ฝนหลงฤดูเริ่มตั้งเค้ามาให้เห็นม่านหลงมองเห็นท้องฟ้าที่สว่างวาบขึ้นมาเป็ระยะ อีกไม่นานฝนจะตกลงมาแล้วรีบกลับเสียหน่อยดีกว่า
แต่เมื่อเขาเดินมาจนถึงนอกเมืองเพื่อที่จะมุ่งตรงกลับพรรคก็มีคนคุ้นหน้าคุ้นตาเหมือนเคยเจอมาก่อนดวงตาสีม่วงมองกลุ่มคนที่คนคุ้นเคยนั้นพามา อะไรกันคราวนี้ยกพวกมาเพิ่มอย่างนั้นรึ
ถึงจะไม่พอใจอย่างไรตัวเองก็เป็ฝ่ายมาหาเื่คนอื่นเขาก่อนพอเขาป้องกันตัวแล้วทำให้ตัวเองขายหน้าก็คิดแค้นจากนั้นก็ยกพวกมาเอาคืนอย่างนั้นรึ
ไยไม่สำนึกบ้างว่าตัวเองต่างหากที่หาเื่ใส่ตัวเองแล้วเขาก็ไม่ได้เป็คนลงมือกับอีกฝ่ายเสียหน่อย เป็หนุ่มหล่อคนนั้นต่างหากม่านหลงไม่เกี่ยวด้วยสักนิด
ซึ่งอีกฝ่ายคงไม่ได้คิดแบบนั้น
“คุณชายสหายของท่านไปไหนเสียแล้วเล่า?” คนที่เคยมาหาเื่ม่านหลงเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ยียวนม่านหลงไม่คิดที่จะต่อล้อต่อเถียงด้วย ถึงอย่างไรก็อายุยังน้อยยังมีชีวิตที่ดีได้อีกในภายภาคหน้า เขาจะเว้นผ่านไปอีกสักครั้งก็แล้วกัน
แต่อีกฝ่ายเหมือนจะไม่อยากได้ความเมตตานั้นพาคนเข้ามาล้อมม่านหลงเอาไว้ราวกับอยากจะเอาคืนให้ได้
“ถอยไป” ม่านหลงเอ่ยอย่างเรียบๆ ไม่อย่างนั้นม่านหลงจะไม่ปราณีอีก
“ไม่ไปเดินเล่นกับพวกข้าเสียหน่อยเล่าคุณชายอากาศวันนี้น่าเดินเล่นนัก” ไม่เห็นหรอกรึว่าฝนกำลังจะตกจะมาอากาศน่าเดินเล่นอะไรกัน
“ถอยไป” เขายังคงย้ำคำเดิม จะถอยหรือไม่ถอย
“ทำตามที่ข้าบอกเสียแล้วจะไม่เจ็บตัว”
“ข้าเตือนเ้าแล้ว”จบคำม่านหลงก็ฟาดฝ่ามือใส่คนที่อยู่รอบๆจนล้มระเนระนาดดวงตาสีม่วงวาวโรจน์ขึ้นเล็กน้อยเป็เชิงข่มขู่ หากยังไม่ถอยกันอีกอย่าหาว่าคนแก่ไม่เตือน
“มิน่า เ้าเป็คนของอู่ตู๋ข้านึกสงสัยอยู่แล้วเชียวว่าทำไมถึงมีคนเช่นเ้ามาอยู่แถวนี้” ยิ่งได้เห็นว่าม่านหลงมีดวงตาสีม่วงอีกฝ่ายก็คล้ายจะยิ่งตื่นเต้นถูไม้ถูมือประหนึ่งว่ากำลังได้เจอของดี
ม่านหลงไม่ได้พกสมบัติอะไรติดตัวมาด้วยหรอกแม้แต่ขลุ่ยเงินที่ควรจะพกมาด้วยม่านหลงยังไม่ได้เอามาเขาไม่ได้คิดที่จะมาสู้กับใครเสียหน่อยแล้วถึงไม่มีขลุ่ยเงินไว้อัญเชิญพญางูแฝดแต่ม่านหลงก็สู้ได้วันนี้ม่านหลงแค่โชคร้ายที่ต้องมาเจอขี้เมาประจำถิ่นก็เท่านั้น
“เ้าเองก็สวยเสียด้วย”จุดประสงค์ดูท่าจะไม่ได้มาปล้นอย่างเดียวแล้วล่ะสินะ
