บทที่ 7: เหยื่อล่อกลางคฤหาสน์
คำพูดสุดท้ายของรดายังคงดังก้องกังวานอยู่ในหูของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความสัมพันธ์และแผนลับที่แสนบิดเบี้ยวของคนในตระกูลสิริโสภาคย์มันซับซ้อนและเปี่ยมไปด้วยความผิดบาปเกินกว่าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างผมจะจินตนาการไว้หลายเท่า และตอนนี้ กุญแจสำคัญเพียงชิ้นเดียวที่จะไขปริศนาคดีฆาตกรรมมหาเศรษฐีพันล้าน และช่วยปกป้องชื่อเสียงอาชีพตำรวจของผมจากการแบล็คเมล์... คือกล้องแอบถ่ายที่ซ่อนตัวอยู่ในการ์ดเมมโมรี่ลับในห้องนอนเกิดเหตุ
เมื่อแสงตะวันของวันใหม่สาดส่องเข้ามาในห้องนอนคอนโด ผมลืมตาขึ้นพบความว่างเปล่าข้างกาย รสรักอันร้อนแรงและเรือนร่างขาวผ่องของรดาได้จางหายไปพร้อมกับการที่เธอออกจากห้องของผมไปั้แ่รุ่งสาง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมมะลิและกลิ่นรสสตรอว์เบอร์รี่หวานเลี่ยนอ่อน ๆ บนหมอน และซองจดหมายสีขาวหนาที่วางเด่นชัดอยู่บนโต๊ะทำงานกลางห้องนั่งเล่น ภาพถ่ายคาวสวาทเ่าั้คอยเตือนสติผมทุกครั้งที่หันมองว่าภัยพิบัติครั้งใหญ่ในชีวิตกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้หากผมไม่เร่งจัดการสะสางคดีนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
ผมตัดสินใจรวบรวมสมาธิและความกล้าทั้งหมด วางแผนลอบกลับเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลสิริโสภาคย์อีกครั้งในยามวิกาล เพื่อหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนและสายตาจับผิดของคนใช้ในบ้าน รดาแอบส่งข้อความสั้น ๆ เข้ามาหาผมในเวลาค่ำบอกว่าเธอจะไขประตูระเบียงปีกขวาที่เชื่อมต่อกับสวนหย่อมหลังบ้านทิ้งไว้ให้ เพื่อให้ผมสามารถลอบแอบเข้าไปสืบหาเมมโมรี่การ์ดลับที่ห้องนอนของเสี่ยวิชัยได้สะดวกรวดเร็ว
เวลาเกือบตีหนึ่งครึ่ง ลมหนาวพัดกระโชกแรงหอบเอาเม็ดฝนบางเบามาปะทะตัวถังรถฮอนด้าซีวิคสีดำของผมที่จอดซุ่มเงียบอยู่ริมกำแพงถนนห่างจากประตูรั้วคฤหาสน์ประมาณร้อยเมตร ผมสวมชุดเสื้อผ้าสีเข้มรัดกุม สะพายกระเป๋าเป้ที่มีไฟฉาย ไขควง และอุปกรณ์สืบสวนเบื้องต้น แอบเดินลัดเลาะตามแนวกำแพงอิฐสูงที่เต็มไปด้วยมอสส์สีเขียวชุ่มน้ำฝน จนกระทั่งมาถึงประตูระเบียงกระจกปีกขวาหลังคฤหาสน์
