ตลอดทางที่เดินกลับบ้านไปพร้อมกับเถ้าแก่หลี่เมี่ยนและนายช่างอู๋ผู้ใหญ่บ้านกับนางหลิวซื่อเหนียงพูดชมอาหารของหยางเถาอวี้ไม่หยุดปากถึงแม้ในตอนแรกจะรู้สึกว่าอาหารติดรสชาติเผ็ดร้อนไปหน่อย แต่เมื่อคุ้นลิ้นแล้วกลับวางตะเกียบไม่ลงกันเลยทีเดียวยิ่งได้ตบท้ายด้วยน้ำมะพร้าวกับน้ำอ้อย ความเผ็ดร้อนก็จางคลายลงอย่างรวดเร็วขณะกำลังเดินผ่านบ้านตระกูลจาง ให้บังเอิญพบเข้ากับจางฉินกับนางหม่าเหมยผู้เป็ภรรยาซึ่งกำลังเดินออกมาจากบ้านพอดี
“คารวะท่านผู้ใหญ่บ้านและฮูหยินขอรับ”“คารวะท่านผู้ใหญ่บ้านและฮูหยินเ้าค่ะ”สองสามีภรรยาพากันทักทายผู้ใหญ่บ้านกับนางหลิวซื่อเหนียง
“อ้อที่แท้ก็นายท่านจางกับภรรยานี่เอง” ผู้ใหญ่บ้านกู้ฮั่นจงเอ่ยทักตอบ
“แหมๆๆ นึกว่าใครที่แท้ก็น้องสามีของฮูหยินจางซิ่วินี่เองทำไมวันนี้ถึงไม่เห็นพวกเ้าที่บ้านใหม่ของนางเลยเล่า ฮึๆ”นางหลิวซื่อเหนียงเหน็บแนมทันทีที่ได้โอกาสตามประสาคนปากมากปากเปราะ
“เอ๋พวกท่านไปที่บ้านของพี่สะใภ้จางมาหรือขอรับ” จางฉินแปลกใจ
“ก็ใช่นะสิยายจางกับคุณหนูหยางมีน้ำใจยิ่ง นางเชิญพวกข้าไปกินเลี้ยงฉลองการขึ้นบ้านใหม่น่ะแถมยังมอบเซียงเจียว (กล้วยหอม) มาให้กินเล่นอีกใต้เท้าหวงบอกว่าเซียงเจียวนี่มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้เชียวนะ”นางหลิวตอบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันพร้อมอวดโอ่กล้วยหอมหวีใหญ่ในตะกร้าที่ถืออยุ่
“เอ๋ มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือพวกข้าไม่เห็นได้ข่าวเลย” นางหม่าเหมยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเจือความหงุดหงิดเล็กน้อยพี่สะใภ้จางผู้นี้ไม่เห็นหัวผู้นำตระกูลอย่างนายท่านจางฉินของนางเลยหรืออย่างไรจัดเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ทั้งทีแต่กลับไม่มาบอกกล่าวเชื้อเชิญกันสักนิด ทั้งที่เมื่อ่เช้ามีสาวใช้จากบ้านนางนำขนมมงคลเนื่องในโอกาสขึ้นบ้านใหม่มามอบให้ตะกร้าหนึ่งเห็นว่าพี่สะใภ้จางของนางฝากคำขออภัยมาด้วยว่ามิได้นำขนมมามอบให้ด้วยตนเองสาวใช้นางนั้นยังขอตัวกลับอย่างรวดเร็ว เห็นว่าต้องไปไล่ส่งขนมมงคลให้ทุกครอบครัวในหมู่บ้านตามคำสั่ง...เอ๋ ว่าแต่... พวกนางมีฐานะปานนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน นางหม่าเหมยยังไม่รู้ความเป็ไปในปัจจุบัน
