ตอนที่ 11 งานอันทรงเกียรติของหานซีหนิง
เจียงเส้าเสียงกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเจียงแล้วก็ดูเหมือนจะเหม่อลอย
บ่าวรับใช้เห็นเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดในใจพินอบพิเทาเอ่ย "นายน้อยขอรับ จะรับอาหารเย็นเลยหรือไม่ขอรับบ่าวจะได้ให้คนไปเตรียม"
ทว่านายน้อยของเขายังนั่งนิ่งราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด
"นะ...นายน้อยท่านเป็อะไรไปขอรับ" บ่าวรับใช้เริ่มจิตตก
พลันดวงตาคมกริบเหลือบขึ้นจับจ้องบ่าวตัวสั่น ชั่วครู่ให้หลังสีหน้านายน้อยของเขาก็กลับมาเป็ปกติ
เจียงเส้าเสียงกำลังคิดเื่วันนี้เขาหันหลังกลับโดยที่ปล่อยให้ทาสแรงงานชั้นต่ำผู้นั้นยังมีชีวิตผิดจากวิสัยเดิมของเขาอย่างมากที่ผ่านมาถ้าหากไม่ทำให้คนที่กล้าลบหลู่เขาตายอย่างอนาถก็ต้องอยู่อย่างพิการทว่าที่ทำวันนี้...ดวงตาของแม่นางน้อยผู้นั้นผู้เดียว ถึงกับทำให้เขาอยากได้ตัวนาง
ดวงตาเด็กหญิงคนนั้นช่างงดงามกว่าดวงดาวใดที่เขามีแม้จะมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอแต่ก็งดงามจับใจหรือจะเรียกว่างดงามเกินบรรยายเวลาที่นางร้องไห้ราวกับมีดวงดาวนับล้านเปล่งประกายในดวงตานาง
เขาอยากได้!
เจียงเส้าเสียงมีนิสัยเหมือนนายท่านตระกูลเจียงท่านปู่ของเขาที่ลุ่มหลงหญิงงาม ชอบเก็บสตรีสวยๆ มาวางประดับเรือน นิสัยเช่นนี้อนาคตจะต้องกลายเป็นายน้อยผู้หมกมุ่นในนารีเป็แน่แท้
วันนี้ถ้าไม่เพราะเด็กหญิงคนนั้นเป็แค่ชนชั้นแรงงานน่ารังเกียจเขาคงพานางกลับมาวางประดับเรือนแล้ว ฮึ! ปล่อยให้สองพี่น้องนั่นโชคดีไปก่อน
แม้จะกล่าวเช่นนั้นั้แ่เจียงเส้าเสียงกลับมา เขาก็ดูเหมือนจะลืมเด็กน้อยผู้มีใบหน้างดงามน่ารักนั้นไม่ลง
เด็กหนุ่มเริ่มหงุดหงิด"ช่างเถอะๆ ข้าหิวแล้วเ้ารีบไปบอกให้ห้องครัวตุ๋นเนื้อหมูอายุสามเดือนไว้ให้ข้ายังมีปลาเปรี้ยวหวานอีกอย่างย้ำว่าต้องเป็ปลาที่โตในฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้วเท่านั้น"
บ่าวเห็นนายน้อยกลับมามีสีหน้าสดใสเช่นเดิมก็รีบรับคำแล้ววิ่งออกไป หากช้าเกรงว่าพายุจะลง
สองพี่น้องตระกูลหานกลับมาถึงหมู่บ้านเชียงหยุนอย่างปลอดภัย
หานซีหนิงยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นหานเซ่ออี้จึงหยิกหมั่นโถวแล้วยัดใส่ปากนางทีละคำหานซีหนิงเคี้ยวหมั่นโถวไปร้องไห้ไป
กระนั้นก็ยังอ้าปากกินหมั่นโถวที่พี่ชายป้อนทุกคำช่างเป็ภาพที่ชวนอมยิ้ม
