ตอนที่8 มวยสากล
ภายในเรือนจำตอนนี้เวลาได้ผ่านไปแล้ว1 ปี หลังจากที่ต๋องมาหาติ๊กในวันนั้นเช้าวันนี้ติ๊กตื่นขึ้นมาตามปกติ เขาเดินไปดูตารางเวรก็พบว่าตัวเองนั้นเป็เวรว่างเพราะวันนี้เขาไม่จำเป็ต้องออกไปทำงานแรงงานให้กับรัฐบาลเพื่อแลกข้าว3 มื้อ วันนี้เขาจึงตัดสินใจที่จะเริ่มฝึกฝนร่างกายให้มากกว่าปกติตลอดเวลา1 ปีในเรือนจำของเขานั้น วันไหนที่ไม่ต้องออกไปทำงานแรงงาน เขาจะไปขอเช่าเตียงแคปซูลเพื่ออ่านหนังสือในห้องสมุดของโลกที่เป็ห้องสมุดอยู่ในโลกเสมือนที่รวบรวมหนังสือเอาไว้มากมาย ซึ่งมีหนังสือที่เขา้าอ่านแทบทุกเล่มบนโลกนี้เอาไว้
ห้องสมุดโลกนั้นเป็เซอร์เวอร์กลางที่เปิดให้คนเข้าไปอ่านได้โดยต้องเสียค่าบริการซึ่งในเรือนจำนี้ติดตั้งเตียงแคปซูลพิเศษก็เพื่อให้นักโทษได้ศึกษาหาความรู้เวลาที่พ้นโทษออกไปจะได้มีความรู้ความสามารถในการทำมาหากินเพราะในโลกปัจจุบันนั้น คนที่มีคดีติดตัวจะรับราชการไม่ได้ แล้วก็บริษัทใหญ่ๆส่วนมากจะไม่รับเข้าทำงานเช่นกันในทุกเรือนจำจึงมักจะมีเตียงแคปซูลพิเศษนี้ติดตั้งอยู่พร้อมกับให้พัศดีเรือนจำตั้งกฎในการให้นักโทษทุกคนได้มีโอกาสใช้งาน ตลอดเวลา 1 ปีที่ติ๊กอยู่ในคุกเขาได้ทุ่มเงินจำนวนมากเช่าเตียงแคปซูลเพื่อเข้าไปอ่านหนังสือในห้องสมุดโลกตลอดเวลาซึ่งเขาเป็คนที่เช่าเตียงแคปซูลบ่อยที่สุดในเรือนจำแห่งนี้แล้ว.....
แต่วันนี้ติ๊กเปลี่ยนแผนเพราะเงินที่ใช้เช่าเตียงแคปซูลกำลังจะหมดลงเขาจึงจำเป็ต้องวางแผนใหม่ ซึ่งติ๊กคิดว่าจะเริ่มฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรงเพื่อเตรียมพร้อมในการฝึกวิชาการต่อสู้ในอนาคตเขาได้นำความรู้ด้านกายภาพที่อ่านจากในหนังสือมาเริ่มฝึกทันที
ฮึบฮ่า .....
ฮึบฮ่า .....
ความจริงเขาได้เริ่มฝึกั้แ่วันแรกที่อยู่ในคุกแล้วด้วยการวิดพื้น100 ครั้ง ลุกนั่ง 100 ครั้งและซิทอัพอีก 100 ครั้ง ตามการ์ตูนเื่หนึ่งที่เคยอ่านสมัยยังเป็เด็กเขาทำแบบนี้เป็ประจำทุกครั้งที่มีเวลาเช่นวันที่ไม่ต้องออกไปทำงานแรงานกับรัฐบาล
แล้ววันนี้ติ๊กเองยังคงทำเหมือนเดิมเช่นทุกครั้งแต่เพิ่มจำนวนเซตคูณ2 เข้าไปอีก!! เมื่อทำเสร็จติ๊กก็หยิบสมุดเล่มหนึ่งขึ้นมาเป็สมุดสีดำพร้อมกับปากกา เขาเปิดสมุดพร้อมกับทำหน้าตาครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง....
