"หืม? ได้แน่นอนอยู่แล้ว! พี่ชายเป็คนเปิดทะเลปราณให้ข้า..ข้าจะไม่ให้ท่านดูได้อย่างไร!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม..สวี่หยุนพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนที่จะชี้นิ้วไปััที่ระหว่างคิ้วของหลินเสี่ยวโหยวและส่งลมปราณธาตุวารีเข้าไปในจุดตันเถียนของเด็กสาว..สวี่หยุนที่มองเห็นลมปราณในทะเลปราณของหลินเสี่ยวโหยวก็ตกตะลึงตัวแข็งทื่อไปในทันที...ลมปราณของหลินเสี่ยวโหยวมีถึงห้าสี! ผู้อื่นอาจบอกไม่ได้ว่าลมปราณห้าสีนี้คืออะไรแต่ไม่ใช่กับผู้ใช้ปราณสรรพธาตุที่อยู่เหนือธาตุทั้งปวงอย่างแน่นอน...
หลินเสี่ยวโหยวมีลมปราณถึงห้าธาตุ! แถมลมปราณธาตุของหลินเสี่ยวโหยวยังเข้มข้นกว่าสวี่หยุนไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยเท่า..มันเป็ลมปราณธาตุขั้นแก่นแท้ของธาตุ! สวี่หยุนแทบจะเป็ลมไปในขณะที่ยืนในทันทีราวกับว่าหลินเสี่ยวโหยวเกิดมาเพื่อเยาะเย้ยผู้ใช้ลมปราณสรรพธาตุระยะแรกไม่มีผิด..
แม้สวี่หยุนจะไม่รู้ว่าทำไมลมปราณของหลินเสี่ยวโหยวจึงมีธาตุแก่นแท้ถึงห้าธาตุในร่าง..แต่คนในแดนาย่อมรู้จักร่างกายาในตำนานนี้อย่างแน่นอน..กายากิเลนะ! ร่างกายในตำนานที่สามารถควบคุมธาตุทั้งห้าได้อย่างอิสระั้แ่เปิดทะเลปราณ..ไม่เพียงแต่ควบคุมธาตุทั้งห้าได้อย่างอิสระทั้งยังไม่มีทางได้รับาเ็จากธาตุทั้งห้าเลยแม้แต่น้อย..หากคู่ต้อสู้ใช้วรยุทธธาตุมาต่อสู้กับหลินเสี่ยวโหยวก็นับได้ว่าโง่งมเป็อย่างยิ่ง..ผู้ที่มีกายากิเลนะพบเห็นแค่หนึ่งในล้านเพียงเท่านั้น..หรือไม่ก็จะพบเห็นในผู้สืบทอดของกิเลนะที่หายากอย่างยิ่งในแดนา...
สวี่หยุนยืนแข็งทื่อราวกับหินอยู่หน้าของหลินเสี่ยวโหยว..แค่เพียงเปิดทะเลปราณก็เข้าใจแก่นแท้ของธาตุทั้งห้า? นี่มันไม่โกงไปหรืออย่างไร? แม้แต่ผู้ใช้ปราณสรรพธาตุรุ่นที่ 3 เฉินลี่ถิงผู้ยิ่งใหญ่ยังเข้าใจแก่นแท้ของธาตุได้แค่ 7 ธาตุในเวลาตั้งเป็สิบๆปี! สวี่หยุนยืนแข็งค้างพร้อมหัวเราะออกมาเบาๆ..มันเป็เสียงหัวเราะที่ราวกับสวี่หยุนกำลังจะร้องไห้อย่างไรอย่างนั้น..หากผู้ใช้ปราณสรรพธาตุรุ่นใดก็ตามที่มาเห็นหลินเสี่ยวโหยวในตอนที่ตนเองยังไม่สามารถแม้แต่จะบรรลุแก่นแท้ของธาตุใดธาตุหนึ่งผู้ใช้ปราณสรรพธาตุรุ่นนั้นก็คงมีท่าทีไม่ต่างจากสวี่หยุนในตอนนี้มากนัก..
