“รอช้าอยู่ทำไม รีบจัดการสั่งสอนนางสะซิ”อวี้ม่านที่เห็นว่ายี่หลินกำลังหยุดชะงักนางจึงได้เอ่ยสั่งเสียงเคร่ง
“ข้าบอกเ้าแล้วว่านายของข้า หาใช่คนที่คนชั้นต่ำเช่นเ้าจะสามารถล่วงเกินได้”ยี่หลินเอ่ยพร้อมกับง้างมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนคนงานตรงหน้าของตนด้วยรอยยิ้มเหี้ยม
“หยุดมือของเ้าซะ”เสียงเข้มของมี่เจินดังขึ้นพร้อมๆกับการปรากฏตัวของหญิงสาวขึ้นกลางฝูงชนที่ล้อมรอบอยู่รอบตัวของคนทั้งสาม
“โปรดหยุดมือของเ้าด้วย”อาจงที่เข้ามาหยุดมือของยี่หลินเอ่ยตอบเสียงเรียบ
“หึ ข้าคิดว่าผู้ใด ที่แท้ก็พี่สะใภ้ของข้านี้เอง”อวี้ม่านที่เห็นว่าผู้ใดกล้าที่จะยื่นมือเข้ามายุ่งเื่ของนางเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มร้ายให้กับมี่เจินพร้อมกับเดินเข้าหามี่เจินด้วยสายตาคุกคาม
“พวกเ้ามาทำอะไรที่นี้”มี่เจินเอ่ยถามเสียงเรียบพร้อมกับกวาดตามองไปยังสถานการณ์ตรงหน้าอย่าง้าทราบสถานการณ์ตรงหน้าของนาง
“ข้ามาร้านเครื่องประดับก็ย่อม้ามาหาซื้อผ้าและเครื่องประดับใหม่เช่นไรเล่า”อวี้ม่านเอ่ยตอบพร้อมกับปรายตามองไปที่มี่เจินด้วยรอยยิ้มเหยียดหยามด้วยนางไม่เชื่อว่าหญิงชาวบ้านเช่นมี่เจินนั้นจะมีความสามารถมากพอที่จะช่วยน้องชายของนางสร้างกลุ่มการค้าอี้อินขึ้นมาได้กลับกันนางกลับคิดว่าที่มี่เจินสามารถเป็ผู้ก่อตั้งกลุ่มการค้าร่วมกับน้องชายของนางได้นั้นล้วนเป็เพราะน้องชายที่โง่เขลาของนางนั้นยกตำแหน่งนี้ให้กับสตรีตรงหน้าของนางอย่างแน่นอน
“หากเป็เช่นนั้นคนงานของข้าคงไม่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เื่มันเป็มาอย่างไรกันแน่”มี่เจินเอ่ยจบก็ก้มลงไปถามคนงานหญิงของนางที่นั่งอยู่ที่พื้นด้วยสายตาเรียบนิ่ง
“คุณหนูอินไม่ยอมจ่ายเงินค่าสินค้าของเราเ้าค่ะ คุณหนูอินนางกล่าวว่านางเป็พี่สาวของผู้ก่อตั้งจึงสามารถมานำสินค้าออกจากร้านได้ตามใจชอบเ้าค่ะฮึก”หญิงสาวเอ่ยตอบพร้อมกับสะอึกร้องไห้ออกมาด้วยท่าทางน่าสงสารนั้นจึงทำให้เหล่าผู้คนที่อยู่โดยรอบล้วนมองไปที่อวี้ม่านและสาวใช้ของนางด้วยสายตาเกลียดชังทันที
“หากเป็เช่นนั้นเ้าก็ไม่ควรทำให้เป็เื่ใหญ่เช่นนี้เพียงแค่จดบันทึกรายการของที่คุณหนูอินนำไปพร้อมกับราคาของสินค้าเ่าั้เอาไว้เพราะในกฎของเราบอกเอาไว้แล้วว่าข้าที่และเย่จินที่เป็ผู้ก่อตั้งสามารถลงบัญชีสิ่งของเ่าั้ได้แล้วทำไมเ้าจึงไม่จดบันทึกสิ่งของพวกนั้นแล้วส่งบันทึกรายการพวกนั้นไปที่ตึกสั่งการของกลุ่มการค้าของพวกเราเล่า”มี่เจินที่เห็นท่าทางที่น่าสงสารจนเกินควรของสตรีตรงหน้าจึงได้เอ่ยถามคนงานหญิงผู้นี้อย่างแปลกใจ
“ขะข้า”หลิงหลิงหรือหญิงคนงานเอ่ยพร้อมกับช้อนตามองไปที่ชายที่เพิ่งมาถึงด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ
“เกิดอะไรขึ้น”เสียงเข้มที่แฝงไปด้วยพลังอำนาจเอ่ยพร้อมกับมองมาที่มี่เจินที่ยืนอยู่ตรงหน้าของหลิงหลิงเพื่อนในวัยเด็กของตนด้วยสีหน้าเอาเื่
“ท่านเป็ใคร”มี่เจินที่ไม่เคยพบชายตรงหน้าของตนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนางกวาดตามองสำรวจชายตรงหน้าอย่างไม่ชอบใจนัก