“นี่พ่อหนุ่ม ข้ามองดูเ้ามา 1 ปี ทั้งการฝึกร่างกายแบบคนบ้าแล้วไอที่จดในสมุดเล่มแล้วเล่มเล่านั่น ไม่รู้ว่าเ้าจดไปเพื่ออะไรและฝึกฝนร่างกายอย่างบ้าคลั่งไปทำไมข้าสงสัยจนทนไม่ไหว ข้าขอถามหน่อยสิพ่อหนุ่ม เ้าทำทั้งหมดนั่นไปทำไมกัน”
ชายแก่ที่มีรูปร่างผอมซึ่งถูกขังอยู่ห้องเดียวกันเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
“คุณลุง ข้าขอพูดตามตรงละกัน ข้านั้นอยากแก้แค้นใครบางคนเพียงแต่เป้าหมายของข้ามันอาจจะยากไปสักหน่อยข้าจึงต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้มันสำเร็จ”
“ดูจากที่เ้าทำมาตลอด 1 ปีข้าคิดว่าคนคนนั้นคงไม่ใช่คนธรรมดาละสิ”
“ใช่ครับคุณลุงคนคนนั้นมีอำนาจและเงินมากมายกฎหมายไม่สามารถทำอะไรได้มากนักข้าไม่มีอะไรจะสู้เขาได้เลย และที่ข้ามาติดอยู่ที่นี่ 2 ปีก็เพราะมันคนนั้นนั่นแหละ”
“เ้าหนุ่มข้าจะสอนอะไรให้อย่างนะ จงจำไว้ว่าไม่มีคนใดที่ไม่มีข้อบกพร่องไม่มีคนใดที่ดีเลิศ ไม่มีคนใดที่ชั่วร้ายไปหมดทุกอย่างเช่นกันคนเราทุกคนนั้นย่อมมีทั้งดีและไม่ดีในคนคนเดียวกัน นั่นต่างหากถึงเรียกว่ามนุษย์แม้แต่คนที่เ้าพูดถึงข้าคิดว่าเขาก็อาจจะมีส่วนที่ดีของเขาเช่นกันอภัยให้กันได้ก็อภัยเถอะพ่อหนุ่มเ้าจะได้เดินหน้าต่อไม่ต้องจมปลักอยู่กลับความแค้นแบบนี้”
“ขอบคุณมากนะคุณลุงที่สั่งสอน ข้าเข้าใจคำพูดของคุณลุงดีเพียงแต่.....ข้าเชื่อว่าคนคนนั้นไม่มีอะไรที่เรียกว่าดีสักอย่างแน่นอนเป็คนเลวั้แ่หัวจรดเท้าแม้แต่หัวใจก็ชั่วร้ายกว่าปีศาจ......”
เมื่อจบบทสนทนาลุงคนนั้นก็ได้แต่คิดในใจถึงความแค้นอันลึกล้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับติ๊กกันแน่ถึงได้มีความคิดอยากแก้แค้นมากมายขนาดนี้
ส่วนติ๊ก ก็ยังคงทบทวนแผนของตัวเองต่อไป จนประตูห้องขังถูกเปิดออก ผู้มาคือนักโทษอิปคุง ที่มีร่างกำยำคนที่อยู่ห้องขังเดียวกันกับติ๊กกับลุงนั่นเอง
“เฮ้ ลุง มานั่งทำอะไรที่เตียงของผมน่ะ”อิปคุงเดินเข้ามาพลางทักลุงทันทีที่เห็นว่าลุงมานั่งอยู่บนเตียงของเขา
ลุงยิ้มตอบพร้อมกับถามกลับ
“อ้าวกลับมาแล้วหรอ อิปคุง เป็ยังไงบ้างละชนะอีกแล้วใช่มั้ยวันนี้”
“ลุงนี่ยังเดาเก่งเหมือนเคยเลยนะ สรุปลุงเป็หมอดูจริงๆ ใช่มั้ย”อิปคุงพูดด้วยน้ำเสียงกวนๆ เพราะเขาชอบเห็นว่าลุงนั้นรู้ไปหมดซะทุกเื่เสมอ
ลุงร่างผอมได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเสียงดังพร้อมจะตอบกลับ แต่ก็ถูกติ๊กที่สนใจในบทสนทนาของทั้งคู่พูดขัดซะก่อน
“คุณลุง ที่ว่าชนะคือไปแข่งอะไรมางั้นหรือครับในเรือนจำนี้มีการแข่งขันกีฬาอะไรด้วยหรอ”
“กีฬางั้นหรอ... หึหึ จะว่าใช่มันก็ใช่จะว่าไม่ใช่ก็ได้เหมือนกันแฮะ”ลุงพูดพร้อมกับทำหน้าตาดูมีเลศนัย
“ลุงพูดอะไรผมเริ่มจะงงแล้วนะเนี่ย”
“โอเคๆ ที่ลุงพูดว่าอิปคุงไปชนะอีกแล้วนั่นนะ คือ ชนะการแข่งขันการประลองยุทธกระชับมิตรภายในเรือนจำต่างหาก......”