“ข้าจะเตือนเป็ครั้งสุดท้ายถอยไปเสีย” ทำไมถึงพูดไม่รู้ฟัง โตๆกันแล้ว
“เฮ้ยพวกเรามีของดีมาอยู่ตรงหน้าแบบนี้ต้องแบ่งปันกันเสียหน่อย” ม่านหลงมองดูรอบๆนี่ยังขนคนมาเพิ่มอีกอย่างนั้นรึ
เห็นทีไม่ลงแรงจะไม่ได้เสียแล้ว
เมื่อเห็นว่าพูดไปก็ป่วยการม่านหลงจึงเริ่มลงมือกับกลุ่มคนที่พุ่งเข้ามาอีกฝ่ายหมายจะเข้าถึงตัวเขาให้ได้ขนกันมาเยอะขนาดนี้ตั้งใจจะมาปล้นคนคนเดียวอย่างนั้นรึไม่คิดว่ารังแกคนมากเกินไปหรืออย่างไร ม่านหลงก็ตัวแค่นี้แล้วยังมาคนเดียวแต่นี่กลับขนคนมาเป็สิบๆคน ช่างเป็โจรที่ใจบาปเสียจริงดูเหมือนเขาจะต้องให้คนมาตรวจตราพื้นที่ในการปกครองบ้างแล้วเอาเป็พรุ่งนี้เลยก็แล้วกัน
พรึ่บ!
“เ้า…!” ม่านหลงสบถเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายเล่นไม่ซื่อจังหวะที่ม่านหลงกำลังฟาดคนที่อยู่ใกล้ๆเ้าตัวหัวหน้ากลับสาดทรายเข้าใส่ตาเขาจนลืมตาไม่ขึ้นเพียงพริบตาที่โลกมืดลงร่างของเขาก็ถูกหมัดใหญ่ๆกระแทกเข้าที่ท้องน้อยอย่างแรงจนต้องล้มลงกับพื้นฝ่ามือหยาบกร้านของใครบางคนคว้ามือเขาจับขึงไว้กับพื้นดินทำให้เขาไม่สามารถยกมือขึ้นปัดทรายที่อยู่ในตาได้เขาจึงต้องหลับตาเอาไว้แน่นแล้วบีบน้ำตาเพื่อให้ทรายออกมา
“ดูสิยังไม่ทันทำอะไรก็ร้องไห้เสียแล้ว” ใบหน้าของเขาถูกจับให้เชิดขึ้นที่ม่านหลงร้องไห้ไม่ได้เป็เพราะกลัว แค่กำลังเอาทรายออกจากตาต่างหากคิดผิดคิดใหม่ได้ยังไม่สาย
“อืมใบหน้าไม่เลวทีเดียว เอาไปขายท่าจะได้ราคาดี” นี่มันเกินกว่าคำว่าปล้นจี้ทั่วไปแล้วคิดจะเอาเขาไปขายอย่างนั้นรึ
“แต่ก่อนจะไปขายก็ต้องทดสอบสินค้ากันก่อน”ม่านหลงดิ้นไปมาเมื่อคนพูดไล้มือไปตามร่างกายของเขาเ้าเด็กนี่ไม่สั่งสอนก็ไม่รู้สำนึก พ่อจะให้พญางูแฝดกลืนเ้าทั้งเป็เสีย!
“อั่ก!!” จู่ๆบนร่างของม่านหลงที่กำลังโดนทับเมื่อครู่ก็ว่างเปล่าขึ้นมาพร้อมกับเสียงร้องดังอั่กอย่างเ็ปของใครบางคนม่านหลงไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่ามีใครคนหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวก็อยู่รอบๆตัวเขาด้วยฝีเท้าที่เบามากเขาพยุงตัวเองลุกขึ้นเมื่อััได้ว่าคนที่จับตัวเขาอยู่ถูกกระชากออกไปแล้ว
มีคนมาช่วยม่านหลงอีกแล้วรึ
หรือว่าจะเป็เขาคนนั้น?