“ข้ารองแม่ทัพิ ิเย่เซียนไม่ทราบว่าท่านมีเื่อะไรกับสหายของข้าหรือขอรับ”ิเย่เซียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“หลิงหลิงนางเป็สหายของท่านหรือ”มี่เจินเอ่ยถามพร้อมกับมองไปที่คนงานของตนด้วยสีหน้าครุ่นคิดเพราะดูท่าแล้วสตรีนางนี้คงคิดจะใช้ความเอาแต่ใจและความใจร้อนของอวี้ม่านเพื่อสร้างภาพจำไม่ดีให้กับศัตรูหัวใจของตนเป็แน่มี่เจินที่พอจะเข้าใจทุกอย่างได้อย่างกระจ่างแจ้งแล้วนางยกยิ้มบางแล้วเดินเข้าไปใกล้หลิงหลิงแล้วปรายตามองนางด้วยสายตาเรียบ
“นายหญิง ขะ-ข้า ไม่ได้ตั้งใจเ้าค่ะ ขอนายหญิงโปรดให้อภัยข้าด้วยนะเ้าคะ”หลิงหลิงที่รู้ว่านายหญิงรู้ทันแผนการของนางแล้วนางจึงได้แต่ละล้าละลักเอ่ยขอร้องมี่เจินด้วยน้ำตานองหน้า
“หลิงหลิงเ้าทำไรผิดหรือ”แม่ทัพิขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจเพราะดูเหมือนว่าสหายผู้นี้ของเขานั้นกำลังถูกเหล่าคนรวยรังแกอีกแล้วนั้นเอง
“ก็ได้ข้ายกโทษให้เ้าแต่หลังจากนี้เ้าจะถูกย้ายไปทำงานส่วนอื่นที่ไม่ใช่งานที่รับหน้ากับลูกค้าเ้ามารับของที่คุณหนูอิน้าไปจดบันทึก แล้วต่อไปเ้าขึ้นมาทำหน้าที่แทนนางส่วนเ้าก็กลับไปทำหน้าที่แทนนาง”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับปรายตามองหลิงหลิงที่กำลังร้องห่มร้องไห้อยู่ที่พื้นเพราะนางไม่อาจปล่อยให้คนที่คิดใช้หน้าที่การงานที่ร้านของนางไปใช้ในเื่ส่วนตัวเป็อันขาด
“เ้าค่ะ”หญิงรับใช้นางนั้นรีบเข้ามารับของจากยี่หลินแล้วรีบไปทำงานที่นางได้รับมอบหมายด้วยรอยยิ้มยินดีทันที
“ไม่นะเ้าคะ นายหญิง”หลิงหลิงที่ได้ยินว่าตนถูกลดตำแหน่งไปเป็เพียงคนทำความสะอาดก็คิดจะเข้ามากอดที่ขาของมี่เจินเพื่อขอร้องแต่ิเย่เทียนที่ไม่อาจทำใจยอมรับในเื่นี้ได้เขาจึงได้เดินเข้ามาดึงตัวของหลิงหลิงขึ้นมายืนข้างตัวของตนแล้วมองสบไปที่มี่เจินด้วยสายตาไม่พอใจ
“ท่านไม่จำเป็ต้องทำให้นางอับอายผู้คนเช่นนี้”ิเย่เทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงข่มขู่พร้อมกับเดินเข้าหามี่เจินด้วยท่าทางทรงอำนาจแต่มี่เจินที่ไม่คิดว่าตนผิดในเื่นี้นางก็เชิดหน้าขึ้นมองสบตาชายตรงหน้าของตนอย่างไม่ยินยอมนางจ้องตาสู้กลับอย่าไม่ยอมแพ้
“มีเื่อะไรกันหรือเ้าคะ”เสียงหวานของเจียงซีดังขึ้นมาจากท่ามกลางของฝูงชนที่มุงอยู่นางที่สังเกตเหตุการณ์อยู่นานเดินเข้ามาหามี่เจินด้วยรอยยิ้มกว้างแล้วเลิกคิ้วมองไปที่ิเย่เทียนด้วยสายตาแปลกใจ
“อ้าว! ท่านรองแม่ทัพมาทำอะไรที่ร้านของพี่สาวของข้าหรือเ้าคะ”เจียงซีที่เคยยื่นมือช่วยเหลือชายตรงหน้าด้วยความบังเอิญนางแสร้งมองไปที่ชายตรงหน้าด้วยความแปลกใจ
“คุณหนูรอง”ิเย่เซียนที่พบว่าคนท่าคือผู้มีพระคุณของตนแววตาแข็งกร้าวของเขาก็ลดลงทันที
“พวกท่านรู้จักกับพี่สาวของข้าหรือเ้าคะ พี่เจินพวกท่านมีเื่อะไรกันหรือเ้าคะ”เจียงซีเอ่ยถามพร้อมกับเดินเข้าไปกุมมือของมี่เจินด้วยรอยยิ้มกว้าง
“เป็เื่การทำงานที่ผิดพลาดของคนงานในร้านนะ”มี่เจินเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่หลิงหลิงด้วยสายตาเรียบ
