ภาคที่ 2 GAMES START ตอนที่ 15สู่ความจริง...ที่โหดร้าย
เสียงท้องร้องโคกด้วยความหิวโหยร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเซนและคานะที่ช่วยกันพยุ่งเดินไปเรื่อย ๆ
"เมื่อไหร่จะเจอทางออก... "
"ยังดีที่ฉันใช้เวทน้ำได้ ไม่งั้นพวกเราคงขาดน้ำตายไปแล้ว "คานะยิ้มให้กำลังใจเซนที่หน้าอดอะไรตายอยาก
"นั่นมันกลิ่นอะไร ? " เซนกวาดสายตาไปเห็นซากมอนสเตอร์ที่กระจัดกระจายอยู่ที่พื้นมีรอยของมีคม
"ถ้าฉันเผาให้สุกมันจะกินได้ใช่ไหม ? " คานะไม่พูดอะไรแต่เพียงแค่เห็นหน้าก็คงรู้ว่าหิวเหมือนกัน
เปลวไฟที่แผดเผาชิ้นเนื้อพวกนั้นจนสุกจากกลิ่นเหม็นก็เปลี่ยนเป็กลิ่นหอมแทนเซนอดใจไม่ไหวซัดก้อนเนื้อเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยถึงแม้เวลากัดเคี้ยวจะยังมีกลิ่นเน่าอยู่แต่ก็ห้ามพวกเขาไว้ไม่ได้
"อย่างน้อยก็รอดไปได้อีกหลายวัน ว่าแต่มอนสเตอร์พวกนี้มันเป็อะไรตาย" เซนเอาเสื้อห่อเนื้อที่เหลือไว้หลังจากกินจนอิ่ม
"นายไม่เห็นรอยพวกนี้เหรอ น่าจะเป็ฝีมือคน...แสดงว่าเราใกล้แล้ว" คานะมองตรงทางไปต่อแววตาที่จ้องมองด้วยความหวัง
พวกเธอสองคนเดินต่อไปเรื่อย ๆโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทางที่ไปจะมีอะไรรออยู่
"หิว...มาก...มาก "เสียงท้องร้องดังจากสเตล่าที่เดินอุ้มปุยไปตามทาง
"โชคดีมากเลยที่มีแกนะปุยใครจะไปคิดว่าแกใช้เวทน้ำได้...ไม่งั้นฉันได้ตายแน่ ๆ " ปุยส่งเสียงตอบรับอย่างมีความสุขเหมือนภูมิใจที่ทำประโยชน์ได้
"แต่ก็ไม่มีอาหารอยู่ดี...อะ- "กองศพมอนสเตอร์จำนวนมากได้ขวางทางเดินไว้ เธอยืนตกตะลึงกับภาพที่เห็นรวมถึงกลิ่นที่เริ่มลอยมาถึง
อา...มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่เนี่ย ? ปุยะโลงจากอ้อมอกของสเตล่าเข้าไปในกองศพพวกนั้น
"ปุย ! " สเตล่าะโเรียกด้วยความเป็ห่วงมันคาบบางอย่างกลับมาหาเธอ
"แกจะทำอะไรอะ ? " เสียงกัดฉีกกระชากเนื้อที่คาบมาจนเืกระเด็นใส่สเตล่าขณะที่เธอมองดูด้วยความสั่นกลัว
นี่ฉันต้องกินของพวกนี้จริง ๆ ใช่ไหม ? เธอมองดูกองศพข้างหน้า กัดฟันแน่นเดินเข้าตรงเข้าไปก้มลงมองไปที่มอนสเตอร์รูปร่างคล้ายมนุษย์ที่มีรูโบ๋อยู่กลางหัว
เธอหลับตาสนิทเกร็งจนน้ำตาซึมออกมา ใช้มือยกแขนข้างหนึ่งขึ้นมาิัที่เริ่มเปลี่ยนสีและมีหนอนเจาะทะลุออกมาประกอบกับกลิ่นที่แรงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เธอแทบจะอ้วกออกมาแทน