ติ๊กที่อยู่มา1 ปีใทันทีที่รู้ว่าเรือนจำมีการประลองยุทธด้วย เขารู้สึกเสียดายทันทีที่ตลอดเวลา1 ปี เขาไม่เคยไปดูการประลองสักครั้งเดียว ทั้งๆ ที่การประลองนี้เรือนจำได้จัดขึ้นทุกๆ 2 เดือน เขาให้ความสนใจในเื่นี้ทันทีเขาสอบถามลุงและอิปคุงอยู่นานกว่า1 ช.ม. ถึงทำความเข้าใจได้ทั้งหมด
ในเรือนจำแห่งนี้นั้นมีเขตที่เรียกว่าเขตพิเศษก็คือเขตที่เหล่านักโทษได้อยู่ด้วยความสะดวกสบายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็ อาหารที่ได้เยอะกว่าเขตอื่นการออกไปทำงานแรงงานก็จะได้เลือกงานก่อนทำให้สามารถเลือกงานสบายๆได้ก่อนนักโทษเขตอื่นและที่สำคัญคือจำนวนของพนักงานทำความสะอาดจะมากกว่าจึงทำให้เขตอื่นนั้นสกปรกกว่าซึ่งเื่ราวเหล่านี้ทำให้นักโทษหลายคนรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม
พัศดีเรือนจำได้เล็งเห็นถึงความไม่พอใจจึงตั้งกฎขึ้นมาตามใจนั่นก็คือการประลองการต่อสู้ระหว่างเขต1.เพื่อสนองตัณหาตัวเองที่ชอบดูการประลอง 2.เพื่อให้นักโทษทุกเขตมีโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งๆ ที่จริงๆแล้วเขตพิเศษที่ว่านี่ก็เกิดจากความตั้งใจของเขาเองนั่นแหละที่จะทำให้นักโทษออกมาเรียกร้องเมื่อเห็นว่ามีคนที่ได้อยู่อย่างสบายมากกว่าตัวเอง
ทางเรือนจำจึงจัดตั้งกฎการประลองขึ้นซึ่งเป็การประลองที่ให้บรรดานักโทษในแต่ละเขตส่งตัวแทนมา5 คนเพื่อทำการแข่งขัน โดยการจุบคู่กันประลองเขตไหนที่ได้รับชัยชนะก่อน 3 ครั้ง นักโทษในเขตนั้นจะได้อภิสิทธิ์ย้ายไปอยู่ในเขตพิเศษในเดือนถัดไปซึ่งก็คือที่ที่ติ๊กอยู่มาตลอดนั่นเองและก็เป็เพราะคนที่อยู่ในห้องขังเดียวกับตัวเองเนี่ยแหละที่ทำให้ตลอด1 ปี เขาได้อยู่อย่างสบายๆ
จริงๆแล้วนั้นติ๊กเข้าใจผิดมาตลอดว่าที่ห้องขังของเขาอยู่นั้นสะดวกสบายเพราะคดีที่ก่อไม่ได้รุนแรงพร้อมกับที่ในหัวคิดแต่เื่แก้แค้นละอนาคตที่จะทำอย่างไรต่อไปซึ่งลุงและอิปคุงได้ถามเขาว่าไม่เคยสงสัยจริงๆหรอว่าทำไมนักโทษที่มีคดีพยายามฆ่าอย่างเขาถึงได้อยู่สบายกว่านักโทษที่ลักเล็กขโมยน้อย เมื่อได้ยินคำถามติ๊กพลันทำสีหน้าใพร้อมกับอึ้ง!!
