ภายในถ้ำลับใต้หุบเขาที่เคยเงียบสงัด บัดนี้กลิ่นอายของพลังปราณเริ่มม้วนตัวเป็วงเกลียวรอบกายของสตรีในชุดสีแดงเพลิง หนิงจูเชว่นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นหินที่เย็นเฉียบ เบื้องหน้านางคือถุงผ้าดิบที่บรรจุศิลาปราณระดับต่ำหนึ่งร้อยก้อนที่เพิ่งรับสินน้ำใจมาจากเ้าอ้วนเฉิน กองศิลาเ่าั้เปล่งแสงสีขาวหม่นๆ ดูแล้วช่างขัดหูขัดตานางเหลือเกิน
"โถ่เอ๊ย... พลังงานเจือจางยิ่งกว่าน้ำแกงโรงทานเสียอีก"
นางเบะปากพลางหยิบศิลาปราณก้อนหนึ่งขึ้นมาหมุนเล่นในปลายนิ้ว ดวงตาสีชาดฉายแววดูแคลน "พวกมนุษย์ในยุคนี้มันช่างโง่เขลานัก ที่ปักใจเชื่อสืบต่อกันมาว่าการดูดซับศิลาปราณจะได้รับพลังเพียงสามส่วนและสูญเสียไปถึงเจ็ดส่วน นั่นมันเป็เพราะพวกเ้าไม่มีเคล็ดวิชาของจักรพรรดินีหงส์เพลิงต่างหากล่ะ!"
"แม่นาง! ท่านเป็อย่างไรบ้าง?" เสียงะโของอาโกวดังลอดเข้ามาจากปากถ้ำ เขายืนทำหน้าเลิ่กลั่กไม่กล้าเดินเข้ามาใกล้ "นั่นท่านเทศิลาออกมาหมดถุงเลยหรือ? ข้าเคยได้ยินท่านปู่บอกว่าหากโลภมากเกินไป ดูดซับรวดเดียวลมปราณจะตีกลับจนธาตุไฟเข้าแทรกนะขอรับ!"
หนิงจูเชว่หัวเราะร่าจนปอยผมสีแดงสะบัด "ธาตุไฟเข้าแทรก? เ้าบ้านี่พูดจาเลอะเทอะ ข้านี่แหละ โคตรพ่อโคตรแม่ไฟตัวจริงเสียงจริง! เ้าไปนั่งเฝ้าเงียบๆ ไป๊ หากข้าไม่เรียก อย่าได้เข้ามาขัดจังหวะการบ่มเพาะของข้าเป็อันขาด!"
เมื่อสิ้นเสียงตัดบท หนิงจูเชว่ก็หลับตาลงดิ่งเข้าสู่ห้วงสมาธิ นางเริ่มโคจรพลังปราณ ขอบเขตแรกเริ่ม ขั้นกลาง ที่มีอยู่เพียงน้อยนิดในจุดตันเถียน แต่นางไม่ได้ดูดทีละก้อน นางกลับใช้ััิญญาหมื่นปีที่ยังหลงเหลือเพียงเศษเสี้ยว บังคับบีบอัดศิลาปราณทั้งร้อยก้อนเบื้องหน้าให้สั่นะเืพร้อมกัน!
"วิชาเพลิงเทวะอสูร : พญาหงส์กลืนดารา!"
พริบตานั้น กองศิลาปราณเริ่มแตกร้าวเป็รอยแยกละเอียด แสงสีขาวถูกแรงกดดันมหาศาลบังคับให้ควบแน่นจนกลายเป็เส้นสายสีทองหม่น พุ่งเข้าสู่ร่างของนางอย่างบ้าคลั่ง! แทนที่จะสูญเสียพลังงานไปอย่างเปล่าประโยชน์ หนิงจูเชว่กลับใช้กฎแห่งชีวิต(ปลอม)เวอร์ชันย่อส่วนกะจิดริด กรองเอาเฉพาะความบริสุทธิ์เข้มข้นเข้าสู่ร่างกายได้ถึงเก้าส่วน!
วูบ... วูบ... วูบ...
กระแสพลังอุ่นพล่านไหลเวียนไปตามเส้นชีพจร จากจุดตันเถียนกระจายไปสู่ทั่วร่าง ผิวพรรณที่ขาวนวลเริ่มเปลี่ยนเป็สีชมพูระเรื่อ หนิงจูเชว่ััได้ถึงพลังที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว นางยิ้มกริ่มในใจ 'หึหึ... ด้วยศิลาร้อยก้อนนี้ ข้าต้องเข้าสู่ขอบเขตหลอมรวมปราณได้แน่!'
ทว่า... ความจริงกลับตบหน้านางเข้าอย่างจัง!
เมื่อพลังปราณชุดใหญ่พุ่งเข้าสู่จุดตันเถียน แทนที่มันจะเติมเต็มจนล้น แต่มันกลับหายวับไปราวกับหยดน้ำที่ตกลงในมหาสมุทรที่แห้งผาก จุดตันเถียนของนางที่เคยเป็ถึงขอบเขตเทวะ แม้ตอนนี้จะย่อส่วนลง แต่มันยังคงมีความเป็ "มหาขุมพลัง" ที่กว้างไกลไร้สิ้นสุด ราวกับหลุมดำที่หิวกระหาย
กึก... กึก...