ครั้นหานซีหนิงกินจนอิ่มก็ไม่ยอมอ้าปากอีกหานเซ่ออี้จึงกล่อมนางเข้านอน
เมื่อก่อนตอนที่หานซีหนิงยังเล็กมากกินข้าวเองไม่เป็ก็เป็เขาที่ป้อนนางทีละคำตอนนั้นนางก็ร้องไห้งอแงไม่ต่างจากคืนนี้ เขารู้สึกว่ามันน่ารำคาญมากพอมาตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกไม่พอใจแต่อย่างใดกลับกันมันทำให้เขารู้สึกเอ็นดูนางมากขึ้น สุดท้ายแล้วนางก็ยังคงเป็น้องสาวของเขาน้องสาวแท้ๆ ที่ไม่อาจปฏิเสธได้
หานเซ่ออี้ลูบศีรษะน้องสาวอย่างเบามือนิ้วเรียวยาวััเส้นผมนุ่มลื่น แต่สั้นกุด
หานเซ่ออี้มุมปากกระตุกนางคิดอะไรอยู่ถึงได้กล้าตัดผม
ทว่ามองเส้นผมสั้นๆของหานซีหนิงแล้ว จะว่าไปผมสั้นของนางก็ทำให้เหมือนเด็กผู้ชายอยู่ไม่น้อยนอนหลับตาพริ้มอย่างไร้เดียงสา
หานเซ่ออี้คิดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้คงทำให้นางใมากไม่เช่นนั้นคงไม่เอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นแบบนี้เห็นน้ำตานางแล้วเขาก็รู้สึกปวดหัวใจยิ่งนัก น่าชังที่เขาอ่อนแอขนาดนี้แม้กระทั่งน้องสาวยังปกป้องนางไม่ได้ แล้วจะเอาความแข็งแกร่งที่ใดไปแก้แค้นศัตรู
เด็กหนุ่มได้แต่นึกโทษตัวเอง
ผ่านไปครู่ใหญ่เขาห่มผ้าให้น้องสาว จากนั้นก็เดินกลับเข้าห้องนอนของตนเอง...กลับไปพักรักษาร่างกายที่สะบักสะบอม
ขอเพียงเจียงเส้าเสียงไม่ยุ่งกับน้องสาวของเขาก็ถือว่าความอดทนของเขา หานเซ่ออี้ผู้นี้ยังไม่ถึงขีดจำกัด
รุ่งเช้า…
วันนี้ยังคงเป็วันหยุดอีกวันของหานเซ่ออี้เขาจึงอยู่ที่เรือนไม้ไผ่เป็เพื่อนหานซีหนิง
เป็อย่างที่เขาคิดไว้พอเช้าวันใหม่มาเยือน หานซีหนิงก็เหมือนจะลืมเื่เมื่อวานไปเสียสนิท ร่างเล็กๆของน้องสาววิ่งไปวิ่งมาจนทั่วลานเรือนนำเมล็ดผักสวนครัวที่ซื้อจากตลาดเมื่อวานลงปลูกในดิน
ดินบริเวณทางทิศตะวันตกของเรือนหลายวันก่อนหานเซ่ออี้ขุดเตรียมไว้ให้หานซีหนิงเช้าวันนี้เด็กหญิงจึงกระตือรือร้นนำเมล็ดลงมาปลูกเป็พิเศษ
ั้แ่เช้าตรู่หานเซ่ออี้ดื่มน้ำดำๆ ที่น้องสาวเรียกมันว่า 'ยา' ลงท้องไปแล้วหนึ่งถ้วยจากนั้นก็มานั่งอ่านตำราอยู่บนระเบียงหน้าเรือน ร่มเงาของต้นอู๋ถงใบหนาทึบของมันบดบังแสงแดดได้เป็อย่างดี
"ท่านพี่!"หานซีหนิงโบกมือให้พี่ชาย หานเซ่ออี้จึงยิ้มส่งให้น้องสาวเล็กน้อยจากนั้นหานซีหนิงก็ปลูกผักในมือต่อ