“ใช่เื่นี้เป็เื่เล็กพวกเราอย่าได้ไปใส่ใจนางเลยเ้าค่ะ”อวี้ม่านที่เห็นว่าตอนนี้เย่เซียนกำลังมองมาตนด้วยสายตาไม่ชอบใจนางจึงรีบออกตัวช่วยพูดแทนชายที่นางแอบมีใจให้ทันที
“หืม คุณหนูอินก็มาด้วยหรือเ้าคะ”เจียงซีเอ่ยถามด้วยสีหน้าประหลาดใจที่เห็นว่าอวี้ม่านก็อยู่กับมี่เจินพี่สาวของนางด้วย
“ข้าขออภัยเ้าค่ะ นายหญิงต่อไปข้าจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีขอนายหญิงให้อภัยข้าได้หรือไม่เ้าคะ”หลิงหลิงที่ไม่้าเสียรายได้ที่นางจะใช้ไปดูแลครอบครัวเอ่ยขอร้องมี่เจินอีกครั้งอวี้ม่านที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ปรายตามองไปที่หลิงหลิงม่านอย่างไม่ชอบใจนัก
“เซ้าซี้จริง พานางไปเก็บที่หลังร้านทีเถอะ”อวี้ม่านเอ่ยพร้อมกับมองไปที่หลิงหลิงด้วยสายตาเบื่อหน่าย
“เ้า!”หลิงหลิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตวัดสายตามองไปที่ที่ศัตรูหัวใจของตนอย่างแค้นเคืองและรู้สึกน้อยใจในโชคชะตาของตนอยู่ในทีที่เกิดเป็พียงแค่ลูกสาวของชาวบ้านธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้นไม่เหมือนกับศัตรูหัวใจของนางที่ได้เกิดในตระกูลคหบดีผู้ร่ำรวยทำให้ทางบ้านของิเย่เซียนล้วนชื่นชอบนางกันทั้งสิ้น
“หากเ้ายัง้าทำงานในกลุ่มการค้าของเราอยู่ข้าว่าเ้าต้องรู้นะว่าเ้าต้องทำเช่นไร กลับไปยังที่ของเ้าซะ”มี่เจินเอ่ยบอกหลิงหลิงด้วยสายตาเย็นเพราะดูท่าแล้วเื่จะไม่จบลงง่ายๆเป็แน่ หากยังไม่มีคนใดคนหนึ่งยอมถอยสักก้าวเช่นนั้นแล้วนางจึงได้สั่งให้คนของนางยอมเป็ฝ่ายถอยกลับไปยังที่ที่ของนาง
“นายหญิง”หลิงหลิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็มองมาที่มี่เจินด้วยสีหน้าไม่ยินยอม แต่เพราะภาระหน้าที่ที่นางมีต่อครอบครัวนางจึงต้องจำใจยอมกลับไปที่หลังร้านอย่างไม่พอใจนัก
“หึ ก็แค่คนงานรึอาจจะมาเทียบเคียงกับข้าหรือฝันไปเถอะ”อวี้ม่านเอ่ยกับหลิงหลิงที่กำลังเดินผ่านนางด้วยสีหน้าเหนือกว่าหลิงหลิงที่ตกเป็รองจึงได้แต่กัดฟันเดินจากไปในที่สุด
“ข้าต้องขออภัยหากการตัดสินของข้าทำให้ท่านไม่พอใจแต่เื่ในกิจการของข้าไม่อาจปล่อยให้อำนาจของผู้ใดเข้ามาแทรกแซงได้โดยง่าย”มี่เจินที่เห็นว่าอารมณ์ของชายตรงหน้าเย็นลงแล้วนางจึงได้เอ่ยอธิบายกับชายตรงหน้าอย่างใจเย็น
“ข้าเองก็ต้องขออภัยท่านขอรับที่สหายของข้าสร้างเื่ให้กับกิจการของข้า”เย่เซียนเอ่ยพร้อมกับมองตามแผ่นหลังของสหายของตนด้วยสายตาเป็ห่วงเป็ใย
“ไม่เป็อะไรเ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับระบายยิ้มบางออกมาอย่างพอใจที่เห็นว่าชายตรงหน้าของตนนั้นถือว่าเป็ชายที่มีเหตุและผลมากพอสมควร ที่จะไม่นำความรู้สึกส่วนตัวมารังแกแม่ค้าตัวเล็กๆเช่นนาง
“เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ”คนงานหญิงที่นำของไปจดบันทึกเสร็จแล้วนำของมามอบให้กับยี่หลินสาวใช้คนสนิทของอวี้ม่านด้วยรอยยิ้มประจบประแจง
