“เจินเออร์เ้าจะทนอยู่กับสามีที่ไม่สนใจเ้ากับลูกๆของเ้าได้หรือ”นางฟางเอ่ยถามบุตรสาวของตนด้วยน้ำเสียงเศร้า
“เ้าไม่ต้องกังวลว่าพ่อจะอายชาวบ้านหากเ้ากังวลเราจะย้ายไปอยู่ทางใต้ของแคว้นดีหรือไม่ ที่เมืองหานอยู่ติดทะเลพ่อว่าเ้าอาจจะชอบ”นายท่านจินโน้มน้าวจิตใจของจินกุ้ยเจินบุตรสาวของตนโดยหวังว่าจะสามารถพาบุตรสาวของตนออกจากขุมนรกที่ชื่อว่าไป๋หยางเจี๋ยได้
“ไม่เ้าค่ะข้าจะไม่ยอมให้ลูกของข้าขาดพ่อลูกของข้าต้องเป็บุตรของฮูหยินเอกของแม่ทัพไป๋พวกเขาต้องได้ในสิ่งที่สมควรเป็ของพวกเขาเ้าค่ะข้าถอยมามากพอแล้วข้าไม่้าถอยอีกแล้วเ้าค่ะ”กุ้ยเจินเอ่ยกับบิดาของตนด้วยสีหน้าไม่ยินยอม
“เจินเออร์”นางซือเรียกสะใภ้ของตนด้วยความเสียใจ
“ข้าไม่เป็อะไรเ้าค่ะท่านแม่”กุ้ยเจินหันไปเอ่ยกับเเม่สามีของตนด้วยสีหน้าเรียบเฉยเพราะั้แ่นางมีบุตรทั้งสอง ชีวิตของนางก็มีไว้เพื่อบุตรทั้งสองของนางเท่านั้นส่วนไป๋หยางเจี๋ยคนทึ่มนางไม่คิดเก็บมาใส่ใจอีกต่อไปทุกคนในจวนต่างรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของนางได้เพราะหลังจากที่นางมีเด็กทั้งสองนางไม่เคยส่งน้ำแกงหรือร่วมทานอาหารกับหยางเจี๋ยอีกเลยนางทำหน้าที่ของฮูหยินเท่านั้นไม่คิดทำหน้าที่ของภรรยาอีกเลยเพราะนางถือว่าเป็เื่ไรสาระของชีวิตนางในตอนนี้
“ท่านแม่ขอรับข้ากับเฟิ่งเออร์จะอยู่กับท่านเสมอเรารักท่านแม่นะขอรับ”หยางเหวินเอ่ยพร้อมกอดจูงมือของหนางเฟิ่งเข้าไปกอดมารดาของตน
“แม่ก็รักพวกเ้าต่อไปชีวิตเเม่มีไว้ให้พวกเ้าเท่านั้น”กุ้ยเจินเอ่ยพร้อมกับลูบหัวของบุตรทั้งสองด้วยความรักใคร่
“โตขึ้นข้าจะหาเงินให้มากๆจะได้ดูแลท่านแม่ ท่านตา ท่านยายและท่านย่าให้สุขสบายเ้าค่ะข้าจะใช้เงินซื้อทุกอย่างมาให้พวกท่าน” หยางเฟิ่งที่กอดมารดาของตนอยู่เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยความฝันของตนด้วยเสียงอันดัง
“ได้ๆแม่จะรอใช้เงินของเ้านะ”กุ้ยเจินที่กำลังซึ้งอยู่หลุดหัวเราะออกมากับท่าทางจริงจังของบุตรสาวตน
“ข้าจะต้องแข็งแกร่งและต้องเป็แม่ทัพใหญ่ให้ได้ขอรับ คนอื่นๆจะได้ไม่กล้ารังแกคนที่ข้ารักอีก”หยางเหวินเงยหน้าเอ่ยกับมารดาของตน
“แม่เชื่อว่าอาเหวินของแม่ต้องทำได้อย่างแน่นอน”กุ้ยเจินก้มหน้ามาเอ่ยกับบุตรชายของตน
“เอาหละได้เวลาแล้วพวกเ้าเตรียมตัวไปเที่ยวกับท่านตาท่านยายของพวกเ้ากันเถอะ”กุ้ยเจินเอ่ยบุตรทั้งสองของตน
“จริงสิยายแก่อย่างข้าลืมไปเลยว่าวันนี้นายท่านจินกับน้องฟางมารับเด็กไปเที่ยวสายมากแล้วรีบพาเด็กๆไปเถอะเ้าคะเดี๋ยวเด็กๆจะเที่ยวไม่เต็มอิ่มแล้วจะกลับมางอแงที่จวน” นางซือเอ่ยพร้อมกับมองไปที่หลานทั้งสองของตนด้วยความเอ็นดู
“เช่นข้าขอตัวก่อนนะขอรับฮูหยินไป๋”นายท่านจินเอ่ยพร้อมกับจูงเด็กทั้งสองไปที่รถม้าด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“อาเหวินเฟิ่งเออร์ วันนี้อยากจะไปเที่ยวที่ใดหรือ”ฟางหนิงฮวาเอ่ยถามหลานๆของตนบนรถม้า
“ไปที่ร้านของท่านตาท่านยายเ้าค่ะเฟิ่งเออร์จะช่วยท่านตาท่านยายทำงานเ้าค่ะ”หยางเฟิ่งเอ่ยตอบยายของตนด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ฮ่าๆเฟิ่งเออร์ของตาช่างเป็เด็กดีจริงๆ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่หากเฟิ่งเออร์เรียนศาสตร์ทั้งสี่จบตาจะให้เ้ามาช่วยงานของตาดีหรือไม่ส่วนเ้าอาเหวินหากเ้าท่องตำราจบสามห้าเล่มตาจะส่งองครักษ์ผู้มีฝีมือไปฝึกสอนเ้า”นายท่านจินผู้หลงหลานเอ่ยเสนอข้อตกลงระหว่างตนกับหลาน
“โหศาสตร์ทั้งสี่เลยหรือเ้าคะ ลดเหลือแค่สองศาสตร์ไม่ได้หรือเ้าคะ”หยางเฟิ่งเอ่ยด้วยสีหน้าใ แล้วจึงเอ่ยขอร้องตาของตนด้วยแววตาออดอ้อน
“ฮึๆตาคงทำเช่นนั้นไม่ได้หรอกหากแม่ของเ้ารู้เข้าคงมาบ่นตาจนหูชาเป็แน่”นายท่านจินเอ่ยกับหยางเฟิ่ง
“เช่นนั้นวันนี้เราไปเดินตลาดดีหรือไม่”นางฟางเอ่ยถามหลานทั้งสองของตน
“ดีเ้าค่ะเฟิ่งเออร์ชอบตลาด”หยางเฟิ่งตอบยายของตนด้วยรอยยิ้มกว้าง
“เช่นนั้นวันนี้ข้าจะซื้อขนมไปฝากท่านแม่กับแม่นมอิ๋นได้หรือไม่ขอรับ”หยางเหวินเงยห้าถามท่านตาและท่านยาย
“ได้สิจ๊ะอาเหวินของยายอยากซื้อเท่าใดก็ได้ยายตามใจเ้า”นางฟางเอ่ยพร้อมกับมองหน้าหลานชายของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“เย้ข้ารักท่านยายที่สุดเลยขอรับ” หยางเหวินะโด้วยความดีใจ