"พี่ชาย? ท่านเป็อะไรหรือเปล่า? ข้าทำอะไรผิดไปหรือ?" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาอย่างกังวลเมื่อได้ยินเสียงสวี่หยุนที่ฟังดูเหมือนจะร้องไห้ออกมาก่อนที่จะโน้มตัวไปกอดสวี่หยุนไว้ราวกับกำลังจะรํ่าไห้เพราะทำความผิด...
สวี่หยุนได้สติกลับมาจากเสียงเรียกของหลินเสี่ยวโหยวก่อนที่จะฝืนยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก..
"ข้าผิดเอง..ข้าเผลอใจลอยไปนิดหน่อย..เสี่ยวโหยวไม่โกรธข้าใช่หรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่ดูซับซ้อนเกินอธิบายราวกับเขากำลังจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ...
"อืม..พี่ชายทำให้ข้าในะ..แต่ข้าก็ยังชอบพี่ชายอยู่ดี!" หลินเสี่ยวโหยวที่กำลังกอดสวี่หยุนอยู่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเห็นรอยยิ้มยากอธิบายของสวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน..สวี่หยุนพยายามปรับอารมณ์อย่างรวดเร็วก่อนที่จะมีรอยยิ้มไร้เดียงสาดั่งเดิม..ถึงจะบอกว่าเหมือนเดิมแต่สวี่หยุนตอนนี้ก็ได้รับาแที่ยากจะลืมเลือนได้ในธาตุผู้ใช้ปราณสรรพธาตุ...
ถึงแม้กายากิเลนะของหลินเสี่ยวโหยวจะนับได้ว่ายอดเยี่ยมเป็อย่างยิ่งแต่แท้จริงแล้วตำนานที่แท้จริงก็สมควรเป็ต่างหูสรรพธาตุที่สามารถเรียนรู้แก่นแท้ได้ทุกสรรพธาตุแถมยังผสานธาตุระหว่างธาตุได้ด้วย! ถึงแม้สวี่หยุนจะรับรู้ถึงจุดจุดนี้ดีแต่ก็นับว่าะเืจิตใจของเขายิ่งนัก...
"อะ..เอาล่ะ..ข้าจะลองสอนวรยุทธให้เสี่ยวโหยวดูหนึ่งวรยุทธ..หากเสี่ยวโหยวสามารถเรียนรู้มันได้ข้าจะสอนวรยุทธอีกวรยุทธให้เ้าเป็อย่างไร?" สวี่หยุนกล่าวตะกุกตะกักออกมาเพื่อหวังจะเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของตนเองบ้าง..
"อื้ม! อะไรที่พี่ชายสอนข้าจะพยายามให้ดีที่สุด!" หลินเสี่ยวโหยวกอดสวี่หยุนแน่นขึ้นไปอีกก่อนที่จะกล่าวออกมา..สวี่หยุนได้ยินดังนั้นก็มีรอยยิ้มอ่อนโยนขึ้นมาทันที...
"วรยุทธนี้เป็วรยุทธข้าเป็คนดัดแปลงมันมาด้วยตัวเอง..เสี่ยวโหยวสัญญากับข้าได้หรือไม่ว่าจะไม่บอกใครเกี่ยวกับวรยุทธนี้.." สวี่หยุนกล่าวขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะมือข้างหนึ่งลูบหัวของหลินเสี่ยวโหยว..
"อื้ม! ข้าให้สัญญากับพี่ชาย!!" หลินเสี่ยวโหยวผงกหัวรับคำของสวี่หยุนก่อนจะกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน..
"วรยุทธนี้มีชื่อว่า ดรรชนีวารีไร้เงา..มีทั้งหมด 7 ขั้นหลักและ 5 ขั้นย่อยคือ เริ่มต้น ตํ่า กลาง สูงและสูงสุด..เสี่ยวโหยวเข้าใจหรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวออกมาอย่างช้าๆ..ตอนแรกสวี่หยุนวางแผนไว้ว่าจะถ่ายทอดดรรชนีไร้เงาธรรมดาให้หลินเสี่ยวโหยวลองฝึกฝนดู..แต่เมื่อสวี่หยุนพบว่าหลินเสี่ยวโหยวมีแก่นแท้ของธาตุวารีทำให้สวี่หยุนเปลี่ยนใจขึ้นมาทันที..หากเป็คนทั่วไปการผสานธาตุลงไปในวรยุทธจะทำให้ฝึกฝนได้ยากขึ้นเป็ทวีคูณ..แต่สำหรับหลินเสี่ยวโหลวที่มีแก่นแท้ของธาตุทั้งห้าจะทำให้การฝึกวรยุทธที่มีหนึ่งในห้าธาตุของหลินเสี่ยวโหยวจะรวดเร็วขึ้นเป็อย่างยิ่ง...
