ณ.หน้าประตูทางเข้าทิศเหนือ มีสองทหารยามร่างสูงใหญ่ประจำอยู่ พวกเขาสวมเกราะหนังสีน้ำตาล หมวกเหล็กบนศีรษะ มือขวากระชับหอกยาวคมกริบ
เสียงนกดังระงม บ่งบอกว่าถึงยามเช้า ผู้คนเริ่มออกจากบ้าน หวังจะทำธุระส่วนตัว บ้างก็เปิดร้านค้า เพื่อรอบริการเหล่าผู้มาเยือน
ทว่าเช้านี้กลับไม่เหมือนทุกวันที่ผ่านมา เด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ปรากฏที่หน้าประตูเมือง ดวงตาเรียวยาว ใบหน้าเล็กและอ่อนเยาว์ ผมด้านหน้าตั้งเป็กะบัง ด้านหลังยาวเป็รากไทร มิหนำซ้ำยังย้อมเขียวทั้งหัว ทำให้ดูเด่นเป็สง่า คนผู้นี้จะเป็ใครไปไม่ได้ นอกเสียจาก“มาวิน” พระเอกของเื่
“ เฮ้ หลบหน่อย จอมยุทธ์ขั้นเทพกลับมาแล้ว ” เด็กหนุ่มผู้นั้นะโดังจนคนรอบข้างหันมามองเป็ตาเดียว
ทุกคนล้วนสมเพชและเกรงขามในเวลาเดียวกัน แน่นอนว่าความรู้สึกแรกย่อมจะมอบให้กับเด็กหนุ่มจอมเกรียน ส่วนความรู้สึกหลังมีให้กับเด็กสาวที่เดินข้างๆ
เด็กสาวมีความสูงเกินมาตรฐานผู้หญิง เธอไว้ผมสั้นที่ดำสนิท ประกายตาคมเข้มแฝงแววกร้าว จมูกโด่งได้รูป ปากบนหนา ปากล่างบางเป็กระจับ ทำให้ดูสวยดุ กายเพรียวสวมชุดกังฟูแดงปักลายัทอง ทุกย่างก้าวดูสุขุมลุ่มลึก เธอผู้นี้มีนามว่า “เหมยลี่”
ทุกคนหลีกทางให้สองวัยรุ่นอย่างว่าง่าย พอทหารยามร่างั์ซึ่งประจำอยู่ตรงประตูทางเข้าเหลือบมาเห็น เขาก็จำมาวินได้ จึงร้องทัก
“ อ้าว เ้าหนูหัวเขียวนี่นา ไม่พบกันตั้งเดือนกว่า กลับเข้าเมืองทำไม จะมาเปลี่ยนอาชีพเหรอ ”
ทหารยามอีกคนแอบหัวเราะ เพราะรู้ดีว่ามาวินคือสายอาชีพในตำนานที่ไม่มีสกิลหรือทักษะใดๆติดตัว
“ อา ฮา ใครจะมาเปลี่ยนอาชีพกันล่ะ พี่ยามไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เกล้ากระผมจัดว่าเทพแค่ไหน ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” เด็กหนุ่มหัวเขียวโอ้อวดแบบไม่เกรงใจใคร พลางเข้าไปกอดคอสองทหารยาม ราวกับว่าพวกเขาคือเพื่อนสนิทของตน
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” ทหารยามทั้งสองก็หัวเราะเช่นกัน ทันใดนั้นเอง พวกเขาก็หยุดขำอย่างฉับพลัน พร้อมถามเสียงเข้ม
“ เพื่อนเล่นเหรอ ”
“ ฮะๆ ขอโทษครับ ” เด็กหนุ่มยิ้มแห้งๆ ก่อนถอยฉากออกมา จากนั้นก็ยื่นมือขึ้นโชว์นาฬิกาสีกระดำกระด่างของตนเอง ก่อนเดินเข้าเมือง โดยไม่กล้าซ่าต่อ(กติกาการเข้าหรือออกจากเมืองก็คือทุกคนต้องโชว์นาฬิกาิญญาของตนเอง เพื่อยืนยันตัวตน)
พอมาวินเข้าเมืองแล้ว เขาก็หันมาดูเหมยลี่ จึงพบว่าเธอกำลังเจรจากับสองทหารยาม ก่อนจะจับมือแแ่ วินาทีนั้นเอง สายตาอันว่องไวก็ประจักษ์กับเหรียญทองที่ปรากฏบนอุ้งมือของนายด่าน คาดว่าเป็ของเด็กสาวร่างสูงที่แอบมอบให้ในตอนัั
หลังจากนั้น เหมยลี่ก็เดินเข้าเมือง โดยไม่ต้องโชว์นาฬิกาิญญา มาวินมองหน้าเพื่อนร่วมทางนิดนึง ก่อนแสยะยิ้มให้ แต่ในใจแอบขบคิด
“ ร้ายกาจจริง รู้จักให้สินบนซะด้วย ”
……………………..