“เช่นนั้นก็ดีเลย วันนี้ท่านรองแม่ทัพว่างหรือไม่วันนี้ข้าจะเลี้ยงน้ำชาท่านเสียหน่อย”เจียงซีที่คิดจะสร้างพันธมิตรให้กับมี่เจินหันไปเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ว่างขอรับ”เย่เซียนที่ไม่กล้าขัดใจผู้มีพระคุณของตนมากนักเอ่ยตอบอย่างเสียไม่ได้
“เช่นนั้นก็ดี พี่เจินเราไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันนะเ้าคะ”เจียงซีเอ่ยพร้อมกับเข้ามาคล้องแขนของมี่เจินอย่างสนิทสนม
“เช่นนั้นก็ได้”มี่เจินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มแต่ทันทีที่นางคิดแผนการที่จะควบคุมอวี้ม่านได้นางก็ได้หันไปเอ่ยชวนอวี้ม่านที่มองมาที่นางด้วยสายตาสื่อความหมายนางที่เห็นเช่นนั้นจึงได้ลองเอ่ยปากชวนอวี้ม่านให้มาร่วมโต๊ะกับนางและก็เป็ดังคาดอวี้ม่านเอ่ยตอบตกลงทันทีที่นางเอ่ยจบ
“คุณหนูอินสนใจไปร่วมโต๊ะอาหารกับข้าหรือไม่เ้าคะ”มี่เจินเอ่ยชวนด้วยสายตาเป็ประกาย
“สนใจสิข้าย่อมสนใจอยู่แล้ว”อวี้ม่านเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่เย่เซียนด้วยสายตาเขินอาย
เหลาอาหารเจินโหย่ว (เหลาอาหารของเจียงซี)
“เหลาอาหารของเ้าก็ยังคึกคักอยู่เสมอ”มี่เจินที่เข้ามาภายในเหลาหันไปเอ่ยแสดงความชื่นชมกับสตรีข้างกายของตนด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“เราขึ้นไปที่ชั้นสองกันเถอะเ้าค่ะเมื่อครู่ข้าสั่งให้คนของข้ามาเตรียมทุกอย่างให้แล้ว”เจียงซีเอ่ยพร้อมกับจูงมือของมี่เจินขึ้นไปยังห้องอาหารของตนด้วยท่าทีกระตือรือร้นโดยทิ้งให้เย่เซียนและอวี้ม่านเดินตามหลังมาอย่างไม่สนใจนัก
“เป็เช่นไรเ้าคะเหลาอาหารของข้าพอจะสู้หอศิลป์ของพวกท่านได้บ้างหรือไม่เ้าคะ”เจียงซีที่ชื่นชมการตกแต่งของหอศิลป์เอ่ยถามมี่เจินด้วยท่าทีกระตือรือร้น
“หอศิลป์ของเราจะงามในยามค่ำคืนส่วนเหลาอาหารของเ้าจะดูงดงามสบายตาในยามกลางวันจะนำมาเทียบกันได้เช่นไร”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับกวาดตามองการตกแต่งภายในห้องด้วยสายตาชื่นชมเพราะนอกจากจะมีเล่าดอกไม้หายากมาตกแต่งแล้วเจียงซียังมีการนำเหล่ากระถางและแจกันมีค่ามาวางประดับภายในห้องได้อย่างลงตัวอีกด้วย
“คิกๆ ข้าก็ว่าเช่นนั้นนั้นแหละเ้าค่ะ”เจียงซีหัวเราะออกมาด้วยท่าทางมีความสุข
“อ่อ ข้าลืมถามไปเลย พี่เซียนท่านน้าหายดีแล้วหรือยังเ้าคะข้าไม่ได้ไปเยี่ยมนานแล้วเลยไม่รู้อาการของท่านน้าเลย”เจียงซีเอ่ยถามอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้
“ก็เป็เช่นเดิมขอรับคุณหนู”เย่เซียนเอ่ยตอบด้วยสายตาหม่นเพราะไม่ว่าเขาจะเพียรพยายามหาหมอดีมารักษาเพียงใดอาการของแม่ของเขาก็ดูจะไม่ดีขึ้นเลย
“เป็เช่นนั้นเดี๋ยวกินข้าวเสร็จข้าจะขอไปเยี่ยมท่านน้าพร้อมกับพี่เซียนเลยนะเ้าคะ”เจียงซีที่ค่อนข้างสนิทสนมกับนางหม่า(หม่าหยิน) แม่ของรองแม่ทัพิจากการช่วยเหลือในตอนที่รองแม่ทัพิถูกใส่ความก็ได้คนของเจียงซีคอยให้การช่วยเหลืออยู่อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเมื่อเร็วๆนี้ที่ิเย่เซียนได้รับการแต่งตั้งเป็รองแม่ทัพจากการปราบกองโจรูเาได้สำเร็จเขาก็ได้เข้ามาขอให้เจียงซีเลิกส่งคนมาส่งข้าวส่งน้ำให้กับครอบครัวของตน