"ฉันทำไม่ได้ " สเตล่าร่ำไห้ออกมาไม่กล้าที่จะกินมันเข้าไปปุยะโเข้ามาตัวติดกับเธอเหมือนพยายามให้กำลังใจไม่นาน มันก็พ่นไฟออกมาจากปากเผากองศพพวกนั้นหมด
ไอร้อนและเปลวเพลิงเกือบโดนหน้าของสเตล่าหลังจากไฟมอดหายไปก็เหลือเพียงก้อนเนื้อที่สุกจนไปถึงไหม้เกรียม
"แกทำให้ฉันเหรอ ? " สเตล่ามองหน้าปุยก่อนจะก้มลงไปกัดกินซากที่ร้อนและยังเหลืออยู่ไม่มากซากศพส่วนใหญ่ถูกเผาจนเป็เถ้าถ่านไปแล้ว
แม้เธอจะเห็นพวกหนอนที่โดนความร้อนจนตายอยู่ภายในนั้นแต่ก็กลั้นใจกลืนเข้าไปเพื่อความอยู่รอด
"ขอบใจนะปุย "หลังจากกินจนเพียงพอแล้วเธอก็อุ้มปุยขึ้นมาและเดินข้ามผ่านเถ้าถ่านพวกนั้นไป
"เมื่อไหร่จะหาทางออกเจอละเนี่ย ? "
สามสี่ห้า ซึฮากินับเสบียงที่กำลังจะหมดในกระเป๋าของเขา
เราอยู่ในนี้มาครบสัปดาห์แล้ว แต่ก็ไม่เจอพวกเซนสักที เขาหยิบกระดาษจากในกระเป๋าขึ้นมา ขีดเขียนอะไรบางอย่างอยู่พักหนึ่ง
ั้แ่ทางที่เราเข้ามาสิ่งเดียวที่มีก็คือก้อนหินขนาดใหญ่จำนวนมากมีก้อนหินที่เป็ทรงแปลกประหลาดอยู่สามก้อน เขาเขียนตำแหน่งของก้อนหินเ่าั้รวมถึงเส้นทางด้วย
ทรงสามเหลี่ยม ทรงสี่เหลี่ยมและทรงกลมซึ่งทั้งสามก้อนต่างก็เรียบเนียนผิดปกติจากหินก้อนอื่น ๆ ซึฮากิรีบวิ่งไปหาก้อนหินทรงสามเหลี่ยมที่อยู่ไม่ไกล
ดูสิ จะมีคำใบ้หรืออะไรไหม ?
ซึฮากิเดินวนดูลูบคลำไปทั่วแต่ก็ไม่เจออะไรแม้เขาพยายามปีนขึ้นไปดูข้างบนก็ไม่เห็นอะไรเช่นกัน
มันยังไงกันนะ ? ซึฮากิออกแรงดันมันเลื่อนไปข้างหน้าเผยให้เห็นสัญลักษณ์ข้างใต้เป็รูปวงกลม
หรือว่าเราจะต้องเอาหินที่ตรงกับรูปมาวาง ไม่รอช้าซึฮากิวิ่งไปมาระหว่างก้อนหินสามก้อนนั้น
" [เสริมกำลังระดับสี่ ] " ก้อนหินพวกนี้ก็หนักเอาเื่อยู่
ตลอดเวลาหลายชั่วโมงที่เขาขนย้ายก้อนหินไปยังตำแหน่งของตัวเองแม้บางครั้งก็เหนื่อยจนต้องนั่งพักก่อนจะย้ายต่อก็ตามจนในที่สุดหินก้อนสุดท้ายก็เลื่อนเข้าที่...แสงสีขาวส่องสว่างขึ้น จากที่ตาชินกับความมืดพอได้กระทบกับแสงก็รู้สึกเหมือนใครเอาไฟมาจ่อที่ตาใกล้ๆ
สถานที่ที่เต็มไปด้วยสีเขียวท้องฟ้าแจ่มใสมีเมฆน้อยแต่ก็มีพุ่มไม้สูงขึ้นมาเหมือนกำแพงกั้นทางระหว่างทางสองฝั่ง
ดีล่ะ หวังว่าจะเจอกับพวกเซนนะ ซึฮากิวิ่งไปตามทางที่คดเขี้ยวไปมาทางแยกมากมายในแต่ละทิศบางเส้นทางก็เป็ทางตัน
