แซมรู้สึกถึงเสียงเรียกเขามาจากไหนสักที่
“!@#$%^&@#....”
เมื่อเขาหันหน้าหนี เสียงนั้นไม่ได้หายไปแต่กลับดังขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้เขายังรู้สึกว่ามีคนบางคนกำลังจะดึงชายเสื้อของเขาเบาๆ
“ท่านลอร์ด ตื่นเถิด ท่านลอร์ด”
“ท่านลอร์-”
“อันตราย!? คุ้มครองท่านลอร์ดเร็วเข้า!”
ทันใดนั้นหูของเขา ก็ได้ยินเสียงใครบางคนกรีดร้อง เสียงเอะอะโวยวายปลุกแซมให้ตื่น ดวงตาสะลึมสะลือของเขายังเปิดขึ้นไม่เต็มที่ ลูกธนูแสนแหลมคมแวววาวก็พุ่งฝ่าอากาศมาอยู่ตรงหน้า
“ท่านลอร์ด!!!”
เคร้ง---!
เสียงสะท้อนของลูกธนูแหลมคมปะทะเข้ากับดาบยาวดังขึ้น
หลังจากเสียงปะทะของดาบและลูกธนู แซมลืมตาขึ้นในทันใด เครื่องคอมพิวเตอร์ที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบตลอด 5 ปีหายไป โต๊ะทำงานตัวเก่งที่ใช้มาั้แ่สมัยมัธยมก็หายไป ภาพห้องนอนที่เขาใช้ชีวิตมาตลอด 22 ปีสิ่งเหล่านี้ถูกแทนที่ด้วยภาพของอาคารบ้านเรือนที่ก่อขึ้นด้วยอิฐและหิน ลานกว้างรูปทรงกลมเหมือนศูนย์กลางชุมชน อลม่านไปด้วยผู้คนที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อหยาบ ฉีกขาดกำลังกรีดร้อง วิ่งหนี ดวงตาของพวกนั้นสั่นไหวด้วยความกลัวและสับสน
เขามองภาพตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ เพราะเขากำลังนั่งอยู่บนอัฒจันทร์กลางความอลม่านด้านล่าง รอบตัวเขารายล้อมไปด้วยชายฉกรรจ์สวมชุดเกาะอัศวินถือดาบหลายคน ใบหน้าของพวกเขาจริงจังและตึงเครียด ดวงตาแต่ละคู่สอดส่องรอบด้านด้วยความระมัดระวัง
‘เกิดบ้าอะไรขึ้น รายการล้อกันเล่น?’ แซมมึนงงเขาควรกำลังอ่านหนังสือสอบปลายภาคอยู่ไม่ใช่หรอ หรือว่าการหักโหมอ่านหนังสือตลอด 12 ชั่วโมงจะทำเขาบ้าไปแล้ว...
“ท่านลอร์ดเป็อะไรไหมครับ!?”
เสียงผู้ชายดูมีอายุพูดขึ้น เมื่อเหลือบตามองก็พบชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบปี หน้าตาธรรมดา มีริ้วรอยสมวัย สวมใส่ชุดพ่อบ้านเต็มยศตามที่เคยเห็นในหนังละครซีรีส์ของตะวันตก กำลังใช้มือพลิกเขาไปมาซ้ายขวาเพื่อสำรวจหาอาการาเ็
‘นี่ผมกำลังเป็บ้าใช่ไหม แบบนี้ควรตอบอะไรไปดี ใช่! ผมใกล้บ้าโดยสมบูรณ์ ขอบคุณที่เป็ห่วงผมนะครับ คุณภาพในจินตนาการ?’
อ๊ากกก
ทว่าไม่ทันรอให้เขาตอบ เสียงร้องคำรามก็ดังขึ้นใกล้ๆ อัศวินหนึ่งด้านหน้าเขา กำลังมีเืไหลทะลักออกมาจากใบหน้า ไม่ว่าจะทางตา หู จมูก หรือปาก เสียงกรีดร้องของอัศวินผู้โชคร้ายยังดังมากขึ้นเรื่อยๆ ปากของเขาก็อ้ามากขึ้นจนเกือบจะฉีกก่อนที่จะ...