“ขอรับ”เย่เซียนเอ่ยตอบรับอย่างว่าง่าย
“ข้าได้ยินมาว่าคุณหนูอินเองก็ไปดูแลแม่กับน้องสาวของท่านรองแม่ทัพอยู่บ่อยๆท่านไม่ไปพร้อมกับเจียงซีหรือเมื่อครู่ข้าเห็นว่าท่านเตรียมชุดให้กับคนทั้งสองด้วยไม่ใช่หรือทำไมท่านไม่ไปพร้อมกับคนทั้งสองเสียเลยละ”มี่เจินเอ่ยสนับสนุนอวี้ม่านจนเจียงซีที่อยู่ด้านข้าหันมามองที่มี่เจินอย่างแปลกใจแต่เมื่อนางได้เห็นสายตาเ้าเล่ห์ของพี่สาวของนาง นางก็พอจะคาดเดาเื่ทั้งหมดได้นั้นจึงทำให้นางรีบไหลตามน้ำของพี่สาวของนางในทันที
“เป็เช่นนั้นหรือเ้าคะ เป็เช่นนั้นก็ดีเลยระหว่างทางข้าจะได้มีเพื่อนคุยด้วย ไปกับพี่เซียนทีไร ข้ารู้สึกเงียบเหงาทุกที”เจียงซีเอ่ยพร้อมกับแอบหันมาส่งสายตาให้กับมี่เจินอย่างรู้กันมี่เจินที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ส่งสายตาของคุณไปให้น้องสาวต่างสายเืของตนอย่าง้าขอบคุณในความช่วยเหลือครั้งนี้ของนาง
“เช่นนั้นข้าไปกับพวกท่านในครั้งนี้ก็ได้เ้าค่ะ”อวี้ม่านเอ่ยพร้อมกับลอบชำเลืองมองไปที่เย่เซียนอีกครั้งและเมื่อนางพบกับสีหน้านิ่งไร้อารมณ์ของเขา รอยยิ้มของนางก็ค่อยๆหุบลงในทันที
“ข้าเพิ่งนึกขึ้นมาได้ ว่าข้ามีตัวยารักษาโรคตัวหนึ่งมันเป็ของท่านหมอพเนจรที่เคยให้ข้าไว้ไม่ทราบว่าท่านรองแม่ทัพิสนใจหรือไม่เ้าคะ”มี่เจินที่้าลองใช้เืของตนรักษาผู้คนตามที่ชายในฝันเคยบอกนางเอาไว้จึงแสร้งเอ่ยด้วยท่าทางกระตือรือร้น
“เป็ยาของท่านหมอพเนจรจริงหรือ”เย่เซียนที่รู้ที่มาของยาเอ่ยถามด้วยสายตาตื่นเต้น
“จริงสิเ้าคะท่านคิดว่าผู้หญิงที่สามารถรักษาคุณชายต้องสาปได้จะมาโป้ปดท่านเล่นๆหรือเ้าคะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับสบตากับเย่เซียนด้วยรอยยิ้มมุมปาก
“หากเป็เช่นนั้นข้าก็ต้องขอบคุณท่านมากที่ยอมเสียสละยาที่มีค่าเช่นนั้นมาให้กับครอบครัวของรองแม่ทัพเล็กๆเช่นข้า”เย่เซียนเอ่ยพร้อมกับค้อมหัวขอบคุณมี่เจินด้วยความซาบซึ้งใจที่ในที่สุดแม่ของเขาก็จะพ้นจากความทุกข์ทรมานในยามค่ำคืนเสียที
“ไม่เป็ไรเ้าคะ เรานะคนกันเองท่านนะโชคดีที่รู้จักกับสตรีที่ดีถึงสองคนคนหนึ่งก็น้องเจียงซีของข้าส่วนอีกคนก็คุณหนูอิน หากอาการของท่านแม่ของท่านทำให้สตรีทั้งสองเป็ห่วงเช่นนั้นข้าจึงคิดที่จะลองมอบยาให้กับท่านแม่ของท่านเพื่อคลายกังวลให้กับพวกนางนะเ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับมองสบตากับเจียงซีอย่างรู้กัน
“พี่เซียนต้องขอบคุณข้านะเ้าคะที่ข้าพาท่านมาพบกับพี่เจินในวันนี้ หากยาของพี่เจินรักษาท่านน้าได้จริงๆท่านต้องมาเลี้ยงข้าวขอบคุณพี่เจินอีกรอบนะเ้าคะ”เจียงซีเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เย่เซียนด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน
“หากเป็เช่นนั้นข้ายินดีที่จะตอบแทนตามที่นายหญิง้าขอรับ”เย่เซียนที่เหลือที่พึ่งทางใจเพียงหนึ่งเดียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งใจที่คนธรรมดาๆเช่นตนจะสามารถหายาที่มีค่าเช่นนั้นมามอบให้กับมารดาของตนได้