“โฮะๆ ข้าก็ลืมไป พวกเ้าคงไม่เป็ที่ต้อนรับสักเท่าไหร่ถ้าไปก็คงทำให้งานกร่อยเปล่าๆ” นางหลิวซื่อเหนียงชักพูดจาเหน็บแนมแรงขึ้น
“เ้านี่ ไม่รู้จักเงียบบ้าง”เมื่อเห็นว่าภรรยาของตนชักเลยเถิด ผู้ใหญ่บ้านกู้จึงต้องออกปากปรามจะอย่างไรก็ต้องรักษาน้ำใจลูกบ้านบ้าง เื่ในครอบครัวของผู้อื่นหากมิใช่เื่ที่เกี่ยวข้องกับส่วนรวมย่อมไม่ควรไปก้าวก่าย
“ฮึพวกไม่รู้จักคิดถึงญาติมิตรเช่นนั้น จะได้ดีไปสักกี่น้ำกัน” จางฉินเอ่ยขึ้นบ้าง
“เอาล่ะๆ พวกข้ายังมีธุระอยู่ เห็นทีคงต้องขอตัวก่อน”ผู้ใหญ่บ้านเห็นว่าเื่ราวชักจะบานปลายจึงตัดบทขอตัวจะได้พานายช่างอู๋กับเถ้าแก่หลี่ไปดูสถานที่เหมาะสมสำหรับสร้างห้องส้วมแบบใหม่
สองสามีภรรยาสกุลจางได้แต่ยืนหน้าดำหน้าแดงอยู่หน้าประตูบ้านตนจางฉินรู้สึกโกรธแค้นยิ่ง คราวก่อนถูกเล่นงานหน้าหงายกลับบ้านต่อมายังโดนพิษเล่นงานเสียจนย่ำแย่ ครั้งนี้ยังไม่ไว้หน้าพวกตนซ้ำเข้าไปอีกงานนี้จะต้องแก้แค้นให้สาสม สร้างบ้านใหม่หรือ คอยดูเถอะข้าจะเผาทิ้งไม่ให้เหลือซากเลย ทั้งคนทั้งบ้านได้ก็ยิ่งดีครั้นคิดมาถึงตรงนี้ก็ชักรู้สึกว่าเข้าท่า หากยายหลานกำมะลอนั่นตกตายไป ทรัพย์สินที่ดินทั้งหมดย่อมต้องตกเป็ของเขาโดยปริยายเนื่องด้วยยายจางไม่มีทายาทสายตรงหลงเหลืออยู่อีกแล้ว
เขาหันไปหานางหม่าเหมย“กลับเข้าบ้านเดี๋ยวนี้ ข้าหมดอารมณ์ไปทำธุระแล้ว”จากนั้นจึงเดินนำหน้ากลับเข้าบ้านไป
“นายท่านท่านไม่ไปสั่งสอนนางจางซิ่วินั่นสักหน่อยหรือ ข้าฟังแล้วโมโหจริงๆ เชียว”หม่าเหมยบ่นอย่างหงุดหงิดใจนักเดิมทีจางฉินกับนางตั้งใจจะเข้าอำเภอไปหาซื้อสิ่งของเสียหน่อยนางยังวาดหวังว่าจะได้เครื่องประทินโฉมติดไม้ติดมือกลับมาบ้างกลับต้องชวดไปเสียหมด
“หุบปากของเ้าไปเลยไปเรียกอาหู่มาพบข้าเดี๋ยวนี้เชียว” จางฉินอารมณ์ไม่ดีจึงพาลใส่ฮูหยินตน
“ฮึ ก็ได้เ้าค่ะ”นางหม่าเหมยเดินกระเง้ากระงอดออกไปหาบุตรชายตามคำสั่งอย่างไม่กล้าชักช้าเวลาสามีของนางอารมณ์เสียมักดุร้ายนัก บ่อยครั้งยังลงมือกับนางไม่เบา
“ท่านพ่อตามข้ามามีสิ่งใดหรือขอรับ”จางหู่มาถึงเห็นบิดาตนนั่งหน้าง้ำอยู่จึงเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
“เ้าจงไปเกณฑ์คนที่ไว้ใจได้มาสักสองสามคนคืนนี้ข้ามีงานให้ทำ” จางฉินเล่าเื่ราวคร่าวๆ ให้บุตรชายฟังพร้อมสั่งการ
