ราชันย์วิญญาณซ่อนเร้น

    ตอนที่ 26 การต่อสู้กับวิญญาณแค้นระดับ 2

    ตอนที่ 26 การต่อสู้กับวิญญาณแค้นระดับที่ 2“ 20 กิโลเมตรอย่างงั้นเหรอครับ ” คีย์ไม่สงสัยในขอบเขตการรับรู้ของฮาเดสแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีจุดวิญญาณอยู่ในระดับไหนแต่เขาก็บอกมาแล้วว่าเขาเป็นนักล่าวิญญาณที่มีตำแหน่งสูงที่สุดในโลกวิญญาณซ่อนเร้นที่มีเพียงแค่ 20 คนเท่านั้น เพราะฉะนั้นการที่สามารถรับรู้ถึงการต่อสู้ที่อยู่ห่างออกไปในระดับ 20 กิโลเมตรได้มันไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจเลย “ ว่ายังไงไปดูมั้ย ”“ ตอนนี้มันจะเช้าแล้วนะครับโดยระดับการวิ่งของผมวิ่งไปไม่ทันอย่างแน่นอนยังไงการต่อสู้มันก็คงจะจบลงก่อน ” คีย์พูดขึ้นพลางกับค่อยๆก้มไปหยิบลูกแก้ววิญญาณที่ตกอยู่ที่พื้นหลังจากที่เขาสามารถกำจัดวิญญาณแค้นได้สำเร็จ“ ถ้าเจ้าไปไม่ทันเดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปเอง ” “ หื้ม? ” คีย์ได้หันไปมองหาฮาเดสที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างสงสัย “ หมายความว่ายังไงกันครับ? ”“ ก็อย่างที่บอกนั่นแหละเดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปเอง ” พูดจบฮาเดสได้เคลื่อนที่เข้าไปใกล้ๆคีย์อย่างรวดเร็วมุมปากสองข้างฉีกยิ้มออกมาเผยให้เห็นฟันสีขาวที่เรียงตัวกลายเป็นเม็ดข้าวโพดอยู่ภายในปาก“ เอาล่ะ!! ” แขนขนาดใหญ่พุงไปจับร่างของคีย์อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ตัวของมันจะออกแรงกระโดดขึ้นไปอย่างเต็มแรงแล้วมุ่งตรงไปยังจุดที่อยู่ห่างออกไปจากสถานที่แห่งนี้ 20 กิโลเมตร ด้วยแรงกระโดดเพียงครั้งเดียวมันทำให้ร่างของฮาเดสที่แบบร่างของคีย์อยู่กระโดดขึ้นไปบนบ้านที่มีความสูงถึง 3 ชั้นได้อย่างง่ายดาย แล้วจากนั้นเขาก็ใช้ร่างกายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของตนเองเคลื่อนที่ไปบนหลังคาบ้านที่ถูกตั้งเรียงรายกันอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ตรงไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายคีย์ที่ถูกแบกร่างไปด้วยก็ยังรู้สึกประหลาดใจเลย รวดเร็วเกือบจะเทียบเท่ากับการที่เขานั่งอยู่บนหลังรถมอเตอร์ไซค์ แม้ว่าภายในใจจะตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อยแต่ถ้าทางภายนอกก็ยังคงราบเรียบและพยายามสงบใจของตนเองเอาไว้ ดวงตาทั้งสองข้างก็พยายามกวาดทัศนียภาพรอบกายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะที่กำลังถูกแบบร่างไปด้านหน้าอยู่นั้นคีย์ก็ลองสังเกตการเคลื่อนไหวของฮาเดสไปด้วย ด้วยเขามองและสังเกตเห็นว่าปลายเท้าของฮาเดสมันลงสัมผัสกับพื้นเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นทำให้การเคลื่อนไหวมันรวดเร็วขนาดนี้การเคลื่อนที่ในระยะทาง 