"อะ- " กับดักหมีงับขึ้นทันทีที่ซึฮากิเหยียบเข้าไปฟันอันแหลมคมได้เจาะเข้าไปในขาของซึฮากิลึกหลายเิเ
กับดักเหรอ ? บ้าเอ๊ยไม่ได้ระวังตัว ซึฮากิใช้มือทั้งสองข้างออกแรงง้างกับดักออก
"[ Heal ] " เืที่แผลไหลช้าลงและค่อย ๆหยุดก่อนที่ซึฮากิจะใช้ผ้าสะอาดในกระเป๋ามาพันไว้
จากความมืดสู่แสงสว่างที่อันตรายไม่ต่างกันซึฮากิมองตรงไปข้างหน้าจ้องไปที่พื้นตลอดทาง
"กรี๊ด ! " แสงสีขาวสว่างจ้าจนคานะใร้องลั่นรู้ตัวอีกทีพวกเขาก็มาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ? " เซนะโออกมาอย่างดังก่อนจะเริ่มยิ้มปริ่มตาวาว
"อย่างน้อยมันก็มองเห็นทางละวะเอาล่ะไอ้มอนสเตอร์ตัวไหนอยากเจอก็มาเลย "เขายืนเท้าเอวอย่างมั่นอกมั่นใจะโออกไปดัง ๆ เหมือนอยากให้โลกรู้
"ไอ้พุ่มหญ้าพวกนี้มันเหมือนของประดับในสวนเลย "กำแพงพุ่มไม้สีเชียวที่ตัดแต่งกิ่งอย่างสวยงามเรียบเรียงกันตลอดทาง
"ก็มีแค่ทางไปกับเดินกลับข้างหลังเราจะเอาไง ? " เซนยืนคิดอยู่พักหนึ่งหลังจากที่ได้ฟังคำถามของคานะ
"ไปข้างหน้าเนี่ยแหละ... " เสียงกรอบแกรบเหมือนเซนได้เหยียบเข้ากับอะไรบางอย่างเพียงชั่วพริบตาก็มีก้อนหินขนาดใหญ่กลิ้งมาจากด้านหลัง
"กรี๊ด ! วิ่ง "เซนใร้องลั่นตาโตจ้องไปที่ก้อนหินนั่นก่อนจะจับมือคานะวิ่งสุดแรงเส้นทางที่มีแค่ตรงไปอย่างเดียวจนไม่มีที่หลบได้
"เซน ! ทางซ้าย " เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ก้อนหินจะทับพวกเขาะโหลบไปทางซ้ายซึ่งมีเส้นทางแยกไปต่อขณะที่มันยังกลิ้งต่อไปเรื่อย ๆ
สายลมและเสียงดังมาจากที่ไหนสักแห่งเมื่อมองตรงไปที่สุดสายตาก็เห็นพายุขนาดใหญ่ที่พวกเขาสามารถมองเห็นั้แ่ตรงนี้มันหมุนวนอยู่แถวนั้นไม่ไปไหน
"ขอลองอะไรสักหน่อย " คานะออกแรงะโสุดแรงมองไปรอบ ๆ
"ที่นี่มันคือเขาวงกต...พายุตรงนั้นอาจจะเป็ทางออกก็ได้ "ทั้งเซนและคานะได้มุ่งหน้าไปหาพายุนั้นผ่านเส้นทางที่ต้องคอยหลบกับดักมากมาย
ชั่วขณะที่แสงได้สว่างจ้าสเตล่าได้แต่กอดปุยไว้และเดินต่อไปเมื่อเริ่มตาอีกทีเธอก็อยู่ในสถานที่ที่เปลี่ยนไปมันทั้งสว่างและดูร่มเย็น
"ฝีมือแกหรือเปล่าเนี่ย ? " ร่างที่คลุกไปด้วยโคลนกำลังเดินไปตามทางที่แปลกตาผ่านไปไม่นานเธอก็สังเกตเห็นพายุลูกใหญ่อยู่ไม่ใกล้มากนักแม้ดูจะอยากหลีกเลี่ยงแต่ก็มีแค่เส้นทางเดียวซึ่งมันก็ตรงไปทางพายุนั่นพอดี