หานซีหนิงอยู่กับแปลงผักจนเคยชินฝีมือฝีเท้าจึงคล่องแคล่วว่องไว เดิมทีแปลกผักก็มีเพียงไม่กี่แปลงไม่ทันที่ดวงอาทิตย์จะลอยตรงศีรษะ หานซีหนิงก็ปลูกผักจนครบทุกชนิดแล้วรอหลังจากนี้อีกหนึ่งถึงสองเดือน เธอและพี่ชายก็จะมีผักสดให้กินทุกวัน
ยามนั้นหานเซ่ออี้อ่านตำราฝึกยุทธ์จนลืมเวลาเมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ไม่เห็นหานซีหนิงอยู่บนลานเรือน เขาใก้าวลงจากเรือนด้วยฝีเท้าเร่งร้อน ก่อนจะเห็นว่าร่างเล็กๆคุ้นตาของน้องสาวกำลังหิ้วบางอย่างข้ามสะพานมาจากป่าฝั่งตรงข้าม ใบหน้ามอมแมมเปื้อนดินสีดำเป็หย่อมๆ
ท่าทางจริงจังของหานซีหนิงปรากฏแค่ครู่เดียวเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วเห็นพี่ชายที่กำลังมองอยู่เด็กหญิงก็เผยรอยยิ้มแล้ววิ่งไปหาเขาทันที
หานเซ่ออี้คิดว่าตราบใดที่หานซีหนิงยังอยู่ในเขตอาคมนางก็จะปลอดภัยตราบเท่านั้น
"ท่านพี่ ข้ามองเห็นดอกสีเหลืองคล้ายเซี่ยงรื่อขุยแต่ไกลก็รู้ได้ทันทีว่าใต้ดินต้องมีหัวโตๆ สีน้ำตาลคล้ายมันเทศอยู่แน่ๆ ท่านดูสิ"หานซีหนิงยกต้นพืชให้พี่ชายดู ก่อนจะดึงออกมาหัวหนึ่งจากนั้นก็เดินไปที่ลำธารแล้วล้างให้สะอาด ใช้มีดทำครัวปอกเปลือกจากนั้นก็กัดกินอย่างเอร็ดอร่อย ปากก็ร้องอย่างมีความสุขที่ได้กินของอร่อย
"มันคืออะไร กินได้หรือ?" เหมือนเขาจะประเมินทักษะการหาของกินของน้องสาวต่ำไปจริงๆ
หานซีหนิงตอบพี่ชาย"บัวหิมะเ้าค่ะ!"
เด็กหญิงดึงบัวหิมะอีกหัวมาล้างน้ำจนสะอาดจากนั้นก็ปอกเปลือกแบ่งให้พี่ชาย
ชั่วขณะหานเซ่ออี้ลังเลแต่เมื่อสบดวงตารอคอยของน้องสาว เขาจึงหยิบเข้าปากเคี้ยวไม่กี่คำก็รู้สึกว่ารสชาติไม่เลว พยักหน้าพูดว่า "อร่อย"
หานซีหนิงดีใจหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข โลกก่อนเธอเคยอ่านบนความ บัวหิมะมากด้วยสรรพคุณมากมายไม่ว่าอย่างไรก็ดีต่อร่างกายที่กำลังเจริญเติบโตของพี่ชาย
ทว่า...ละอองสีม่วงที่ลอยรอบต้นของมันคืออะไรหานซีหนิงไม่รู้ ในเมื่อกินได้ก็ต้องกินให้อร่อย
ซึ่งถ้าหากหานซีหนิงตั้งใจอ่านนิยายภาษาไทยเล่มนั้นให้จบทั้งเื่สักหน่อยเธอจะรู้ว่าพืชที่มีละอองหมอกสีต่างๆ เหล่านี้คือพืชิญญาช่วยในการซึมซับพลังปราณได้ดีมาก
จิ๊ๆเสียดายที่หานซีหนิง...เห็นแก่กินเกินไป
หลายวันต่อจากนั้นสองพี่น้องก็ใช้ชีวิตในหมู่บ้านเชียงหยุนอย่างเรียบง่ายและสงบสุข
ภายในใจของเด็กหนุ่ม แทบไม่เหลือความเกลียดชังต่อน้องสาวอีกแล้ว
หานเซ่ออี้คิดว่าที่จริงก็ไม่ใช่ความผิดของหานซีหนิงที่เกิดมามีสายเืตระกูลอวิ๋นไหลเวียนอยู่ในกายครึ่งหนึ่งอีกทั้งเื่ที่นางเป็น้องสาวแท้ๆ ของเขาก็คือความจริงเขาไม่ควรกีดกันและเกลียดชังนาง