20 กิโลเมตรใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นเขาก็สามารถเดินทางมาถึงจุดที่ตรงกลางได้ ท้องฟ้ายามราตรียังคงมืดมิดค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่อับแสงจากดวงจันทราดวงดาราที่ควรจะส่องประกายระยิบระยับมันก็ถูกบดบังด้วยม่านเมฆสีดำสนิทบริเวณย่านนี้ของกรุงเทพฯอยู่ถัดออกมาจากใจกลางเมืองเพียงแต่มันก็ยังคงมีตึกมากมายที่ถูกตั้งประดับประดาเอาไว้ แต่ตึกในบริเวณนี้ไม่ได้สูงใหญ่เทียบเท่ากับตึกบริเวณใจกลางเมือง วิ้ว~ เสียงของการเคลื่อนไหวที่พุ่งผ่านสายลมมุมตรงลงมาอยู่บริเวณดาดฟ้าแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้บริเวณที่เกิดการปะทะ ร่างของคีย์ถูกแบกมาได้ถูกนำเอามาปล่อยลง เมื่อเช้าทั้งสองข้างสัมผัสลงที่พื้นชายหนุ่มก็ได้ลอบถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา “ เฮ้อ~ ”การที่เคลื่อนไหวเร็วเหมือนกับรถมอเตอร์ไซค์แต่วิ่งอยู่บนหลังคาโดยที่ไม่ผ่อนความเร็วลงเลยสักนิดมันทำให้เขารู้สึกใจหายอยู่ไม่น้อย “ เอ้าล่ะถึงแล้วดูนั่นสิการต่อสู้กำลังดุเดือดเลย ” ฮาเดสพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มพร้อมกับใช้ดวงตาของตัวเองจ้องมองไปที่ด้านหน้า คีย์ที่ตั้งสติของตนเองได้เรียบร้อยแล้วก็ได้มองตามไปทางสายตาของฮาเดส บริเวณจุดนี้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนบริเวณด้านหน้าของพวกเขา ลานกว้างขนาดใหญ่มันเป็นลานที่มีพื้นแผ่นดินดูเหมือนว่าจะเป็นที่ดินที่ว่างเปล่าและรกร้างแถมยังไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์อะไรบริเวณในจุดที่เขายืนอยู่มันคือบริเวณดาดฟ้าของตึกที่มีความสูง 3 ชั้นซึ่งเมื่อมองลงไปด้านล่างและคาดการณ์จากความสูงก็ไม่ได้เท่าไหร่ และมันก็สามารถมองเห็นลานกว้างที่ดินแห่งนั้นได้อย่างชัดเจนว่าตอนนี้มันกำลังเกิดอะไรขึ้นการปะทะกันของกลุ่มคนกับวิญญาณแค้น 1 ตัวมันกำลังดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด ร่างของวิญญาณแค้นตัวใหญ่ที่ทั่วทั้งร่างกายของมันเต็มไปด้วยมัดกล้ามโดยความสูงของมัน่าจะราวซักประมาณ 2 เมตร มันสวมใส่เสื้อยืดสีดำพร้อมกับกางเกงสีขาวร่างกายใหญ่โต ใบหน้าแสดงความโกรธแค้นเหมือนกับดวงตาสีแดงก่ำ แต่สิ่งที่แตกต่างและสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนเลยก็คือออร่าสีดำสนิทที่กำลังถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของมันมีจำนวนมากกว่าวิญญาณแค้นระดับที่ 1 ที่คีย์เคยเจอมาอย่างชัดเจน ส่วนคนที่กำลังปะทะกับวิญญาณแค้นตัวนั้นอยู่นั่นคือกลุ่มคนที่มีสมาชิกอยู่ถึง 3 คน