[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก

    109 การมาของสิ่งที่น่ากลัว

    “ ฝนเริ่มหยุดแล้วสิ หวังว่าจะผ่านไปได้ด้วยดีนะ ”


    เสียงบ่นพึมพำทำให้คนที่อยู่บนรถรู้ว่าลุงพลคิดอะไร ท้องฟ้าที่ค่อยๆเริ่มแจ่มใสหลังจากเมฆสีดำกระจายตัวออกไปทำให้แสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องลงมาอีกครั้ง เพียงแต่ว่าเมืองที่ไม่มีผู้ดูแลระบบกลับทำให้เกิดน้ำท่วมขัง รถทุกคันที่กำลังวิ่งไปบนถนนมีสภาพไม่ต่างจากเรือที่กำลังวิ่งไปตามแม่น้ำ จนกระทั่งรถวิ่งมาถึงจุดๆหนึ่งที่ต้องดับเครื่องยนต์แล้วให้นักสู้ลงไปเข็นจนกว่าจะผ่านเขตที่ซอมบี้ระดับ 6 พัก เหล่านักสู้ที่ตามร่างกายไม่ได้มีบาดแผลจึงลงจากรถแล้วใช้สายไฟฟ้าแรงสูงมัดหน้ารถแต่ละคันแล้วลากจูงมันไป


    จำนวนนักรบที่มีถึง 516 คนจากการรวมกลุ่มใหญ่ ทำให้การเดินทางง่ายดายมากยิ่งขึ้น ต่อให้รถจะดับเครื่องยนต์ความเร็วในการวิ่งของมันกลับสามารถพุ่งตรงไปด้วยความเร็ว 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ ดังนั้นคนที่นั่งอยู่บนรถจึงทำเพียงใส่เกียร์ว่างบังคับทิศทางรถไม่ให้วิ่งตกลงไปข้างทาง ขณะที่ทุกคนพยายามนำรถวิ่งผ่านถนนห่างจากเต่าไปราว 1 กิโลเมตรนั้น โยฮันที่ใช้แรงกดดันตลอดทางคอยไล่ซอมบี้ออกไปรอบข้างก็เริ่มระมัดระวังตัวเช่นกันเพราะกลัวว่าตัวตนของเขาอาจจะทำให้เต่าตื่นนอน


    วิทยุสื่อสารถูกปิด เครื่องส่งสัญญาณไม่มีการเดินเครื่อง อุปกรณ์ทุกอย่างที่ต้องใช้พลังงานถูกปิดทั้งหมดป้องกันไม่ให้มีสัญญาณรบกวนเต่ายักษ์ ในระหว่างนี้วินก็ได้ปีนหลังคารถบรรทุกคอยโบกมือเป็นสัญญาณบอกให้ทุกคนวิ่งไปเรื่อยๆอย่าได้หยุดเดินทาง หากสามารถขับรถผ่านไปได้อีก 5 กิโลเมตรพวกเขาจะหลุดออกจากเขตอันตรายที่อยู่กึ่งกลางเต่าและลิงยักษ์


    ผู้คนที่นั่งอยู่บนรถพยายามหลับตั้งสติใช้มืออุดปากตนเองกลัวว่าจะส่งเสียงดัง ด้วยความร่วมมือของทุกคนทำให้รถค่อยๆวิ่งไปบนถนนได้อย่างราบเรียบ แม้จะมีสิ่งกีดขวางบนเส้นทาง กลุ่มของลุงพลกลับใช้วิธียกหามที่ให้เกิดเสียงเบาที่สุด ทำให้การเดินทางในครั้งนี้แทบไม่ส่งเสียงดัง


    “ พี่ทางนั้น ” 