ม่านหลงกำลังจะยกมือขึ้นขยี้ตาเพื่อเอาเศษทรายออกแต่มือของเขาก็ถูกคว้าเอาไว้ก่อนที่จะทันได้ทำแบบนั้นม่านหลงพยายามลืมตาแต่ทว่าก็เคืองกับเศษทรายที่ยังค้างอยู่อีกฝ่ายเป็ใครก็ไม่อาจรู้ได้ เขารวบมือของม่านหลงเอาไว้ก่อนจะอุ้มจากพื้นม่านหลงััได้ถึงสายลมที่กำลังพัดผ่านไปเบาๆการเคลื่อนไหวแบบนี้คงจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์เช่นเดียวกับม่านหลงเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะพาเขาไปที่ไหนแต่ทว่าม่านหลงกลับรู้สึกสบายใจอย่างประหลาด
ทำให้หวนนึกถึงเมื่อครั้งหนึ่งที่เขายังอยู่ที่ถังเหมินแล้วถูกรังแกคนคนหนึ่งก็มาช่วยเขาเอาไว้แบบนี้อุ้มเขาด้วยความอ่อนโยนแล้วบอกกับเขาว่าไม่เป็ไรแล้ว
ทำไม่นี้ถึงได้คิดถึงเื่ในอดีตขึ้นมาบ่อยๆกันนะ
ผ่านไปครู่เดียวม่านหลงก็ได้ยินเสียงน้ำที่ไหลเอื่อยๆเขาคุ้นเคยกับเส้นทางนี้ดีแม้ว่าจะยังหลับตาอยู่ มันคือทางกลับไปที่พรรคของเขาเองคนคนนี้รู้จักเขาอย่างนั้นหรือ
คนที่กำลังอุ้มตัวคนที่กำลังหลับตาอยู่วางร่างโปร่งลงบนโขดหินเรียบที่ปลอดภัยมือหนาจับมือที่วางค้างอยู่ที่หน้าท้องให้ัักับน้ำที่อยู่เบื้องหน้าเพื่อบอกคนที่หลับตาอยู่ว่าระดับน้ำอยู่ตรงไหนและทันทีที่ปล่อยมือเรียวนั้นเป็อิสระคนที่นั่งอยู่ก็ััถึงคนที่อยู่ข้างๆไม่ได้อีกแล้ว
ไปแล้วอย่างนั้นรึ
ม่านหลงัักับน้ำเย็นๆที่อยู่เบื้องหน้าเขากวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าล้างตาเอาเศษทรายออกกะพริบตาเบาๆเพื่อให้สายตากลับมามองเห็นได้แจ่มชัดอีกครั้งภาพตรงหน้าเป็น้ำตกขนาดเล็กที่มีน้ำใสสะอาดกำลังไหลผ่านเห็นท้องฟ้าสว่างวาบจากที่ไกลๆ เมื่อมองมาที่ข้างตัวก็พบว่ามีของที่ม่านหลงซื้อมาจากในเมืองวางเอาไว้อย่างเรียบร้อย
ดูเหมือนคนที่ช่วยเขาเอาไว้จะเอาของที่เขาซื้อมากลับมาให้เขาอย่างครบถ้วน
แต่ว่าทำไมถึงได้รีบร้อนจากไปเร็วขนาดนี้เขายังไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายเป็ใครมาจากไหน จะใช่หน่วยลับที่เขาเจอวันนี้หรือเปล่าแต่พวกเขาก็แยกกันไกลแล้ว อีกฝ่ายไม่น่าจะหวนกลับมาอีก
เป็ใครกันที่ช่วยเขาเอาไว้แล้วยังรีบร้อนจากไปไม่ให้เขาได้กล่าวขอบคุณก่อนอีกฝ่ายต้องรู้จักเขาแน่เพราะตรงนี้คือทางเข้าป่าที่มุ่งตรงไปยังที่ตั้งของอู่ตู๋แล้วแถวนี้ก็ลึกพอที่คนภายนอกจะไม่เข้ามานอกจากจะเป็คนที่รู้จักเส้นทางดี
ทำตัวลึกลับเสียจริง
หวังว่าเขาจะไม่จัดการคนขี้เมาพวกนั้นจนสิ้นชีพไปก่อนที่ม่านหลงจะไปจัดการด้วยตัวเองหรอกนะ
หลังจากที่ล้างหน้าล้างตาจนกลับมาสะอาดอีกครั้งแล้วมือเรียวก็คว้าของที่ซื้อมาเพื่อที่จะเตรียมตัวกลับพรรคดวงตาสีม่วงมองไปรอบๆเผื่อว่าคนที่ช่วยเขาเอาไว้จะยังอยู่แถวนี้ริมฝีปากบางเอ่ยขึ้นมาเบาๆ
“ไม่ว่าจะเป็ใครแต่ขอบคุณมากที่ช่วยเหลือ”หวังว่าจะมีโอกาสได้พูดคุยกันอีกสักครั้งม่านหลงจะได้ตอบแทนความช่วยเหลือในครั้งนี้
แล้วพรุ่งนี้เขายังต้องเข้าเมืองไปอีกรอบเพื่อไปคุยกับผู้ดูแลเมืองสักหน่อย
ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาก็ต้องรับมือกับคนสนิทที่ยืนเท้าเอวอยู่หน้าพรรครอคอยการกลับมาของม่านหลง
“ท่าน…ม่าน…หลง!!”
