอนหลับอยู่ไม่รู้สึกตัวเลยว่าสร้อยคอเริ่มส่องสว่างอีกครั้งก่อนจะมีประตูบานหนึ่งปรากฏและมีมือลากร่างของจางซวนเข้าไป
“ความรู้สึกนี้อีกแล้ว”จางซวนได้สติและพบว่าตนถูกโยนลงมาในเตาหลอมขนาดใหญ่
“นี่มันอะไรกันเกิดอะไรขึ้นใครทำร้ายข้า”จางซวนกรีดร้องออกมาพบว่าพลังปราณในร่างกำลังถูกเตาขนาดใหญ่หลอมอย่างต่อเนื่องราวกับว่าจางซวนคือสมุนไพรต้นหนึ่งที่กำลังถูกหลอม
“เจอแค่นี้อย่าได้ทำเป็กรีดร้องเหมือนหญิงสาว”เสียงของชายชราดังขึ้น
จางซวนที่กรีดร้องได้ยินเสียงก็ใแต่เขาในตอนนี้ยังอยู่ในเตาหลอมทำให้ไม่อาจมองเห็นอีกฝ่ายได้
“ดูเหมือนครั้งที่แล้วจะไม่ใช่ความฝันข้าถูกสถานที่บ้าๆนี่ทรมานจริงๆ”จางซวนกรีดร้องจนน้ำตาไหลออกมาเป็สายเพราะความเ็ปมันเกินกว่าที่เด็กน้อยคนหนึ่งจะทนไหว
ไม่นานจางซวนก็ถูกส่งออกมาจากเตาหลอมครั้งนี้จางซวนไม่ได้หมดสติแต่สภาพกลับดูไม่ได้เลยนอนชักอยู่กับพื้นจางซวนมองไปยังร่างเงาสายหนึ่งที่เดินเข้ามารูปร่างของอีกฝ่ายคือชายชราคนหนึ่งดูๆไปคล้ายกับปู่เหอของตนมาก
“ผู้าุโเป็ใครแล้วที่นี่คือที่ไหน”จางซวนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“ที่แห่งนี้ถูกเรียกว่าห้องหลอมส่วนข้าเป็ใครไม่สำคัญแต่ข้ามีหน้าที่ดูแลห้องหลอมแห่งนี้” ชายชรากล่าว
“ห้องหลอมหลอมอะไร” จางซวนกล่าว
“เ้ายังไม่เข้าใจงั้นเหรองั้นข้าคงต้องโยนเ้าเข้าไปอีกรอบ” ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เดี๋ยวก่อนผู้าุโโปรดเมตตา ข้าเข้าใจแล้ว คราวก่อนข้าทะลวงขอบเขต 2 ได้โดยไม่รู้ตัว เ้าแท่นตรงนั้นน่าจะหลอมเรือนกายใช่หรือไม่”จางซวนกล่าวด้วยความหวาดกลัว
“ฉลาดดี”ชายชรายกยิ้ม
“เช่นนั้นเตานั่นก็คือหลอมปราณ”
“ไม่ผิดเตาหลอมฟ้าดินช่วยในการหลอมปราณในร่างของเ้าให้บริสุทธิ์อย่างถึงที่สุดเ้าลองตรวจสอบร่างกายตัวเองดูว่าพลังปราณเพิ่มพูนขึ้นและหนาแน่นขึ้นหรือไม่”ชายชรากล่าว
“นี่มัน”จางซวนเบิกตากว้างขอบเขตกลั่นปราณของตนถึงกับพัฒนาขึ้นจริงๆแม้จะไม่ได้ทะลวงขั้นแต่กลับมีความหนาแน่นขึ้นและบริสุทธิ์ขึ้น
“ส่วนเครื่องโม่นั่นเอาไว้หลอมิญญาตอนนี้เ้ายังไม่เหมาะที่จะใช้มันรอให้พลังิญญาของเ้าพัฒนาขึ้นอีกหน่อยเ้าก็จะได้ทดลองด้วยตัวเอง”ชายชรายกยิ้ม
“ผู้าุโทำไมท่านถึงช่วยเหลือข้าละ” จางซวนกล่าว
“ข้าช่วยเหลือเ้า????ผิดแล้วข้าไม่ได้ช่วยเหลือเ้าข้าแค่ทำหน้าที่ของข้าในฐานะผู้ที่ได้รับการยอมรับจากห้องหลอมเ้าก็คือนายของที่นี่ และในฐานะนายของห้องหลอมข้าก็ย่อมต้องทำหน้าที่ของตนโดยการส่งเ้ามาที่แห่งนี้เพื่อปรับพื้นฐานให้กับเ้า”ชายชรากล่าว
“นายของห้องหลอมข้าจำไม่เห็นได้เลยว่าไปเป็เ้านายตอนไหน” จางซวนมึนหัวเขาจำไม่ได้จริงๆ