    แอลลี่คอยสอดส่องช่วยพี่ชาย หลังจากพี่ของเธอหันมองไปยังจุดที่ซอมบี้กำลังจะเดินทางออกมาขวาง พวกมันล้วนยืนนิ่งด้วยความกลัวตาย ไม่มีตัวใดกล้าขยับแม้แต่น้อย ต่อให้จะเป็นระดับ 4 ก็เช่นกัน ทุกคนที่เห็นว่าซอมบี้ระดับ 4 กลัวจนตัวสั่น พวกเขาล้วนแล้วตกใจกับความสามารถของโยฮันที่เหมือนจะผิดแปลกไปจากทุกๆคน แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขากลับไม่ได้สนใจเลยว่าพลังของโยฮันทำอะไรได้บ้าง ขอเพียงแค่มันเป็นพลังที่พาพวกเขาเดินทางได้ปลอดภัยเท่านั้นก็พอแล้ว


    “  เร่งความเร็วขึ้นอีกได้ไหมลุงพล ”


    “ ได้แค่นี้จริงๆ ”


    ความเร็วรถเริ่มช้าลงจนกระทั่งหยุดนิ่ง สิ่งกีดขวางด้านหน้านับว่าเยอะพอสมควร บนถนนเส้นนี้ไม่มีใครเดินทางผ่านมาก่อน แม้แต่โยฮันก็เช่นเดียวกัน บนถนนจึงเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวางจำเป็นต้องใช้เวลาสักเล็กน้อยเพื่อเคลียร์เส้นทางให้รถได้วิ่งไปต่อ ยิ่งมีข้อจำกัดในเรื่องที่ห้ามไม่ให้เกิดเสียง ยิ่งทำให้การเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางทำได้ยากกว่าเดิมมาก  ในขณะที่ทุกคนให้ความสนใจกับกลุ่มที่อยู่ด้านหน้าคอยเปิดทางให้รถวิ่งไปบนถนนได้สะดวก ทุกคนกลับตัวสั่นเมื่อจู่ๆได้มีเสียงกรีดร้องอันน่าหวาดหวั่นดังมาจากทิศใต้ จากเสียงที่ส่งออกมานั้นทำให้ทุกคนรู้ว่ามันเป็นเสียงของตั๊กแตนตำข้าวที่กำลังกางปีกยืนนิ่งอยู่ใจกลางจุดที่เกิดการระเบิด


    ท่ามกลางเสียงร้องอันน่าสะพรึงที่ดังขึ้นเป็นระลอกก็ได้เกิดเสียงร้องของซอมบี้จำนวนมากผสานเพื่อขานรับเสียงของมัน ทุกครั้งที่เสียงตั๊กแตนตำข้าวร้องเสียงดัง ซอมบี้ตัวเล็กๆไม่ว่าจะอยู่ทิศใดก็ตามพวกมันล้วนแล้วร้องผสานเสียงรับจนทำให้เมือง X ตกสู่ความกดดัน ทันใดนั้นสิ่งที่กำลังกรีดร้องกระตุ้นให้ซอมบี้ตัวอื่นร้องตามก็เริ่มกระพือปีกของมันจนทำให้เกิดเสียงดัง แม้จะอยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตรยังได้ยินเสียงปีกที่พยายามกระพือเพื่อจะพาร่างขึ้นบิน


    “ พี่เสียงอะไร ” แอลลี่มองไม่เห็นอะไรเลย เธออยู่บนหลังรถจึงทำให้มุมมองไม่ได้กว้าง โยฮันมองไม่เห็นสิ่งใดเช่นเดียวกันเพราะเขาอยู่บนหลังรถเหมือนน้องสาว ทันใดนั้นพวกเขาทั้งสองก็ได้หันมองไปทิศใต้ก่อนจะแสดงใบหน้าตกใจ เมื่อจู่ๆได้มีร่างขนาดใหญ่บินขึ้นไปบนฟ้าเผยตัวต่อหน้าทุกคน พริบตานั้นเองร่างของมันก็ร่วงตกส่งผลให้เกิดเสียงกระแทกดังออกไปไกล


    “ ลุงพล ไม่ต้องพิถีพิถัน เตะได้เตะ ซอมบี้มันกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้! ”