ฉัวะ
เสียงตวัดดาบดังขึ้น ศีรษะของอัศวินผู้โชคร้ายร่วงหล่นลงมาเมื่อขาดจากลำคอ แซมมองเห็นภาพนั้นอย่างชัดเจนราวกับเวลาหยุดนิ่ง ภาพหัวของมนุษย์ที่ลอยอยู่กลางอากาศกำลังจ้องมายังตน ใบหน้านั้นยังคงมีเืไหลออกมาไม่หยุด ผิวเริ่มขาวซีด และดวงตาที่จ้องมาประกอบด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย โกรธ เศร้า หวาดกลัว สับสน และเคียดแค้น แต่ก่อนที่ศีรษะจะตกถึงพื้น อาจจะเพราะคิดไปเองก็ได้ เขามองเห็นแววตาราวกับจะบอกว่า ‘ขอบคุณที่ฆ่าข้า’ ออกมาจากใบหน้านั้น
“ระวัง!! ศัตรูมีเดรัจฉานนอกรีต สวดภาวนาถึงเจ็ดเทพซะ!”
เสียงออกคำสั่งดังขึ้นมาจากอัศวินอีกคนทันที อัศวินคนนี้สวมชุดเกาะเงางามกว่าคนอื่น บริเวณแก้มขวามีรอยสักรูปกางเขนประหลาด การกระทำของเขาดูคุ้นชินกับเหตุการณ์น่าเหลือเชื่อเมื่อสักครู่เป็อย่างดี
แต่ทันใดนั้น ความเ็ปก็แล่นผ่านไปทั่วร่างกายของแซม ดวงตาของเขาเริ่มพร่ามัวและได้ยินเสียงกระซิบดังก้องในหัว เขาเซไปมาซ้ายทีขวาที ก่อนเืในร่างกายจะเริ่มร้อนขึ้นราวกับกำลังเดือดพล่าน ข้อเท้าและข้อมือแข็งเกร็ง และล้มลงชักหมดสติไปในที่สุด ลุงพ่อบ้านมองภาพตรงหน้าด้วยความใก่อนจะะโออกมาว่า
“ท่านลอร์ด!!!!!!!”
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่
สติของแซมค่อยๆ ฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้แซมรู้สึกเหมือนตัวเองนอนอยู่บนเมฆนุ่มนิ่ม แต่ร่างกายกลับเจ็บแปลบไปหมด จนไม่สามารถขยับได้ บริเวณหน้าผากและหลังศีรษะยังคงวิงเวียน มึนงงราวกับถูกไม้เบสบอลตีกับที่หัว แม้แต่ดวงตาก็ยังลืมไม่ขึ้น แต่หูยังทำงานได้ดีเพราะเขาได้ยินเสียงคนกระซิบกระซาบกันอยู่ข้างๆ อย่างชัดเจน
“พี่ลูน่า ข้าบอกท่านแล้ว ท่านมันโง่จริงๆ ทำไมท่านต้องเป็ห่วงชีวิตตัวบัดซบขนาดนี้ ขอแค่ครั้งนี้เขาตาย ท่านก็ไม่ต้องมาตกระกำลำบากอยู่ในดินแดนแสนอันตรายแห่งนี้อีกต่อไป! แต่ท่านยังจะ...”
เสียงเด็กสาววัยแรกรุ่นดังขึ้นอย่างเดือดดาล
“เงียบ!”
