“นายอยู่ไหน” เสียงของพชรนัยถามอย่างร้อนรน
“มีอะไร”
“นายปฐวีรออยู่ที่บริษัท มันต้องการคุยกับนาย ไม่ต้องการคุยกับฉัน” เขมกรขมวดคิ้วพร้อมกับกดวางสายไป ก่อนจะรีบเข้ามายังบริษัทด้วยความรีบร้อน นายปฐวีจิ้งจอกขนพอง ที่นักธุรกิจต่างขนานนามเขาไว้อย่างนั้น เพราะเจ้าเล่ห์เพทุบาย อะไรที่เป็นผลประโยชน์จะรีบคว้าไว้ แม้ต้องเสียคำพูดแค่ไหนเขาก็ไม่สน ผลประโยชน์มาเป็นอันดับแรกเสมอ
เขมกรเปิดประตูเข้ามาพบกับนายปฐวี นั่งไขว้ห่างยกกาแฟดื่มอย่างสบายใจ ก่อนที่เขมกรจะเดินไปนั่งยังเก้าอี้ตัวโปรด แล้วมองตรงไปยังแขกที่นั่งหราอยู่อย่างสบายใจ
“มาถึงที่นี่ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรหรือครับ” เขมกรถามอย่างสุภาพ แม้ไม่ใคร่ชอบหน้ากันเท่าไหร่นัก
“ผมว่าคุณเขมน่าจะเดาไม่ยาก ที่ผมมาวันนี้เพราะเรื่องที่ผืนนั้น เราต่างก็ต้องการเหมือนกัน”
“แล้ว?”
“เฮ้อ...จะเป็นยังไง ถ้าผมจะเสนอว่าให้เราร่วมมือกัน ปรับเปลี่ยนโปรเจกต์คนละครึ่งทางเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน ผลตอบแทนแบบแฟร์ๆ”
“คุณก็รู้ว่าผมไม่มีทางทำอย่างนั้น” เขมกรพูดเสียงเข้ม นายปฐวีต้องการร่วมทุนและต้องการที่ผืนนั้นเป็นอย่างมาก เพื่อโปรเจกต์ของเขา
“ที่ผมมาวันนี้ เพื่อยื่นข้อเสนออย่างดีที่สุด เพื่อที่เราสองคนจะไม่พลาดที่ผืนนั้น และได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน แต่ถ้าคุณไม่เห็นด้วย ถึงเวลาถ้าคุณรัตนาตัดสินใจขายที่ให้ผม คุณก็จะพลาดโอกาสทุกอย่างไป อย่างน้อยคุณน่าจะลองทบทวนดูนะ” เขมกรยิ้มอ่อนก่อนจะหันเดินไปหาปฐวี
“นี่ถ้าผมเดาไม่ผิด คุณเองก็ไม่มั่นใจนักว่าคุณรัตนาจะขายที่ให้คุณ ดูเหมือนคนที่กลัวจะเสียที่ผืนนั้นไม่ใช่ผมแล้วล่ะสิ”
“ก็แล้วแต่” ปฐวียักไหล่อย่างไม่สนใจ
“หมดธุระของคุณแล้วใช่ไหม”
“มีอีกเรื่อง ผู้หญิงคนนั้นที่ทำงานให้คุณ ชื่อดารินใช่ไหมถ้าจำไม่ผิด” เขมกรนิ่งเงียบ แต่กำลังตั้งใจฟังสิ่งที่ปฐวีกำลังจะสื่อสารอย่างใจจดจ่อ
“ถ้าพูดตรงๆ ผมสนใจเธอนะ จะเป็นไรไหมถ้าผมจะซื้อตัวไปช่วยงานผมบ้าง แต่คุณไม่ต้องห่วงผมไม่ให้เธอมาประสานงานกับคุณรัตนาแน่นอน ผมจะให้เธอทำตำแหน่งอื่น” เขมกรไม่แปลกใจเท่าไหร่นักที่เขามีความคิดเช่นนี้ เพราะฉายาจิ้งจอกขนพองนั้นไม่ได้มาเพราะบังเอิญ แต่เพราะนิสัยที่ไม่มีใครเขาทำกันนั่นแหละ
“ผมเกรงว่าจะไม่ได้ ต้องขอโทษด้วย”
“แต่ถ้ามันเป็นการตัดสินใจของเธอ ผมว่าคุณก็ไม่เกี่ยวนะ” ปฐวียิ้มย่องก่อนจะก้าวเท้าออกจากห้องไป แล้วยกมือถือโทรหาใครบางคนทันที
“มันไม่ยอม ในที่สุดผมจะไม่ยอมให้ใครได้ที่ผืนนั้นไปอย่างเด็ดขาด คุณทำอย่างไรก็ได้ให้คุณรัตนาตัดสินใจขายที่ให้ผม และใครที่มันขวาง เตรียมจัดการให้หมด” ดวงตามุ่งมั่นของนายปฐวีปะทุขึ้นอย่างดุเดือด ในเมื่อพูดกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง เขาจะต้องดึงเล่ห์เพทุบายออกมา ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
“ตกลงไอ้ปฐวีมันมาคุยอะไรกับนาย” พชรนัยเปิดประตูเข้ามาหาเพื่อนรัก ก่อนจะสังเกตสีหน้าตึงเครียดของเขมกรแล้วย่างเท้าเข้ามานั่งลงตรงข้ามด้วยความตั้งใจ
“มันจะให้เรารวมโปรเจกต์กับมัน”
“ไม่ได้นะ” พชรนัยรีบค้าน
“ฉันไม่ได้ตกลง แต่สิ่งนี้แหละที่ทำให้ฉันกังวลอยู่ตอนนี้ คนอย่างนายปฐวีจะทำทุกอย่าง โดยที่เราคาดไม่ถึงว่าคนอย่างมันจะทำได้ มันไม่มีวันยอมให้เราได้ที่ผืนนั้นมาง่ายๆ หรอก” เขมกรพูดด้วยน้ำเสียงคล้ายหนักใจเต็มที
“ขอโทษด้วยนะครับ ที่นัดมาอย่างกะทันหัน” ปฐวีเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งรอเบลล่าอยู่ในร้านอาหารดังย่านหนึ่ง ก่อนจะเชิญให้หญิงสาวผู้เลอโฉมนั่งตรงหน้า เขาจ้องเธอด้วยแววตาพิสมัย ใบหน้างดงามไม่แพ้ดาราแถวหน้าของเมืองไทยหลายคนเลยทีเดียว
“มีอะไรหรือคะ” น้ำเสียงห้วนพูดพร้อมกับวางกระเป๋าแบรนด์เนมไว้ด้านข้างด้วยความระวัง แม้จะเป็นการเจอกันครั้งแรก แต่ต่างฝ่ายต่างก็เคยได้ยินกิตติศัพท์ของกันและกันมาเป็นอย่างดี