ตอนที่ 11 ภายใต้โต๊ะทำงาน
ความมืดมิดที่โรยตัวลงมาอย่างกะทันหันราวกับมีม่านสีดำผืนใหญ่ร่วงหล่นลงมาปกคลุมทั่วทั้งห้อง ภายในพื้นที่คับแคบใต้โต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งตัวใหญ่ ผมและคุณรสเบียดเสียดแนบชิดกันจนแทบจะหลอมรวมเป็ร่างเดียว เสียงพายุฝนด้านนอกที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องที่ทำเอาพื้นพรมสั่นะเื กลับดูเบาบางลงไปถนัดตาเมื่อเทียบกับเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นรัวแรงประสานกันอยู่ในความมืด
พื้นที่ใต้โต๊ะนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใหญ่สองคนเข้ามาหลบซ่อน ร่างกายของเราจึงต้องเบียดเสียดเข้าหากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมนอนหงายหลังราบไปกับพื้นพรมหนานุ่ม โดยมีร่างอรชรของคุณรสทาบทับอยู่้าเต็มตัว สองแขนเรียวของเธอตวัดกอดรอบคอผมแน่นราวกับเด็กน้อยที่หวาดกลัวต่อสิ่งเร้าภายนอก ใบหน้าหวานซุกซบอยู่กับซอกคอของผม ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวเนื้อบริเวณไหปลาร้าทำให้ผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว ััได้ถึงความสั่นเทาจากความหวาดกลัวที่ถ่ายทอดออกมาจากร่างบางอย่างชัดเจน
กลิ่นน้ำหอมแนวฟลอรัลหรูหราที่ผมคุ้นเคย ผสมผสานกับกลิ่นครีมอาบน้ำอ่อนๆ และกลิ่นกายสาววัยสะพรั่งที่กำลังตื่นตระหนก มันตีตื้นขึ้นมาแตะจมูกผมในทุกจังหวะการหายใจ กลิ่นหอมเย้ายวนนั้นมันรุนแรงเสียจนผมแทบจะสำลักความสุขปนความอึดอัด อกอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วงด้วยความหอบเหนื่อยเบียดชิดเข้ากับแผงอกกว้างของผมจนััได้ถึงความนุ่มหยุ่นที่แนบชิดผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบาที่ขวางกั้นเราเอาไว้เพียงชั้นเดียว
แต่สิ่งที่ทรมานที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่ความแคบหรือความมืด แต่มันคือปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายผมเอง...
ต้นขาขาวเนียนที่โผล่พ้นชุดคลุมอาบน้ำสีแดงเบอร์กันดีเสียดสีเข้ากับหน้าขาของผมผ่านเนื้อผ้ากางเกงสแล็กที่เปียกชื้นเล็กน้อย ความร้อนจากอุณหภูมิร่างกายของเธอแผ่ซ่านเข้ามา ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่ผมพยายามกดทับเอาไว้ให้ตื่นตัวขึ้นมาอย่างดุดัน ความเป็ชายของผมเริ่มแข็งขืนและพองโตขึ้นตามสัญชาตญาณดิบเถื่อน มันดุนดันอยู่ภายใต้กางเกง ััเบียดเสียดกับหน้าท้องแบนราบของคุณรสอย่างไม่อาจหลบเลี่ยงได้เลยในพื้นที่ที่จำกัดเช่นนี้
ผมพยายามขยับสะโพกหนีเพื่อไม่ให้ส่วนนั้นัักับเธอมากเกินไป แต่ยิ่งขยับ มันก็ยิ่งเสียดสี ยิ่งถลำลึกลงไปในความรู้สึกเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย คุณรสเองก็คงรับรู้ได้ถึงความแข็งขืนที่กำลังดุนดันหน้าท้องของเธออยู่ ร่างของเธอสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอกลับไม่ได้ขยับหนีหรือเอ่ยปากดุผมอย่างที่ควรจะเป็ เธอเพียงแค่ซุกหน้าลงกับซอกคอผมแน่นขึ้น ปล่อยให้ความเงียบและความมืดกลืนกินความน่าอายนี้ไป
"คุณรส..." ผมกระซิบเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า มือหนาเลื่อนไปโอบรัดรอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น ลูบไล้แผ่นหลังบางผ่านเนื้อผ้าซาตินลื่นมืออย่างเผลอไผล ความนุ่มนวลของเรือนร่างเธอทำให้ผมสติแทบหลุด ผมอยากจะกอดเธอให้แน่นกว่านี้ อยากจะััเธอให้มากกว่านี้...