“ตื่นแล้วรึ”
“ท่านไม่ต้องมาทำเฉไฉเลยนะ!วางยาข้าแล้วออกไปข้างนอกคนเดียว!” ม่านหลงยิ้มรับเด็กคนนี้น่ากลัวจริง แผดเสียงขนาดนี้ไม่กลัวเส้นเสียงอักเสบหรอกรึ
“ข้าไปแค่เดี๋ยวเดียว”ถึงจะไปมีเื่มาด้วยก็เถอะแต่เขาไม่ได้เป็คนเริ่มก่อนเสียหน่อย
“ตอนนี้ตะวันตกดินจนพระจันทร์จะอยู่กลางศีรษะแล้วท่านบอกว่าไปเดี๋ยวเดียวรึ?”ก็เดี๋ยวเดียวนี่
“แต่ข้าก็ปลอดภัยกลับมาแล้วไม่เห็นต้องห่วงอะไรเลย” ม่านหลงบ่ายเบี่ยงแต่คนสนิทของเขาสายตาดีเกินเหตุมองเห็นชุดของม่านหลงที่เปรอะเปื้อนดินก็ทำตาเขียวขึ้นมาทันที
“ข้าเห็นว่าชุดของท่านเปื้อนนะ”
“ไปเดินในเมืองก็ต้องมีชุดเปื้อนกันบ้าง”เปื้อนนิดหน่อยก็ไม่ได้รึ
“ดูไม่เหมือนรอยเปื้อนที่เกิดจากการเดินผ่านดินผ่านฝุ่นท่านบอกข้ามาว่าท่านไปทำอะไร มิเช่นนั้นข้าจะไม่ให้ท่านออกจากพรรค!”
“อยู่ที่พรรคก็ไม่แย่เสียหน่อย”
“บอกข้ามานะ”
“ก็ไปมีเื่มานิดหน่อย….”
“ท่านม่านหลง!” หลังจากนั้นม่านหลงก็ถูกคนสนิทลากไปอาบน้ำชำระร่างกายแล้วเค้นถึงเื่ที่ไปเจอวันนี้ทันทีที่ฟังจบคนสนิทของเขาก็เตรียมการที่จะไปพบผู้ดูแลเมืองในทันทีจนม่านหลงต้องห้ามเอาไว้ตอนนี้ดึกแล้วจะบุกไปได้อย่างไร รอพรุ่งนี้ก็ยังไม่สายแล้วไม่รู้ด้วยว่าโจรขี้เมาพวกนั้นยังรอดกันอยู่หรือเปล่า
หลังจากที่ทำให้คนสนิทใจเย็นลงได้และรับปากว่าพรุ่งนี้จะเข้าเมืองไปพบผู้ดูแลเมืองเื่การตรวจตราไม่ให้คนพวกนี้มาสร้างความเดือดร้อนภายในเมืองอีกม่านหลงก็เตรียมจะเข้านอนเพราะวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมเื่สำคัญไป
เขายังไม่สามารถหาตัวคนที่เข้ามาในอาณาเขตแล้วร่วมมีสัมพันธ์สวาทกับเขาในวันนั้นได้เลย
ม่านหลงยกมือขึ้นกุมขมับเขาลืมเื่นี้ไปเสียสนิทตั้งใจว่าจะตามหาให้เจอแต่ทว่าจนตอนนี้ม่านหลงยังไม่ได้ลงมือตามหาอีกฝ่ายอย่างจริงจังเลยมัวแต่ยุ่งวุ่นวายอยู่กับเื่อื่นจนลืมคิดถึงเื่นี้ไปเสียสนิท
เขาจะปล่อยผ่านเื่นี้ไปได้อย่างไร
เริ่มสืบจากคนพรรคก่อนก็แล้วกันเพราะคนที่เข้าออกอาณาเขตของม่านหลงได้ก็มีแต่คนของอู่ตู๋แต่ไล่สืบทีละคนจะต้องเสียเวลาไม่น้อยแน่ไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องทำแบบนั้นไปก่อนจนกว่าจะหาข้อมูลได้