เมื่อเด็กหนุ่มคิดได้เช่นนั้นก็เหมือนความรู้สึกชิงชังจะหายไปไม่มีเหลือความคับแค้นใจที่มีมานานก็เหมือนจะสลายไปในพริบตา เขาคิดดีแล้วจากนี้เขาจะดูแลและปกป้องน้องสาวให้ดีที่สุด
สำหรับหานซีหนิงนั้นเธอไม่ได้ใส่ใจเลยว่าตัวเองจะมีสายเืตระกูลอวิ๋นหรือไม่พักหลังดูเหมือนเธอจะลืมเนื้อหาในนิยายไปเสียสนิททั้งนิยายเล่มนั้นก็ไม่รู้เอาไปวางไว้ที่ไหน คิดว่าคงอยู่ที่ไหนสักที่ภายในห้องนอน
เื่ที่เกิดขึ้นในตลาดเมื่อหลายวันก่อนหานซีหนิงยังคงจดจำได้เพียงแต่ไม่ได้เก็บมาคิดให้ตัวเองเป็ทุกข์แต่เธอก็ยอมรับว่าการที่พี่ชายถูกรังแกวันนั้น ได้กลายเป็แรงกระตุ้นให้เธอต้องขยันทำงานมากขึ้น
ดังนั้นหลายวันต่อมาหานซีหนิงจึงลงไปที่หมู่บ้านข้างล่างทุกวันนอกจากเอาน้ำเอาข้าวไปให้ลุงฉีแล้ว เธอยังไปหาป้าชุ่ยที่หน้าหมู่บ้านอีกด้วย
ป้าชุ่ยแนะนำให้หานซีหนิงรับงานเล็กๆอย่างให้อาหารสัตว์อสูรง่ายๆ ไปทำ
อันที่จริงงานนี้ไม่มีผู้ใหญ่คนใดอยากทำมันจึงตกมาถึงมือของหานซีหนิงที่เป็เด็กได้อย่างง่ายดายเธอกลับคิดว่าตัวเองยังโชคดีอีกที่ได้งานนี้หานเซ่ออี้ได้ฟังว่างานที่เธอทำคืออะไรเด็กหนุ่มก็เหมือนจะใกับท่าทางภาคภูมิของเธอ
"ไม่ดีหรือเ้าคะ"เด็กหญิงเอียงศีรษะมองพี่ชาย
หานเซ่ออี้ไม่อยากทำลายความมั่นใจของน้องสาวจึงบอกให้เธอลองทำดูก่อน เพราะค่าจ้างจ่ายต่อวัน เริ่มต้นที่วันละสองเงินขาวหนึ่งเดือนก็หกสิบเงินขาว อีกอย่างงานนี้ก็ไม่ถือว่าหนักหนาแต่อย่างใดได้ค่าจ้างเท่านี้นับว่าคุ้มค่า
เพียงแต่การให้อาหารสัตว์อสูรต้องใช้ความอดทนสักหน่อยสัตว์อสูรในป่าทิศใต้ ไม่เหมือนป่าทิศเหนือป่าทิศเหนือมีแต่อสูรดุร้ายที่เติบโตมากับธรรมชาติและเป็สัตว์กินเนื้อขณะที่ป่าทางทิศใต้เป็อสูรสัตว์เลี้ยงที่ไม่ดุร้ายทั้งยังคุ้นเคยกับมนุษย์มันจึงค่อนข้างเอาแต่ใจบ้าง
วันนี้หานซีหนิงเริ่มงานวันแรก
เธอและเด็กหญิงคนอื่นๆรับผักกาดขาวจากป้าชุ่ยมาคนละตะกร้าใหญ่จากนั้นก็สะพายไว้บนหลังพร้อมกับถือไม้ไว้ช่วยพยุงยามเดินขึ้นเขา
พวกเธอยื่นหนังสืออนุญาตเข้าออกป่าเขียวขจีแก่ผู้คุมเมื่อได้รับอนุญาตแล้วก็เดินเข้าประตูไปเป็แถว เดินเท้าเข้ามาในป่าที่เงียบสงัดสักพักก็ได้ยินเสียงสัตว์ใหญ่ร้อง...
หานซีหนิงเงยหน้าขึ้นมองบนต้นไม้ตอนแรกก็นึกว่ายีราฟเพราะเห็นลายจุดเหลืองๆ มีต้นไม้บดบังบางส่วนที่ไหนได้...งูั์!
