ใน่ประมาณห้าโมงเช้าของวันลีอองที่เดินทางมาถึงบริษัท
ภายในห้องประธาน กองเอกสารที่เขาจะตรวจมีมากพอสมควร ในขณะที่เขาตรวจเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานเซทเลขาของลีอองเดินเข้ามาหาเขาหลังทำหน้าที่แรกของวันที่ได้รับมอบหมายเสร็จ "คุณลีครับผมส่งป้าเพียรที่บ้านเรียบร้อยแล้วครับ"
"อือ ... เช้านี้นายไม่มีงานอะไรแล้วส่วนเอกสารเหล่านี้เดียว่เช้าผมจะตรวจเช็กให้เรียบร้อย ... นายช่วยเอาของที่วางอยู่ที่โต๊ะนั้นไปให้คุณอัยย์ที่โรงพยาบาลด้วยนะ อ้อ ...อย่างไรก็ขอบใจนายด้วยนะที่ช่วยเป็ธุระให้"ลีออง มอบหมายงานที่สองของให้เลขาของเขาทันที หลังจากที่เลขาของเขามาถึง
"ได้ครับ" เซทตอบรับพร้อมกับหันไปมองกระเป๋าที่วางอยู่ที่โต๊ะตามที่เ้านายของเขาบอก
"คุณลีมีอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณอัยย์อีกหรือเปล่าครับ"เซทถามย้ำเพื่อความชัวร์เขาจะได้ไม่เกิดข้อผิดพลาดเวลานำสิ่งของเหล่านี้ไปให้ภรรยาของเ้านาย
ใคร ๆก็รู้ว่าหากคุณอัยย์ภรรยาของเ้านายของเขา ไม่ได้ดั่งใจอะไรขึ้นมา ฮึ ฮึ ฮึ นรกชัดๆ และเขาก็เคยเจอกับตัวเองมาแล้วหากไม่จำเป็เขาก็ไม่อยากเจอหน้าภรรยาของเ้าซักเท่าไหร่ แต่เขาก็ขัดไม่ได้เพราะนี้เป็คำสั่งของเ้านาย
เมื่อเซทเห็นว่าเ้านายของเขาไม่มีอะไรเพิ่มเติมอีก เขาก็เดินไปหยิบกระเป๋าจากนั้นก็ขอตัวเพื่อไปจัดการตามหน้าที่ที่รับมอบหมาย "ถ้าอย่างงั้น ผมขอตัวก่อนนะครับ"
บริเวณห้องโถงเคาน์เตอร์แผนกต้อนรับลูกค้าและฝ่ายประชาสัมพันธ์ ที่ถูกเขียนชื่อของบริษัทฟัสท์โลจิสติกส์แมนนิจเมินท์อักษรย่อของบริษัทคือ เอฟแอลเอ็ม (Fast Logistics Management- FLM) รวดเร็ว ทันใจ มั่นใจ ที่เอฟแอลเอ็ม
สาว ๆ ที่เป็ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัท มีทั้งหมด 3 คน พวกเธอเหล่านี้คอยรับหน้าที่ดูแลลูกค้าที่มาติดต่อประสานงานลูกค้าพวกเธอจะเป็ฝ่ายประชาสัมพันธ์งานและกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทด้วย
หนึ่งในนั้นสาว ๆ ทั้ง 3 คน มี จิมมี่ ที่เป็แฟนเก่าของลีอองส่วนเพื่อนร่วมงานของเธออีกสองคน คือ เรยาและอะมีนา
เมื่อทั้งสามคนเห็นเซทเลขาของท่านประธานเดินมา อะมีนา ซึ่งเป็คนช่างพูดจึงทักทายชายหนุ่ม "สวัสดีค่ะคุณเซท ... อ๊ะ ... ถือของพะรุงพะรังจะไปไหนคะเนี่ย ให้พวกเราช่วยไหมคะ"
"สวัสดีครับสาว ๆไม่เป็ไรครับของไม่หนักอะไร ... เออ ... ของเหล่านี้คุณลีให้นำไปให้คุณอัยย์ที่โรงพยาบาลครับ" เซทตอบกลับสาว ๆพอเขาเหลือบเห็นจิมมี่ เขาก็รีบขอตัวทันที "อ๊ะ ...ผมของตัวก่อนนะครับเดียวสาย"