    โยฮันร้องตะโกนบอกลุงพลให้รีบเปิดทาง อีกฝ่ายที่ได้ยินเสียงร้องของโยฮันจึงตัดสินใจใช้ร่างพุ่งชนสิ่งกีดขวางจนเปิดทางให้รถวิ่งผ่าน จากเดิมพยายามระมัดระวัง เหล่าคนที่วิวัฒนาการครั้งที่ 3 เมื่อรู้ว่ามีสิ่งที่น่ากลัวตามมานั้นจึงวิ่งทิ้งห่างขบวนรถเพื่อช่วยกันเคลียร์เส้นทางจนรถทุกคันเริ่มเพิ่มความเร็วจากการถูกลาก


    “ ไปเร็วเข้า! ”


    ร่างสีเขียวที่ร่วงตกกระแทกพื้นเริ่มบินขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้งหนึ่ง โยฮันรู้เลยว่ามันกำลังใช้วิธีร่อนเดินทางไกลเหมือนที่เขาใช้ จากขนาดของมันคงกระโดดอีกไม่กี่ครั้งมาถึงที่นี่ได้ เพียงแต่เขายังไม่มั่นใจว่ามันจะมาหาพวกเขาหรือว่าซอมบี้ทั้ง 2 ตัว


    ตึง!


    เสียงกระแทกพื้นปลุกให้เต่ายักษ์ที่กำลังหลับพักผ่อนลืมตาตื่นก่อนจะนำแขนและขาออกมาจากกระดองแล้วมองจ้องไปยังตำแหน่งที่สัมผัสได้ถึงพลังงานกลุ่มใหญ่  ลิงยักษ์ที่ลืมตาตื่นหลังจากดูดซับถ่านหินเข้าไปมันก็ถูกแรงกระแทกของตั๊กแตนให้หันมองเช่นเดียวกัน จากพลังที่สัมผัสได้จากตั๊กแตนทำให้มันต้องทุบหน้าอกตนเองเพื่อข่มขู่


    โฮก ตึง ตึงตึงตึง


    เสียงคำรามลั่นมาพร้อมเสียงทุบอกดังก้องออกไปไกล เต่ายักษ์ที่ได้ยินเสียงลิงจึงร้องคำรามด้วยการหันหน้าไปทางทิศใต้เช่นเดียวกัน  ทันใดนั้นร่างสีเขียวก็ได้ร่วงตกลงมาใกล้ๆกับจุดที่เต่ากำลังร้องลั่น เพียงแต่ว่าตั๊กแตนตำข้าวกลับกางปีกกระโจนขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้งมุ่งหน้าไปทิศตะวันออกสร้างความตกใจให้ทุกคนที่มองเห็นไม่น้อย


    “ มันกำลังมาทางนี้! ”


    นักสู้ร้องด้วยความหวาดกลัว ร่างขนาดใหญ่กว่าตึก 10 ชั้นกำลังบินตรงมาหาพวกเขาด้วยความเร็วไว เพียงแต่ว่าร่างๆนั้นกลับบินข้ามหัวพวกเขาไป มันไม่ได้บินมาขวางทาง เมื่อรู้ว่าตั๊กแตนถูกลิงยักษ์ดึงดูดไปนั้นพวกเขาจึงรีบนำรถออกไปให้ห่างการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นทันที


    โฮก!


    ลิงยักษ์พยายามใช้มือทุบอกข่มขู่ตั๊กแตนตำข้าว อีกฝ่ายทำเพียงเอียงคอราวกับกำลังสงสัยบางอย่าง ลิงยักษ์กลับไม่สนใจท่าทาง มันพยายามร้องคำรามข่มขู่ให้อีกฝ่ายออกไปให้ห่างจากที่ของมัน เพียงแต่ตั๊กแตนตำข้าวกลับไม่สะทกสะท้าน มันยังคงยืนมองลิงยักษ์ด้วยใบหน้านิ่งเฉย ซึ่งใบหน้าของมันสร้างความหงุดหงิดให้ลิงไม่น้อยมันจึงเลือกที่จะพุ่งเข้าโจมตีตั๊กแตนในทันที