ทั้งสองเข้ามาในตัวเมือง ที่ขณะนี้เริ่มพลุกพล่านไปด้วยผู้คน เหมยลี่นำทางได้ระยะหนึ่ง มาวินจึงเอ่ยถาม ท่าทางเบื่อหน่าย
“ เฮ้ ตกลงเธอมาทำอะไรที่เมืองนี้ ไหนบอกจะพาไปแคว้นเยอมาเนียไง ”
“ ก็ใช่ แต่การไปแคว้นเยอมาเนียที่แสนไกล ถ้าเดินเท้าไป จะช้ามาก ชั้นจึงมาซื้อม้า เพื่อใช้เป็พาหนะ ” เด็กสาวตอบเนือยๆ แต่สองเท้ายังคงก้าวเดิน
“ อะ ฮ้า นี่ชั้นจะได้ขี่ม้าแล้วเหรอเนี่ย ดีใจจังเลย ” เด็กหนุ่มะโโลดเต้นไปมา ท่าทางดีใจของเขาดูไม่ต่างจากถูกหวยรางวัลที่หนึ่งมาหมาดๆ จึงตกเป็เป้าสายตาของคนรอบข้าง
“ เฮ้อ……. ” เหมยลี่ถอนหายใจยาว แม้เธอจะเริ่มชิน แต่ก็ยังเหนื่อยหน่ายกับความบ้าบอของมาวินอยู่ดี
“ นี่ๆ แล้วเราจะไปขี่ม้ากันได้รึยัง ” มาวินเขย่าแขนของเหมยลี่
“ ยัง เราจะไปกินอาหารกันก่อน ” เหมยลี่สะบัดแขนหนี พร้อมตอบเสียงเครียด กิริยาคล้ายคนที่กำลังข่มอารมณ์โกรธของตัวเอง
“ อา…….หาร…….เย้……. ” มาวินเริ่มน้ำลายสอ ก่อนะโจนสุดเสียง เหมยลี่จึงถอนหายใจยาวอีกครั้ง แล้วเดินจากไป
“ เฮ้อ……. ”
……………………..
