ผู้เฒ่าหวงพร้อมด้วยผู้คุมอีกสามคนยืนรออยู่ด้านนอกห้องทรมาน เมื่อพวกเขาเห็นสวี่หยางเดินก้าวออกมา ภายในใจของทุกคนต่างก็ลอบสั่นสะท้านขึ้นมาพร้อมกัน
สวี่หยางผู้ซึ่งปกติแล้วดูเป็มิตรและไร้พิษสง บัดนี้กลับแผ่กลิ่นอายสังหารดุดันราวกับเทพแห่งความตายก็ไม่ปาน
พัศดีกระแอมไอออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยปาก "ข้าจะกลับแล้ว ไอ้หนูนี่หน่วยก้านไม่เลว มีอนาคตไกลแน่นอน จงอบรมสั่งสอนเขาให้ดีล่ะ"
สวี่หยางค้อมกายคำนับส่งพัศดีด้วยความนอบน้อม จากนั้นจึงลากตัวราชันย์หมาป่ากลับไป
เขาจับหลี่เจี้ยนโยนกลับเข้าไปในกรงขังด้วยใบหน้าเ็า หลี่เจี้ยนบ้วนฟันที่หักหลุดร่วงออกมาหนึ่งซี่ พลางเค้นเสียงข่มขู่
"ไอ้หนู เ้ามันแน่มากนะ อย่าเปิดโอกาสให้ข้าได้หลุดออกไปเชียว หากข้าออกไปได้เมื่อไหร่ ข้าจะทรมานเ้าให้สาสมเลยคอยดู!"
เมื่อสวี่หยางได้ฟังคำอาฆาตมาดร้ายของราชันย์หมาป่า เขากลับไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังรู้สึกยินดีปรีดาเป็อย่างยิ่ง เพราะเขารอคอยประโยคนี้มาพักใหญ่แล้ว
เมื่อครู่นี้ตอนที่อยู่ในห้องทรมาน เขาถึงกับงัดเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีออกมาใช้จนหมดเกลี้ยง แม้กระทั่งเครื่องมือทรมานที่พัศดีไม่ได้สั่งให้ใช้ เขาก็ยังประเคนใส่มันไปจนครบทุกรูปแบบ ที่ทุ่มเทไปทั้งหมดก็เพื่อรอฟังคำพูดประโยคนี้เพียงประโยคเดียวเท่านั้น!
และในชั่วพริบตาที่หลี่เจี้ยนเอื้อนเอ่ยประโยคนั้นจบ ภายในหัวของสวี่หยางก็พลันปรากฏข้อมูลหน้าใหม่ของมันเพิ่มขึ้นมาในบันทึกเื่ราวปีศาจทันที
[หลี่เจี้ยน : ราชันย์หมาป่า]
[ระดับพลัง : รวบรวมลมปราณ ขั้นที่ห้า]
[ค่าความมุ่งร้าย : 10%]
[ผลตอบแทน : หนึ่งชั่วยามได้รับหนึ่งร้อยค่าประสบการณ์]
"หนึ่งร้อยแต้ม!" สวี่หยางลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าราชันย์หมาป่าตัวนี้จะสามารถมอบค่าประสบการณ์ให้เขาได้มากกว่าจางหลิงผู้เป็ปีศาจจิ้งจอกถึงสิบเท่า!
'เดิมทีคิดว่าราชันย์หมาป่าตัวนี้มีระดับพลังด้อยกว่าจางหลิง ค่าตอบแทนที่ได้รับก็คงจะไม่มากมายอะไรนัก ที่ไหนได้ ค่าความมุ่งร้ายที่มันมีต่อเรากลับพุ่งสูงปรี๊ดขนาดนี้ ผลตอบแทนก็เลยพลอยทะยานสูงขึ้นตามไปด้วย!'