"หวังว่าจะไม่เจอมอนสเตอร์น่ากลัวแบบนั้นนะ "สเตล่าเหยียบเข้ากับอะไรบางอย่างที่เสียงคล้ายกับใบไม้แห้งแต่ก็ไม่ใช่ ธนูดอกเล็กๆ ยิงออกมาจากทั้งสองฝั่งข้างทางสเตล่าะโถอยหลังออกมาได้ทันพอดี
"กับดักเหรอ ? ฉันหวังว่าแกคงไม่มีสกิลอะไรที่มันมองกับดักได้หรอกนะ" ไม่ทันขาดคำ แสงที่ปุยได้ส่องออกมาได้สาดไปโดนกับดักจนเห็นได้ชัด
"แกนี่มัน สารพัดประโยชน์จริง ๆ ขอบใจมาก "เธอกอดปุยอย่างทะนุถนอมด้วยความรัก เดินผ่านกับดักพวกนั้นไปได้ง่าย ๆ
เสียงพายุที่พัดแรงจนกลบเสียงอย่างอื่นจนหมด ซึฮากินั่งขัดสมาธิสบาย ๆอยู่ใกล้ ๆ ตวัดมีดไปมาควบคุมพายุลูกนั้นอยู่
จะเสียเวลาไปเดินสุ่ม ๆ ทำไม ซึฮากิหาวอ้าปากกว้างรู้สึกเบื่อมองดูทางที่ราบเป็หน้ากลองไปพร้อม ๆ กับกับดักพวกนั้น
ที่นี่จะมีทางลับอะไรอีกไหมนะ ? แล้วเ้าาามันอยู่ที่ไหน? ซึฮากิเดินตามทางไปเรื่อย ๆ กวาดสายตามองสิ่งรอบข้างอยู่ตลอดเวลาเฝ้าหาสิ่งผิดปกติหรือทางออก
ผ่านไปเป็ชั่วโมง ซึฮากิก็พักการใช้เวทเป็่ ๆ เพื่อฟื้นฟูมานา
"นั่นใคร ! " มีเสียงใบไม้จากด้านข้างซึฮากิหันมีดไปทางนั้นทันทีพร้อมกับเตรียมเวทโจมตีไว้แล้ว
"เสียงแบบนั้น ! กิใช่ไหม ? " เสียงหญิงสาวปริศนาะโข้ามผ่านกำแพงพุ่มไม้มา
"สเตล่าเหรอ ? " ซึฮากิตอบกลับค่อย ๆเดินเข้าใกล้ที่มาของเสียง
"กิจริง ๆ ใช่ไหม- " เสียงลุกลี้ลุกลนจนเหมือนจะกัดลิ้นตัวเอง
"ถอยออกไปจากกำแพงก่อน ! "ซึฮากิตวัดมีดกวาดเป็แนวนอนจนพุ่มไม้พวกนั้นขาด
สีหน้าอันปลาบปลื้มใจจนแทบจะร้องไห้ เธอวิ่งเขากอดทั้งที่ยังเต็มไปด้วยโคลนแห้ง ๆ
"ไปทำอะไรมา เนื้อตัวถึงมอมแมมขนาดนี้ "ซึฮากิเอาแขนโอบตัวเธอไว้ขณะที่น้ำตาของสเตล่าไหลออกมา
"ฉันดีใจจริง ๆ ที่ยังรอดมาได้ "น้ำตาแห่งความทุกข์ที่อัดอั้นไว้ั้แ่หลงอยู่ในความมืดได้ถูกปลดปล่อยออกมาซึฮากิเหลือบไปสบตากับปุยพอดีและรู้สึกเหมือนมันพยายามจะคุยกับเขา
ซึฮากิปล่อยให้เธอร้องออกมาเต็มที่จนสงบลงพวกเขานั่งพักอยู่ด้วยขณะที่สเตล่าบ่นเื่ต่าง ๆ ให้ฟัง
"ฉันพยายามตามหาพวกเซนแล้วแต่ก็หาไม่เจอจนตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ไหม " เสียงอันน่าเศร้าที่พยายามจะโทษตัวเอง
"เฮ้ ! นั่นมันกิกับสเตล่านี่หว่า " เสียงะโดังมาจากข้างหน้าเซนที่ใจ้องตาไม่กะพริบก่อนจะขยี้ตามอง
"ไม่ใช่ฝันจริงด้วย ! "เซนวิ่งเข้ามาทั้งหัวเราะและยิ้มฉีกกว้างจนเห็นฟันอ้าแขนทั้งสองข้างจะพุ่งเข้ามากอด