เขาล่ะก็ได้เจอชายที่ถูกใจแต่กลับไม่ใช่คนเดียวกันกับคนที่มีสัมพันธ์ด้วย น่าเสียดายจริงๆ
แค่ได้เห็นใบหน้านั่นครั้งเดียวม่านหลงก็จำได้ขึ้นใจแล้ว เสียดายที่พาตัวกลับมาที่อู่ตู๋ไม่ได้ เสียดายจริงๆนะ
รุ่งเช้าคนสนิทมาแต่งตัวให้ม่านหลงที่เรือนด้วยเหตุที่ว่าวันนี้พวกเขาจะไปหาผู้ดูแลเมืองกันท่าทางเอาจริงเอาจังจนไม่อยากขัดเขาที่เป็รองประมุขถึงจะไม่อยากไปจัดการเื่นี้ด้วยตัวเองแต่ทว่าจะปล่อยให้ชาวเมืองเอือมระอากับคนแบบนี้นานๆไม่ได้คงไม่มีความสุขในการใช้ชีวิตกันดังนั้นม่านหลงจึงอยู่ในชุดประจำพรรคสีม่วงสวมเครื่องประดับเงินค่อนข้างเป็ทางการเล็กน้อยม่านหลงจะแต่งเป็ทางการก็ต่อเมื่อต้องเข้าวังหรือมีพิธีสำคัญภายในพรรคเท่านั้น
การเดินทางไปพบผู้ดูแลเมืองพวกเขาก็จะต้องผ่านใจกลางเมืองด้วยน้อยคนนักที่จะเห็นคนของอู่ตู๋มาเดินที่ข้างนอก หลายคนก็นึกสงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ที่นี่หรือว่ามีเื่อะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า
“ทุกท่านมาถึงที่นี่มีเื่อันใดหรือขอรับ”ผู้ดูแลเมืองออกมาต้อนรับคณะเดินทางของม่านหลงด้วยท่าทีนอบน้อมชายแก่รู้สึกประหลาดใจที่จู่ๆคนของอู่ตู๋ก็มาถึงที่นี่ในวันนี้จนเขาไม่รู้ว่าจะต้องรับมืออย่างไร
ได้ยินว่าอู่ตู๋ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเื่ภายนอกแต่เหตุใดถึงมาที่นี่ในวันนี้ มิใช่ว่าให้สิทธิ์การดูแลเมืองนี้แก่เขาแล้วหรอกหรือ
“แก่ขึ้นเยอะเลยนี่”ม่านหลงเอ่ยทักครั้งสุดท้ายที่เจอชายผู้นี้ก็สักสิบปีก่อนตอนที่ม่านหลงออกมาท่องโลกภายนอกครั้งแรกหลังจากที่ไม่ได้ออกมานานผ่านไปแค่สิบปีแก่ขึ้นขนาดนี้เชียวรึ
“อายุข้ามิใช่น้อยๆแล้วอีกไม่นานก็ต้องให้ผู้สืบทอดสืบทอดต่อแล้วขอรับ” ชายแก่เอ่ยอย่างนอบน้อมมองคนที่นั่งอยู่บนที่นั่งประธาน ชายผู้นี้คือรองประมุขของอู่ตู๋ที่เขาเคยเจอเมื่อนานมาแล้วในขณะที่เขาแก่จนกลายเป็ปู่แต่อีกฝ่ายยังดูหนุ่มแน่นไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลยสักนิด
เื่ที่ว่าอู่ตู๋สูบกินเืและิญญาของคนที่หลงเข้าไปในป่าเพื่อความเป็ะเป็เื่จริงหรือ