‘เฮ้อ...ไอ้ติ๊กมึงอยู่มาปีหนึ่งไม่เคยสังเกตเื่เหล่านี้เลยจริงสิ’นี่คือคำพูดของอิปคุงและลุงที่พูดออกมาพร้อมกันหลังจากที่รู้ว่าติ๊กนั้นไม่ได้เอะใจอะไรเลย
…..
อิปคุงคือ1 ใน 5 คนที่เป็ตัวแทนของเขตนี้เข้าร่วมประลองมาตลอด2 ปีแล้ว แล้วเขาก็เป็ 1 ใน 2 คนของเรือนจำแห่งนี้เท่านั้นที่ั้แ่ประลองมายังไม่เคยแพ้ใครแม้แต่ครั้งเดียวซึ่งอีกคนนั้นก็อยู่เขตเดียวกัน ซึ่งอยู่ในห้องขังชั้นบนนี่เองนั่นหมายความว่าเขตนี้นั้นมีเทพแห่งการประลองอยู่ถึง 2 คนทำให้สามารถรักษาแชมป์อยู่ได้ตลอดทั้งปี โดยที่เขตอื่นพากันวนเวียนมาท้าประลองอยู่เรื่อยๆแต่ก็ต้องผิดหวังกลับไปทุกครั้ง
เมื่อติ๊กรู้ว่ามีเทพแห่งการประลองนอนอยู่ในห้องเดียวกับตัวเองมาตลอดเขาจึงถามออกไปทันที
“ท่านอาจารย์อิปครับ ขอประทานโทษที่ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่อยู่รวมกับเทพแบบท่านกลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วยเถอะ”
“……….”
“ท่านปรมาจารย์อิปครับข้าอยากสอบถามอะไรสักหน่อยท่านนั้นมีวิชากังฟูของสำนักไหนหรือถึงได้เก่งกาจถนาดไร้พ่ายแบบนี้ แม้แต่นักโทษอุกฉกรรจ์ ก็ไม่อาจต้านรับท่านได้แม้สักครึ่งกระบวนท่า....”
โป๊ก!!
โอ๊ยยยย
“ข้าพูดอะไรผิดไปหรือท่านปรมาจารย์.....โอเคๆข้าขอโทษข้าจะไม่เรียกว่าปรมาจารย์แล้วก็ได้”
“ไม่ทราบว่าท่านสุดยอดปรมาจารย์แห่งยุ.......โอ๊ยยย! ...ท่านเขกหัวข้าทำไม”
“มึ.....จะพูดดีๆ ได้หรือยัง?”
หลังจากที่ติ๊กกำลังอินกับบทจอมยุทธในจินตนาการได้ยินดังนั้นก็เลยถามกลับไปดีๆว่าอิปคุงนั้นมีวิชาอะไรกันแน่ทำไมถึงได้ประลองยุทธและสามารถโค่นทุกคนที่เข้ามาท้าทายได้ตลอดแล้วคำตอบที่ออกมาก็คือ......