วัยรุ่นทั้งสองเดินทางมาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆแห่งหนึ่ง พอเข้าสู่ภายใน ชายวัยกลางคนร่างอ้วนก็เดินออกมาต้อนรับ
“ หวาด……ดี ทั่นจอมยุทธ์น้อยทั้งสอง เชิญนั่งก่อน จะรับประทานอาหารใด โปรดแจ้งมาได้เลย ”
มาวินไม่ตอบคำ เขามองเถ้าแก่ ใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้ม ทำให้ชายวัยกลางคนนึกสงสัย จึงถามอย่างนอบน้อมตามมารยาทของคนค้าขาย
“ ท่านจอมยุทธ์น้อยผู้นี้มีอะไรจะพูดกับข้าเหรอ ”
“ ฮะๆ ไม่มีอะไร ว่าแต่เถ้าแก่จำชั้นไม่ได้จริงๆเหรอ ” มาวินยังคงยิ้มกว้างดุจเดิม
“ อืม ” เถ้าแก่นิ่งคิด เขารู้สึกว่าใบหน้าของจอมยุทธ์น้อยผู้นี้คล้ายกับคนที่เคยรู้จัก
“ ฮะๆ อย่าบอกนะว่า.....เถ้าแก่จำขอทานหัวเขียวที่มาขอเศษอาหารทุกวันไม่ได้ ” มาวินทวนความจำ ใบหน้ายิ้มละไม
“ เอ๊ะ นึกออกแล้ว เ้าก็คือ ” เถ้าแก่ถึงบางอ้อ ตอนนี้เขาจำได้แล้วว่าเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าคือใคร
“ ใช่แล้ว ชั้นคือขอทานน้อยที่เถ้าแก่ให้ความช่วยเหลือเมื่อเดือนก่อน ” มาวินเฉลย พร้อมฉีกยิ้มจนสุดหล้า
“ โอ้…ดีใจจริงๆที่ไม่เป็อะไร พวกเรานึกว่าเ้าจะตายในคราวที่สู้กับไอ้ชั่วกาสเซ่ซะแล้ว ” เถ้าแก่ร้องละล่ำละลัก พร้อมะโกอดมาวิน ทำให้เด็กหนุ่มถึงกับเหวอรับประทาน แต่พอหันไปมองเหมยลี่ที่ยืนข้างๆ ก็พบเธอกำลังยิ้มจางๆที่มุมปาก
“ เดี๋ยวนะ เถ้าแก่ นี่มันเื่อะไรกัน ชั้นงงไปหมดแล้ว ” มาวินพยายามดึงเถ้าแก่ออก
“ ฮะๆ เื่มันยาว เฮ้ย ลูกค้าทุกคนออกไปจากร้านเดี๋ยวนี้ วันนี้อั้วมีแขกสำคัญ ” เถ้าแก่พูดจบ ก็ส่งเสียงโวยวาย ถ้าใครลีลา เขาจะเตะตูดเรียงตัว เพื่อขับไล่ให้ออกจากร้าน
……………………….
เมื่อลูกค้าออกจากร้านจนหมด เถ้าแก่ก็สั่งให้เด็กรับใช้เสิร์ฟอาหารแบบจัดเต็มมาเลี้ยง ทำให้มาวินรู้สึกงุนงง เป็เื่เหลือเชื่อมากๆที่พ่อค้าจอมเขี้ยวจะใจป้ำแบบนี้ จึงอดที่จะถามไม่ได้
“ เออ ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเถ้าแก่ถึงใจดีนัก ”
“ ฮ่าๆ พ่อหนุ่มไม่รู้จริงๆเหรอว่าตอนนี้ ชาวเมืองชื่นชมท่านแค่ไหน ” เถ้าแก่ถามยิ้มๆ
“ เอ๋ ชั้นจำไม่ได้ว่าทำอะไร ” มาวินพยายามคิดจนหัวจะะเิ หรือว่าตอนที่เราไม่อยู่ จะมีฝาแฝดที่ไม่รู้จัก แปลงร่างเป็ซุปเปอร์ฮีโร่ คอยช่วยเหลือผู้คนในเมืองนี้