“ท่านพูดเองนะเ้าคะถึงตอนนั้นท่านอย่าผิดคำพูดก็แล้วกัน”มี่เจินเอ่ยทีเล่นทีจริงนั้นจึงทำให้เย่เซียนที่รู้ว่าตนนั้นหลงกลสองสาวเข้าให้แล้วถึงกับหน้านิ่งกันเลยทีเดียว
“อย่าเป็ห่วงไปเลยเ้าคะข้าไม่ขอให้ท่านทำเื่ที่ผิดต่อกองทัพและแคว้นเซินของเราหรอกเ้าค่ะเห็นข้าเป็เช่นนี้แต่ลึกๆแล้วข้าก็ถือว่าเป็คนดีคนหนึ่งเลยนะเ้าคะ”มี่เจินที่เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเย่เซียนนางจึงอดที่จะเอ่ยปลอบเขาไม่ได้นั้นจึงทำให้เจียงซีที่นั่งอยู่ด้านข้างถึงกับหัวเราะขบขันกับการยกยอตนเองของมี่เจินออกมาเบาๆ
หรือไม่จริง”มี่เจินที่ถูกหัวเราะโดยเจียงซีหันไปเอ่ยถามด้วยสีหน้าแง่งอน
“มันก็เป็เื่จริงเ้าค่ะแต่ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดเอ่ยยกยอตนเองได้น่าเอ็นดูเท่าท่านมาก่อนเลยจริงๆเ้าค่ะ”เจียงซีเอ่ยพร้อมกับหัวเราะร่วนเสียงดังมี่เจินที่เห็นเช่นนั้นจึงได้หยิบหมั่นโถยัดเข้าปากของนางด้วยความหมันไส้ทันทีและแล้วมื้ออาหารในวันนั้นก็ผ่านไปด้วยเสียงหัวเราะของคนทั้งสี่และนั้นก็เป็วันแรกที่อวี้ม่านได้เห็นรอยยิ้มของชายในดวงใจของตนได้ใกล้ชิดเช่นนี้
จวนตระกูลอิน
“หลิงม่านคาราวะท่านป้าเ้าค่ะ”หลิงม่านที่เดินเข้ามาถึงเรือนรับรองเอ่ยทำความเคารพนางกวางด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน
“ตามสบายเถอะ”นางกวางเอ่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มแล้วมองไปยังหญิงสาวตรงหน้าของตนด้วยสายตาหนักใจ แต่เมื่อหลิงม่านเดินเข้ามานั่งนางจึงรีบปรับสายตาของตนให้เป็ปกติในทันทีแต่เพราะความช่างสังเกตของหลิงม่านนั้นจึงทำให้นางพอจะคาดเดาได้แล้วว่าจะเกิดเื่ใดขึ้นกับนาง
“วันนี้ข้าไปซื้อขนมเปี๊ยะร้านโปรดมาให้ท่านป้าเ้าค่ะ”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับรับตะกร้าใส่ขนมมาส่งให้กับแม่นมเล่อคนสนิทของว่าที่แม่สะใภ้ของตนด้วยรอยยิ้มบาง
“ขอบใจเ้ามากเอาไว้แม่จะแบ่งขนมพวกนี้ไปให้กับอาเวยด้วยก็แล้วกัน”นางกวางเอ่ยพร้อมกับมองไปที่สตรีตรงหน้าด้วยความเสียดายเพราะถึงแม้หลิงม่านจะมีนิสัยอำมหิตไปบ้างแต่โดยรวมแล้วก็ถือว่านางนั้นเป็สตรีที่เหมาะสมกับลูกชายของนางมากที่สุดนางกวางที่เห็นหลิงม่านมาั้แ่เด็กๆคิดในใจด้วยความเสียดายพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ท่านป้ามีเื่เป็กังวลอะไรหรือเ้าคะ”หลิงม่านที่เห็นการถอนหายใจและสีหน้าเป็กังวลของนางกวางนางจึงได้แสร้งเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“ไม่มีอะไรหรอกป้านะแก่แล้วเลยรู้สึกปวดตัวตามปกตินะ”นางกวางเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มให้กับหลิงม่าน
“เช่นนั้นตอนกลับไปที่จวนข้าจะส่งยานวดมาให้กับท่านป้านะเ้าคะ ท่านพ่อของข้าเพิ่งได้ยาชนิดนี้มาถึงมีไม่มากแต่ข้าก็ยังพอจะนำมันมาให้ท่านป้าได้อยู่บ้างเ้าค่ะ”หลิงม่านจงใจเอ่ยให้นางกวางรู้สึกถึงความเอาใจใส่ที่นางมีให้กับว่าที่แม่สามีของตน