ในขณะเดียวกันนั้นเอง ที่ด้านล่างข้อมูลของราชันย์หมาป่ายังมีบันทึกเื่ราวชีวประวัติของมันปรากฏอยู่อีกด้วย ภาพเหตุการณ์เ่าั้เคลื่อนไหวไปมาราวกับภาพยนตร์ และเมื่อสวี่หยางเพ่งสายตามอง ภาพเ่าั้ก็จะเริ่มเล่นให้ดูโดยทันที
แม้กระทั่งข้อมูลลับสำคัญที่พัศดี้าอยากรู้มากที่สุด ก็ยังซุกซ่อนอยู่ในภาพความทรงจำเหล่านี้ด้วย!
"จิ๊ ๆ ๆ ไอ้หมาแก่เอ๊ย ดูท่าทางเ้าคงจะเป็โรคพิษสุนัขบ้าเข้าเส้นแล้วจริง ๆ ..."
การเลื่อนระดับจากขัดเกลากายาขั้นที่หนึ่งไปยังขัดเกลากายาขั้นที่สองนั้น จำเป็ต้องใช้ค่าประสบการณ์สองร้อยแต้ม หากเป็เช่นนี้ เพียงแค่เขารอคอยไปอีกสองชั่วยาม เขาก็จะสามารถก้าวเข้าสู่ขัดเกลากายาขั้นที่สองได้อย่างง่ายดาย ระดับพลังพัฒนาขึ้นอย่างก้าวะโราวกับติดปีกบิน!
'อยู่ในเรือนจำแห่งนี้ หากข้ารู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา ข้าก็สามารถใช้ศาลเตี้ยลงทัณฑ์พวกมันตามใจชอบได้สินะ?'
'หากไม่สามารถล่อลวงให้มหาปีศาจพวกนี้ติดกับได้ ข้าก็จะใช้กำลังบังคับ ลากตัวพวกมันออกมาทรมานให้หนำใจ พวกมันจะต้องเคียดแค้นชิงชังข้าอย่างแน่นอน ถึงเวลานั้น ค่าประสบการณ์ในบันทึกเื่ราวปีศาจก็คงจะพุ่งพรวดขึ้นไปอย่างไม่ต้องสงสัย!'
สวี่หยางยืนยิ้มกริ่มอยู่คนเดียวด้วยความเบิกบานใจ จนไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่า ผู้เฒ่าหวงได้เดินเข้ามาใกล้แล้ว
"สวี่หยาง เ้ามายืนยิ้มโง่งมอะไรอยู่คนเดียวตรงนี้? หากไม่มีธุระอะไรแล้วก็รีบขึ้นไปข้างบนเถอะ สถานที่แห่งนี้ทั้งมืดมิดและหนาวเหน็บ หากรั้งอยู่นานเกินไปจะส่งผลเสียต่อร่างกายของเ้าได้นะ!"
"ขอรับ ๆ ผู้เฒ่าหวง" สวี่หยางพยักหน้ารับคำรัว ๆ เขาเข้าไปประคองแขนของผู้เฒ่าหวงพลางเอ่ย "พวกเราขึ้นไปพร้อมกันเลยเถอะขอรับ"
ขณะที่สวี่หยางกำลังประคองร่างชราเดินไปนั้น ผู้เฒ่าหวงก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจและกล่าวอย่างอารมณ์ดี
"เสี่ยวสวี่เอ๋ย วันนี้ท่านพัศดีพึงพอใจในตัวเ้ามาก ดูท่าในอนาคตตำแหน่งหัวหน้าผู้คุมคงจะตกเป็ของเ้าไม่หนีไปไหนแน่!"