ม่านหลงเห็นสีหน้าของผู้ดูแลเมืองก็พอจะเข้าใจว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่คงจะเพราะม่านหลงยังมีหน้าตาอ่อนเยาว์หลังจากเวลาผ่านไปเป็สิบปีเป็เพราะเขาดื่มเืของคนที่หลงเข้าไปในป่าข่าวลือพวกนี้ประมุขของพวกเขาเป็คนที่ปล่อยข่าวออกไปเองพวกเขาก็เป็มนุษย์ธรรมดาจะไปดื่มเืได้อย่างไรกัน
แต่ถึงจะถูกลือไปแบบนั้นแต่ม่านหลงก็พอใจกับข่าวลือพวกนั้นเพราะมันทำให้คนเข้าไปในเขตของอู่ตู๋น้อยลงถึงจะมีพวกอยากลองดีแอบเข้ามาอยู่บ้างแต่ทว่าก็ไม่มีใครรอดกลับออกไปคนในพรรคก็ปลอดภัย ไม่ต้องลำบากมาสู้รบปรบมือกับพวกที่อยากลองดี
ม่านหลงบอกตามตรงว่ามันน่ารำคาญทีเดียวที่ต้องรับมือกับคนพวกนี้
“แล้ววันนี้ลูกชายไปไหนเสียเล่า”ม่านหลงถามถึงลูกชายของอีกฝ่ายที่ตอนนี้อายุคงจะยี่สิบต้นๆแล้วปกติควรจะออกมารับแขกกับพ่อมิใช่รึ
“เขาอยู่ที่เรือนขอรับหากท่านอยากพบข้าจะเรียกตัวมาให้ขอรับ”
“ข้าไม่ได้พบลูกชายท่านเสียนานอยากจะรู้ว่าเติบใหญ่เพียงใดแล้ว หวังว่าจะไม่รบกวนผู้ดูแลมากเกินไป” ชายแก่ยิ้มรับประหนึ่งว่ามันไม่ได้ลำบากอะไรแต่ทว่าในแววตานั้นกลับแฝงความไม่พอใจที่รองประมุขเรียกเขาว่าผู้ดูแลไม่ใช่ท่านเ้าเมือง
หน้าที่ของเขาตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากเ้าเมืองไยไม่เรียกเขาแบบนั้นกัน
ม่านหลงจิบน้ำชารอระหว่างที่รอสาวใช้ไปตามลูกชายของผู้ดูแลมาก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยสนทนากับเขา
“ท่านมาที่นี่มีเื่อันใดหรือขอรับ”
“เมื่อวานข้ามาเดินเล่นที่ในเมืองท่านต้องเดาไม่ออกแน่ว่าเมื่อวานข้าเจออะไร” รองประมุขเอ่ยพลางจิบชาไปด้วยช่างเป็การมาเดินเล่นในเมืองที่มีอรรถรสเสียจริง เกือบจะถูกเอาตัวไปขายเสียด้วย
“เจออะไรหรือขอรับ”
“เจอขี้เมารีดไถเงิน”ม่านหลงหันไปเอ่ยกับผู้ดูแลเมืองพร้อมทั้งส่งยิ้มให้เดาออกหรือเปล่าว่าหมายความว่าอย่างไร
“ต้องขออภัยที่ทำให้ท่านต้องมาเจอเื่เช่นนี้เป็ข้าที่ไม่ตรวจสอบให้ดีเอง จะไม่ให้เกิดเื่แบบนี้อีกขอรับ”
“ดีใจที่ได้ยินเช่นนั้นจริงสิ ข้ายังเจออีกเื่ด้วย” เมื่อวานเจอมาหลายเื่ทีเดียว
“เื่อะไรหรือขอรับ”
“หลังจากที่เจอขี้เมารีดไถเงินในโรงเตี๊ยมก่อนจะกลับข้ายังได้เจอพวกเขาอีกครั้งที่นอกเมือง แล้วยังพาคนมามากมายเสียด้วย”ไม่รู้ว่าไปหาคนมาจากไหนเยอะแยะ มีพรรคพวกมากถึงขนาดนี้เป็ขี้เมาแบบไหนกันนะ