“มวยสากล”
“……”
“ทำไมผิดหวังที่ไม่ใช่กังฟูงั้นสินะ” อิปคุงที่เห็นสีหน้าของ ติ๊กก็เดาได้ทันที
“เอ่อป่าวครับ แค่รู้สึกว่ามันฟังดูธรรมดาไปสักหน่อยถ้าเป็มวยไทยยังพอเข้าใจได้ แค่ไม่คิดว่าจะเป็มวยสากลนะครับเพราะมวยสากลใช้ได้แค่หมัดอย่างเดียวเองนี่ครับไปประลองยุทธกับคนที่ใช้ขาจะสู้ได้หรอครับ”ติ๊ก ที่ดึงสติกลับมาถามกลับด้วยความสงสัย
ลุงเห็นดังนั้นก็ยิ้มๆส่วนอิปคุงนั้นพอได้ยินคำถามเขาไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาเพียงแต่ ถามกลับมา 1 ประโยคเท่านั้น
“แล้วอยากจะลองฝึกมวยสากลดูสักหน่อยมั้ยละ พ่อคนเก่ง”
สุดท้ายติ๊กได้ตอบตกลงและเริ่มฝึกมวยสากลกับอิปคุงซึ่ง 2 เดือนต่อมาเขาได้รู้ว่ามวยสากลนั้น ไม่ธรรมดาอย่างที่คิดเลยแม้แต่น้อยไม่ว่าจะเป็การออกหมัดแย็ปที่รวดเร็ว การออกหมัดตรง หมัดฮุค หมัดอัปเปอร์คัทการโยกหลบและการใช้ฟุตเวิคไล่ต้อนคู่ต่อสู้และที่สำคัญเทคนิคการต่อยที่ส่งผลให้พลังหมัดรุนแรงขึ้นทุกสิ่งทุกอย่างอิปคุงได้สอนให้ติ๊กจนหมด
แล้วต่อมาก็ถึงวันประลองอิปคุงได้เดินทางประลองตามปกติแต่ครั้งนี้ติ๊กได้ตามไปดูการประลองด้วย ซึ่งทำให้ติ๊กนั้นได้เห็นกับตาตัวเองทั้งหมดถึงความมหัศจรรย์ในศิลปะการต่อสู้ทำให้เขานึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่พึ่งอ่านมาไม่นานนั่นก็คือ หนังสือ ’ สัจธรรมแห่งการต่อสู้’ ที่เขาได้อ่านมาจากห้องสมุดโลก ว่าศิลปะการต่อสู้ทุกแขนงถ้าผู้ฝึกสามารถฝึกฝนได้จนถึงจุดสูงสุดของวิชาไม่ว่าจะเป็วิชาที่ดูธรรมดาสักเท่าไหร่ล้วนแต่สามารถเปล่งประกายได้ในแบบของมัน
ติ๊กได้เริ่มฝึกฝนหนักขึ้นทุกวันๆจนสามารถเป็คู่ซ้อมให้กับอิปคุงได้อย่างสูสีถึงแม้จะไม่เคยชนะได้เลยสักครั้ง แต่เขาก็ไม่ย่อท้อกลับตั้งใจฝึกมากขึ้นยิ่งกว่าเดิมจนตอนนี้เขาไม่รู้ตัวเลยว่าได้ก้าวเท้าออกจากกลุ่มคนทั่วไปเข้าสู่กลุ่มยอดมนุษย์แล้วอย่างน้อยก้าวหนึ่ง เขากำลังเติบโตและเข้าไปอยู่ในโลกเดียวกันกับิคนที่เขาได้เป็เพื่อนคนแรกในเกม LC
ติ๊กกำลังนึกถึงิว่าิในโลกจริงนั้นจะเก่งกาจขนาดไหนถ้าเกิดต้องมาสู้กับอิปคุงใครจะเป็คนชนะ ในระหว่างที่ติ๊กกำลังคิดอยู่นั้นเอง เขาก็รู้สึกขนลุกทันทีเพราะเขานึกออกแล้วว่าลืมอะไรไปเขาลืมไปนานเลยว่าเหตุใดถึงบังเอิญถูกส่งมาอยู่ในห้องขังหมายเลข 798
‘นี่สิถึงจะเป็พลังของเลขนำโชคของเรา.....’ ติ๊กคิดอย่างภาคภูมิใจ