ทั้งสองคนเดินก้าวพ้นออกจากมหาเรือนจำสยบอสูร แสงแดดอันอบอุ่นสดใสสาดส่องลงมาบนูเา สวี่หยางรีบเอ่ยตอบด้วยท่าทีถ่อมตนและเกรงอกเกรงใจ
"ผู้เฒ่าหวง ท่านยังคงอยู่ที่นี่ทั้งคน เื่ตำแหน่งหัวหน้าผู้คุมนั่น ท่านอย่าได้พูดเป็เล่นไปเลยขอรับ"
ผู้เฒ่าหวงโบกมือไปมาพลางเอ่ย "ข้าเหลือเวลาทำงานอีกเพียงแค่หนึ่งถึงสองเดือนก็จะเกษียณแล้ว ใน่เวลานี้เ้าก็จงตั้งใจทำผลงานให้ดีเถอะ
เอาล่ะ วันนี้ต้องลงทัณฑ์นักโทษ ข้าเข้าใจดีว่าเ้าคงจะเหนื่อยล้ามากแล้ว เ้ารีบกลับไปพักผ่อนเถอะ หากมีเื่อันใด พวกเราค่อยคุยกันตอนเย็นก็แล้วกัน"
สวี่หยางพยักหน้ารับ เขาเดินไปส่งผู้เฒ่าหวงจนลับสายตาเสียก่อน จากนั้นจึงค่อยเดินกลับไปยังที่พักของตนเอง
หลังจากงีบหลับไปครู่ใหญ่ เมื่อตื่นขึ้นมา สวี่หยางก็รีบตรวจสอบค่าประสบการณ์ของตนเองทันที ยอดสะสมผลตอบแทนบนหน้าต่างระบบได้พุ่งทะลุสองร้อยแต้มไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
สวี่หยางไม่รอช้า เขาตัดสินใจเลือกเลื่อนระดับพลังของตนเองในทันทีโดยไม่ลังเล
เช่นเดียวกับครั้งแรกที่เขาชักนำปราณเข้าสู่ร่างกาย กระแสความอบอุ่นขุมหนึ่งได้ไหลเวียนเข้าสู่ภายใน โคจรไปตามจุดชีพจรทั่วร่างอยู่หลายรอบ ก่อนจะไปและผสานรวมเข้ากับจุดตันเถียน แล้วค่อย ๆ ซึมซาบจางหายไปในร่างกาย
และกระแสปราณขุมนี้นี่เอง ที่ช่วยผลักดันให้สวี่หยางทะลวงเข้าสู่ขัดเกลากายาขั้นที่สองได้อย่างสมบูรณ์
สวี่หยางพลิกตัวะโลุกขึ้นจากเตียง ร่างกายของเขารู้สึกเบาหวิวและปราดเปรียวว่องไว เขาลองเหวี่ยงหมัดออกไปในอากาศสองสามครั้ง หมัดทั้งสองข้างแหวกอากาศจนเกิดเสียงดังขวับ ๆ เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังและแรงะเิที่น่าทึ่ง!
แม้ว่าในตอนนี้สวี่หยางจะพละกำลังที่เหนือชั้นกว่าคนธรรมดาทั่วไปแล้ว แต่เขาก็รู้ตัวดีว่าตนเองมีเพียงแค่พละกำลังอันป่าเถื่อนเท่านั้น
ระดับพลังบรรลุถึงแล้วก็จริง ทว่าเขากลับไม่มีเคล็ดวิชาที่สอดคล้องมารองรับ หากต้องต่อสู้กับคนธรรมดาสามัญ เพียงแค่อาศัยพละกำลังอย่างเดียว คนทั่วไปสักสามถึงห้าคนก็คงไม่อาจเข้าประชิดตัวเขาได้ แต่หากต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับพลังเท่าเทียมกัน ตัวเขาก็คงจะกลายเป็เพียงกระสอบทรายให้คนอื่นรุมซ้อมเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เขาจะอยู่ถึงขั้นที่สอง แต่ก็มีโอกาสสูงมากที่จะถูกผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่หนึ่งข้ามขั้นมาเล่นงานจนอับอายขายหน้าได้
'รอให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้อีกสักหน่อย ข้าค่อยลองหาพวกมหาปีศาจกระจอก ๆ มาเป็คู่ซ้อมมือดูก็แล้วกัน'
มหาปีศาจที่ถูกคุมขังอยู่บนชั้นหนึ่งของมหาเรือนจำสยบอสูร ล้วนแต่เป็พวกที่เคยก่อความวุ่นวายทำลายความสงบสุขของแคว้นตงจี๋ ยิ่งไปกว่านั้น มหาปีศาจเหล่านี้ยังมักจะจำแลงกายเป็มนุษย์เพื่อกอบโกยผลประโยชน์ ปล้นชิงทรัพย์สิน และลักพาตัวสตรีไปย่ำยี ด้วยเหตุนี้ พวกมันจึงต้องถูกจองจำเอาไว้ที่นี่ตลอดกาล
ไม่ว่าอย่างไร ขอเพียงแค่เขาคอยหาเื่กลั่นแกล้งมหาปีศาจเหล่านี้ และทำให้พวกมันผูกใจเจ็บแค้น ตัวเขาก็จะสามารถเลื่อนระดับพลังได้อย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด!