สเตล่าที่กำลังนั่งเศร้าคอตกอยู่ เมื่อได้ยินได้เห็นใบหน้าของพวกเขาทั้งสองก็ดีใจยิ้มทั้งน้ำตาพร้อมกับวิ่งออกไปรับ
"กลัวแทบแย่ นึกว่าพวกนายจะตายแล้ว " เสียงร้องด้วยความดีใจทั้งน้ำตาเซนกับสเตล่ากอดกันแน่นขณะที่คานะเดินน้ำตาซึมตามหลังมา
"ปล่อยพวกเธอไปก่อนเถอะ " คานะนั่งลงข้าง ๆ ซึฮากิมองดูพวกเขาปลดปล่อยความทุกข์เมื่อเหลือบตาไปเห็นรอยยิ้มที่แสนจะอ่อนโยนจากชายที่นั่งอยู่ข้างกันช่างน่าประหลาดใจ
"จากนี้เราจะทำยังไงต่อ ? " เธอเอ่ยปากถามพลางมองสภาพรอบๆ ที่เละเทะเต็มไปด้วยกิ่งไม้ใบหญ้า
"ทางที่เธอมาเป็ยังไง...แล้วเห็นพายุไหม ? "
"พวกเราเจอก้อนหินกลิ้งตามแต่ก็หลบรอดไปได้ แล้วก็พายุฉันเห็นอยู่ทางสิบนาฬิกาจากนั้นก็เดินตามมาเรื่อย ๆ "
"สเตล่า ! พวกเธอมานี่ได้แล้ว " ซึฮากิะโเรียกพวกเขาทั้งหมดนั่งล้อมวงคุยกัน
"ก่อนที่จะมาที่นี่เธอเห็นพายุจากทางไหน ? " ซึฮากิจ้องหน้าสเตล่าจนเธอในิดหน่อย
"ก็เกือบจะอยู่ตรงหน้าเลยแต่เฉียงไปทางขวานิดหน่อย...อ่อแล้วก็เป็ทางที่ฉันมามันเป็ทางตรงเลย "ซึฮากิไม่รอช้าวาดแผนที่โดนใช้กิ่งไม้เขียนกับพื้นดินตรงกลางวงขณะที่พวกเพื่อน ๆ ต่างก็จ้องดูการวาดของซึฮากิ
"ถ้าดูจากมุมการมองของพายุ เราจะเหลือพื้นที่ที่ไม่ผ่านอีกสี่จุดด้านหลังของฉัน ตรงกลางระหว่างพวกเซนกับสเตล่าฝั่งซ้ายของทางสเตล่าแล้วก็ฝั่งขวาของพวกเซน "
"เราต้องเดินหาทั้งหมดนี่เลยเหรอ ? " เซนพูดเนือยๆ ี้เีจะเดิน
"อาจจะไม่ ขอฉันลองดูก่อน "ซึฮากิยืนขึ้นเดินออกห่างจากพวกเซนพอสมควร
"[ เสริมกำลังระดับห้า ] "เขาย่อตัวลงก่อนจะออกแรงที่ขาไปจนถึงเท้าะโ แรงะโที่ทำพื้นยุบไปด้วยเล็กน้อยเขามองไปทางด้านหน้าของเขากวาดสายตาไปทั่วภายในไม่กี่วินาที
"ทางนี้ไม่มี " ขณะที่ตกลงมาซึฮากิย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดแรงกระแทกที่ขาเสียงดังเมื่อเท้ากระทบกับพื้นดินฝุ่นกระจายฟุ้งไปทั่วก่อนจะค่อย ๆ จางไป
"เอาอย่างงี้เลยเหรอ ? " เซนยืนยิ้มมองตามซึฮากิ
เหมือนตอนที่เราะโไปช่วยคานะสินะ
"ฉันช่วยอีกแรง [ เสริมกำลังระดับห้า ] " พูดเสร็จเซนก็ทำตามซึฮากิเป๊ะๆ และลงพื้นอย่างสวยงามพร้อมกับยิ้มที่มุมปากดูมั่นอกมั่นใจ
"ฉันว่า...ฉันมองไม่รู้เื่ " เขาหัวเราะกลบเกลื่อน
"ไม่เป็ไร เดี๋ยวฉันจัดการเอง...พวกนายก็พักสักหน่อยเถอะ "เขาใช้เวลาสักพักกว่าจะพบทางไปต่อ