"นี่เป็หนึ่งในสามวรยุทธของพี่ชายหรือ?" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าสงสัย..สวี่หยุนยิ้มออกมาก่อนจะผงกหัวรับคำของหลินเสี่ยวโหยว..
"ข้าจะได้ฝึกวรยุทธแบบพี่ชาย! พี่ชาย..ข้าจะพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะไม่เป็ตัวถ่วงของพี่ชาย.." หลินเสี่ยวโหลวกล่าวออกมาด้วยความโศกเศร้าเล็กน้อย..วันนี้สวี่หยุนช่วยนางจากหวงอี้จือและหวงหลินเฝ่ยทั้งยังมอบเสื้อผ้าและที่พักให้นาง..รวมไปถึงเปิดทะเลปราณและวรยุทธที่นางกำลังจะได้รับเช่นกัน...สวี่หยุนเห็นท่าทีของหลินเสี่ยวโหยวก็ยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะกล่าวออกมา..
"เสี่ยวโหยวไม่ได้เป็ตัวถ่วงของข้าเลยแม้แต่น้อย..เช่นวันนี้เป็ต้น..หากไม่มีเสี่ยวโหยวข้าก็ไม่รู้จักสถานที่ต่างๆที่เสี่ยวโหยวแนะนำมาถูกต้องหรือไม่? บางทีข้าอาจจะหาร้านรับแลกแกนอสูรไม่เจอและต้องนอนข้างถนนก็เป็ได้.." สวี่หยุนกล่าวส่ายหัวเล้กน้อยก่อนที่จะโกหกเสี่ยวโหยวออกมาเล็กน้อยเพื่อให้เด็กสาวรู้สึกดีขึ้น...
"ฮิฮิฮิ ถึงแม้พี่ชายจะโกหกไม่เก่งเอาซะเลย..แต่ข้าก็ชอบพี่ชายจริงๆ" หลินเสี่ยวโหยวหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาทำให้สวี่หยุนสะดุ้งเล็กน้อย..
"อะ..เอ่อ..เสี่ยวโหยวรู้ั้แ่เมื่อไหร่หรือ?" สวี่หยุนยิ้มแห้งเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวออกมา..
"ฮิฮิ พี่ชายไม่รู้เลยหรือว่าตอนที่ข้ากับพี่ชายกำลังเดินคุยกันบางทีท่านก็มักจะเดินนําหน้าข้าแทนเหมือนกัน.." หลินเสี่ยวโหยวหัวเราะออกมาก่อนที่จะกล่าวด้วยรอยยิ้มน่ารักน่าเอ็นดู..
"ถึงแม้พี่ชายจะโกหกข้า..แต่พี่ชายก็โกหกเพื่อให้ข้ารู้สึกดีขึ้น..ข้ายิ่งชอบพี่ชายขึ้นไปอีก!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาก่อนที่จะกอดสวี่หยุนแน่น..สวี่หยุนหัวเราะแห้งออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะลูบหัวของหลินเสี่ยวโหยวตอบ..
หลังจากนั้นสวี่หยุนก็ถ่ายทอดวรยุทธดรรชนีวารีไร้เงาให้หลินเสี่ยวโหยว..ทันทีที่หลินเสี่ยวโหยวได้รับการถ่ายทอดวรยุทธดรรชนีวารีไร้เงาจากสวี่หยุนก็มีสีหน้าครุ่นคิดออกมาทันทีก่อนที่จะนั่งหลับตาไปในที่สุด..สวี่หยุนมองเด็กสาวที่กำลังพยายามเข้าใจวรยุทธดรรชนีวารีไร้เงาของเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน..เวลาผ่านไปสักครู่สวี่หยุนก็หยิบเอาตำราหลอมโอสถที่ได้รับมาจากหวงซือเหยียนขึ้นมานั่งอ่านพร้อมหยิบเอาเม็ดยาที่หวงซือเหยียนให้เขามาเล็กน้อยตอนที่ไปหอโอสถ์ขึ้นมาศึกษาพร้อมกับตำราหลอมโอสถ..
