ที่ร้านน้ำชาชิงอี้ตรงซินเจียโข่วในเวลาเย็น
“เสี่ยวถง ได้เจอคุณอีกครั้ง ผมดีใจมากจริงๆ” หลิวชุนเสี่ยวในตอนนี้เปลี่ยนไปสวมชุดลำลอง รองเท้าหนัง ราวกับเป็คนละคนกับที่เห็นที่กรมตำรวจ
โต๊ะตัวเล็กตรงหน้าทั้งสองวางขนมอยู่สองสามอย่าง พร้อมกับชาปี้หลัวชุนที่เพิ่งชงเสร็จ
จางถงยิ้มน้อยๆ “เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ พูดแบบนี้ดูห่างเหินจัง ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี ควรเป็ฉันเลี้ยงถึงจะถูก”
“คุณแม่สบายดีไหมครับ”
“ก็สบายดี ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ยังเหมือนเดิม คนอายุเยอะแล้วแบบนี้แหละ” ใบหน้าของจางถงไม่มีความผิดปกติเลยสักนิด “แล้วคุณล่ะคะ”
หลิวชุนเสี่ยวยิ้มกระอักกระอ่วน “หลังจากพ่อกับแม่แยกกัน ผมก็อยู่กับแม่ ท่านเสียไปเมื่อปีที่แล้วด้วยโรคหัวใจ”
“ฉันขอโทษด้วยค่ะ” จางถงกัดฟัน
“ไม่เป็ไร ท่านไปสบาย ไม่ได้ทรมาน ตอนนี้ผมก็อยู่คนเดียว ไม่มีภาระ ก็ใช้ชีวิตแบบนี้ไปวันๆ”
“แล้วทำไมคุณถึงย้ายกลับมาที่เทียนฉางล่ะ”
หลิวชุนเสี่ยวใจสั่น เกือบจะหลุดปากออกไปว่าที่ตนเองกลับมาก็เพราะจางถง กลัวเธอจะรู้ความลับในใจ หลิวชุนเสี่ยวจึงจงใจเบนสายตาไปยังดอกกุหลาบสีแดงที่อยู่บนโต๊ะแทน
“ก็ ที่นี่เป็บ้านเกิดของผมไงล่ะ ผมจะไม่กลับมาได้ยังไง ฮ่าๆ”
“ว่าแต่เสี่ยวถง คุณออกมาดื่มชาวันนี้ คนที่บ้านจะไม่ว่าอะไรเหรอครับ”
เสี่ยวถงหน้าตาฝืนยิ้ม “ฉันฝากแม่ไว้กับลุงน่ะ กลับดึกหน่อยก็ไม่เป็ไร เพื่อนเก่าเลี้ยงทั้งที ถ้าฉันไม่มาก็เสียมารยาทแย่สิ”
“คุณยังไม่ได้แต่งงาน?”หลิวชุนเสี่ยวเลิกคิ้ว “
อาชีพแพทย์นิติเวชอย่างพวกเรา แต่งงานยากจะตายไป” จางถงยื่นมือทั้งสองข้างของตัวเองออกมาอย่างไม่รู้ตัว แล้วยิ้มฝืดๆ “มือคู่นี้จับคนตายั้แ่เช้ายันเย็น มันน่ากลัวจนทำให้คนใวิ่งหนีได้เลย”
วินาทีนั้น หลิวชุนเสี่ยวเห็นความเสียใจลึกๆ ในแววตาของจางถงได้อย่างชัดเจน เขาลังเลว่าตัวเองควรจะพูดความในใจที่เก็บไว้นานหลายปีนี้ออกมาดีไหม
และจังหวะนี้เอง เสียงเรียกเข้าอันไพเราะของโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น จางถงรีบเปิดกระเป๋าถือออก ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย พลางผงกศีรษะขอโทษหลิวชุนเสี่ยว