“ขอบใจเ้ามากเห็นทีว่าคนที่เป็ห่วงข้ามากที่สุดก็คงจะมีแต่เ้าเสียแล้วละ”นางกวางเอ่ยพร้อมกับมองไปยังหลิงม่านอย่างชั่งใจและสุดท้ายนางก็เลือกที่จะแต่งหลิงม่านเข้ามาเป็ลูกสะใภ้ของนาง เพราะในเมืองฉีซานแห่งนี้คงไม่มีผู้ใดเหมาะสมกับบุตรชายของนางได้เท่ากับสตรีตรงหน้าของนางอีกแล้วนั้น
“เฮ้อ ม่านเออร์เื่ของมี่เจินเ้าสามารถทำใจยอมรับการมีตัวตนของนางได้หรือไม่หากไม่มีนางเห็นทีว่าอาเวยคงไม่สามารถกลับมามีชีวิตเช่นเดิมได้อีกเช่นนั้นแล้วแม่อยากให้เ้าปล่อยวางเื่ของนางได้หรือไม่”นางกวางที่ไม่้าให้หลังบ้านของบุตรชายของนางมีปัญหาเอ่ยขอร้องว่าที่ลุกสะใภ้ของตนด้วยสายตาเหนื่อยหน่ายกับเื่นี้
“ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วงเื่นั้นแล้วนะเ้าคะเื่ของมี่เจินข้าในตอนนี้สามารถทำใจยอมรับเื่ของนางได้แล้วเ้าค่ะข้าเข้าใจเ้าค่ะว่าตามธรรมเนียมแล้วบุรุษสามารถมีภรรยาได้หลายคนและที่บ้านของข้าเองก็เป็เช่นนั้นนั้นจึงทำให้ข้าเข้าใจเื่พวกนั้นและพร้อมจะรับมือกับเื่นี้อยู่แล้วเ้าค่ะ”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับระบายยิ้มบางออกมานั้นจึงทำให้นางกวางที่เห็นเช่นนั้นก็วางใจที่ว่าที่ฮูหยินเอกของบุตรชายของนางนั้นสามารถเข้าใจเื่เหล่านี้ได้เสียที
“ไหนๆเ้าก็แล้วเช่นนั้นเย็นนี้เ้าอยู่กินข้าวเย็นกับป้าที่นี้นะ เ้าจะได้อยู่พบกับอาเวยด้วยอีกเดี๋ยวเขาก็กลับมาแล้วละ”นางกวางเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ว่าที่ลูกสะใภ้ของตนด้วยสายตาเอ็นดู
“เ้าค่ะ”หลิงม่านที่รู้ว่าตนทำสำเร็จแล้วเอ่ยตอบรับอย่างว่าง่าย
“เช่นนั้นเ้าออกไปนั่งชมดอกไม้ที่สวนก่อนนะเดี๋ยวป้าจะไปจัดการเื่ในจวนเสียหน่อยเดี๋ยวถึงเวลาอาหารแล้วเดี๋ยวป้าจะให้สาวใช้ไปตามเ้า”นางกวางที่เห็นสาวใช้ของตนมองมาที่นางด้วยสีหน้าละล้าละลักอยู่ที่หน้าประตูนั้นจึงทำให้นางรู้แล้วว่าต้องเกิดเื่อะไรบางอย่างในจวนของนางเป็แน่นั้นจึงทำให้นางเร่งออกมาจัดการปัญหาของนางในทันที
“มีเื่อะไรหรือ”นางกวางเอ่ยถามลี่ลี่สาวใช้คนสนิทของตน
“แย่แล้วเ้าค่ะนายหญิง ตอนนี้อนุอี้กินยาฆ่าตัวตายเ้าค่ะ”ลี่ลี่ที่บังเอิญเดินผ่านเรือนของอนุอี้เอ่ยตอบผู้เป็นายของตนด้วยสีหน้าตื่นใ
“แล้วตอนนี้นางเป็เช่นไรบ้าง”นางกวางที่ได้ยินเช่นนั้นก็ให้เกิดความใอยู่ไม่น้อยเพราะถึงแม้ตอนนี้นางจะเป็ศัตรูกับอนุอี้ แต่ความผูกพันที่นางมีให้กับอีกฝ่ายที่เติบโตมาด้วยกันั้แ่เด็กนั้นก็มีไม่น้อยนั้นจึงทำให้นางใจหายอยู่บ้างในยามที่นางได้ยินเกี่ยวกับเื่นี้
“แล้วตอนนี้อาการของนางเป็เช่นไรบ้าง”นางกวางเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“ยังไม่ทราบเ้าค่ะตอนนี้ท่านหมอกำลังดูอาการของอนุอี้อยู่เ้า”ลี่ลี่เอ่ยตอบแล้วเงยหน้ามองไปที่ผู้เป็นายของตน
“แล้วเื่นี้นายท่านรู้แล้วหรือยัง”นางกวางที่คิดได้ว่าเื่นี้ต้องรีบแจ้งให้สามีของนางทราบโดยเร็วที่สุดเผื่อเกิดสิ่งใดขึ้นสามีของนางจะได้ไม่หาว่านางใจดำกีดกันการพบหน้าก่อนตายของพวกเขา
“เื่นี้ท่านพ่อบ้านส่งคนไปแจ้งนายท่านั้แ่ทราบเื่แล้วเ้าค่ะ”ลี่ลี่พยักหน้าตอบ
“ก็ดี เ้ากลับไปรอดูอาการของนางเถอะหากมีความคืบหน้าว่าอย่างไรเ้าก็เร่งมารายงานข้าก็แล้วกัน”นางกวางที่รู้ดีว่าตนในตอนนี้คงไม่สามารถทำสิ่งใดได้นางจึงได้แต่รอฟังผลการรักษาจากหมอเฒ่าเพียงเท่านั้น
