เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่สิบสี่ มณีอาชาเก่งกล้าอัสดร

    ตอนที่สิบสี่ มณีอาชาเก่งกล้าอัสดร

    “คุณเจิด”

    ครูวิเอามือทาบอก

    รุ้สึกแปลกใจที่มีหนุ่มที่ไม่สนใจตนเอง

    แน่นอน ครูวิคิดเช่นนั้นก็ไม่ผิดการมีความขาวและอาชีพครูที่เป็๞ที่นับหน้าถือตาของชาวบ้านนั้นไม่แปลกที่จะมีหนุ่มๆมาสนใจจำนวนมาก

    ตามหลักการที่เคยมีการแซวกันในหมู่พวกครูว่าครูหนุ่มๆหากไม่ได้กับครูด้วยกันเอง

    ก็ต้องได้กับพวกลูกสาวของคหบดีหรือพ่อค้าแม่ค้าที่คอยส่งปิ่นโตให้ทุกวันนั่นเอง

    คนที่มีอาชีพหน้าที่การงานดีอย่างครูวิและสง่าราศีดีก็เป็๲ที่หมายปองของทั้งหนุ่มทั้งแก่เช่นกัน

    แต่ไอ้เจิดจากไปอย่างไม่ใยดีทำให้เธอแปลกใจ

    จนหนุ่มนาคนหนึ่งกล่าวว่า

    “ไม่ต้องสนใจมันหรอกครูไอ้เจิดมันไปติดพันนงพะงาอยู่ นี่ก็คงรีบไปหานงพะงานั่นล่ะ หึหึ”

     หนุ่มนาทำหน้าตาข้ารู้ข้าเห็นแววตาที่ว่างเปล่าปวดร้าวให้คนสนใจ

    แต่คนอย่างครูวิดูคนอย่างหนุ่มนาออกที่ทำท่าเคร่งขรึมปวดร้าวเพื่อล่อให้คนมาสนใจเธอเห็นมานักต่อนักแล้ว

    แต่กับคุณบรรเจิดเหมือนหนีอะไรไปจริงๆ

    ไม่น่าจะใช่เ๹ื่๪๫ของไปหาหญิงสาว

    แน่นอนเพราะครูวิเชื่อว่าตนเองหน้าตาและชาติตระกูลดีไม่แพ้ใครนั่นเอง

    ...

     

    “แน่งน้อย ผัดแก้มสีแดง เม้มปากน้องน้อยเรียกหาพี่ยา”

    นางรำคนนั้นก็ยังคงเป็๲ที่นิยมสร้างความตื่นตาให้กับชาวบ้าน

    แต่ว่าเธอเห็นชายหนุ่มหน้าคมเข้มคนหนึ่งวิ่งมาจากห้องสมุดไม่มองมาทางเธอแต่อย่างใด

    ทำให้เธอรู้สึกสะกิดใจกับชาวหนุ่มหน้าตาคมเข้มหน้าอกผายกว้าง เอวคอดกิ่ว ราวกับม้าที่ทะยานอย่างเข็มแข็ง

    เ๧ื๪๨คงอร่อยอย่างแน่นอน ไม่เหมือนกับคนแก่หรือหนุ่มอ่อนแอที่ล้อมรอบเธออยู่ตรงนี้

    ส่วนไอ้เจิดไม่หันไปมองเพราะเขาคิดว่าหากสบตาตนเองที่ไม่มีเวทย์อาจจะโดนสะกด และนี่ไม่ใช่จักรวาลมังงะ

    โรซา-โอ้ แวมไพร์ที่การกินเ๧ื๪๨ดูเป็๞ความโรแมนติกเมื่อในนิยายบรรยายสภาพว่า

    “ตับและไส้กระจัดกระจาย..”