“ เอาล่ะ อั้วจะบอกให้ เหตุที่พวกเราชื่นชม เพราะท่านเป็คนแรกที่กล้าสู้กับกาสเซ่เพื่อช่วยหญิงชราคนนั้น ” พอพูดจบ เถ้าแก่ก็คำนับมาวินหนึ่งที
“ อ้อ อย่างนี้เอง จริงๆแล้ว ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะช่วยหรอก ก็แค่……หมั่นไส้เ้ากอริลลานั่นเท่านั้น ” มาวินแก้เขินด้วยการเลี่ยงไปทางอื่น แต่ใบหน้าเรียวเล็กกลับแดงก่ำ
“ ไม่ว่าพ่อหนุ่มจะทำไปด้วยเหตุผลใด พวกเราก็นับถือสิ่งที่ท่านทำมาก ” เถ้าแก่ตอบ แววตาส่อประกายเทิดทูน
“ เหอๆ ” มาวินหัวเราะแห้งๆ พลางหันหน้าไปทางเหมยลี่ เพื่อขอความเห็น แต่อีกฝ่ายไม่สบตา และดื่มกินต่อไป ท่าทางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ แต่มีเื่หนึ่งที่อั้วยังสงสัย ” ทันใดนั้นเอง เถ้าแก่ก็เกิดโพล่งขึ้นมา
“ เอ๋ อะไรเหรอ เถ้าแก่ ” มาวินถามกลับโดยเร็ว
“ เมื่อหลายวันก่อน พวกเราเห็นเ้ากาสเซ่รวบรวมกำลังพลถึงร้อยกว่าคน ก่อนออกจากเมือง แล้วหายไป หรือพวกมันจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ” เถ้าแก่นิ่วหน้า ท่าทางคิดไม่ตก
“ อ้อ ที่เป็แบบนั้นเพราะ โอ๊ย ” มาวินขยับปากจะบอกความจริงว่าแก๊งกอริลลาเพิ่งถูกพวกเขาอัดยับ แต่เหมยลี่แอบหยิกขาที่ใต้โต๊ะ เป็เชิงปรามไม่ให้เล่า
“ อ้าว…. เป็อะไรไปเหรอ จอมยุทธ์น้อย ” เถ้าแก่ถาม สีหน้าห่วงใย
“ ฮะๆ ไม่เป็ไร แค่เหน็บชาน่ะ เถ้าแก่ ” มาวินตอบกลับเสียงสั่น พลางหันไปแยกเขี้ยวให้เหมยลี่ที่ทำเป็ทองไม่รู้ร้อน
……………………….
การพูดคุยกับเถ้าแก่ ช่วยอัปเดตข่าวสารในเมืองได้เป็อย่างดี ทำให้รู้ว่าแก๊งกอริลลาได้หายไปจากเมืองแล้ว ชาวบ้านรู้สึกเป็สุข นอกจากนี้ วัยรุ่นทั้งสองยังได้รู้อีกว่าการไปแคว้นเยอมาเนีย ต้องขี่ม้าไปทางทิศเหนือเป็เวลาสามวัน จึงจะถึงเมืองท่าแกรนด์ยารด์ จากนั้นก็ใช้เรือโดยสาร เพื่อไปยังทวีปใหญ่ อันเป็ที่ตั้งของจุดหมาย
หลังกินอาหาร เถ้าแก่ก็แสดงน้ำใจด้วยการไม่คิดเงิน โดยให้เหตุผลง่ายๆว่า……
“ ใครจะกล้าเก็บเงินฮีโร่ของเมือง ”
เมื่อเป็เช่นนี้ ทั้งสองก็ได้แต่ขอบอกขอบใจ จากนั้นก็ไปตามทางของตนเอง โดยเป้าหมายต่อไปก็คือ “ร้านอาวุธ”
……………………
ร้านอาวุธเป็อาคารไม้ชั้นเดียวที่กว้างสองคูหา ประตูสองบานเปิดกว้าง เผยให้เห็นสภาพภายในอย่างชัดเจน