เสียงเด็กหญิงทั้งหลายหวีดร้องลั่นก่อนจะวิ่งกระจัดกระจายกันไป ไม่เว้นแม้แต่หานซีหนิง
ก่อนเข้ามาป้าชุ่ยบอกว่าในป่าแห่งนี้มีแต่สัตว์กินพืชดังนั้นหานซีหนิงจึงชะลอฝีเท้าลง หันกลับไปก็ไม่เห็นว่าจะมีงูั์ตัวใดตามมาเมื่อรู้เช่นนี้เธอจึงคลี่ดูแผนที่อีกครั้งใจกล้าเดินไปตามทิศที่ต้องให้อาหารแพะขาวและกวางทองสัตว์อสูรสองชนิดที่ทำเงินให้ตระกูลเจียงได้มากที่สุด
เมื่อไปถึงก็เห็นเด็กหญิงคนอื่นๆกำลังส่งผักกาดขาวป้อนเข้าปากแพะขาวตัวอ้วน หานซีหนิงเห็นว่าน่าสนุกดีเธอจึงปลดตะกร้าบนหลัง จากนั้นก็ส่งผักเข้าปากแพะขาวทีละหัว
ผ่านไปได้สักพัก
หานซีหนิง "อ๊า! อ๊า!กินมือข้าแล้ว! อ๊า!"
เด็กคนอื่นหันมองสักพักต่อมาก็เห็นหานซีหนิงเริ่มวิ่งไปทั่ว กวางทองตัวหนึ่งกำลังไล่งับแขนเสื้อเธอคนอื่นเห็นเช่นนั้นก็เพียงอมยิ้ม แล้วส่ายหน้าไปมาจากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาให้อาหารแพะและกวางอสูรต่อไป
หานซีหนิงหอบหายใจแขนข้างหนึ่งแดงเถือก อีกข้างก็แขนเสื้อขาด ลากตะกร้าผักมานั่งพักข้างกายเด็กหญิงคนอื่น
เด็กหญิงคนหนึ่งหัวเราะขบขันแล้วยื่นถุงน้ำให้หานซีหนิงในบรรดาเด็กทั้งหมดหานซีหนิงอายุน้อยสุด มากสุดในกลุ่มนี้คืออายุสิบสอง
หานซีหนิงเอ่ยขอบคุณและรับน้ำมาดื่มน้ำของเธอที่นำมาเมื่อเช้ากินหมดไปั้แ่เดินเข้ามาในป่าแล้วตอนนี้จึงต้องอาศัยกินของคนอื่น ช่างน่าละอาย
เมื่อให้อาหารแพะขาวและกวางทองเสร็จในครึ่งเช้าครึ่งบ่ายเด็กๆ ทั้งหลายต้องตัดหญ้าใส่ตะกร้าให้เต็มเพื่อนำกลับไปให้สัตว์เลี้ยงในคอกของหมู่บ้าน
งานนี้ไม่ถือว่ายากอะไรหญ้าในป่าเขียวขจีมีค่อนข้างเยอะ ทั่วทั้งูเาสามลูกทางทิศใต้มีแต่เนินเขาสูงที่เป็ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลใช้เวลาตัดไม่นานก็ได้หญ้ามาเต็มตะกร้าเมื่อทุกคนเงยหน้าขึ้นดวงอาทิตย์ก็ทอแสงสีส้มทองฝั่งทิศตะวันตกแล้ว
เด็กหญิงทุกคนเดินกลับหมู่บ้านเชียงหยุนตามเส้นทางเดิมกลับลงจากเนินเขาอย่างเป็แถวมีระเบียบ มือหนึ่งถือไม้เท้า บนหลังสะพายตะกร้าหญ้าบนหลังของหานซีหนิงแบกตะกร้าใบเล็กสุด เดินไปพลาง ปากกัดดอกหญ้าเล่นไปพลาง
หานซีหนิงเดินตามหลังพี่สาวทั้งหลายเป็คนสุดท้ายร่างเล็กๆ สะท้อนแสงดวงอาทิตย์สีส้มทองดวงโตแบกตะกร้าที่ไม่หนักไม่เบาวิ่งตามหลังคนอื่นๆ
ยิ่งเมื่อกลับไปแล้วได้ค่าจ้างมาสองเงินขาวหานซีหนิงถึงกับยิ้มแก้มปริ ป้าชุ่ยพูดว่า
"พรุ่งนี้เอาผลไม้ไปให้เสือขาว"
หานซีหนิง "......"
ฮ้ะ?