"ฝั่งสเตล่ามีพื้นโล่ง ๆ อยู่น่าจะมีอะไรสักอย่าง "ซึฮากิเก็บกิ่งไม้ที่พอจะใช้เป็ฟืนได้ไว้จำนวนหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะเริ่มเดินทาง
พวกเขาตัดสินใจเดินธรรมดาเพื่อประหยัดมานาจนกระทั่งท้องฟ้าสีส้มใกล้จะมืดเสียแล้วแสงและไออุ่นจากกองไฟช่วยให้พวกเขานอนกันอย่างสบายเหมือนไม่ได้นอนดี ๆ มานานแล้วถึงจะมีเสียงกรนของเซนแต่ก็ไม่สามารถหยุดพวกเขาให้นอนได้
26 กันยายน พ.ศ.2575
เมื่อรุ่งเช้าพวกเขาก็เก็บของมุ่งหน้าต่อไป
"โชคดีที่นายมีอาหารที่มันปกติให้เรา เนื้อมอนสเตอร์เสีย ๆพวกนั้นทำฉันหมดความอยากอาหารไปละ " เซนเดินตามหลังซึฮากิติด ๆ
"ปุยขึ้นมานี่ " เซนส่งเสียงเรียกปุยที่ะโตามข้าง ๆอย่างนุ่มนวลพร้อมกับพลายมือรับมันขึ้นมา
"เอ่อ...พวกเธอรู้อะไรไหม ปุยสามารถใช้เวทได้หลายอย่างเลยนะ "สเตล่าพูดไปก็ยิ้มเล็กยิ้มน้อยไปด้วย
"จริงเปล่าเนี่ย ? ไหนลองทำให้ดูหน่อย "ทั้งเซนทั้งคานะต่างก็รุมมองหน้าปุยด้วยความตื่นเต้น เสียงแหลม ๆที่มันส่งออกมาพร้อมกับดวงไฟดวงเล็ก ๆ บนหัว
"โอ้ ! เวทไฟ " เซนเบิกตากว้างจ้องมองลูกไฟเล็ก ๆ ตรงหน้า
"เวทน้ำด้วย " คานะมองดูหยดน้ำที่ลอยอยู่ข้าง ๆ กันห่างเล็กน้อย
"แกมันสุดยอดจริง ๆ " เซนดีใจยกปุยชูขึ้นสูงเหนือหัว่เวลาเล็กน้อย ๆที่พวกเขาเล่นกับปุยแต่ก็ไม่หยุดเท้ายังคงเดินตามหลังซึฮากิตลอด
เมื่อผ่านพ้นเขาวงกตออกมาก็ได้พบกับพื้นหญ้าโล่ง ๆกว้างใหญ่มากพอที่จะทำสนามฟุตบอลได้
"ที่นี่เหรอ ? " คานะเอ่ยปากถามขณะที่พวกเธอมองไปรอบๆ ด้วยความสงสัยรวมทั้งระแวดระวัง
"ถ้าตรงไปก็เป็กำแพงดันเจี้ยนแล้ว แต่ท้องฟ้าพวกนี้มันคืออะไรกัน" สเตล่าเงยหน้ามองข้างบนแทนที่มันจะเป็เพดานของดันเจี้ยนแต่กลับเป็ท้องฟ้าที่ดูกว้างใหญ่มากกว่าจะมาอยู่ในนี้ได้
"ปุยนายจะไปไหน ? " มันดิ้นะโออกมาจากเซนตรงไปยังศูนย์กลางของสนามแห่งนี้ ขณะที่เซนวิ่งตามจนทันและอุ้มมันขึ้นมาอีกครั้ง
พวกเขาได้เห็นสัญลักษณ์บางอย่างตรงพื้น เป็อักษรแปลก ๆที่มีเส้นเป็กรอบวงกลมรอบ
"มันเขียนว่าอะไรวะเนี่ย ? " เซนนั่งจ้องอยู่พักหนึ่งจนเริ่มหัวเสีย
"ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน " ซึฮากิพูดต่อทันทีเมื่อมองไปที่คนอื่น ๆ ก็ได้แต่ส่ายหน้าไม่มีใครสามารถอ่านมันได้
"แล้วเราจะทำยังไงกันต่อล่ะ ? " สเตล่าถามขึ้นมาขณะที่ทุกคนทำหน้าเคร่งเครียดเหมือนกำลังคิดอะไรแย่ๆ อยู่