“อืม...ได้...ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” พอวางสาย จางถงก็ลุกขึ้นยืน “ต้องขอโทษจริงๆ นะ หลิวชุนเสี่ยว คดีที่ฉันรับผิดชอบมีเบาะแส ต้องรีบกลับกรมด่วน คราวหน้าไว้ฉันเลี้ยงคืนนะ”
“ไม่เป็ไรครับ จะให้ผมไปส่งคุณมั้ย” หลิวชุนเสี่ยวลุกขึ้นยืนเหมือนกัน
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่ไป” จางถงยิ้มน้อยๆ แล้วรีบเดินไปทางบันไดร้านน้ำชา
หลิวชุนเสี่ยวมองตามหลังจางถงไป ในใจเต็มไปด้วยความผิดหวัง เดิมทีเขาเตรียมคำพูดมาแล้ว ที่เขากลับมาครั้งนี้ไม่เพียงเพื่อมาเจอจางถงอีกครั้งเท่านั้น ที่สำคัญกว่านั้นคือเขา้าจะบอกเื่น่าใที่เขาค้นพบแก่จางถง เขาเชื่ออย่างมากว่าการค้นพบครั้งนี้จะสามารถแก้ปมความลับอันน่ากลัวที่ซ่อนอยู่ในใจของจางถงมานานหลายปีได้
ห้องประชุมกรมตำรวจเมืองเทียนฉางเปิดไฟสว่างโล่ แม้ในห้องจะเต็มแน่นไปด้วยผู้คน แต่นอกจากเสียงกระแอมสองสามครั้งที่ดังมา ก็ไม่ได้ยินเสียงอื่นอีกเลย ทุกคนกำลังรอคอยการมาของบุคคลสำคัญอย่างอดทน
ในฐานะที่เป็แพทย์เวร จางถงจึงนั่งอยู่ตรงตำแหน่งที่ใกล้กับประตูมากที่สุด หล่อนเงยหน้าแล้วกวาดตามองไปทั่วห้องประชุม และพบว่าหวังย่าหนานกับจ้าวหยุนไม่อยู่ในนั้น
ไม่นานนักเสียงฝีเท้าที่รีบเร่งดังลอยเข้ามา ตามด้วยประตูถูกเปิดออก หวังย่าหนานเดินเข้ามาด้วยอาการรีบร้อน หล่อนเดินตรงไปยังกระดานไวท์บอร์ดที่อยู่หน้าห้องประชุม หยิบแม่เหล็กติดกระดานขึ้นมา พร้อมแปะรูปภาพที่ขยายใหญ่จำนวนหกรูปบนกระดานรวดเดียว จากนั้นจึงหันหน้ากลับมาอธิบายแก่ทุกคน
“ตอนนี้เราทราบตัวผู้ตายแล้ว เป็นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งคณะบัญชีวิทยาลัยตงซานของเมืองเรานี่เอง ชื่อหวังย่าจิง ปีนี้เพิ่งจะอายุครบสิบเจ็ด เป็คนตำบลไขหลี่”
ระหว่างพูดหวังย่าหนานชี้ไปที่รูปถ่ายใบแรกที่อยู่ทางซ้าย ภาพที่ปรากฏต่อหน้าทุกคนตอนนี้ก็คือเด็กสาวรูปร่างผ่ายผอม นิสัยเรียบร้อย ผิวค่อนข้างคล้ำ ที่มีแววตาเด็ดเดี่ยว
“ส่วนสูง อายุและน้ำหนักของหวังย่าจิงตรงตามรายงานผลชันสูตรศพของคุณหมอจาง ผู้ตายรูปร่างค่อนข้างผอม แล้วบ้านเกิดเธอที่ไขหลี่ก็อยู่ในโซนหลิ่งหนานด้วย ดังนั้นด้านชาติพันธุ์ก็ตรงตามรายงานทุกประการ จึงสรุปได้ว่าหล่อนคือผู้เคราะห์ร้ายของคดีนี้”