“ขอรับท่านพ่อ”จางหู่นับว่าเป็ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น บิดาชั่วช้าอย่างไรตนก็มีความประพฤติไม่แตกต่าง
ยามค่ำมาถึงอย่างรวดเร็วในความรู้สึกของผู้ที่มีความสุขใจอย่างยายจางและหยางเถาอวี้เวลานี้ไม่ต้องกังวลต่อการเลี้ยงชีพหามื้อกินมื้อ มีบุคคลให้พึ่งพาอาศัยกันหยางเถาอวี้ตั้งความหวังว่าจะเริ่มทุ่มเทกับการฝึกยุทธ์คืนนี้นางมีห้องส่วนตัวแล้ว ย่อมสามารถเข้าไปอยู่ในมิติส่วนตัวได้ครั้งละนานๆ หน่อยนางยังคง้าให้อาเหม่ยกับเสี่ยวเหลยออกมาอยู่ยามในตอนกลางคืนโดยเฉพาะคืนแรกของการขึ้นบ้านใหม่เช่นนี้แม้มีการวางเวรยามจากพวกคนงานแล้วส่วนหนึ่งก็ตาม เมื่อมีคนมาอยู่ด้วยกันมากขึ้นดูท่าคงปิดความลับหลายอย่างไว้ไม่ได้อีกต่อไป
“อาเฮยเ้าไปเรียกคนงานทั้งหมดมาชุมนุมกันก่อนแยกย้ายกันไปพักผ่อนใน่ค่ำนี้หน่อยนะข้ามีเื่จะแจ้งให้ทราบ” หยางเถาอวี้สั่งการ
“ขอรับคุณหนู”ครั้นแล้วอาเฮยจึงเรียกระดมพลคนงานทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คนงานหญิง
หยางเถาอวี้เรียกม้าอสูรทั้งสองออกมาจากมิติส่วนตัวนางพิจารณาแล้วว่านี่เป็เื่จำเป็ หากไม่แนะนำให้พวกคนงานได้รู้จักกับสัตว์อสูรของนางถึงเวลาอาจเกิดความเข้าใจผิดและตื่นตระหนกกันไปใหญ่
“ทุกคนมากันพร้อมแล้วข้าก็จะขอแนะนำนี่คือม้าอสูรในพันธะสัญญาของข้าเอง อาเหม่ยกับเสี่ยวเหลย” หยางเถาอวี้ยกมือขึ้นลูบแม่ม้าอสูรสีนิลแสนงดงามกับลูกม้าอสูรขณะแนะนำพวกอาเฮยต่างพากันตื่นตะลึงที่นายหญิงของตนมีกระทั่งสัตว์อสูรในพันธะสัญญาวันนี้มีแต่เื่ชวนใเกี่ยวกับนางั้แ่มื้อเที่ยง พวกเขาเพิ่งได้รู้ว่านายหญิงของตนเป็ผู้ฝึกปราณอีกทั้งยังมีอาจารย์เป็ผู้เร้นกายในป่าหมื่นอสูร เวลานี้ได้รับรู้เพิ่มอีกว่านางมีสัตว์อสูรในพันธะสัญญาพวกเขาเคยได้ยินมาบ้างว่าสัตว์อสูรในพันธะสัญญานั้นสามารถเก็บไว้ในมิติจิตเพิ่งได้เห็นกับตาก็คราวนี้จึงรู้สึกตื่นเต้นนัก (ถึงแม้นี่จะเป็ความเข้าใจผิดก็ตามเพราะนางมีมิติส่วนตัวที่ดีกว่าเนื่องจากมีทั้งพลังปราณและน้ำทิพย์ไว้เลี้ยงพวกมัน ไม่จำเป็ต้องเก็บไว้ในมิติจิต)
“สาเหตุที่ข้าต้องให้พวกเ้าทำความรู้จักกันไว้ก็เพราะว่าอาเหมยกับเสี่ยวเหลยมีหน้าที่เฝ้ายามทุกคืนเนื่องจากบ้านของเราเคยถูกขโมยขึ้นมาก่อน และนี่ก็เป็อีกสาเหตุหนึ่งที่ข้าขอให้พวกเ้าจัดเวรเฝ้ายามตอนกลางคืนไว้ด้วยต่อไปนี้หากพวกเ้ารู้สึกว่างานหนักเกินไปหรือมีข้อสงสัยใดๆ มีเื่อยากพูดอยากเสนอสามารถพูดกับข้าได้ตามตรง ข้ายินดีรับฟังความคิดเห็นของพวกเ้า”หยางเถาอวี้อธิบายอย่างเป็กันเอง
“มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือขอรับนายหญิงผู้ใดกันที่กล้ามาขโมยของในบ้านของนายหญิง” อาเฮยอุทาน
“เป็ใครข้าไม่ได้ใส่ใจติดตามพวกมันได้รับผลกรรมไปพอสมควร แต่ข้ามีลางสังหรณ์ว่าพวกมันจะยังไม่เข็ดวันนี้เป็วันขึ้นบ้านใหม่ บางทีพวกมันอาจจะกลับมาแก้แค้นก็เป็ได้ดังนั้นคืนนี้พวกเ้าจงอย่าประมาท หากมีเหตุร้ายใดๆจงตีฆ้องที่ติดตั้งไว้เป็สัญญาณทันทีส่วนอาเหมยกับเสี่ยวเหลยก็จะคอยตระเวรตลอดคืนเช่นกัน”
“รับทราบขอรับ”อาเฮยผู้ทำหน้าที่เป็หัวหน้าคนงานตอบรับจริงจัง จากนั้นจึงแยกย้ายกลับไปพักผ่อนผู้มีหน้าที่เฝ้ายามก็เริ่มประจำจุดของตนหยางเถาอวี้อนุญาตให้ยามคนหนึ่งนำเสี่ยวจงหรือเสี่ยวไป๋ไปขี่ลาดตระเวรในเวลากลางคืนโดยสำทับเื่จัดเวลาให้พวกมันได้พักผ่อนเพียงพอด้วย
เมื่อแยกย้ายกันแล้วหยางเถาอวี้จึงกลับขึ้นเรือนไปพักผ่อนคืนนี้นางเข้าไปในมิติของรุ่ยเอ๋อได้อย่างสบายใจั้แ่ยามไฮ่ (21.00 –23.00 น.)ไม่ต้องคอยพะวงว่ายายจางจะตื่นขึ้นมาเห็นเพราะนางยังไม่ได้บอกยายจางว่าตนมิติส่วนตัวจึงคาดหวังว่าจะเห็นความก้าวหน้าในการบ่มเพาะลมปราณของตนสักมากๆ หน่อย ทว่าผ่านไปเพียงราวสี่วันหรือสองชั่วยามที่เวลาภายนอกนางกลับได้รับคลื่นจิตจากเสี่ยวเหลย
‘นายหญิงขอรับ ข้ากับท่านแม่ตรวจพบผู้บุกรุกสี่คนกำลังปีนข้ามกำแพงด้านทิศตะวันออกเข้ามาพวกข้าได้กลิ่นน้ำมันด้วยขอรับ’เสี่ยวเหลยรายงานหยางเถาอวี้ด้วยน้ำเสียงร้อนรน ด้วยสัญชาติญาณมันรู้สึกได้ทันทีว่าผู้มาไม่มีเจตนาดี
‘ฮึ่ม ในที่สุดก็มาจนได้กะไว้แล้วเชียวว่าคืนนี้พวกมันต้องหมั่นไส้ในความได้ดีของพวกเราจนทนไม่ไหว หึๆ’หยางเถาอวี้ฉุนไม่น้อยที่ถูกขัดจังหวะการบ่มเพาะพลัง แต่อีกใจก็ชักรู้สึกสนุก
‘พวกเ้าตีวงล้อมพวกมันเอาไว้ก่อน ถ้าพวกมันรู้ตัวหรือจะหนีไปเสียก่อนข้าอนุญาตให้เ้าส่งสายฟ้าไปผ่าพวกมันได้เลย แต่อย่าให้ถึงตายเล่าเอาแค่หัวโกร๋นก็พอ หึหึหึ ข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้’ กล่าวจบก็ปรากฏกายออกมาจากมิติส่วนตัวพร้อมทะยานร่างไปยังทิศทางที่เสี่ยวเหลยส่งพิกัดมาให้นางเร้นกายเข้าสู่เงามืดได้อย่างคล่องแคล่วและแเี