ผมยื่นมือสั่นเทาไปลองผลักเบา ๆ ... บานประตูกระจกเลื่อนขยับเปิดออกอย่างเงียบเชียบ รดายังคงทำตามสัญญาที่ให้ไว้ ผมสอดตัวก้าวเท้าเข้าไปด้านในคฤหาสน์ทันที บรรยากาศภายในโถงบ้านตอนนี้มืดมิดและเงียบสงัดราวกับสุสานร้าง มีเพียงแสงสว่างสลัวจากไฟกิ่งสีส้มตามทางเดินยาวที่เปิดทิ้งไว้เพื่อความปลอดภัยบางจุด กลิ่นอับชื้นและกลิ่นน้ำยาเช็ดพื้นลอยปะทะจมูกยิ่งเพิ่มความรู้สึกอึดอัดหวาดกลัว
ผมก้าวเดินขึ้นบันไดวนหินอ่อนไปยังชั้นสองทีละขั้นอย่างเชื่องช้า พยายามระวังไม่ให้เกิดเสียงดังฝีเท้า ทุกฝีก้าวต้องมั่นคงและเงียบเชียบที่สุด เสียงหัวใจเต้นโครมครามสะท้อนในช่องอกอย่างรุนแรงประหนึ่งกลองรบ มันคอยเตือนให้รู้ถึงความเสี่ยงร้ายแรงในการลอบเข้าบ้านคนอื่นในยามวิกาล หากผมถูกดารินจับได้ขึ้นมา คดีสืบสวนฆาตกรรมนี้อาจจะพลิกผันให้ผมกลายเป็ผู้ร้ายบุกรุกไปในทันที
ผมเดินเลาะระเบียงมืด ๆ ของชั้นสองมาหยุดอยู่หน้าประตูไม้สักบานใหญ่ของห้องนอนเสี่ยวิชัย ประตูยังคงปิดสนิท ผมเอื้อมมือบิดลูกบิดสีทองเหลืองอย่างแ่เบา ค่อย ๆ ดันเปิดออกและแทรกตัวเข้าไปด้านในห้องนอนกว้างขวางที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความตายและกลิ่นน้ำหอมฟีโรโมนป่ารสเข้มของคุณหญิงดารินที่ลอยโชยเอื่อย ๆ ในอากาศ
ผมปิดประตูลงอย่างเบามือที่สุดและไม่เปิดสวิตช์ไฟหลักของห้อง แต่เลือกที่จะดึงไฟฉายกระบอกจิ๋วที่ใช้ผ้าเทปดำพันหัวลดความสว่างออกมาเปิดใช้งาน แสงไฟกลมเล็ก ๆ สาดส่องสแกนไปตามพื้นพรมและรอบเตียงนอนสีแดงกำมะหยี่ขนาดใหญ่หรูหราที่ผมเคยมีสัมพันธ์สวาทกับคุณหญิงดารินบนโต๊ะทำงานสอบสวนเมื่อไม่นานนี้
แต่ก่อนที่ผมจะตรงไปที่เตียงนอน ผมตัดสินใจเดินไปสำรวจโต๊ะเครื่องแป้งและลิ้นชักเก็บของส่วนตัวของคุณหญิงดารินที่ตั้งอยู่อีกฝั่งของห้องนอนกว้างขวางนี้ตามข้อมูลที่รดาแอบบอกว่าดารินอาจจะเก็บจดหมายหรือของที่ระลึกของชู้รักคนอื่น ๆ ไว้ในลิ้นชักลับของโต๊ะเครื่องแป้ง
ผมเปิดลิ้นชักชั้นสองของโต๊ะเครื่องแป้งออกช้า ๆ ใช้แสงไฟฉายดวงเล็กกวาดส่องหาช่องลับใต้แผ่นไม้ จนกระทั่งพบสลักเล็ก ๆ ด้านหลังกระจกเงา เมื่อกดสลักลง แผ่นไม้ด้านล่างก็ดีดตัวเปิดออก เผยให้เห็นซองเอกสารขนาดเล็กสองสามซองซ่อนอยู่ภายใน