สวี่หยางหันมาให้ความสนใจกับข้อมูลแนะนำตัวของตนเองอีกครั้ง ค่าประสบการณ์ที่จำเป็สำหรับการเลื่อนระดับในขอบเขตขัดเกลากายานั้น จะเพิ่มขึ้นทีละหนึ่งร้อยแต้มในแต่ละขั้น เมื่อเลื่อนขึ้นไปหนึ่งขั้น ค่าประสบการณ์ก็จะถูกล้างค่าให้เป็ศูนย์ และต้องเริ่มสะสมใหม่ั้แ่ต้นทุกครั้ง
ทว่าถึงแม้จะเป็เช่นนั้น แต่เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ หากพึ่งพาแค่ค่าประสบการณ์ที่หลี่เจี้ยนและจางหลิงสองตนนี้มอบให้ ตัวเขาก็คงจะพร้อมทะลวงเข้าสู่ขอบเขตรวบรวมลมปราณได้อย่างสบาย ๆ
ตอนที่ยังไม่ได้ลองคำนวณก็ยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอลองคำนวณดูแล้ว สวี่หยางก็ถึงกับใอ้าปากค้าง ความเร็วในการเลื่อนระดับของเขามันช่างรวดเร็วเกินไปแล้ว
อย่าว่าแต่ผู้คุมตัวเล็ก ๆ อย่างเขาเลย ต่อให้เป็เหล่าบุตรแห่งโชคชะตาหรืออัจฉริยะเหนืุ์ของแคว้นตงจี๋ ก็ยังไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่า มีใครสามารถฝึกฝนจากขอบเขตขัดเกลากายา ไปจนถึงขอบเขตรวบรวมลมปราณได้ โดยใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์!
แม้ว่าพวกมหาปีศาจจะมีอายุขัยยืนยาวกว่ามนุษย์ แต่ความเร็วในการฝึกฝนบำเพ็ญตบะของพวกมันกลับเชื่องช้าเสียยิ่งกว่า กว่าจะเลื่อนระดับจากขัดเกลากายาไปยังรวบรวมลมปราณได้ เกรงว่าคงต้องใช้เวลาหลายสิบปีเลยทีเดียว
สวี่หยางยกมือขึ้นลูบหน้าผากของตนเองเบา ๆ 'เื่ความรวดเร็วในการฝึกฝนนี้ จะให้ใครล่วงรู้ไม่ได้เด็ดขาด หากมีใครมาพบความผิดปกตินี้เข้า ข้าคงถูกจับกุมตัวไปในข้อหาเป็มหาปีศาจจำแลงกาย ไม่ก็เป็จอมมารที่ลักลอบฝึกวิชามารแน่ ๆ หากไม่ถูกปะาชีวิต ก็คงถูกจับไปทรมานเค้นความลับเื่วิชามารแน่นอน...'