ครั้นพอเหล่าบุคคลผู้ไม่หวังดีปีนกำแพงเข้ามาในอาณาเขตบ้านของนางเป็ที่เรียบร้อยนางตรวจไม่พบพลังปราณในตัวของคนเหล่านี้ เป็แค่คนธรรมดาเท่านั้นสงสัยข่าวการมีอาจารย์ของนางคงยังไปไม่ถึงหูของพวกมันสินะจึงได้กล้าแกว่งเท้าหาเสี้ยนถึงเพียงนี้เมื่อเห็นว่าคนเหล่านี้เริ่มเคลื่อนตัวลึกเข้ามาอยู่ในรัศมีที่เหมาะสมแล้วนางจึงตัดสินใจลงมือ
วูบ... ฉึกๆๆๆ
แค่เสี้ยวลมหายใจหนึ่งที่นางทะยานร่างออกไปดัชนีแสงของนางสะบัดออกไปสี่ครั้ง จี้ลงยังจุดชีพจรของคนทั้งสี่อย่างแม่นยำ
ตึงๆๆๆ... ทั้งสี่คนยังไม่ทันรู้ตัวไม่มีโอกาสกระทั่งใหรือรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับตน ทันใดนั้นร่างกายกลับไม่อาจเคลื่อนไหวได้ต่างล้มลงแน่นิ่ง แม้แต่จะพยายามส่งเสียงออกมาก็มิอาจทำได้
“หึกล้ามากนะที่บังอาจบุกมาหาเื่ถึงบ้านข้า”หยางเถาอวี้เดินไปปลดผ้าคลุมหน้าของทุกคนลงมา หนึ่งในนั้นเป็บุคคลที่นางรู้จักจางหู่นั่นเอง “โอ้ นึกว่าใคร ที่แท้ก็คนไม่รู้จักเข็ดหลาบนี่เองความชั่วคงซึมลึกเข้ากระดูกไปแล้วกระมัง” ครั้นกล่าวจบนางจึงส่งสัญญาณให้อาเหมยไปเรียกพวกอาเฮยมาตามที่ได้นัดหมายสัญญาณกันไว้
อาเฮยพาคนงานกลุ่มใหญ่วิ่งมาถึงบริเวณที่เกิดเื่ตามการนำทางของอาเหมยได้ในเวลาอันสั้น
“อาเฮยเ้าขี่อาเหมยไปแจ้งความและเชิญผู้ใหญ่บ้านมาที่นี่หน่อย ส่วนคนอื่นๆเตรียมตัวให้พร้อมไว้ เผื่อจะมีพวกมันมาสมทบเพิ่ม”หยางเถาอวี้สั่งการทันทีที่อาเฮยมาถึง “ครั้งนี้ข้าคงไม่อาจปราณีปล่อยเ้าไปได้อีกแล้วจางหู่” ผู้ที่นอนอยู่ได้ยินประโยคนี้ ต่างถึงกับเหงื่อกาฬแตกทีเดียวพวกตนอยู่ในบ้านของผู้อื่นยามวิกาล อีกทั้งยังมีอุปกรณ์พร้อมสำหรับคิดการร้ายยังจะรอดพ้นข้อหาไปได้อย่างไร
ใช้เวลาเพียงไม่นานผู้ใหญ่บ้านที่เพิ่งเคยมีประสบการณ์ขี่สัตว์อสูรเป็ครั้งแรกก้าวลงจากหลังของม้าอสูรโดยมีอาจูสาวเท้าเข้าไปช่วยรับสองขาของเขายังสั่นพั่บไม่หายจากทั้งความเร็วราวพายุของอาเหมยและด้วยความตึงเครียดจากเหตุการณ์ที่ถูกปลุกขึ้นมากลางดึกเพราะเกิดคดีความขึ้นในเขตปกครองเขารับผิดชอบซึ่งแทบไม่เคยมีมาก่อน
เมื่อเห็นคนร้ายทั้งสี่ที่ถูกหยางเถาอวี้จี้สกัดจุดจนนอนนิ่งเป็ผักอยู่บนพื้นพร้อมกับไหน้ำมันที่ตกอยู่ข้างตัวผู้ใหญ่บ้านจึงอุทานออกมา “จางหู่!”