    ร่างสูงใหญ่ของลิงวิ่งเข้าไปหาตั๊กแตนยักษ์ กลุ่มผู้รอดชีวิตที่อยู่ห่างไปราว 1 กิโลเมตรพยายามมองดูการต่อสู้ของสัตว์ขนาดใหญ่ด้วยความหวาดหวั่น ภาพการต่อสู้ที่ใกล้ขนาดนี้หลายคนไม่เคยเห็นมัน ลิงยักษ์ที่กระโจนขึ้นหลังตั๊กแตนได้นั้นมันก็ได้รัวหมัดทุบอีกฝ่ายจนทำให้เกิดเสียงดังราวกับมีค้อนใหญ่ยักษ์ทุบลงไปบนพื้นดิน เพียงแต่ว่าตั๊กแตนตำข้าวกลับใช้มือของมันที่เหมือนเคียวตวัดไปด้านหลังทำให้ลิงต้องกระโจนออกมาตั้งหลักพลางร้องตะโกนข่มขู่ด้วยความไม่พอใจ ซึ่งมันก็ได้กระโจนเข้าไปใหม่แต่ทุกครั้งที่เข้าไปทุบร่างของอีกฝ่ายจะต้องกระโดดหลบออกมาทุกครั้งเพราะแขนของตั๊กแตนอันตรายต่อมัน


    เตายักษ์ที่เห็นว่าลิงกำลังลำบาก มันจึงพุ่งเข้าร่วมต่อสู้กับตั๊กแตนยักษ์เกิดเป็นภาพอันน่าตื่นตะลึงดึงทุกสายตาให้หันมอง หลายคนรู้สึกตะลึงกับภาพที่เห็น หลายคนหวาดกลัวกับมัน ทุกๆความรู้สึกที่แสดงออกมานั้น ล้วนแล้วอยู่ภายใต้ความเงียบหลังจากคนที่อยู่บนรถบัสพยายามเข้าระงับอารมณ์ของทุกคนไม่ให้พวกเขาสร้างปัญหาด้วยการส่งเสียงใดๆออกมา


    ศาสตราจารย์ที่อยู่บนรถคันข้างหน้า พยายามคาดการณ์สิ่งที่ทำให้ซอมบี้ต้องต่อสู้กัน เมื่อเขาเปิดแผนที่ขึ้นดูจึงรู้ได้ในทันทีเลยว่าซอมบี้ตัวยักษ์เหล่านี้ มันไม่ได้สู้กันเพียงเพราะอาณาเขต แต่สิ่งที่อยู่ภายในรังของมันดึงดูดให้ต้องต่อสู้ 


    ภายในโรงงานไฟฟ้ามีเจ้าของเป็นแมงมุมยักษ์ สถานที่แห่งนั้นถูกเต่าโจมตีตามมาด้วยงูเหลือมยักษ์ ไฟฟ้าที่เก็บเอาไว้ในโรงงานจึงน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ซอมบี้บุกไปที่นั่น


    ทางฝั่งลิงยักษ์ที่กำลังต่อสู้มีโรงงานเก่าที่ใช้เก็บถ่านหินเอาไว้จำนวนมาก เต่ายักษ์ได้เดินทางมาที่นี่แล้วมีตั๊กแตนตำข้าวเดินทางตามมาคงเพราะว่าพวกมันต้องการพลังงานเช่นเดียวกัน


    เมื่อทุกคนรู้ว่าพลังงานคือหนึ่งในสิ่งที่กระตุ้นให้ซอมบี้ที่วิวัฒนาการก้าวกระโดดเคลื่อนไหวจึงพยายามมองดูการต่อสู้พลางให้กำลังใจนักสู้ที่พยายามเปิดทางพาพวกเขาหลบหนีออกจากพื้นที่ต่อสู้ที่เหมือนจะไล่ตามพวกเขาไปไม่ห่าง แม้รถบัสจะพยายามวิ่งห่างออกไป การต่อสู้ของ 3 ยักษ์ใหญ่ที่กินพื้นที่วงกว้างจะไล่ตามพวกเขามาตลอดจนยากจะหลบหนี


