ในขณะที่โทมะและมิโอะวิ่งฝ่าฝูงชนที่ตื่นตระหนก พวกเขาตัดสินใจที่จะไปที่สถานีรถไฟใต้ดินใกล้ๆ หวังว่าจะเป็ทางออกที่ปลอดภัย แต่ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในสถานี พวกเขาพบว่ามันเต็มไปด้วยผู้คนที่พยายามหลบหนีเช่นกัน
เสียงะโร้องขอความช่วยเหลือทำให้สถานีรถไฟกลายเป็สถานที่ที่น่าหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ โทมะกับมิโอะพยายามหาที่พักพิง แต่เมื่อพวกเขาเห็นประตูรถไฟเปิดออก พวกเขาตัดสินใจรีบเข้าไป
รถไฟขบวนสุดท้ายเริ่มเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ขณะที่พวกเขาหาที่นั่ง โทมะสังเกตเห็นว่าผู้คนในรถไฟบางส่วนเริ่มมีอาการแปลกๆ บางคนหน้าซีดและเหงื่อออกมาก เมื่อเขาพยายามพูดคุยกับมิโอะ เธอก็สังเกตเห็นเช่นกัน
"โทมะ เราจะทำยังไงต่อ?" มิโอะถามด้วยเสียงตื่นตระหนก
"เราต้องหาทางออกจากรถไฟนี้ก่อนที่มันจะไปไกลเกินไป เราไม่รู้ว่าคนพวกนี้ติดเชื้อหรือเปล่า" โทมะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เมื่อรถไฟถึงสถานีถัดไป โทมะกับมิโอะรีบวิ่งออกจากรถไฟ พวกเขาพบว่าที่สถานีนี้สถานการณ์ไม่ดีขึ้นเลย ผู้คนยังคงวิ่งหนีและตื่นตระหนก พวกเขาออกจากสถานีและหาทางไปยังสวนสาธารณะที่อยู่ใกล้ๆ หวังว่าจะเป็ที่ที่ปลอดภัยกว่าที่อื่นๆ
ในสวนสาธารณะ โทมะและมิโอะพบกับกลุ่มผู้รอดชีวิตที่ตั้งค่ายชั่วคราว พวกเขาถูกต้อนรับอย่างอบอุ่นและได้รับการดูแลจากกลุ่มคนที่ดูเหมือนจะมีประสบการณ์ในการเอาตัวรอด
ในคืนนั้น โทมะกับมิโอะได้นั่งล้อมรอบกองไฟกับผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ และฟังเื่ราวของพวกเขา มีคนเล่าให้ฟังว่าไวรัสนี้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและไม่มีการรักษาที่แน่ชัด พวกเขายังเล่าให้ฟังถึงการค้นพบที่น่าสะพรึงกลัวว่าผู้ที่ติดเชื้อจะไม่สามารถควบคุมตนเองได้และจะโจมตีคนอื่นๆ อย่างไม่เลือกหน้า
โทมะมองหน้ามิโอะและจับมือเธอไว้แน่น "เราต้องสู้ต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะผ่านมันไปด้วยกัน"
มิโอะพยักหน้า "ใช่ เราจะไม่ยอมแพ้"
รุ่งเช้า โทมะและมิโอะตัดสินใจที่จะออกจากค่ายเพื่อหาเสบียงและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไวรัส พวกเขาได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับศูนย์วิจัยที่อาจมีการพัฒนาวัคซีน พวกเขาจึงตั้งเป้าหมายที่จะเดินทางไปยังศูนย์วิจัยนั้นเพื่อหาความหวังในการกู้คืนโลกที่เต็มไปด้วยสีสันและความหวังกลับมาอีกครั้ง