เสียงศิลาปราณแตกสลายดังต่อเนื่อง ศิลาสามสิบก้อน... ห้าสิบก้อน... แปดสิบก้อน!
"เฮ้ย! เดี๋ยวๆๆ!" หนิงจูเชว่ลืมตาโพลงด้วยความใ "ไหงมันไม่เต็มสักทีล่ะเนี่ย!"
พลังปราณนับร้อยก้อนถูกสูบเข้าไปจนหมดเกลี้ยง ศิลาปราณระดับต่ำหนึ่งร้อยก้อนบัดนี้กลายเป็เพียงผงธุลีสีขาวกองอยู่ที่พื้น พลังงานที่นางกลั่นกรองมาแทบตาย กลับช่วยให้ระดับพลังของนางขยับขึ้นมาเพียงแค่...
ขอบเขตแรกเริ่ม ขั้นสูง
เท่านั้น! แถมยังเป็ขั้นสูงที่ "เกือบจะ" เป็ขั้นกลางด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่าพื้นฐานเดิมนางแน่นปึ้ก!
หนิงจูเชว่นั่งนิ่งแข็งทื่อ มองกองผงหินตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะะเิอารมณ์ออกมาจนถ้ำแทบแตก "ไอ้ตันเถียนตะกละ! ไอ้ตันเถียนล้างผลาญ! เ้ากินศิลาเข้าไปตั้งร้อยก้อน แต่กลับคายออกมาให้ข้าแค่นี้เนี่ยนะ!? นี่มันศิลาปราณนะเฟ้ย ไม่ใช่ขนมแมวเลีย!"
นางกุมขมับพลางบ่นอุบอิบอย่างหัวเสียสุดขีด "์! ท่านกลั่นแกล้งข้าใช่ไหม? ร่างกายนี้มันจะกินจุไปถึงไหน! ขนาดศิลาที่ใช้เลี้ยงคนได้ทั้งหมู่บ้าน กลับทำให้นกอย่างข้าโตขึ้นมาได้แค่เซนเดียว!? นี่ถ้าข้าจะเข้าสู่ขอบเขตเทวะอีกครั้ง ข้าไม่ต้องเขมือบูเาศิลาปราณทั้งทวีปเลยหรือไง!"
ความโกรธและเดือดดาลทำให้ปานแดงรูปหงส์ที่หน้าผากส่องแสงวูบวาบ หนิงจูเชว่กอดอกหน้ามุ่ย "ไม่ได้การ... ถ้าข้ายังมัวแต่นั่งบ่มเพาะแบบคนปกติ มีหวังได้แก่ตายก่อนจะแก้แค้นสำเร็จแน่ๆ ของระดับต่ำมันไม่พอจริงๆ ข้า้าของที่ 'หนัก' กว่านี้ 'แรง' กว่านี้!"
นางลุกขึ้นยืนแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกมาจากถ้ำ จนอาโกวที่นั่งสัปหงกอยู่สะดุ้งโหยง "มะ... แม่นาง! ท่านสำเร็จวิชาแล้วหรือขอรับ? ดูท่าน... มีสง่าราศีขึ้นเยอะเลยนะขอรับ!"
"สง่าราศีกับผีน่ะสิ!" หนิงจูเชว่แยกเขี้ยวใส่
"อาโกว! ข้าถามจริงๆ เถอะ นอกจากไอ้ศิลาปราณขยะพวกนี้แล้ว ในแถบนี้มีอะไรที่มันให้พลังแรงๆ กว่านี้บ้างไหม? แบบที่กินเข้าไปแล้วบินได้เลยน่ะ มีไหม!?"
อาโกวทำหน้าเหวอ "เอ่อ... ถ้าแรงๆ ก็คงมีแต่สมุนไพริญญาระดับสูงที่ขึ้นตามที่อันตรายๆ หรือไม่ก็พวกของล้ำค่าในเมืองชิงซานนั่นแหละขอรับ แต่... ท่านก็ใช้เงินหมดแล้วนี่นา"
หนิงจูเชว่แสยะยิ้มที่ทำเอาอาโกวอยากจะวิ่งหนีกลับบ้าน "หึ... เงินหมดแล้วก็หาใหม่สิ เ้าลืมไปแล้วเหรอว่าข้าน่ะสวยขนาดไหน? และคนสวยน่ะ... มักจะมีโชคลาภลอยมาหาเสมอ"
นางหันไปมองทางทิศที่มุ่งหน้าสู่เมืองชิงซาน "ไปกันเถอะอาโกว ข้าััได้ถึงกลิ่นอายของ 'เหยื่อ' ที่ร่ำรวยกำลังเดินทางผ่านมาแถวนี้พอดี... ข้า้าสมบัติ ข้า้าสมุนไพร และข้า้าใครสักคนมาจ่ายค่าเดินทางที่แสนแพงของข้า!"