ผมหยิบซองเ่าั้ขึ้นมาเปิดดู ข้างในมีรูปถ่ายโพลารอยด์ของคุณหญิงดารินร่วมรักอย่างเร่าร้อนกับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ทนายธนา! หนึ่งในนั้นคือชายหนุ่มหน้าตาดีที่เป็ครูสอนเทนนิสส่วนตัวของเธอ และอีกภาพเป็นักธุรกิจหนุ่มชาวต่างชาติที่ร่วมรักกับเธอบนเรือยอชท์หรูหรา นอกจากนี้ยังมีข้อความกระดาษโน้ตสั้น ๆ ที่เขียนด้วยลายมือสิเน่หาและยั่วยวนเปี่ยมตัณหาจากชายหลายคนตอกย้ำคำพูดของรดาอย่างชัดเจนว่าคุณหญิงดารินไม่ได้มีชู้เพียงคนเดียว และชีวิตคู่ของเธอกับเสี่ยวิชัยเป็เพียงเปลือกนอกที่เน่าในอย่างที่สุด เสี่ยวิชัยแอบรับรู้เื่ทั้งหมดนี้และสะสมความโกรธแค้นไว้ในใจก่อนเสียชีวิต
ผมเก็บหลักฐานรูปถ่ายและกระดาษโน้ตชู้รักเ่าั้ใส่ซองเอกสารและเก็บซ่อนไว้ในเสื้อสูทตัวในเพื่อเป็เบาะแสเสริม จากนั้นจึงรีบก้าวเดินกลับมาที่ฝั่งหัวเตียงนอน มีโต๊ะไม้ขนาดเล็กตั้งอยู่คู่กัน บนนั้นมีโคมไฟตั้งโต๊ะทำจากโลหะทองเหลืองแกะสลักลวดลายศิลปะโรมันโบราณดูงดงามและหรูหราคลาสสิก เคียงข้างด้วยขวดยาบำรุงหัวใจทั่วไปของเสี่ยวิชัย
ผมหยิบโคมไฟตั้งโต๊ะทองเหลืองขึ้นมาพิจารณาและตรวจสอบรายละเอียดอย่างลึกซึ้งเป็พิเศษ แสงไฟฉายดวงเล็กสาดส่องเข้าไปตามส่วนโค้งเว้าของโลหะ และในที่สุดสายตาของนักสืบของผมก็สะดุดเข้ากับช่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ลายใบไม้แกะสลักด้านล่างฐานโคมไฟ
ผมหยิบไขควงปากแบนขนาดจิ๋วที่เตรียมมาในเป้ออกมา ค่อย ๆ งัดแงะส่วนตกแต่งลายใบไม้นั้นออกอย่างใจเย็นและเบามือที่สุดจนกระทั่งน็อตยึดตัวจิ๋วหลุดร่วงลงบนพรม
ภายในฐานโลหะทองเหลืองนั้น มีเลนส์กล้องวิดีโอจิ๋วขนาดเท่ารูเข็มติดตั้งซ่อนไว้อย่างแเีสมบูรณ์แบบ และข้าง ๆ ตัวกล้องมีแผงรับสัญญาณขนาดเล็กที่ต่อสายเชื่อมต่อกับแบตเตอรี่สำรองที่ซ่อนอยู่ภายในลึก... และที่สำคัญที่สุด มีการ์ดหน่วยความจำขนาดไมโครเอสดี (Micro SD Card) สีดำ เสียบคาอยู่ในช่องบันทึกข้อมูลของตัวกล้อง!
หัวใจของผมเต้นระทึกเร็วด้วยความตื่นเต้นและปีติยินดีอย่างถึงที่สุด ผมใช้ปากคีบยางค่อย ๆ หนีบเอาเมเมโมรี่การ์ดสีดำชิ้นนั้นออกมาถือไว้ในอุ้งมือที่เต็มไปด้วยเหงื่อเย็นชุ่ม
หลักฐานชิ้นโบแดงที่จะเปิดโปงพฤติกรรมนอกลู่นอกทางของคุณหญิงดาริน แผนการลอบวางยาพิษฆาตกรรมสามีของทนายธนาชู้รัก... และคลิปวิดีโอแบล็คเมล์ที่อาจทำลายชีวิตผม... ตอนนี้ตกอยู่ในเงื้อมมือของผมแล้ว!
ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะเก็บการ์ดลับใส่ในกระเป๋าเสื้อสูทตัวในเพื่อเตรียมตัวหนีออกไป
*แกรก...*
เสียงหมุนปลดล็อคกลอนประตูห้องนอนดังขึ้นอย่างกะทันหันในความเงียบ! เสียงเปิดประตูไม่ใช่แบบเร่งรีบหรือตื่นตระหนก แต่เป็เสียงบิดลูกบิดอย่างช้า ๆ และมีความมั่นใจของเ้าของบ้าน
ผมใจร่วงหล่นวูบ รีบกดสวิตช์ดับไฟฉายในมือทันทีจนห้องกลับมามืดสนิท และขยับตัวหลบเข้าไปซ่อนหลังผ้าม่านหนาหนักสีทึบข้างบานหน้าต่างใหญ่ กลั้นลมหายใจแน่นจนปอดแทบะเิ มือสองข้างกำเมมโมรี่การ์ดสีดำชิ้นจิ๋วไว้แน่นในกระเป๋ากางเกง
ประตูห้องนอนบานใหญ่ค่อย ๆ ถูกผลักแง้มเปิดกว้างออกช้า ๆ แสงไฟสีเหลืองสลัวจากระเบียงด้านนอกสาดส่องทอดเงาเป็แนวตรงเข้ามา เผยให้เห็นร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินเยื้องย่างเข้ามาในห้องนอนมืดมิด
เธอคือคุณหญิงดาริน!
ดารินก้าวเดินเข้ามาในห้องนอนอย่างเยือกเย็น ทว่าเสื้อผ้าและสภาพที่เธอสวมใส่ในค่ำคืนนี้ทำเอาผมเบิกตากว้างและแทบจะหยุดหายใจในทันที เธอสวมชุดนอนผ้าซาตินสีขาวบางเฉียบจนโปร่งแสงลื่นไหล ชายกระโปรงสั้นรั้งขึ้นสูงจนเผยเรียวขาขาวผ่องยาวสวยอย่างไร้สิ่งปิดกั้น คอเสื้อคอวีคว้านลึกเผยเนินอกขาวเนียนคู่งามอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวเบา ๆ ตามจังหวะเดิน ยอดอกและปทุมถันสีชมพูเข้มชูชันชี้เป้าผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบาเด่นชัดยิ่งกว่าตอนกลางวันเสียอีก กลิ่นน้ำหอมฟีโรโมนของเธอโชยเตะจมูกของผมอย่างรุนแรงทันทีที่เธอเดินผ่านม่าน
เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องนอนที่เงียบงันครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือเรียวขาวไปกดเปิดสวิตช์ไฟหัวเตียง ทันใดนั้น แสงไฟสีเหลืองนวลก็สว่างสลัวขึ้น เผยให้เห็นร่างของผมที่ยืนหลบอยู่หลังผ้าม่านหน้าต่างอย่างชัดเจนเต็มตาหลบไม่พ้น!
ดารินสะดุ้งตัวโยนเล็กน้อยด้วยความใ ดวงตาคมเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาร่างของชายหนุ่มยืนเด่นชัดอยู่ในห้องนอนของสามีที่เสียชีวิต ทว่าชั่วอึดใจใบหน้าสวยสะพรั่งก็แปรเปลี่ยนกลับมานิ่งสนิทและเผยรอยยิ้มหวานยั่วยวนอันแสนอันตรายออกมาทันที
"ผู้กองนนท์คะ... แอบลอบเข้ามาในห้องนอนของสามีฉันกลางดึกแบบนี้... คิดถึงรสรักของฉันจนทนไม่ไหวเหรอคะ?" เธอกระซิบถามเสียงแหบพร่าพลางก้าวเดินตรงเข้ามาหาผมช้า ๆ ด้วยท่าทางยั่วยวนเปี่ยมตัณหาอย่างไร้ขีดจำกัด กระแสความเสน่หาแฝงความร้ายกาจของเธอโหมกระพือขึ้นมาในทันทีและร่างกายของเธอก็เบียดชิดกับตัวผมอย่างตั้งใจ...!