“เช่นนั้นหรือขอรับ”ผู้ดูแลเมืองคล้ายจะมีเหงื่อออกเล็กน้อยไยเื่แบบนี้ถึงเกิดขึ้นในวันที่รองประมุขของอู่ตู๋ออกมาเดินเล่นในเมืองได้แล้วเ้าขี้เมานั่นไม่เบิกตาดูหรืออย่างไรว่าคนที่ตัวเองไปหาเื่เป็ใคร
“ปกติขี้เมามีพรรคพวกมากถึงสามสิบคนเลยหรือข้าล่ะสงสัยนักว่าขี้เมาจอมรีดไถคนนี้เป็ใครท่านพอจะรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเขาหรือไม่?” มีพรรคพวกถึงสามสิบคนเชียวเป็ใครมาจากไหนกันนะ
“มีพรรคพวกมากถึงเพียงนั้นเชียวไยข้าไม่เคยได้ยินว่ามีขี้เมาแบบนั้นอยู่ในเมืองมาก่อน” ผู้ดูแลเมืองยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับเหงื่อบนใบหน้าเหตุการณ์แบบนี้เหมือนเขาเคยเห็นที่ไหนมาก่อนคล้ายกับว่าเขาเพิ่งจะได้ยินเมื่อไม่นานมานี้
“อย่างนั้นหรอกรึผู้ดูแลคงจะงานยุ่งมากถึงไม่เคยได้ยินเื่นี้มาก่อนต้องดูแลเมืองใหญ่แบบนี้ท่านคงจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง” ม่านหลงให้เหตุผลแต่หวังว่าผู้ดูแลเมืองจะไม่ปล่อยเื่นี้เอาไว้นาน
“ข้าจะตรวจสอบเื่นี้ในทันทีขอให้ท่านวางใจ”
“ดีข้าไม่อยากให้มีคนต้องมาเจอเหมือนข้า นอกจากจะรีดไถเงินแล้วยังมาดักปล้นระหว่างทางจับตัวจะเอาไปขาย แล้วยังจะ ‘ทดสอบ’ สินค้ากลางที่โล่งแจ้งเสียอีกไม่ไหวๆ คนแบบนี้ท่านจะปล่อยให้ลอยนวลไม่ได้อย่างเด็ดขาดหากประมุขทราบต้องไม่ดีแน่” เมื่อได้ยินว่ารองประมุขของอู่ตู๋เจออะไรมาบ้างผู้ดูแลเมืองก็หน้าซีดในบัดดลดักปล้นและเอาตัวไปขายอย่างนั้นรึหากเื่นี้รู้ถึงประมุขอวี๋แห่งอู่ตู๋พวกเขาคงอยู่ไม่สุขแน่
“ข้าจะจัดการเื่นี้ในทันทีจะไม่ทำให้ประมุขอวี๋และท่านต้องกังวลอย่างเด็ดขาด”
“ชาวเมืองคงจะเอือมระอามากทีเดียวจากการกระทำของเขาน่าจะทำแบบนั้นมานานแล้วชาวเมืองถึงไม่กล้าที่จะยุ่งเกี่ยวด้วยพวกเขาไม่ได้มารายงานท่านรึ?” เป็ไปได้อย่างไรที่จะไม่มีการรายงานเข้ามา
หรือว่ามีการรายงานเข้ามาแต่ทว่าผู้ดูแลไม่ได้สนใจ?
“มะ ไม่มีขอรับ”
“ตายจริงเช่นนั้นขี้เมาคนนี้คงจะมีอิทธิพลมากทีเดียวแม้แต่ชาวเมืองยังไม่กล้าเอามารายงานท่านสงสัยจริงว่าคนผู้นี้เป็ใครถึงได้มาสร้างความเดือดร้อนในเขตปกครองของอู่ตู๋ได้ขนาดนี้”
“เขตปกครองของอู่ตู๋หรือขอรับ?”