“แล้วเื่กินข้าวเย็นกับคุณหนูหลินละเ้าคะนายหญิง”แม่นมเล่อเอ่ยถามอย่างเป็กังวลด้วยกลัวว่าเื่ไม่ดีงามเช่นนี้จะหลุดรอดออกไปเป็ข่าวเสียหายให้กับผู้เป็นายของตน
“ไม่ต้องกังวลเ้าส่งคนไปจับตาดูเหล่าสาวใช้ในเรือนจิ่งลี่ของนางก็พอ ส่วนเื่กินข้าวเย็นก็ให้เป็ไปตามกำหนดการเดิมเถอะ”นางกวางที่คิดว่านี้อาจจะเป็แผนการของอนุอี้นางจึงได้สั่งให้สาวใช้ของตนเฝ้าจับตาดูเหล่าสาวใช้จากเรือนของอนุอี้อย่างเข้มงวดเป็พิเศษ
“เ้าค่ะนายหญิง”หญิงชราผู้มากประสบการณ์เอ่ยตอบรับเสียงเหี้ยมแล้วส่งคนของตนออกไปทำงานตามได้รับมอบหมายทันที
“เื่ที่เรือนของอี้เหยาข้าฝากเ้าจัดการด้วยก็แล้วกันในที่แห่งนี้ไม่มีใครที่ข้าจะไว้ใจได้เท่าเ้าอีกแล้วละ”นางกวางที่ตอนนี้ยังต้องเร่งจัดการเื่ความสัมพันธ์ของหงเวยและหลิงม่านให้เข้าที่เข้าทางเอ่ยบอกคนสนิทของตน แล้วเดินกลับเข้าไปที่โรงครัวด้วยสีหน้าเรียบ
“เ้าค่ะนายหญิง”หญิงชราเอ่ยขานรับแล้วมองไปยังลี่ฮวาสาวใช้รุ่นลูกของตนเพื่อฝากฝังให้นางช่วยดูแลผู้เป็นายของนางในระหว่างที่ต้องไปจัดการกับเหล่าสาวใช้ไม่ภักดีที่เรือนจิ่งลี่
เรือนหลัก
“ท่านพี่ ท่านรู้เื่ของอี้เหยาแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ”ทันทีที่นางกวางเห็นสามีของนางเดินเข้ามาภายในเรือนพักของนางนางจึงได้เร่งเอ่ยถามสามีของนางเสียงเคร่ง
“อืม ข้ารู้แล้ว”จินอี้ที่ได้ยินคำถามของเมียรักของตนเขาก็ได้แต่พยักหน้าตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเพียงเท่านั้นนางกวางที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นในท่าทีเรียบเฉยของผู้เป็สามีของตนด้วยความสงสัย
“ทำไมท่านพี่ดูไม่เป็เดือดเป็ร้อนอะไรเลยละเ้าคะ”นางกวางเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เื่นั้นเ้าอย่าได้ใส่ใจเลย พี่ว่าเรามาสนใจเื่อาเวยกับหลิงม่านเถอะ”จินอี้ที่ได้รับมติจากเหล่าผู้าุโเกี่ยวกับเื่นี้เอ่ยกับเมียรักของตนด้วยท่าทีเคร่งเครียดเพราะมตินั้นได้บอกให้หงเวยต้องแต่งหลิงม่านเข้ามาเป็ฮูหยินเอกตามเดิม
“พวกผู้าุโคงไม่มีทางยอมให้มี่เจินขึ้นมาเป็ฮูหยินเอกใช่หรือไม่เ้าคะ”นางกวางที่พอจะรู้ผลั้แ่แรกนางเอ่ยถามผู้เป็สามีของตน
“อืม เป็เช่นนั้น และอีกอย่างตระกูลหลินและตระกูลอินของเรามีความสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างยาวนานเราคงไม่อาจจะหักหน้าพวกเขาด้วยเื่เล็กน้อยพวกนี้ได้”จินอี้เอ่ยพร้อมกับมองออกไปที่สวนด้วยสีหน้าครุ่นคิดเพราะเขายังไม่รู้ว่าตนนั้นจะสรรหาคำอธิบายอะไรไปบอกกับบุตรชายของตนให้ยอมรับและทำตามมติของเหล่าผู้าุโในตระกูลดี
“เื่นี้ท่านพี่ไม่ต้องเป็ห่วงนะเ้าคะข้าจะเป็ผู้จัดการเอง อาเวยเป็ลูกของข้าข้ารู้ดีเ้าค่ะ ว่าข้าต้องทำเช่นไรเขาจึงจะยอมทำตามมตินั้น”นางกวางที่คิดว่านางนั้นรู้จักลูกชายของนางเป็อย่างดีเอ่ยบอกผู้เป็สามีของตนด้วยความมั่นใจว่านางนั้นจะสามารถจัดการกับความดื้อรั้นของบุตรชายขอนางได้อย่างแน่นอน