พูดจบ หวังย่าหนานชี้ไปยังรูปถ่ายที่เหลืออีกห้าใบ “รูปพวกนี้เพิ่งจะถ่ายมาจากหอพักที่ผู้ตายอาศัยอยู่ จะเห็นได้ว่าการหายตัวไปของผู้ตายไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ ทุกท่านสังเกตที่เตียงของหล่อน”
สายตาของผู้ฟังเคลื่อนไปตามนิ้วมือหวังย่าหนานที่ชี้ไปยังรูปถ่ายใบที่สี่ เป็รูปถ่ายชั้นล่างของเตียงนอนสองชั้นที่ทำจากเหล็กอย่างเรียบง่าย ปูด้วยผ้าปูเตียงสีชมพู พร้อมผ้าห่มผืนบางที่ปูอยู่บนเตียง ของเล่นไหมพรมชิ้นหนึ่งวางอยู่ตรงหัวเตียง นี่ก็คือเตียงนอนตามแบบฉบับของเด็กผู้หญิง
“ทุกท่านดูที่หนังสือเล่มนี้ ถูกกางคว่ำไว้บนผ้าห่ม พฤติกรรมนี้ของหล่อนดูตามสบายมาก จึงสามารถสรุปได้ว่าขณะนั้นเ้าของเพิ่งจะอ่านหนังสือเล่มนี้ไปได้ครึ่งเล่ม ปกติทุกท่านที่นั่งอยู่ในที่นี้ก็จะมีพฤติกรรมแบบนี้เช่นกัน นอนอ่านหนังสือบนเตียง พออ่านไปได้ครึ่งเล่ม มีเหตุเข้ามาขัดจังหวะการอ่านหนังสือ ก็จะวางหนังสือไว้ข้างตัวโดยไม่รู้ตัว”
“และตามคำให้การของรูมเมทของหวังย่าจิง ตอนนั้นหล่อนบอกว่าจะไปหาเพื่อน แล้วจะรีบกลับมา ทั้งยังให้รูมเมทไม่ต้องล็อกประตู แต่จนบัดนี้เธอก็ยังไม่ปรากฏตัว”
“หัวหน้าหวัง ตามรายงานของทางนิติเวช พวกเราหมดหนทางที่จะใช้วิธีเปรียบเทียบดีเอ็นเอของผู้ตาย ทำได้แค่ยืนยันลักษณะหน้าตาของผู้ตายแค่นั้น ดูไม่ค่อยจะรอบคอบเท่าไหร่หรอกเหรอครับ” หัวหน้าหลี่ขมวดคิ้วถาม
“คุณหมอจางให้ภาพถ่ายเชิงซ้อนของผู้ตายมา รูมเมตของผู้ตายก็จำได้ว่าเสื้อผ้าที่ผู้ตายสวมใส่ในวันที่หายตัวไปนั้นตรงกับเสื้อผ้าที่พวกเราพบในถุงกระสอบในที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันความผิดพลาด ทางนิติเวชกำลังสกัดสารจากฟันของผู้ตาย ผลตรวจพรุ่งนี้ถึงจะได้ หวังว่าพวกเราจะพบเบาะแสที่มีประโยชน์ ฉันได้ให้รองหัวหน้าจ้าวเดินทางไปยังตำบลไขหลี่พร้อมกับอาจารย์ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของวิทยาลัยแล้ว พรุ่งนี้เช้าพวกเขาจะพาพ่อแม่ของผู้ตายมายืนยันศพและดำเนินการทางศาสนาต่อไป”
ในระหว่างนี้ ฉันอยากขอให้หน่วยรักษาความปลอดภัยช่วยตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งหมดั้แ่วันที่หวังย่าจิงหายตัวไปไล่ไปั้แ่วิทยาลัยตงซาน พยายามสาวไปให้ถึงทิศทางคืนนั้นหลังจากที่ผู้ตายออกจากวิทยาลัยไป
ผู้รับผิดชอบจากหน่วยรักษาความปลอดภัยพยักหน้า “ไม่มีปัญหา พวกเราจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้ครับ”