“แล้วมิใช่รึ?” คำถามนี้หมายถึงอะไร อ่า หรือเพราะอวี๋เหมาฉาไม่ได้ออกหน้ามานานตอนนี้เหล่าผู้ดูแลเมืองต่างคิดว่าตัวเองเป็เ้าเมืองกันไปหมดแล้วรึ
ชิงหลงแบ่งพื้นที่ออกเป็แปดเขตทั่วแคว้นแต่ละเขตมีแต่ละพรรคเป็ผู้ปกครองและดูแลเขตนั้นๆแล้วจะแต่งตั้งผู้ดูแลเมืองขึ้นตามเมืองที่อยู่ภายใต้เขตปกครองของพรรคดังนั้นหากเทียบตำแหน่งกันแล้วประมุขของแต่ละพรรคก็คือเ้าเมืองของแต่ละเขตการปกครอง
สงสัยประมุขไม่ได้ปรากฏตัวเสียนานผู้ดูแลคงคิดว่ายกอำนาจให้แล้วกระมัง
“ใช่ขอรับใช่ข้านี่ถามอะไรสับสนจริงๆ” ผู้ดูแลหัวเราะราวกับว่ามันเป็มุกตลกแล้วรินชาเพิ่มให้กับม่านหลง
ผู้ดูแลเมืองอย่างนั้นรึ เหอะ
“ที่ท่านมาถึงที่นี่เพื่อมาแจ้งเื่นี้หรือขอรับ”
“จริงๆมีมาสามเื่ข้าคิดว่าท่านคงทำงานหนักจึงอยากจะช่วยเหลือท่านเื่ของขี้เมากลุ่มนั้นข้ารู้แล้วว่าตัวหัวหน้าอยู่ที่ไหนเื่นั้นข้าจะจัดการกวาดล้างกลุ่มโจรขี้เมานั้นเองหวังว่าท่านจะอนุญาตให้ข้าลงโทษพวกเขาด้วยตัวเอง” ทำงานหนักรึเช่นนั้นม่านหลงก็จะช่วยแบ่งเบาภาระให้
“ขอรับขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือ” ผู้ดูแลรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธคำขอนี้เขาอยู่ภายใต้อำนาจของประมุขแห่งอู่ตู๋ นั่นหมายถึงอยู่ใต้อำนาจรองประมุขด้วยเช่นกันแม้คำพูดจะฟังดูเหมือนว่าอีกฝ่ายมาขอความร่วมมือแต่แท้จริงแล้วเป็การบังคับให้ต้องตอบตกลงต่างหาก
ร้ายกาจยิ่งนัก
“เื่แรกข้ามาแจ้งถึงสถานการณ์ภายในเมืองส่วนเื่ที่สองข้ามาแจ้งท่านว่าเื่ของโจรขี้เมากลุ่มนั้นข้าจะตัดสินโทษด้วยตัวเองส่วนเื่ที่สาม….”
“นายท่านคุณชายมาถึงแล้วเ้าค่ะ” ม่านหลงมองไปยังประตูห้องโถงที่สาวใช้เดินเข้ามารายงานรอยยิ้มสายหนึ่งผุดขึ้นมาบนใบหน้าของรองประมุขหนุ่มผู้นี้
เวลาที่แต่งตัวเป็คุณชายลูกผู้ดีก็ใช่ว่าจะดูไม่ได้มิใช่รึ
สาวใช้สองคนประคองชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินเข้ามาสภาพของเขาคล้ายกับถูกทำร้ายมาอย่างหนักบนใบหน้ามีรอยช้ำจากการโดนต่อยเห็นแล้วคงเจ็บมิใช่น้อยเวลาสั้นๆก็ลงมือได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ
เมื่อเดินเข้ามาจนถึงกลางห้องโถงคล้ายกับว่าอีกฝ่ายจะจำม่านหลงได้มือนั้นชี้มาที่ม่านหลงอย่างใพร้อมทั้งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“จะ เ้า!”
“ยังจำข้าได้ด้วยรึ?”อ่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะจำคนที่ตัวเองปล้นเมื่อคืนไม่ได้อย่างนั้นสินะ
“ทะ ท่านพ่อ! เป็เขา!เป็เขาที่ทำร้ายข้า!” คุณชายของบ้านร้องออกมาอย่างขวัญเสียโดยหารู้ไม่ว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์แบบไหน
“แก้ให้ถูกคือคนที่มาช่วยข้าเป็คนหยุดเ้าเอาไว้ไม่ให้ลงมือกระทำชำเราข้า ไม่ใช่ข้าที่ลงมือเอง”ถึงจะอยากลงมือด้วยยังไงแต่ทว่ามีคนชิงตัดหน้าก่อนม่านหลงจะทำอะไรได้
หน้าตาถูกใจไม่ว่าจะทำอะไรม่านหลงก็อภัยให้
“ผู้ดูแลเมือง” ม่านหลงหันมาเอ่ยกับคนที่หน้าซีดอยู่
“ถึงเวลาที่ลูกชายของท่านจะต้องถูกลงโทษจากข้าในความผิดที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้หวังว่าท่านจะไม่คัดค้าน และนั่งดูอยู่อย่างสงบเสงี่ยมจนกว่าการลงโทษจะสิ้นสุดลง”