“ไม่นึกเลยว่าเ้าจะกล้าคิดร้ายเช่นนี้ถึงกับกล้าคิดวางเพลิงบ้านคนอื่นเชียวหรือ” ตามกฎหมายของทวีปชิงหลงแล้ว การวางเพลิงเป็คดีที่ต้องโทษหนักมากเพราะเป็การกระทำที่สามารถทำลายได้ทั้งทรัพย์สินและชีวิตของผู้อื่น
“คารวะท่านผู้ใหญ่บ้านกู้เ้าค่ะข้าต้องขออภัยอย่างยิ่งที่รบกวนท่านผู้ใหญ่บ้านกลางดึกเช่นนี้”หยางเถาอวี้ออกตัวอย่างรู้สึกเกรงใจอันที่จริงนางจะรอจนถึงรุ่งเช้าค่อยไปรายงานแก่ผู้ใหญ่บ้านก็ย่อมทำได้แต่นางอยากจับปลาตัวที่ใหญ่กว่านี้ด้วย
“ไม่เป็ไรๆนี่เป็ความรับผิดชอบของข้าอยู่แล้ว” ผู้ใหญ่บ้านกู้โบกไม้โบกมือ
“หากท่านไม่มีข้อสงสัยใดๆ เพิ่ม ข้าจะให้อาเฮยช่วยท่านนำคนร้ายไปส่งไม่ทราบว่าท่านผู้ใหญ่บ้าน้าให้ช่วยนำคนร้ายไปขังไว้ที่ไหนก่อนเ้าคะ”
“อืม นำพวกเขาทั้งสี่พร้อมหลักฐานกลับไปด้วยขังไว้ที่คุกคุมขังของหมู่บ้าน พรุ่งนี้ข้าจะเปิดประชุมเหล่าผู้าุโประจำหมู่บ้านแต่เช้าทันทีหลักฐานชัดแจ้งเช่นนี้คงไม่มีทางดิ้นหลุดแน่นอน” ผู้ใหญ่บ้านกวาดมองรายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ครู่หนึ่งจึงสรุปความ
“เ้าค่ะพรุ่งนี้ข้าจะตามไปที่ที่ว่าการหมู่บ้านเพื่อร่วมฟังคำตัดสินนะเ้าคะ”คดีอาญาเช่นนี้ต่อให้ไม่มีเ้าทุกข์ร้องเรียนก็ผิดกฎหมายอยู่ดีโดยเฉพาะเมื่อคนร้ายถูกจับได้คาหนังคาเขาแบบนี้
“ว่าแต่ท่านผู้ใหญ่บ้านอยากได้คนร้ายเพิ่มหรือไม่เ้าคะ” หยางเถาอวี้เอ่ยทักจับโจรก็ต้องจับให้ครบ จับให้มั่นคั้นให้ตาย จะได้ไม่ต้องมารบกวนกันอีก
“หา ยังมีคนร้ายเพิ่มกว่านี้อีกหรือ”
“ข้าว่ามีเ้าค่ะ คนบงการยังไม่ปรากฏลำพังแค่จางหู่คงไม่อาจหาญถึงเพียงนี้”
“ข้าเข้าใจแล้ว แต่เราจะจับคนๆ นั้นได้ยังไงล่ะเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย”
“เื่นี้ไม่ยากเ้าค่ะหากท่านสนใจข้าย่อมมีวิธี”
“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วข้าก็ชักอยากจะเห็นวิธีการของเ้าเช่นกัน”
“ได้ตามนั้นเ้าค่ะ” กล่าวจบหยางเถาอวี้จึงหันไปสั่งการให้อาเฮยกับพวกจับตัวพวกจางหู่มัดมือมัดเท้าจนแ่าและจึงจับยัดขึ้นไปบนรถม้าแล้วให้อาจูช่วยขับไปส่วนผู้ใหญ่บ้านให้อาเฮยพาขี่อาเหมยกลับไปเหมือนเดิมตัวนางทะยานร่างขึ้นไปขี่เสี่ยวเหลยนี่เป็ครั้งแรกที่นางแสดงวิชายุทธ์แม้เพียงเล็กน้อยต่อหน้าสายตาผู้อื่นอาเหมยเหยาะย่างนำหน้ารถม้า ส่วนหยางเถาอวี้ขี่เสี่ยวเหลยรั้งอยู่ท้ายขบวน ถือเป็การคุ้มกันและป้องกันมิให้เกิดข้อผิดพลาดในการส่งตัวคนร้ายไปด้วยในตัวครั้นถึงหน้าหมู่บ้านหยางเถาอวี้จึงสั่งให้หยุดขบวน นางจับจางหู่แยกลงมาจากรถม้าจากนั้นจึงกำชับให้อาเฮยกับอาจูขับรถม้าตามเข้าหมู่บ้านไปให้เงียบที่สุดจุดหมายอยู่ที่หน้าบ้านตระกูลจาง ครั้นแล้วตัวนางยื่นมือข้างหนึ่งออกไปจับไหล่ของผู้ใหญ่บ้านเอาไว้มืออีกข้างจับจางหู่ เพียงถีบเท้าคราหนึ่งก็ทะยานร่างออกไปอย่างรวดเร็วสองมือหอบหิ้วคนสองคนไว้ราวกับหิ้วตะกร้าไร้น้ำหนักก็ไม่ปานครั้นไปถึงหน้าบ้านตระกูลจางนางเปิดโหมดพลางตัวของทีเจวันครอบคลุมตนเองกับผู้ใหญ่บ้านไว้ทันทีหยางเถาอวี้คลายจุดที่เท้าของจางหู่พร้อมกับปลดเชือกที่มัดตัวเขาเอาไว้ หากแต่ยังคงจี้สกัดจุดที่ลำตัวและปากเอาไว้จางหู่จึงยังพูดไม่ได้ นางผลักให้จางหู่เดินเข้าบ้านทางหน้าประตูอย่างเปิดเผยคาดเดาว่าตัวพ่อจางฉินคงกำลังรอให้บุตรชายกลับมาด้วยความกระวนกระวายอยู่อย่างแน่นอนและแล้วก็เป็ตามคาด แค่เปิดประตูผลักเข้าไปก็เห็นเงาร่างคุ้นตากำลังเดินกลับไปกลับมารออยู่หน้าประตูจริงๆ
“อาหู่ เ้ากลับมาแล้วหรือได้ผลเป็อย่างไรบ้าง” จางฉินตรงรี่เข้ามาหาจางหู่ด้วยความร้อนใจ
อาศัยความมืดมิดกลางดึกหยางเถาอวี้ให้ทีเจวันสร้างคลื่นเสียงให้ตรงกับคลื่นเสียงของจางหู่และพูดออกมา“ท่านพ่อหมายถึงเื่อะไรขอรับ” เสียงจางหู่ถาม
“ยังจะถามอีกก็เื่ที่ให้เ้าไปวางเพลิงบ้านป้าสะใภ้จางของเ้ายังไงเล่า” จางฉินหงุดหงิดที่บุตรชายของตนไม่ค่อยได้ความ
เมื่อได้ยินคำสารภาพจากผู้บงการ หยางเถาอวี้จึงคลายจุดใบ้ของจางหู่ออก
“ทะ ท่านพ่อ พวกเราหมดสิ้นแล้ว”จางหู่ใบหน้าเหยเกเต็มที เขาไม่รู้ว่าหยางเถาอวี้ใช้วิธีการอะไร ทั้งๆที่นางกับผู้ใหญ่บ้านยืนอยู่ข้างๆ กันแท้ๆ แต่จู่ๆ กลับหายตัวไป คาดว่าจางฉินเองก็คงมองไม่เห็นวินาทีที่เขาร้องออกมา หยางเถาอวี้ก็ปลดม่านพลังพลางตัวของทีเจวันออกเช่นกัน
“หึ จางฉิน เ้าเป็ผู้บงการจริงๆด้วยสินะ” ผู้ใหญ่บ้านกู้ตวาดลั่น เขาไม่นึกแปลกใจกับความสามารถในการอำพลางกายของหยางเถาอวี้เท่าไหร่ในโลกของผู้ฝึกปราณ ปาฏิหารย์อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
“หา ท่าน.. ท่านมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง”จางฉินตาแทบเหลือกราวกับเห็นผี
“ละ แล้วนั่นนางสารเลวหยางเถาอวี้มิใช่เหรอ ผีหลอก...” จางฉินสติกระเจิดกระเจิงหันไปคว้าแขนจางหู่พร้อมทำท่าจะวิ่งหนี แต่คว้าเท่าไหร่จางหู่ก็ไม่ขยับ
“จะหนีไปไหน”หยางเถาอวี้สะบัดนิ้วคราหนึ่ง ทั่วร่างของจางฉินก็พลันแข็งทื่อเหมือนลูกชายทันทีเวลานี้นางััได้ว่ารถม้าตามมาถึงหน้าบ้านตระกูลจางพอดีจึงจับตัวสองพ่อลูกโยนเข้าไปในรถม้าอย่างไม่รีรอ
“นี่ก็ดึกมากแล้วพวกเรารีบจัดการเื่ให้เรียบร้อยเถอะเ้าค่ะ จะได้มีเวลาพักผ่อนกัน” ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้าเห็นด้วยตัวเขาเริ่มอ่อนเพลียไม่น้อยจากความตื่นเต้นของเหตุการณ์ตลอดค่อนคืน
เมื่อจับคนร้ายเข้าคุกคุมขังเรียบร้อยทุกคนจึงรีบแยกย้ายกลับไปพักผ่อน