เสียงผู้หญิงอีกคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมาด้วยความโกรธเคืองเล็กน้อย หลังจากเงียบไปสักพัก จึงพูดด้วยเสียงแ่เบาและอ่อนโยนว่า
“แอนนา น้องสาวผู้โง่เขลา เ้ารู้ไหมว่าตัวเองกำลังพูดจาเหลวไหลอะไรออกมา อย่าได้พูดเช่นนี้อีก... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แมทธิวก็จะเป็พี่เขยของเ้าในอนาคต”
แซมที่ได้ยินคำพูดนี้ก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาแปลกๆ ‘แค่บ้ายังไม่พอ ยังกลายเป็คนหลงตัวเองอีกด้วย แซม ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้พูดกับแกสักหน่อยโว้ย แค่อ่านหนังสือเยอะไปทำให้อาการหนักขนาดนี้เลยหรอ’
“พี่!? แมทธิวตัวบัดซบมีค่ากับพี่ขนาดไหนกัน!”
เสียงเดือดดาลของเด็กสาวแอนนาดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะออกจากห้องไป
ปึง!
“ตอนนั้นเ้ายังเด็กอาจไม่เข้าใจแอนนา แต่เมื่อก่อนแมทธิวเสียสละเพื่อพวกเราสองพี่น้องไปมาก...”
.
.
.
‘ช่างเื่ของผู้หญิงสองคนนี้ไปก่อน นี่ผมกำลังฝันอยู่หรือว่าบ้าไปแล้วจริงๆ?’ แซมครุ่นคิดเื่ราวแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ั้แ่ลืมตาก็โผล่ไปอยู่บนอัฒจันทร์ประหลาด มีคนแต่งกายประหลาดเต็มไปหมด ยังโดนยิงธนูใส่ และหมดสติ... ใช่! ก่อนหมดสติมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ คนแต่งกายคล้ายอัศวิน อัศวิน.. เอิ่ม หัวหลุด? ข้ามไปดีกว่า คนพวกนั้นพูดอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเดรัจฉานนอกรีต กับ เจ็ดเทพ คงไม่ใช่เกิดเื่เหมือนในนิยายแฟนตาซีข้ามโลกที่มีขายกันดาษดื่นเพราะสำนักพิมพ์ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าเื่แบบนี้ทำเงินได้เป็กอบเป็กำกับตัวเองหรอกใช่ไหม?
ข้ามโลก...
ข้ามโลกจริงดิ!?
แล้วไหนเทพธิดาแสนสวยกับพรเทพๆ ทำไมผมต้องโชคร้ายมานอนเป็ผักแบบนี้ด้วย!
เดี๋ยวก่อน.. ใจเย็นก่อนแซม ถ้าเป็ตามเนื้อเื่เกลื่อนกลาดที่พบเห็นได้ตามท้องตลาดเนื้อเื่ทำนองนี้ ก็มีอยู่เยอะไม่ใช่รึไง อีกหน่อยก็จะมีความทรงจำโผล่พรวดเข้ามาในสมองและเข้าใจทุกอย่างของโลกหรือระบบสุดโกงช่วยมอบพลังระดับเทพให้ แค่ต้องรอ... ใจเย็นแล้วรอ
.
.
.
บัดซบ! ผ่านมาตั้งนานทำไมยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยละ ตื่นมารอบที่เท่าไหร่แล้วเนี้ย ตอนนี้ร่างกายไม่เ็ปอะไรอีกแล้วถึงดวงตายังลืมตาไม่ขึ้นและขยับตัวไม่ได้ก็ตาม แสดงว่าร่างกายก็ฟื้นฟูตัวเองไปพอสมควร เวลาก็คงผ่านมาหลายวันแล้วแน่ๆ แต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเนี้ยนะ จะบอกว่าให้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับการนอนเป็ผักแบบนี้? ไม่เอานะ อย่างน้อยขอครบสามสิบสองหน่อยสิ
ไม่ใช่หลายวันแล้ว มันผ่านมาหลายเดือนแล้วนะ แบบนี้แผล... แผลกดทับขึ้นชัวๆ อย่างน้อยใครก็ได้มาค่อยพลิกตัวทุกสิบนาทีต่อครั้ง ได้โปรด!