    ทันใดนั้นตั๊กแตนตำข้าวที่ถูกรุมโจมตีมันก็ได้กางปีกกระโจนออกมาตั้งหลักในสถานที่อันห่างไกล ซึ่งมันเป็นเส้นทางที่พวกเขากำลังจะผ่านไปก่อนที่เต่าและลิงจะวิ่งตามกันมาเพื่อไล่ล่าตั๊กแตนตำข้าว


    “ ข้างหน้ามีแยกให้เลี้ยวขวา เราต้องลงจากทางหลัก! ”


    วินที่อยู่บนหลังตู้คอนเทนเนอร์พยายามเปิดดูแผนที่พร้อมกับเปลี่ยนเส้นทางใหม่ ทันใดนั้นร่างของเต่าก็พุ่งมาขวางทางหลังจากมันถูกตั๊กแตนเตะกระเด็น ขณะที่มันลุกขึ้นยืนได้นี้เอง ขาทั้ง 4 ของมันก็วิ่งบดไปบนถนน จนวินต้องรีบสั่งให้รถหักเลี้ยวไปยังทางที่เล็กกว่าเดิม


    “ ไปไปไป ไม่ต้องมองหลัง มองไปด้านหน้า ไปเร็วเข้า! ”


    ลุงพลร้องตะโกนสั่งคนที่พยายามลากรถวิ่งไปต่อ ขณะที่ขบวนรถกำลังมุ่งหน้าไปทิศตะวันออกเพื่อไปให้ถึงกองทัพ เสียงเห่าหอนหนึ่งก็ได้ดังขึ้นจากทางทิศเหนือก่อนจะปรากฎร่างสีดำขนาดใหญ่ของสุนัขตำรวจ ด้วยพลังระดับ 6 ที่ปลดปล่อยออกมาจากตัวของมันทำให้คนที่สัมผัสถึงสั่นกลัว เพียงแต่ว่าสุนัขกลับไม่ได้สนใจขบวนรถ การต่อสู้ดึงดูดความสนใจของมันมากกว่า ดังนั้นมันจึงกระโจนเข้าร่วมวงต่อสู้โดยร่วมมือกับเต่าและลิงที่มีระดับเท่ากันเพื่อฆ่าสังหารตั๊กแตนที่มีระดับสูงถึง 7 


    ภายใต้การต่อสู้ของ 4 ยักษ์ใหญ่ใกล้ๆนี้เอง มันได้กระตุ้นให้โยฮันเกิดความรู้สึกอยากจะเข้าไปร่วมวง แม้เขาจะเป็นเพียงระดับ 5 พลังของเขากลับสูงพอจะสร้างความเสียหายให้กับระดับ 6 แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับต้องอยู่เงียบๆ หน้าที่ของเขาคือการพาทุกคนออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัย หากระดับ 6 เล็งเป้ามาที่เขาคงได้มีโอกาสได้ลองใช้พลังที่วิวัฒนาการมา แต่แล้วสุนัขที่มาช้ากลับถูกตัดขาหน้าไปหนึ่งข้างก่อนที่ร่างของมันจะถูกโจมตีจนลอยกระเด็นมาปิดเส้นทาง ทำให้ถนนที่กำลังจะมุ่งหน้าไปขาดออกจากกันในทันที สุนัขที่คิดจะกลับเข้าร่วมการโจมตีที่เห็นว่ามีสิ่งอื่นเคลื่อนไหวในสายตา มันจึงหันมองด้วยความสนใจก่อนจะอ้าปากกว้าง เมื่อสัมผัสได้ถึงเชื้อไวรัสต่างกันที่สามารถมอบพลังให้มันได้


    ความกลัววิ่งไปทั่วตัวของทุกคนที่อยู่ภายในขบวนรถ สิ่งที่พวกเขาไม่อยากให้เกิดขึ้นกลับกำลังจ้องมองมาที่พวกเขาจนตัวสั่น นักสู้ที่พยายามวิ่งไปด้านหน้าต่างพากันหยุดกระทันหันหลังจากถูกสายตาทรงพลังจ้องมองมา.




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก ที่คุณอ่าน