ดวงตะวันคล้อยต่ำลงทางทิศตะวันตก พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าและถูกแทนที่ด้วยดวงจันทร์ทอแสง สวี่หยางทอดสายตามองท้องฟ้าที่ค่อย ๆ มืดมิดลง เขาเดินออกจากที่พักมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารเพื่อรับประทานอาหารเย็น
การกินอาหารที่นี่จะเป็แบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ผู้คุมอย่างพวกเขาไม่จำเป็ต้องลงมือทำอาหารเองเลยสักนิด เพราะในแต่ละวันจะมีคนคอยจัดเตรียมและนำอาหารมาส่งให้ถึงที่ พูดก็พูดเถอะ สวัสดิการของที่นี่มันดีกว่าการทำงานเป็ข้าราชการในชาติก่อนเสียอีก
ผู้คุมทั้งห้าคนนั่งล้อมวงกินอาหารร่วมกัน สวี่หยางปรายตามองไปรอบ ๆ จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม มีผู้คุมสองคนที่สืบทอดตำแหน่งมาจากครอบครัว ส่วนผู้คุมอีกคนหนึ่งนั้นเป็คนที่ถูกเกณฑ์เข้ามาทำงานเหมือนกับตัวเขา
ทว่าสวี่หยางคนก่อนไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คุมคนใดเลย ดังนั้นเวลาที่กินข้าว เขาจึงไม่ค่อยเอ่ยปากทักทายผู้ใด ได้แต่นั่งก้มหน้าก้มตากินข้าวของตนเองไปเงียบ ๆ
ผู้คุมทั้งสามคนรวมไปถึงผู้เฒ่าหวงต่างก็นั่งจิบสุราพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน บรรยากาศดูผ่อนคลายและมีความสุขยิ่งนัก
สวี่หยางจัดการกวาดอาหารและน้ำตรงหน้าจนเรียบวุธราวกับพายุพัดผ่าน จากนั้นเขาก็นั่งมองผู้เฒ่าหวงที่กำลังดื่มสุราอยู่อีกด้านหนึ่ง ผู้เฒ่าหวงบอกว่ามีเื่จะคุยกับเขา ซึ่งบังเอิญว่าตัวเขาเองก็มีเื่อยากจะสอบถามอีกฝ่ายอยู่พอดี
ผู้เฒ่าหวงเหลือบมองสวี่หยางที่กำลังนั่งตัวตรงแหน่วอย่างเป็ทางการ เขากระดกสุราในจอกจนหมดเกลี้ยงพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะเอ่ยขึ้น "ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อน ส่วนคนที่ต้องเข้าเวรในวันพรุ่งนี้ก็อย่าได้ดื่มจนเมามายเสียล่ะ คอยจับตาดูผนึกของเรือนจำเอาไว้ให้ดี!"
ทุกคนพยักหน้ารับคำสั่งของผู้เฒ่าหวงอย่างพร้อมเพรียง และเมื่อผู้เฒ่าหวงเดินคล้อยหลังไป สวี่หยางก็รีบลุกขึ้นเดินตามไปในทันที
ผู้คุมสองคนที่สืบทอดตำแหน่งมาจากครอบครัว มักจะตั้งตนเป็ปฏิปักษ์และไม่ค่อยลงรอยกับพวกผู้คุมที่ถูกเกณฑ์เข้ามาทำงานจากภายนอกอยู่เสมอ และการกระทำที่ดูเอาหน้าอย่างเห็นได้ชัดของสวี่หยางในวันนี้ ก็ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกขัดหูขัดตามากยิ่งขึ้น
ทั้งสองจ้องมองแผ่นหลังของสวี่หยางพลางถ่มน้ำลายลงพื้น พร้อมกับสบถด่าด้วยความรังเกียจ
"ไอ้คนประจบสอพลอเอ๊ย!"