ครึ่งชั่วโมงต่อครั้งก็ได้พลิกตัวให้ที
หนึ่งชั่วโมงต่อครั้งนะขอร้อง! บนโลกนี้ไม่มีใครรู้จักแผลกดทับเลยรึไง!
ครึ่งวันต่อครั้-
ขอร้อง! วันละครั้งได้โปรดแค่วันละครั้งนะ แบบนี้ได้นอ...
ก๊อกๆ แอ๊ด
“ขออนุญาตครับท่านลอร์ด”
ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ
ระหว่างที่แซมจะบ้า (?) ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าก้าวเบาๆ ของคนอีกหลายคนเข้ามาภายในห้องที่ถูกปิดไว้มิดชิด และจะถูกเปิดเฉพาะเวลารับประทานอาหารกับทำความสะอาดเท่านั้น
‘ในที่สุดพวกนั้นก็มา’
แซมหยุดความคิดปัญญาอ่อนในทันที ระยะเวลาหลายเดือนมากพอให้เขาปรับตัวเข้ากับโลกนี้แล้ว ถึงจะขยับไปไหนไม่ได้ต้องนอนนิ่งอยู่บนเตียงเป็เดือนแต่เขาก็ทราบข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ หลายอย่างจากบทสนทนาของข้ารับใช้ที่ค่อยผลัดเปลี่ยนกันมาดูแล คนชื่อแมทธิวที่สองสาวพูดในตอนแรกหมายถึงเขาเองหรือเ้าของร่างคนเก่าที่ไม่รู้เป็ตายร้ายดียังไง และจากคำนินทาของข้ารับใช้ เ้าคนชื่อแมทธิวเป็ถึงบุตรชายตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่ถูกส่งมาปกครองดินแดนวาลาเรียแห่งนี้
คำว่าถูกส่งมาเป็ผู้ปกครองดินแดนอาจเหมือนเป็เื่ดีแต่จริงๆแล้ว คือ ถูกเนรเทศมากกว่าเพราะดินแดนแห่งนี้ถือเป็แผ่นดินชายขอบที่มีพรมแดนติดกับดินแดนรกร้างนอกเขตอิทธิพลของเจ็ดเทพ ทำให้เป็พื้นที่แถบนี้ชุกชุมไปด้วยพวกบูชาเทพนอกรีต เช่น เดรัจฉานนอกรีตก็เป็เพียงลัทธินอกรีตหนึ่งเท่านั้น น่าเสียดายถ้าสองสาวเข้ามาเยี่ยมบ่อยๆ คงได้ข้อมูลที่เป็ประโยชน์มากกว่านี้
ส่วนพวกที่พึ่งเดินเข้ามาต้องมีสาวกของเจ็ดเทพอยู่ด้วยแน่ๆ ถึงจะไม่รู้ว่าพวกเจ็ดเทพคือกลุ่มศาสนาแบบไหน มีความเชื่ออะไรก็ตาม แต่จากปากของหญิงสาวที่ชื่อ ลูน่า พวกนี้คือความหวังเดียวที่จะช่วยรักษาผมให้กลับมาเป็เหมือนเดิมได้
เอาเถอะ ไม่ว่าอย่างไร ชีวิตก็ต้องก้าวเดินต่อไป แม้จะรักษาจนหายเป็ปกติก็ยังต้องใช้ชีวิตอยู่ในแผ่นดินชวาลาเรียกที่ขึ้นชื่อว่าแสนอันตรายตามที และไม่แน่ว่าสักวันเขาอาจเปลี่ยนแปลงแผ่นดินแสนโหดร้ายนี้ให้เป็์เหมือนพวกเอกให้นิยายต่างโลกคนอื่นทำกันได้ในสักวันหนึ่ง เพราะเขาคือลผู้ปกครองแห่งวาลาเรีย แมทธิว บลัดวอล