แต่ทว่า...
*ตึก... ตึก... ตึก...*
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังแว่วมาจากโถงทางเดินด้านนอกวิลล่า ทำลายห้วงอารมณ์วาบหวามที่กำลังก่อตัวขึ้นจนแตกกระจาย ผมและคุณรสชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป เราสองคนกลั้นหายใจโดยไม่ได้นัดหมาย เงี่ยหูฟังเสียงที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
*กริ๊ก... แกร๊ก...*
เสียงกุญแจไขลูกบิดประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูวิลล่าที่ดังเอี๊ยดอ๊าด
"คุณรสครับ! คุณรสอยู่หรือเปล่าครับ!"
เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นะโฝ่าความมืดเข้ามา มันคือเสียงของ 'พี่ชัย' หัวหน้าแผนกบุคคลที่พักอยู่วิลล่าถัดไป และตามมาด้วยเสียงของ 'พี่ฝ้าย' เพื่อนร่วมงานสาวรุ่นพี่ที่สนิทกับคุณรส
"คุณรสคะ! ไฟดับหมดเลย เป็อะไรหรือเปล่าคะ! พวกเราเอากุญแจสำรองจากนิติไขเข้ามานะคะ เป็ห่วงน่ะค่ะ!" พี่ฝ้ายะโเสริม เสียงของเธอเต็มไปด้วยความร้อนรน
หัวใจของผมหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความหวาดกลัวแล่นปราดเข้าจับขั้วหัวใจ ถ้าพี่ชัยกับพี่ฝ้ายเข้ามาเห็นผมในสภาพนี้... นอนกอดก่ายอยู่กับเ้านายสาวภายใต้โต๊ะทำงานในสภาพที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยและร่างกายท่อนล่างของผมกำลังตื่นตัวเต็มที่... อนาคตการทำงานของผมคงจบสิ้นลงตรงนี้แน่ๆ
คุณรสผละใบหน้าออกจากซอกคอของผมทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกไม่แพ้กัน เธอรีบยกมือขึ้นปิดปากผมไว้แน่นเพื่อไม่ให้ผมหลุดเสียงใดๆ ออกมา ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะก้มลงมากระซิบที่ข้างหูผมด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวแต่เฉียบขาด
"เงียบเสียง... และหลบอยู่ใต้โต๊ะนี้ ห้ามขยับตัวเด็ดขาด เข้าใจไหม!"
ผมพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว เหงื่อเย็นๆ เริ่มซึมชื้นตามกรอบหน้า คุณรสรีบผละออกจากร่างของผมอย่างระมัดระวัง เธอจัดแจงดึงคอเสื้อคลุมอาบน้ำผ้าซาตินที่ร่นลงมาจนเห็นร่องอกให้เข้าที่ ผูกสายคาดเอวให้แ่า ก่อนจะคว้าสมาร์ตโฟนที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาเปิดโหมดไฟฉาย
แสงไฟสีขาวสว่างวาบขึ้นมาในความมืดมิดใต้โต๊ะ ส่องให้เห็นใบหน้าที่ยังคงมีรอยแดงระเรื่อและริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อยจากการกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อสะกดกั้นอารมณ์เมื่อครู่ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจและสวมหน้ากากของผู้จัดการสาวผู้เคร่งขรึมกลับคืนมา ก่อนจะค่อยๆ คลานออกไปจากใต้โต๊ะทำงาน ทิ้งผมให้นอนขดตัวอยู่ในความมืดและความหวาดหวั่นเพียงลำพัง
"รสอยู่นี่ค่ะ พี่ชัย พี่ฝ้าย" น้ำเสียงของคุณรสดังขึ้นจากอีกฝั่งของโต๊ะทำงาน เสียงของเธอกลับมาเรียบเฉยและทรงอำนาจดังเดิม ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความหวั่นไหวใดๆ หลงเหลืออยู่เลย
"โอ๊ย คุณรส! โล่งอกไปที นึกว่าเป็อะไรไปซะแล้ว" เสียงพี่ฝ้ายถอนหายใจอย่างโล่งอก ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้บริเวณโต๊ะทำงานมากขึ้น
"พอดีฟ้าผ่าแรงมากน่ะค่ะ รสในิดหน่อยเลยเดินชนโต๊ะน่ะค่ะ ไม่มีอะไร" คุณรสตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ระวังหน่อยนะครับคุณรส ไฟดับมืดขนาดนี้ เดินเหินลำบาก นี่ผมกับฝ้ายเอาไฟฉายกับเทียนเล่มใหญ่มาให้ครับ เห็นวิลล่าคุณรสมืดสนิทเลยเป็ห่วง" พี่ชัยพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาบ่งบอกถึงความเอาใจใส่และประจบประแจงเ้านายอย่างชัดเจน
ผมได้ยินเสียงฝีเท้าของพี่ชัยก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น... ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ... จนกระทั่งแสงไฟฉายจากมือของเขาสาดส่องลอดช่องว่างของแผ่นไม้กั้นหน้าโต๊ะเข้ามาตกกระทบที่ปลายรองเท้าหนังของผม!