เมื่อวัยรุ่นทั้งสองเข้าไปในร้าน ก็พบกับชายผู้หนึ่ง ท่อนบนที่เปล่าเปลือยของเขาอัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม ท่อนล่างสวมกางเกงขายาวสีดำ รองเท้าบูตสีเดียวกัน เื่แปลกที่สุดก็คือบนศีรษะสวมหมวกเหล็กที่มีเขาโค้งทั้งสองข้าง ไม่ต่างจากกระบือ แถมยังใส่หน้ากากโลหะปิดบังอีกต่างหาก
“ แว้ก….. นี่มันตัวอะไรเนี่ย ” มาวินะโถอยหลัง พร้อมตั้งท่าสู้ แต่ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเข้าไปประหมัด เหมยลี่ก็จับข้อมือเอาไว้แน่น เป็เชิงห้าม
“ เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งเข้าไปอัดเขา คนนี้เป็พ่อค้าร้านอาวุธ ”
ทันใดนั้นเอง เสียงห้าวที่แหบแห้งก็ดังออกมาจากปากของชายบึก
“ จะรับอาวุธอะไรครับ ”
“ ฮะๆ จะมีอะไรแปลกกว่านี้อีกมั้ยเนี่ย ” มาวินยิ้มแหยๆ พร้อมส่ายหัวไปมา เพราะนับั้แ่เข้ามาในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่ดูปกติเลย
เหมยลี่พามาวินไปดูอาวุธที่วางระเกะระกะ ซึ่งมีทั้งดาบ ทวน ธนู หอก ง้าว มีดสั้นและอื่นๆ เมื่อเด็กหนุ่มหยิบขึ้นมาดู ก็พบว่าแต่ละชิ้นเก่า ราวกับของมือสอง เนื้อเหล็กก็ห่วยสุดๆ มิหนำซ้ำบางชิ้นก็ทำมาจากไม้
“ ที่นี่คือเมืองแห่งการเริ่มต้น ดังนั้นอาวุธที่ซื้อขาย จึงมีแต่ของเกรดต่ำ อันเป็อุปกรณ์ที่เลเวลระดับนายจะใช้ได้ ” เหมยลี่อธิบาย
“ อืม ” มาวินรับคำสั้นๆ ภายในรู้สึกไม่สบอารมณ์ เพราะสะกิดใจตรงจุดที่เหมยลี่พูดในทำนองที่ว่าตนเองเป็พวกเลเวลต่ำ ทั้งที่ความจริง เขาเคยหลอกล่อกลุ่มโจรนับร้อยด้วยตัวคนเดียว อันเป็ผลงานระดับเอกอุ
“ เอาล่ะ ตามมา ชั้นจะหาอาวุธที่เหมาะสมกับนาย ” ก่อนที่มาวินจะได้โต้เถียง เหมยลี่ก็ชิงพูดตัดหน้า พร้อมนำพาไปยังห้องเก็บอาวุธชั้นใน
“ แหม…ไม่รอให้ชั้นเถียงซะด้วย เชอะ ” เด็กหนุ่มบ่นนิดหนึ่ง ก่อนเดินตาม
พอทั้งคู่มาถึงห้องเก็บอาวุธชั้นใน เหมยลี่ก็เปิดหีบเหล็กเก่าๆ แล้วหยิบบางอย่างขึ้นมาปัดฝุ่น จากนั้นก็โยนสิ่งนั้นให้มาวิน
“ เอ๋ นี่มัน ” มาวินพลิกดู จึงพบว่ามันคือนวมต่อยกระสอบทรายที่ดูเก่าและสกปรก
“ นายมีสกิลหมัดมวยเป็หลัก ดังนั้นต้องใช้อาวุธประเภทนวมหรือไม่ก็สนับมือ ” เหมยลี่ชี้แจง