พวกเขาก็มีอาชีพเป็นนักล่าวิญญาณเช่นเดียวกันหนึ่งคนเป็นชายหนุ่มที่น่าจะมีอายุประมาณ 20 ต้นๆ ร่างกายของเขาก็ทำยำล่ำสันสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสวมใส่เสื้อคลุมสีดำสนิทอยู่ด้านนอก เขามีผมสีดำที่ถูกตัดสั้น ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความจริงจังพร้อมกับจ้องมองไปที่วิญญาณแค้นด้านหน้า ดูเหมือนว่าคนผู้นั้นจะรับหน้าที่เป็นผู้ที่เข้าปะทะกับวิญญาณแค้นอย่างตรงๆร่างกายกำยำล่ำสันพุ่งตรงเข้าไปด้านหน้าแล้วเข้าปะทะกับวิญญาณแค้นที่อยู่ด้านหน้าของตนเอง ร่างกายของเขาใหญ่โตอาจจะเทียบเท่าได้กับวิญญาณแค้นตนนั้นต่างฝ่ายต่างซัดหมัดของตนเองเข้าหาร่างกายของอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง ผัวะ!!! ผัวะ!!!! ผัวะ!!! “ เดี๋ยวนายก็ตายหรอก ” เสียงของหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังได้พูดขึ้นมา เธอเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างบางเล็กอายุอยู่ในช่วงประมาณเดียวกับชายคนนั้น ไว้ผมสั้นประบ่าใบหน้าเรียบเฉยไม่ได้มีจุดเด่นอะไรเป็นพิเศษสวมใส่ชุดสีขาวที่ดูรัดรูป เธอได้คว้าหยิบยันต์วิญญาณออกมาก่อนที่จะเริ่มใช้คาถาบางอย่างแล้วขว้างปายันต์วิญญาณออกไป ยันต์วิญญาณของเธอที่ถูกขว้างออกไปมันได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นเส้นแห่งพลังวิญญาณแล้วมัดร่างกายของวิญญาณแค้นตนนั้นเอาไว้เมื่อวิญญาณแค้นตนนั้นได้ถูกเส้นพลังวิญญาณมัดร่างกายไว้มันก็ทำท่าทางดิ้นไปมา คราวนี้ร่างของชายหนุ่มที่มีร่างกายสูงใหญ่ได้ออกแรงปล่อยหมัดของตนเองไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วและมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อโจมตีใส่ร่างกายของวิญญาณแค้นในขณะที่หมัดนั้นถูกซัดตรงออกไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง คีย์ที่ยืนมองอยู่บนดาดฟ้าก็สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหมัดของชายผู้นั้นที่ปล่อยออกไปใส่วิญญาณแค้นมันเต็มไปด้วยพลังวิญญาณที่ถูกอัดแน่นเข้าไป“ โดนหมัดที่มีพลังวิญญาณอัดแน่นเข้าไปขนาดนั้นยังไม่เป็นอะไรอีก ” คีย์ได้ค่อยๆขมวดคิ้วทั้งสองข้างของตนเองเข้ามาหากัน หมัดที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณขนาดนั้นมันมีพลังวิญญาณมากกว่าเขาตั้งไม่รู้กี่เท่าถูกแฝงเร้นเข้าไปแต่ว่าร่างกายของเจ้าวิญญาณแค้นตนนั้นกับสามารถทนทานได้ขนาดนั้นแปลว่ามันต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งมากกว่าวิญญาณแค้นระดับที่ 1 ตั้งไม่รู้กี่เท่าระดับของวิญญาณแค้นระดับที่ 1 กับ 2 มันแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดจริงๆ การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปหมัดถูกปล่อยออกไปใส่ใบหน้าและร่างกายของวิญญาณแค้น มันได้รับความเสียหายมากพอสมควร แต่แล้วจากที่มันออกแรงดิ้นมาสักพักใหญ่ๆตอนนี้มันก็ได้ออกแรงเฮือกสุดท้ายในการระเบิดพลังของมันออกมาแล้วฉีกกระชากเส้นวิญญาณที่มัดตรึงร่างกายของมันเอาไว้ออก“ ย๊าก!!! ” วิญญาณแค้นส่งเสียงกรีดร้องออกมาพร้อมกับเรียกเร้นพลังวิญญาณปลดปล่อยออกมาในครั้งเดียว  กลางของชายหนุ่มคนนั้นได้ถูกพลังวิญญาณอัดกระแทกกระเด็นไปด้านหลังประมาณ 2-3 เมตรแต่ในช่วงเวลานั้นร่างของสมาชิกอีกคนนึงในกลุ่มมันก็ได้ใช้โอกาสนั้นพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาเป็นชายที่มีร่างกายผ่อมสูงแต่ดูแล้วน่าจะมีอายุมากที่สุดภายในกลุ่มนี้ ชายร่างกายผอมสูงผิวสองสีดวงตาสีดำพร้อมกับไว้ผมสั้นเหมือนกับคนทั่วไป ใบหน้าดูแล้วน่าจะมีอายุมากที่สุดโดยช่วงอายุของใบหน้าอยู่ในประมาณเลขสามกลางๆมีหนวดเคราประปรายขึ้นอยู่บริเวณรางและ ทั่วทั้งร่างกายของเขาสวมใส่ชุดสูทสีเขียวแก่ แม้ว่าร่างกายจะสูงประมาณ 170-180 เซนติเมตร ร่างกายของเขาก็มีร่างกายที่เล็กบางเมื่อเทียบขนาดตัวกับวิญญาณแค้นด้านหน้าก็เทียบกันไม่ติดเลยสักนิดชายผู้นั้นที่พุ่งทะยานเข้ามาอยู่ด้านหน้าตรงๆ การเคลื่อนไหวของเขาเทียบผอมมากที่สุดภายในกลุ่มนี้สามารถเคลื่อนไหวต้านทานแรงของพลังวิญญาณที่ถูกปลดปล่อยออกมาได้ พุ่งทะยานเข้ามาอยู่ตรงด้านหน้าของวิญญาณแค้นใบหน้าของชายผู้นั้นได้ค่อยๆยกยิ้มขึ้นมา มีบางอย่างปรากฏขึ้นแสงสว่างไสวถูกเรียกออกมาจากหน้าอกก่อนที่มันจะก่อกำเนิดกลายเป็นสนับมือที่ห่อหุ้มบริเวณหมัดข้างขวา พลังวิญญาณถูกปลดปล่อยออกมาเท้าทั้งสองข้างอย่างรากลึกมั่นคงก่อนที่หัวไหล่จะออกแรงเหวี่ยงหมัดพร้อมกับร่างกายที่บิดไปเพื่อส่งเสริม ฟิ้ว!!! ผัวะ!!! เสียงกรีดร้องของวิญญาณแค้นได้สงบลงมันของชายผู้นั้นได้ทะลวงเข้าสู่กลางหน้าอกของวิญญาณแค้นตัวนั้นอย่างรวดเร็ว หมัดที่ถูกส่งเสริมด้วยพลังวิญญาณและบางอย่างที่ปรากฏออกมากลายเป็นสนับมือได้ทะลวงเข้าสู่กลางหน้าอกอย่างรุนแรง พลังหมัดที่ออกจากมือของชายร่างกายผอมสูงผู้นี้กลับมีพลังรุนแรงมากกว่า หมัดที่ออกจากชายหนุ่มร่างกายกำยำล่ำสันก่อนหน้านี้ การต่อสู้จบลงทันทีร่างของวิญญาณแค้นระดับที่ 2 ค่อยๆแตกสลายออกไปแล้วกลายเป็นผงสีดำสนิทผงสีดำสนิทเหล่านั้นที่ล่องลอยอยู่ภายในอากาศมันได้ทุกแบ่งออกเป็นจำนวนเท่าๆกันแล้วพุ่งเข้ามาที่บริเวณข้อมือของสมาชิกกลุ่มทั้งสาม คีย์ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ด้านบนดาดฟ้าดวงตาทั้งสองข้างต้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่กระพริบ แม้ใบหน้าของเขาจะเรียบเฉยสงบนิ่งเเต่ว่าภายในใจก็เต็มไปด้วยความสงสัย “ นั่นมันอะไรกัน... ”จบตอน