ผมแทบจะหยุดหายใจ ร่างกายแข็งทื่อเป็หิน หัวใจเต้นกระหน่ำรัวเร็วและแรงเสียจนผมกลัวว่าเสียงของมันจะทะลุแผ่นไม้ออกไปให้พวกเขาได้ยิน ผมต้องยกมือขึ้นมาอุดปากตัวเองไว้แน่นเพื่อกลั้นเสียงลมหายใจที่หอบถี่ ปลายเท้าของพี่ชัยหยุดยืนอยู่ห่างจากตัวผมไปเพียงแค่แผ่นไม้บางๆ กั้นกลางเท่านั้น!
"ขอบคุณมากนะคะพี่ชัย พี่ฝ้าย วางไว้บนโต๊ะนี่แหละค่ะ" เสียงของคุณรสดังขึ้นใกล้ๆ เธอคงเดินมายืนบังหน้าโต๊ะทำงานเอาไว้เพื่อไม่ให้พี่ชัยสังเกตเห็นความผิดปกติ
"พรุ่งนี้เช้ามีประชุมเื่ปรับโครงสร้างแผนกด้วย คุณรสโอเคไหมครับ หรือจะให้ผมเลื่อนไปก่อนดี ฝนตกหนักขนาดนี้ พรุ่งนี้เช้าไม่รู้ไฟจะมาหรือเปล่า" พี่ชัยยังคงยืนอยู่ที่เดิมและชวนคุยเื่งาน
"ไม่ต้องเลื่อนค่ะ ทุกอย่างเป็ไปตามกำหนดเดิม พรุ่งนี้เช้าเตรียมเอกสารให้พร้อมด้วยนะคะ รสจะเข้าไปดูแต่เช้า" คุณรสตอบเสียงเข้ม
"ได้ครับคุณรส... เอ่อ... แล้วนี่ คุณรสอยู่คนเดียวเหรอครับ? เมื่อกี้ผมเหมือนได้ยินเสียงคนคุยกันเลย" คำถามของพี่ชัยทำเอาผมสะดุ้งสุดตัว เืในกายเย็นเฉียบ
ผมหลับตาปี๋ ภาวนาให้คุณรสหาข้ออ้างอะไรก็ได้มาตบตาพวกเขาไป
"อ๋อ... รสคุยโทรศัพท์กับลูกค้าน่ะค่ะ พอดีไฟดับ สายเลยหลุดไป" คุณรสตอบกลับอย่างฉะฉานและเป็ธรรมชาติ ไร้ซึ่งพิรุธใดๆ
"อ้อ... ครับๆ งั้นพวกผมไม่รบกวนแล้วครับ คุณรสพักผ่อนเถอะครับ ล็อกประตูให้แ่านะครับ มีอะไรโทรเรียกผมได้ตลอดเลยนะครับ" พี่ชัยกล่าวลา
"ไปก่อนนะคะคุณรส ฝันดีค่ะ" พี่ฝ้ายสมทบ
"ขอบคุณค่ะ ฝันดีเช่นกันค่ะ"
เสียงฝีเท้าของคนทั้งสองค่อยๆ ห่างออกไป... ห่างออกไป... จนกระทั่งเสียงประตูวิลล่าปิดลงพร้อมกับเสียงลงกลอนล็อกจากด้านนอกดัง *คลิก*
ทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝนตกด้านนอกที่ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ ผมค่อยๆ ผ่อนลมหายใจที่กลั้นไว้ออกมาอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกโล่งอกอย่างมหาศาลถาโถมเข้ามาแทนที่ความหวาดกลัวจนแทบจะหมดแรง ผมปล่อยมือที่อุดปากตัวเองออก นอนหอบหายใจถี่รัวอยู่ใต้โต๊ะราวกับเพิ่งวิ่งมาราธอนเสร็จ
*แกร๊ก...*
เสียงล็อกประตูจากด้านในดังขึ้นอีกครั้ง ยืนยันว่าแขกไม่ได้รับเชิญทั้งสองได้จากไปอย่างถาวรแล้ว แสงสลัวๆ จากไฟฉายมือถือของคุณรสส่องสว่างขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับร่างอรชรที่ค่อยๆ มุดตัวกลับเข้ามาใต้โต๊ะทำงานอย่างช้าๆ
ใบหน้าของคุณรสที่เคยเรียบตึงเคร่งขรึมเมื่อครู่ บัดนี้กลับมาแดงระเรื่อและหอบหายใจหนักหน่วงไม่แพ้ผม เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ ร่างที่นอนหงายของผม ทิ้งตัวพิงแผ่นไม้กั้นโต๊ะและถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างหมดมาด
"เกือบไปแล้ว..." เธอพึมพำเสียงแ่ มือเล็กยกขึ้นทาบอกตัวเองที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
ผมมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ความตื่นเต้น ความกลัว และสารอะดรีนาลีนที่พุ่งสูงปรี๊ดเมื่อต้องซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่แคบๆ โดยมีคนอื่นยืนอยู่ใกล้แค่คืบ มันกลับกลายเป็ตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้ความตึงเครียดทางเพศ (Sexual tension) ที่ถูกกดทับเอาไว้ะเิออกมาอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม!
บรรยากาศรอบตัวเราเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความหวาดกลัวหรือความใอีกต่อไป แต่มันคือความกระสันอยากที่เข้มข้น อบอวล และอันตราย ความเงียบสงบในความมืดใต้โต๊ะทำงานนี้ กลายเป็พื้นที่ส่วนตัวที่ซ่อนเร้นและปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบให้ตื่นเพริศ
ผมจ้องมองคุณรสที่กำลังหอบหายใจ แสงสลัวส่องให้เห็นหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่เกาะพราวตามไรผมและลำคอระหง เสื้อคลุมซาตินสีแดงเบอร์กันดีที่ถูกดึงให้กระชับเมื่อครู่ เริ่มคลายตัวออกอีกครั้งตามจังหวะการหายใจ เผยให้เห็นเนินอกอิ่มที่ขาวเนียนสะท้อนแสงไฟ
ร่างกายท่อนล่างของผมที่เคยสงบลงไปชั่วขณะ กลับมาตื่นตัวและพองโตขึ้นอีกครั้งอย่างไม่อาจควบคุมได้ มันแข็งขืนและปวดหนึบอยู่ภายใต้กางเกงสแล็ก ร้องเรียกหาการปลดปล่อยอย่างบ้าคลั่ง ความขัดแย้งในใจระหว่างความเกรงใจเ้านายกับแรงขับเคลื่อนทางเพศของเด็กหนุ่มวัย 24 ปีกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
คุณรสค่อยๆ หันหน้ามามองผม ั์ตาคู่สวยของเธอหวานฉ่ำและแฝงไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชน เธอไม่ได้หลบสายตาผมอีกต่อไป แต่กลับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผมราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิติญญา
ความเงียบที่น่าอึดอัดถูกทำลายลงเมื่อเธอขยับตัวเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น... ใกล้จนผมได้กลิ่นน้ำหอมและกลิ่นกายสาวชัดเจนเต็มสองรูจมูก เธอชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนๆ ของเธอรดรินอยู่ที่ปลายจมูกของผม
"เมื่อกี้... เธอทำดีมากนะ ตง" น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและเย้ายวนผิดปกติ มันไม่ใช่เสียงของเ้านายที่กำลังชมเชยลูกน้อง แต่มันคือเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเชิญชวนและท้าทาย
มือเล็กๆ ของเธอเลื่อนมาััที่หน้าอกของผม ลากไล้ปลายนิ้วผ่านเสื้อเชิ้ตที่เปียกชื้นอย่างเชื่องช้าและจงใจ ััที่แ่เบาแต่มันกลับจุดไฟราคะในตัวผมให้ลุกพรึบขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่
"แต่บทลงโทษของเด็กดื้อ... มันยังไม่จบแค่นี้หรอกนะ" เธอกระซิบชิดริมฝีปากผม รอยยิ้มมุมปากที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่มันเต็มไปด้วยความร้ายกาจและเซ็กซี่จนผมแทบหยุดหายใจ
มือของเธอเลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ... ผ่านหน้าท้องที่หดเกร็งของผม... จนกระทั่งหยุดลงที่ใจกลางความเป็ชายที่กำลังดุนดันกางเกงสแล็กอย่างน่าไม่อาย!
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*