"ท่านฟราน ๆ "เสียงโทนต่ำของอาจารย์ร่างท้วมส่งเสียงเรียกพร้อมกับยืนจ้องมาที่เธอ
"นี่หนูเป็ลมอีกแล้วเหรอ ? " เธอยันตัวเองขึ้นมาเอามืออีกข้างััลูบคลำบริเวณหลังหัว
"ผมสอนทั้งหมดที่ควรสอนให้แล้วเลเวลของท่านก็เพิ่มขึ้นมาเป็หกซึ่งในโรงเรียนก็มีน้อยมากอยู่แล้ว "เขาเดินกลับไปยังเก้าอี้ที่วางไว้ไม่ไกล
"หลังจากเลเวลหกเป็ต้นไปจะมีโอกาสได้ยินเสียงของพระเ้ายิ่งเลเวลสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งเข้าใกล้พระองค์มากขึ้นแต่หลังจากนี้การเพิ่มเลเวลถือเป็เื่ที่ยากมาก ๆขนาดทหารที่ฝึกอย่างเอาเป็เอาตายก็ใช้เวลาไม่ต่ำกว่าห้าปีเพื่อขึ้นเป็เลเวลเจ็ด"
"ท่านสามารถขึ้นมาเลเวลหกได้โดยใช้เวลาไม่ถึงปีเทียบกับคนทั่วไปกว่าจะทำได้อย่างท่าน อายุก็ปาเข้าไปสามสิบ...สี่สิบปีแล้ว "เขามองหน้าฟรานขณะที่เธอจับดาบและลุกขึ้นมาอีกครั้ง
"ขอบคุณที่บอกค่ะ หลังจากนี้คงต้องพยายามให้มากกว่าเดิม "เสียงหัวเราะจากอาจารย์ทำเธอยิ้มตาม
"ดาบเก่า ๆ แบบนั้นคงถึงเวลาเปลี่ยนได้แล้ว "
"ตามมาสิ ผมจะพาไปเลือกดาบใหม่ " ฟรานเดินตามหลังมาติด ๆก่อนจะเก็บดาบเข้าฟัก
ห้องที่ดูใหญ่โตผิดกับห้องเรียนการรักษาความปลอดภัยด้วยยามจำนวนหนึ่งรอบ ๆ ที่แห่งนั้นอย่างแ่าพวกเขาหลีกทางให้พวกฟรานเดินเข้าไป
แสงสะท้อนส่องเข้าตาขณะที่ประตูได้เปิดออกอาวุธหลายสิบชิ้นที่จัดวางไว้อย่างเป็ระเบียบ เมื่อเธอเดินเข้าไปประตูก็ได้ปิดเสียงจากภายนอกเงียบหายไปทันที
"เชิญท่านเลือกของที่้าได้เลยทั้งหมดในห้องนี้ใช้หินเวทความเข้มข้นสูงทุกชิ้นเลยครับ " อาวุธหลากหลายที่ทำขึ้นมาอย่างประณีตไม่เพียงแค่แข็งแกร่งแต่กลับงดงามอีกด้วย
เลือกอันไหนก็ได้ใช่ไหม ? เธอยืนคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะเริ่มเดินไปดูทีละอย่าง
ออร่าเปล่งปลั่งดึงดูดความสนใจของฟรานไปที่ดาบเล่มหนึ่งที่อยู่มุมห้องดาบสีดำสนิทไม่เหมือนกับชิ้นอื่น ๆ แต่กลับรู้สึกเปล่งประกาย
"หนูขอดูอันนี้ได้ไหมคะ ? " อาจารย์เดินเข้ามาใกล้ๆ
"ตามสบายเลยครับ " เขาเฝ้าดูเธออยู่ข้าง ๆขณะที่ฟรานเอื้อมมือไปจับดาบนั่น ความรู้สึกน่าขนลุกพุ่งไปทั่วร่างจนเธอหยุดชะงัก
ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งรู้สักอันตราย แต่ทำไม...ถึงยังอยากจะใช้มัน เธอยกมันขึ้นจากที่วาง ชักมันออกมาจากฟักมองดูลวดลายพื้น ๆเป็เส้นตรงไปตามดาบ ขนาดด้ามจับยังดำสนิทกลืนเป็สีเดียวกับคมดาบ