ใครจะไม่รู้ว่าจิมมี่คืออดีตแฟนของเ้านายล่ะและทุกคนก็รู้ว่าภรรยาของเ้านายคนนี้มีความเป็มาอย่างไร พอเขาพูดชื่อของเธอออกไปโดยมีจิมมี่อยู่ด้วยเขาก็รู้สึกผิดทันที
เพราะก่อนหน้าที่อัยยะจะเข้าโรงพยาบาลเธอได้เข้ามาทำร้ายร่างกายของจิมมี่ถึงที่บริษัทและเกือบจะทำให้หญิงสาวเสียชีวิตด้วยซ้ำ หากทุกคนสามารถพูดได้ทุกคนรู้ว่าอัยยะ้ามาฆ่าจิมมี่อย่างแน่นอน
แต่ใครจะรู้ว่าความเ้าอารมณ์ของอัยยะจะแสดงออกมาอย่างโง่เขลาและยิ่งทำให้เธอกับสามีของเธอ นั้นก็คือลีอองประธานบริษัทแห่งนี้เหลืออดกับเธอและยิ่งตีตัวออกหากจากเธอพร้อมประกาศต่อทุกคนในบริษัทว่าห้ามอัยยะเข้ามาในนี้อีกเป็อันขาด
หากมาให้แจ้งตำรวจและสามารถจับกุมตัวเธอก่อนที่ตำรวจจะมาไว้ได้เลยเพราะเขาให้ทางเซทเลขาของเขานำไฟล์การทำร้ายร่างกายของเธอไปลงบันทึกไว้ที่สถานีตำรวจเรียบร้อยแล้ว
เ้านายของพวกเขาคงจะหมดความอดทนกับภรรยาคนนี้แล้วจริงๆ และที่สำคัญทุกคนคงอธิษฐานให้เขาเลิกกับเธอจริงๆ ซักทีและจิมมี่ก็จะมีโอกาสอีกครั้ง
"เธอว่าไงจิมมี่" อะมีนาหันไปถามจิมมี่หลังจากที่เซทเดินจากไปแล้ว
"อะไรของเธอ"จิมมี่ถามอะมีนากลับ
"ก็เื่ของท่านประธานไงละ ...ฉันว่านะ เธอยังคงมีโอกาสอยู่นะ ดูจากวันนั้นสิ ประธานดูเป็ห่วงเธอมากกกกเลยละ" อะมีนาพูดเสริมสิ่งที่เธอคิด
"โอกาสอะไรของเธอ ... ลีเขานะ ...อือ ... ท่านประธานเขาดูแลตามหน้าที่เท่านั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้"จิมมี่ยังคงพูดถึงสิ่งที่เธอรู้ว่าเธอรู้จักผู้ชายคนนี้ดี
หากลีอองคิดที่จะเลิกราเขาจะไม่มีทางกลับมาอีกอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าเขาจะยังรักเธออยู่ก็ตาม แต่เขาจะไม่ทำอะไรให้คนที่เขารักได้รับผลกระทบทางด้านลบจากตัวเขาอย่างแน่นอน
"ก็ไม่แน่นะฉันว่าท่านประธานมีโอกาสที่เลิกกับคุณอัยย์อย่างแน่นอน เธอก็เห็นแล้วนี่นา ...ว่าวันที่เกิดเื่ท่านประธานทำกับคุณอัยย์ยังไงบ้าง เธอยังมีโอกาสอยู่รอให้ท่านประธานเลิกกับคุณอัยย์เมื่อไหร่ วันของเธอต้องมาถึงอย่างแน่นอนเชื่อฉันสิ ฮิ ฮิ ฮิ" อะมีนาบอกเพื่อนของเธอถึงโอกาสในอนาคต
จิมมี่ไม่ได้พูดอะไรถึงแม่ว่าเธอจะไม่ได้พูดต่อ แต่จากแววตา และการอมยิ้มน้อย ๆที่แสดงออกถึงความรู้สึกปิติอะมีนาก็รู้ว่าเพื่อนสาวของเธอคนนี้เห็นด้วยกับแิของเธออย่างแน่นอน
(ฉันยังคงมีโอกาสใช่ไหม)เสียงในหัวของจิมมี่ดังขึ้น