     ซึ่งเท่านั้นก็เพียงพอแล้วไอ้เจิดเหวี่ยงตัวขึ้นหลังม้าโยนเศษเงินให้ไอ้แกละที่คอยเฝ้าม้าให้อยู่และขี่หนีไปโดยเร็วที่สุด

    “โธ่ลูกพี่คอยด้วยสิ ไปเร็วจริงๆอ๋อใช่ใช่ คงตามนงพะงาที่ไปไกลๆแน่ๆ”

    ไอ้ห้อยไอ้โหนพยักหน้าให้กันอย่างรู้ทัน

    ..

    “หลีกไป หลีกไป ย่า”

    ไอ้เจิดใจร้อนเพราะรู้ตัวว่าไม่อยากอยู่ข้างนอกหากเวลาตะวันตกดินแล้วประมาทเพราะคุยกับเจ็กฮงมากไปหน่อย เลยหลงนึกว่าตนเองเป็๲วอเรนบัฟเฟตอิเซไคมาในอดีต

    แต่การเจอกับผีฟ้าทำให้หลายอย่างกระแทกเข้ากับหน้าที่ทำให้เขาไม่สามารถสโลไลฟ์ได้อีกต่อไป

    ทางนงพะงากับผกากรองก็ชี้ให้ดูไอ้เจิดที่ขี่ม้าฝุ่นตลบมาทางตนเองที่กำลังเดินกลับบ้าน

    “ดูนั่นสิพี่นงไอ้เจิดคงมากล่าววาจาเกี้ยวพาราสีพวกเราแน่ๆเลยขี่ม้ามาฝุ่นตลบเชียว”

    “ผกา ถอยออกมาให้ห่างนะ หากมันมาใกล้เราต้องด่าเปิดเปิง”

    พวกเธอทั้งสองคนทำตัวสมกับเป็๞นางเอกของนิยายสารขัณฑ์ที่ดีที่มองว่าพฤติกรรมก้าวร้าวหาเ๹ื่๪๫ชาวบ้านคือพฤติกรรมที่ควรทำและทำให้ตนเองเป็๞ที่รักใคร่ของผู้คน

    “ไปใกลๆเลยนะไอ้เจิ---“

    ไอ้เจิด ควบม้าฝุ่นตลบผ่านไปโดยไม่มองสองพี่น้องเลยแม้แต่น้อย

    “ไอ้เห-ยเจิดฝุ่นทำผมเสียทรงหมดสิดูนี่”

    ทั้งสองพี่น้องด่าเจิดลับหลัง

    เมื่อการขี่ม้าของเจิดทำให้ฝุ่นตลบอบอวลไปหมดหน้าที่เคยขาวผ่องทาแป้งและลิปมัน กลับกลายเป็๲โดนฝุ่นทรายคละคลุ้งเพราะ ถนนลูกรังยังไม่หมดไปไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงทุกชุมชน ทั้งที่อเมริกาเอา๱ะเ๤ิ๪ไปบอมบ์ที่ญี่ปุ่นมากว่ายี่สิบปีแล้ว

    และเพราะไม่มีไฟฟ้า ไอ้เจิดไม่คิดจะเสี่ยงขี่ม้าเวลากลางคืนเด็ดขาดเพราะกลัวกระสือหรือผีปอบจะบังตาให้หลงทิศทางตอนกลางคืนได้รีบกลับอย่างรวดเร็วที่สุด

    “โธ่พี่เจิดคอยด้วย”

    ไอ้ห้อยไอ้โหนก็ไล่กวดตามมาเพราะนึกว่าไอ้เจิดจะคุยกับนงพะงาและชะลอม้าลงในตอนแรก

    และเร่งความเร็วอีกครั้ง เมื่อไอ้เจิดไม่หยุดคุยกับนงพะงาทำให้นงพะงากับผกากรองคลุกฝุ่นไปอีกครั้ง

    “ไอ้ห้อย ไอ้โหน ไอ้เ-“

    และคำด่าต่างๆที่ตามมาไม่หยุดแต่ไอ้เจิดและไอ้ห้อยไอ้โหน ไม่ได้อยู่ฟังแต่ประการใด