“ อ้าว แล้วทำไมถึงให้ใช้แต่อาวุธกระจอก นี่ชั้นเป็พระเอกของเื่นะ มันต้องใช้ดาบเท่ๆเทพๆชนิดฟันทีเดียว บอสตายเลยต่างหาก ” มาวินเริ่มโวย ทว่าเหมยลี่กลับนิ่งเฉย ดูเหมือนว่าเธอจะชินชากับความต๊องของมาวิน ทำให้รู้ว่าบางเื่ ไม่ต้องสนใจก็ได้
“ เอาล่ะ นายลองใส่มัน แล้วชกกระสอบทรายตรงนั้น ” เหมยลี่เข้าเื่ของตัวเอง โดยไม่สนว่าเด็กหนุ่มจะพล่ามอะไร
“ เชอะ ก็แค่กระสอบทราย ” มาวินบ่นไม่เลิก เขาสวมนวมดำ จากนั้นก็มาหยุดยืนหน้ากระสอบทรายที่แขวนอยู่ท้ายห้อง ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อย แล้วพุ่งเข้าไปต่อยหมัดขวาใส่กระสอบทราย
“ ปัง ”
เกิดเสียงดังสนั่น ด้วยน้ำหนักในการต่อย ทำให้กระสอบทรายซึ่งมีน้ำหนักราวๆสิบกิโล ปลิวไปตามแรง
“ ว้าว นี่มัน ” มาวินรู้สึกได้เลย หลังสวมนวมดำ พลังหมัดก็เพิ่มสูงอย่างประหลาด ระหว่างนั้นเอง เด็กหนุ่มก็เหลือบไปเห็นกระสอบทรายที่แกว่งไปมาตามแรงเหวี่ยง สิ่งนี้ทำให้รู้สึกมันในอารมณ์จนนึกอยากต่อยอีกหลายที
“ ปัง ปัง ปัง ” แต่ละหมัดของมาวินล้วนรุนแรงและรวดเร็ว กำปั้นสุดท้ายถูกง้างไปด้านหลังจนสุดเหยียด ก่อนจะปล่อยให้มันพุ่งสวนกระสอบทรายที่ลอยกลับมา ปากก็ร้องะโ
“ ย้าก.......”
“ เปรี้ยง ”
เสียงปะทะที่รุนแรงดังขึ้น พร้อมโซ่แขวนกระสอบทรายที่ขาดสะบั้น ส่งผลให้ถุงหนังน้ำหนักกว่าสิบโลกระเด็นไกลไปชนกำแพง
“ โครม ”
เสียงกระสอบทรายกระแทกดังสนั่นยิ่งกว่าเสียงหมัด จากน้ำหนักของถุงหนังขนาดใหญ่ ประกอบกับแรงส่งที่รุนแรง ทำให้มันพุ่งทะลุกำแพงไม้จนหลุดออกไปนอนกองบนพื้นนอกร้าน
"งานเข้าแล้ว " วัยรุ่นทั้งสองสบถ แล้วหันมามองหน้ากันเอง
"เอาไงดี ยัยโย่ง " มาวินยิ้มแห้งๆ
"ไม่รู้สิ ว่าแต่นายดูนั่นก่อนดีกว่า" เด็กสาวตอบเบาๆ พร้อมชี้ให้มาวินหันกลับไปดู
เมื่อมาวินมองตาม เด็กหนุ่มก็ถึงกับตะลึง เพราะสิ่งที่เห็นก็คือ…..ชายหน้ากากเหล็ก ผู้เป็เ้าของร้านกำลังยืนตระหง่านอยู่ไม่ห่าง
"กำแพงร้านพัง " ชายหน้ากากเหล็กมองรูโหว่ขนาดใหญ่ ก่อนกล่าวกับสองวัยรุ่นด้วยเสียงยานคาง
"เอ่อ ไม่ต้องห่วงนะ เถ้าแก่ เดี๋ยวพวกเราจะจ่ายเงินให้ จริงมั้ย เหมยลี่ อ้าว เฮ้ย" มาวินลองเจรจา แต่พอหันไปหาเหมยลี่ ก็พบว่าเด็กสาวร่างสูงได้หายไปแล้ว
" จ่ายค่าเสียหายมา" เ้าของร้านหน้ากากเหล็กแสดงเจตนา พร้อมกระชับขวานเล่มโตไว้ในมือ
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