โทมะและมิโอะเริ่มต้นการเดินทางไปยังศูนย์วิจัยที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร พวกเขารู้ว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ง่าย แต่ความหวังในใจทำให้พวกเขามีแรงบันดาลใจในการต่อสู้กับความกลัว
เช้าวันหนึ่ง พวกเขาพบกับชายวัยกลางคนที่ชื่อว่า "ฮิโรชิ" เขาบอกว่าเขาเคยทำงานเป็นักวิจัยที่ศูนย์วิจัยที่พวกเขากำลังจะไป ฮิโรชิเล่าว่าเขาหนีออกมาเพราะศูนย์วิจัยถูกโจมตีโดยผู้ติดเชื้อ แต่เขามีข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้เรามีพลังต่อสู้กับซอมบี้ได้
“ถ้าเราสามารถเข้าถึงห้องแล็บที่ศูนย์วิจัยได้ ผมอาจสามารถสร้างวัคซีนจากข้อมูลที่ผมเก็บมาได้” ฮิโรชิกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“งั้นเราต้องไปที่นั่นให้เร็วที่สุด” โทมะตอบ
ทั้งสามคนเดินทางด้วยกัน โดยฮิโรชิเป็ผู้นำทาง
ในระหว่างทางพวกเขาเจอกับอุปสรรค เป็กลุ่มผู้ติดเชื้อที่เดินทางเป็กลุ่มใหญ่ โทมะได้ไปเจอรถทหารคนหนึ่งเขาจึงวางแผนวางจะโจมตีเปิดทางไปยังรถเพื่อที่พวกเขาจะสามารถมึงตรงไปยังรถได้ โทมะและมิโอะได้ฆ่าซอมบี้มากมายเพื่อเปิดทางให้ฮิโรชิไปยังรถได้ ฮิโรชิเขาได้พบกับปืนกลหนักจำนวนหนึ่ง เขาได้กราดยิงเพื่อเปิดทางให้กับโทมะและมิโอะมาขึ้นรถ
เมื่อทุกคนอยู่ในรถฮิโรชิได้เริ่มขับรถมุ่งหน้าไปยังศูนย์วิจัยขับไปเรื่อยพวกเขาเจอกับหญิงสาวคนหนึ่งโดยหญิงสาวชื่อ "อายูมิ" เธอเป็อดีตพยาบาลที่พยายามช่วยผู้รอดชีวิตด้วยกัน
"พวกเรากำลังมุ่งหน้าไปยังศูนย์วิจัยเหมือนกัน" อายูมิกล่าว
"พวกเราคิดว่ามันอาจจะเป็ที่ปลอดภัยและมีเสบียงมากพอสำหรับทุกคน"
ฮิโรชิพยักหน้า "ถ้าอย่างนั้น เรามีจุดหมายเดียวกัน เราควรร่วมมือกัน"
การเดินทางร่วมกันกับกลุ่มของอายูมิทำให้พวกเขามีกำลังใจมากขึ้น พวกเขาสลับกันเฝ้ายามในตอนกลางคืนและแบ่งปันเสบียงกันอย่างเป็มิตร
ในที่สุด หลังจากหลายวันของการเดินทางที่ยากลำบาก พวกเขาก็มาถึงศูนย์วิจัยที่อยู่ท่ามกลางป่าทึบ ศูนย์วิจัยนี้ดูเงียบสงบเกินไป ทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดระแวง
“เราต้องระวังตัวไว้” ฮิโรชิกล่าวขณะที่พวกเขาเข้าไปในอาคาร
เมื่อพวกเขาเดินไปถึงโถงใหญ่เขาพบกับซอมบี้ตัวหนึ่งที่ต่างไปจากปกติ โทมะพยายามที่จะสะกัดกั้นไว้เพื่อให้ฮิโรชิและคนอื่นๆได้เข้าไปในห้องวิจัย
"ระวังตัวด้วย นี่อาจจะเป็ซอมบี้กลายพันธุ์" ฮิโรชิพูดด้วยความเป็ห่วง
เมื่อพวกเขาเข้ามาในห้องแล็บ ฮิโรชิเริ่มทำงานทันที เขาเปิดคอมพิวเตอร์และตรวจสอบข้อมูลที่เขาเก็บมา
"ดีมาก ทุกอย่างยังอยู่ครบ เราอาจมีโอกาสพัฒนาวัคซีนได้" ฮิโรชิพูดด้วยความหวัง
แต่ในขณะเดียวกัน ตูมตามก็ดังขึ้นจากข้างนอกที่โทมะอยู่ มิโอะและอายูมิรีบวิ่งไปดู พบว่าโทมะกำลังอยู่ใรสภาพที่ปางตาย ฮิโรชิได้รีบสร้างวัคซีนให้ไวที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้
เมื่อเขาทำเสร็จเขาได้ยื่นวัคซืคให้กับอายูมิ
"รีบไปฉีดให้โทมะซะ" ฮิโรชิพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน
ในขณะที่อายูมิกำลังจะไปซอมบี้กลายพันธุ์ได้มาขวางไว้ มิโอะได้อาสาสกัดกั้นไว้เพื่อที่จะให้อายูมิไปช่วยโทมะได้ เมื่อวัคซีนได้ฉีดเข้าไปในร่างกายของโทมะร่างกายของเขารอยขึ้นพร้อมเปล่งแสงสีทองออกมาทั่วจนแสบตา
"มิโอะหลบไป" โทมะะโเรียก พร้อมพุ่งเข้าหาซอมบี้ตัวนั้น
เขาได้ต่อยซอมบี้ตัวนี้ปลิวด้วยความเร็วและแรงที่เหนือธรรมชาติ ฮิโรชิอธิบายให้มิโอะและอายูมิฟังว่า วัคซีนตัวนี้สามารถวิวัฒนาร่างกายมนุษย์ให้เหนือธรรมชาติได้เพื่อที่จะต่อการกับซอมบี้ แต่หนึ่งวันจะสามารถใช้พลังนี้ได้แค่สามสิบนาทีเพียงเท่านั้น หาก้าใช้ได้นานมากกว่าน้ต้องค่อยๆฉีดวัคซีนเพิ่มเพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับอันตรายมากเกินไป
เมื่อการต่อสู้จบลงก็ยังมีศึกครั้งใหม่เข้ามา ซอมบี้จำนวนมากได้กรูเข้ามาในอาคารเนื่องจากเสียงการต่อสู้ระหว่างโทมะและซอมบี้กลายพันธุ์ แต่ด้วยผลของวัคซีนในวันนี้หมดฤทธิ๋แล้วโทมะต้องต่อสู้ด้วยร่างกายมนุษย์ธรรมดา
"เราต้องป้องกันพวกเขาไม่ให้เข้ามาถึงห้องแล็บ!" โทมะกล่าวพร้อมกับยกไม้เบสบอลขึ้น
ทุกคนในกลุ่มผู้รอดชีวิตร่วมมือกันป้องกันซอมบี้อย่างสุดกำลัง ขณะที่ฮิโรชิกำลังผลิตวัคซีนเพิ่มอย่างเร่งรีบ ได้มีซอมบี้หลุดเข้าไปโจมตีฮิโรชิจากข้างหลัง พวกเขาใและรีบไปช่วยฮิโรชิ
"มันสายไปแล้ว" ฮิโรชิพูดพร้อมยื่นวัคซีนสองหลอดและสูตรวัคซีน
ฮิโรชิได้ตายจากไปด้วยหน้าที่ที่ยิ่งใหม่ เขาไม่ทันได้เสียใจเพราะซอมบี้จำนวนมากได้กรูเข้ามาอยู่ โทมะและทุกคนช่วยเคลียซอมบี้จนหมดและมีชีวิตรอดมาจากศูนย์วิจัยได้
โทมะ มิโอะ และอายูมิรู้ว่าพวกเขาจะต้องเริ่มต้นการเดินทางใหม่เพื่อหาทางผลิตวัคซีนในปริมาณมาก และนำมันไปให้ถึงมือของทุกคนเพื่อต่อกรกับซอมบี้
แต่ตอนนี้ อย่างน้อยพวกเขาก็มีความหวังใหม่ที่ส่องแสงในความมืดมิดของโลกใบนี้ พวกเขายืนหยัดด้วยกัน พร้อมที่จะต่อสู้และเอาชีวิตรอดไปจนกว่าจะถึงวันที่ทุกสิ่งกลับมาเป็ปกติอีกครั้ง