“สร้อยคอที่อยู่บนคอเ้าก็คือห้องหลอมในตอนที่เ้ากำลังต่อสู้กับคนชั่วกลุ่มหนึ่งตอนนั้นข้าััได้ว่าจิตใจของเ้านั้นบริสุทธิ์เกินไปไม่กล้าลงมือโเี้เลยช่วยเหลือเ้าเล็กน้อยและในตอนที่เ้าาเ็โลหิตของเ้าหยดลงมาที่สร้อยคอของเ้าตอนนั้นห้องหลอมก็ยอมรับเ้าเป็นายแล้วบอกตามตรงข้ายังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงเลือกผู้มีพร์ธรรมดาแบบเ้าเป็นาย”ชายชรากล่าว
“เป็แบบนี้เองงั้นเหรอมิน่าข้าถึงจำเื่เมื่อตอนนั้นไม่ได้ขอบคุณผู้าุโที่ช่วยเหลือในครั้งนั้น” จางซวนกล่าว
“เอาละเ้าเรียกข้าว่าอี้ก็พอก่อนอื่นความสามารถของห้องหลอมเ้าห้ามบอกแก่คนอื่นอย่างเด็ดขาดต่อให้เป็ครอบครัวหรือเพื่อนสนิทก็ห้ามบอกไม่งั้นเ้าจะถูกสังหารและไม่เพียงเ้าคนที่เกี่ยวข้องกับเ้าก็จะต้องเจอจุดจบที่น่าสะพรึงกลัว”ชายชราอี้กล่าว
“ข้าเข้าใจแล้วเช่นนั้นผู้าุโอี้ หลังจากข้าเป็นายของห้องหลอมแล้วข้ามีสิ่งใดที่ต้องทำหรือไม่หรือหน้าที่อะไรแบบนั้น” จางซวนกล่าว
“ดูท่าเ้าจะได้รับการสั่งสอนมาดีจึงระวังทุกสถานการณ์แต่ครั้งนี้ไม่มีเื่อย่างที่เ้าคิดเ้าไม่จำเป็ต้องแบกรับสิ่งใดทั้งนั้นแค่ตั้งใจฝึกฝนไปก็พออย่าให้ใครก็ตามรู้ถึงการมีอยู่ของมันก็พอ”ชายชราอี้กล่าว
“ผู้าุโอี้ท่านคิดว่าข้าจะบรรลุเซียนได้หรือไม่” จางซวนกล่าว
“เื่นั้นข้าตอบไม่ได้เพราะการฝึกฝนบนเส้นทางนี้ไม่ใช่แค่มีพร์แล้วจะกลายเป็เซียนกลายเป็เทพได้ ผู้ฝึกตนนอกจากพร์แล้วต้องมีพรแสวงขยันหมั่นเพียรกว่าคนทั่วไปและจะต้องมีโชควาสนามีจิตใจที่กล้าหาญกล้าที่จะแย่งชิงโชควาสนากับคนอื่นเ้าถึงจะเดินบนที่สูงได้ตัวตนที่สามารถพริกฟ้าคล้ำดินได้ล้วนแต่เดินบนเส้นทางที่ยากลำบากมาก่อนพวกเขาต้องผ่านการเข่นฆ่ามานับครั้งไม่ถ้วนถึงจะไปถึงจุดนั้นได้”ชายชราอี้กล่าว
“แต่ข้าได้ยินว่าด้วยรากิญญาห้าธาตุของข้าถูกกำหนดมาแล้วว่าไม่อาจทำได้”จางซวนกล่าว
“เหลวไหลแม้รากิญญาของเ้าจะค่อนข้างธรรมดาแต่โชคดีที่ธาตุทั้งห้าของเ้าล้วนแต่เกื้อหนุนกันได้ปกติรากิญญา 3-5สีนั้นจะเจอกับความยากลำบากในขั้นตอนการสร้างโอสถทองเพราะพวกเขาจะต้องหลอมพลังของธาตุทั้งหมดเข้าด้วยกันเพื่อสร้างโอสถทองหากรากิญญาของคนพวกนั้นมีธาตุที่ขัดแย้งกันย่อมต้องเจอกับความยากลำบางบางคนหลอมโอสถทองไม่สำเร็จและอาจจะตายได้เลย
แต่เ้าต่างออกไปเ้ามีรากิญญาห้าสีห้าธาตุก็จริงแต่พวกมันกลับช่วยเหลือกันและกันได้อย่างเช่นไม้ก่อเกิดไฟ ไฟก่อเกิดดิน ดินก่อเกิดทอง ทองก่อเกิดน้ำ น้ำก่อเกิดไม้ ขอแค่เ้าทำความเข้าใจกับความสัมพันธ์ของธาตุทั้งห้าได้อย่างถ่องแท้การหลอมโอสถทองก็ไม่ใช่เื่ยากอีกอย่างหลังจากที่เ้าบรรลุก่อกำเนิดแล้วรากิญญาก็จะไม่มีประโยชน์อีกต่อไปดังนั้นเ้าไม่ต้องกังวล” ชายชราอี้กล่าว
จางซวนที่ได้ยินก็เบิกตากว้างเขาที่แทบไม่มีหวังในการบรรลุเซียนกลับมีความหวังอีกครั้งแม้หนทางจะยาวไกลแต่ก็สามารถมองเห็นความหวังได้อย่างแท้จริงทำให้จางซวนมีกำลังใจมากขึ้น