ทั้งสวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวต่างก็พยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่แตกต่างกันออกไป..ตกดึกจู่ๆหลินเสี่ยวโหลวก็ลืมตาขึ้นมามองสวี่หยุนที่กำลังอ่านตำราหลอมโอสถด้วยรอยยิ้มน่ารักน่าเอ็นดู..สวี่หยุนเองก็ััได้ถึงสายตาของหลินเสี่ยวโหยวเมื่อเขาหันไปมองเด็กสาวสวี่หยุนก็ยิ้มออกมาทันทีก่อนจะกล่าวถาม..
"เสี่ยวโหยวเข้าใจดรรชนีวารีไร้เงาขั้นที่หนึ่งระดับพื้นฐานแล้วหรือ?" สวี่หยุนกล่าวถามขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยนเป็อย่างยิ่ง..
"อื้ม! ถึงแม้ว่ามันจะเข้าใจยากมากๆแต่เมื่อข้าพยายามเข้าใจมันก็รู้สึกได้ว่าบางอย่างกำลังช่วยให้ข้าเข้าใจมันง่ายขึ้นอยู่.." หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมาทำให้สวี่หยุนร่างกายเริ่มสั่นสะท้านขึ้นมาทันที..ถึงแม้เด้กสาวจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดแต่สวี่หยุนรับรู้ได้อย่างชัดเจน..เพราะลมปราณธาตุวารีของหลินเสี่ยวโหยว! สวี่หยุนแทบจะอยากเป็ลมไปในทันทีที่ได้ยิน..ตัวเขาที่มีพร์อย่างน่าเหลือเชื่อก็ยังต้องใช้เวลาถึงหนึ่งวันเต็มในการเข้าใจดรรชนีไร้เงาอย่างยากลำบาก..ถัดมาเขาก็ผสานธาตุวารีลงไปด้วยสมาธิทั้งหมดของเขาตลอดหนึ่งคืนเต็ม..แต่หลินเสี่ยวโหยวกลับบอกว่ามีบางสิ่งช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น...นี่มันไม่โกงไปอย่างนั้นรึ? ความยุติธรรมมันอยู่ที่ไหนกัน!? อ้ากกกกกกก!!
สวี่หยุนที่กำลังร้องะโในใจตัวแข็งทื่อไปทำให้หลินเสี่ยวโหยวกล่าวถามขึ้นมา...
"พี่ชาย? ท่านเป็อะไรไหม? ทำไมท่านถึงไม่กล่าวออกมาเลยล่ะ?" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวถามสวี่หยุนออกมาด้วยสีหน้าห่วงใย..สวี่หยุนได้ยินเสียงของหลินเสี่ยวโหยวก็ได้สติขึ้นมาในทีก่อนจะกล่าวตอบออกไปพร้อมรอยยิ้มยากอธิบายเช่นเดิม..
"ฮะฮะฮะ..ข้าเผลอใจลอยไปอีกแล้วน่ะ..คืนนี้ก็ดึกแล้ว..เรามาเข้านอนกันเถอะ.." สวี่หยุนกล่าวออกมาอย่างยากลำบากก่อนที่จะรีบเปลี่ยนเื่ในทันที...ที่จริงแล้วสำหรับสวี่หยุนก็นับได้ว่าแทบจะไม่ต้องหลับนอนแล้วแต่สำหรับหลินเสี่ยวโหยวที่พึ่งอยู่ในขั้นที่ 1 ของรวบรวมลมปราณยังจำเป็ต้องนอนพักอยู่บ้าง...
"อื้ม! อะ..เอ่อ..ขะ..ข้าขอนอนกับพี่ชายได้หรือไม่?" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวตะกุกตะกักออกมาอย่างยากลำบากพร้อมใบหน้าเขินอาย...สวี่หยุนเห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะกล่าวตอบ..