"หนูสนใจอันนี้ค่ะ " เธอยังจ้องมองมันไม่หยุด ลูบไล้ใบดาบไปมา
"ดาบนี้ชื่อว่าดาบเทพทมิฬคนที่ตีมันขึ้นมามีเลเวลมากถึงแปดแถมเขายังมียูนีคสกิลที่เอื้อกับการสร้างของพวกนี้โดยเฉพาะ "
"แล้วท่านอยากจะได้อันไหนอีกไหมครับ ? " ฟรานเก็บดาบเข้าฟักถือมันไปด้วยขณะที่เดินดูของชิ้นอื่นๆ
"เ้านี่มันคืออะไรคะ ? " เธอหยุดอยู่ตรงหน้าของเสื้อหรือชุดอะไรสักอย่างสีขาวอย่างกับเม็ดข้าว
"อ่อเ้านี่คือเกราะเทพา คนสร้างก็คือคนเดียวกับดาบเทพทมิฬเลยครับ" จู่ ๆ ดาบในมือก็สั่น ๆเธอมองไปที่ชุดเกราะรู้สึกเหมือนมันกำลังดึงดูดเธอเข้าหา
"งั้นหนูเอาอันนี้ด้วยค่ะ " ฟรานยกเกราะขึ้นพาดกับไหล่ขึ้นชื่อว่าเกราะแต่กับดูบอบบางอย่างกับเสื้อผ้าปกติ สามารถพับเก็บได้ง่ายดาย
"หนูว่าแค่นี้ก็คงพอแล้วค่ะ "พวกเธอเดินออกไปจากห้องนั้นท่ามกลางสายตาของนักเรียนและผู้คนที่เดินผ่านไปมา
"ผมสามารถเลื่อนขั้นให้ท่านได้เลยนะครับโดยไม่ต้องประลอง...ท่านสนใจเขตไหนเป็พิเศษไหมครับ ? "
"ขอบคุณค่ะ แต่ไม่เป็ไรหนูอยากลองประลองกับคนอื่นดู "
"งั้นท่านเชิญพักผ่อนตามสบายเลยครับถ้าหากอยากจัดการประลองหรือแยากทำอะไรก็มาหาผมที่ห้องเรียนได้เลยครับ "อาจารย์เดินผ่านไป เหลือเพียงฟรานที่มองดูของที่ตัวเองถืออยู่
ลองใช้สักหน่อยดีไหมนะ ? เธอไปยังสนามฝึกที่ไม่มีคนและสวมชุดเกราะสีขาวไว้ด้วย
"[ ลงดาบรูปแบบที่หนึ่ง ] "เสียงและแรงกระแทกจากลมและคลื่นมานาที่ปล่อยมาสร้างรอยแตกร้าวทั้งสนามไปจนถึงกำแพงดาบทมิฬที่แทงไปข้างหน้าและหยุดลงฝุ่นจากพื้นฟุ้งตลบอบอวลจนมองอะไรไม่เห็นและเมื่อมันจางลง...กำแพงที่ทำขึ้นแบบพิเศษกลับถูกทะลุทะลวงพังไม่เป็ท่าจนเป็รูใหญ่บนกำแพงมองออกไปข้างนอกได้โชคดีที่ไม่มีคนอยู่ตรงนั้นพอดี
ยิ่งความเข้มข้นของหินเวทมากเท่าไหร่มานาที่ส่งออกมาก็จะมีประสิทธิภาพมากไปด้วย เธอมองดูสเตตัสของตัวเองแสดงสีหน้าใออกมาเล็กน้อย
มานาที่ใช้ก็น้อยลงจนน่าเหลือเชื่อค่าสเตตัสทุกอย่างเพิ่มขึ้นมากจนผิดปกติ
"อะ...แย่แล้ว ๆ ต้องไปขอโทษแล้ว " เธอพึ่งนึกอะไรออกมองดูสถานที่ที่เสียหายวิ่งพรวดพราดไปหาอาจารย์คนนั้นเพื่อขอโทษ
เขาแค่หัวเราะก่อนจะตอบกลับมาว่าไม่เป็ไรหลังจากที่เธอไปขอโทษก็กลับไปพักผ่อนที่ห้องของเธอทันที