"แน่นอนอยู่แล้ว..ไว้พรุ่งนี้ข้าค่อยถ่ายทอดอีกวรยุทธให้เสี่ยวโหยวแล้วกัน.." สวี่หยุนกล่าวออกมาอย่างง่ายดายทำให้หลินเสี่ยวโหยวแอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อย..สวี่หยุนราวกับมองเห็นภาพของลู่เหมยทับซ้อนกับตัวของหลินเสี่ยวโหยวทำให้สวี่หยุนชอบใจในตัวน้องสาวคนนี้เป็อย่างยิ่ง...
สวี่หยุนดับไฟในห้องก่อนที่จะไปนอนที่ข้างหนึ่งของเตียงไม้..หลินเสี่ยวโหยวนอนอีกข้างของเตียงไม้เช่นกัน..ผ่านไปสักพักก็มีความเงียบเข้าปกคลุมโดยรอบ..ในที่สุดหลินเสี่ยวโหยวก็รวบรวมความกล้ากล่าวออกมา..
"ขะ..ข้าขอนอนกอดพี่ชายได้หรือไม่? แบบนี้..มันทำให้ข้านึกถึงตอนที่ข้านอนคนเดียวในตรอกเงียบๆเลย.." หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาด้วยใบหน้าเขินอาย..สวี่หยุนหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะดึงตัวของเด็กสาวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดในทันที...
"เสี่ยวโหยว..ก่อนที่ข้าจะจากมา..มีหญิงสาวผู้หนึ่งที่น่ารักเหมือนกับเสี่ยวโหยว..ถึงแม้จะต่างกันบ้างตรงที่หญิงสาวผู้นั้นจะชอบแกล้งข้าเป็ประจำก็ตาม..แต่เมื่อตกดึกข้าก็จะนอนกอดหญิงสาวนางนั้นทุกคืน..ั้แ่ข้าจากที่นั่นมาข้าก็ได้เจอกับสหายมากมาย..แต่ไม่มีใครทำให้ข้าหายโศกเศร้าเพราะคิดถึงหญิงสาวคนนั้นได้เลย..แต่หลังจากที่ข้าได้รู้จักเสี่ยวโหยว..ถึงแม้จะทำให้นึกถึงเื่ที่โศกเศร้าขึ้นมาบ้าง..แต่ข้าก็รู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่ถูกเติมเต็มเพราะเสี่ยวโหยว..ขอบคุณเสี่ยวโหยวมากจริงๆที่ทำให้ความโศกเศร้าในใจข้าหายไปได้บ้าง.." สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงที่ดูเศร้าสร้อยเป็อย่างยิ่ง..ั้แ่เขามาถึงแดนสมุทรประกายแสงสวี่หยุนก็คิดถึงลู่เหมยแทบทุกเวลา..แต่การที่ได้มาเจอกับหลินเสี่ยวโหยวก็ช่วยเขาบรรเทาความทุกข์ของจิตใจออกมาไปได้บ้าง...
"อืม..ถึงแม้พี่ชายจะไม่อาจอยู่กับพี่หญิงคนนั้นได้ในตอนนี้..ข้าก็จะอยู่กับพี่ชายแทนพี่หญิงคนนั้นเอง!!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มสดใสก่อนที่จะกอดสวี่หยุนแน่นขึ้น..สวี่หยุนมองเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมอกอย่างอ่อนโยนก่อนจะเรื่มนึกถึงวันวานที่เขาได้พบกับลู่เหมย..ผ่านไปสักพักสวี่หยุนก็รู้สึกได้ว่าลมหายใจของหลินเสี่ยวโหยวคงที่แล้ว..สวี่หยุนก็รู้ในทันทีว่าเด็กสาวได้เข้าสู่ห้วงแห่งนิทราไปแล้ว...
สวี่หยุนไม่ได้หลับไปแต่อย่างไร..เขายังคงใช้เวลาทั้งหมดทบทวนทุกอย่างที่เขาอ่านในตำราหลอมโอสถทั้งคืนโดยที่นอนกอดหลินเสี่ยวโหยวไปด้วย...
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------