Immortal Jin อมตะข้ามจักรวาล

    Chapter 6 พลังที่ไร้ขีดจำกัด


    Infinity Power






                    ‘นี่!..พลังนี่เกิดจากตัวเราอย่างงั้นรึเนี่ย!?’ หลังจากที่ระเบิดโทสะตะโกนลั่นออกไปแล้วจินก็ได้แต่ยืนอึ้งดวงตาเปิดกว้าง อ้าปากค้าง! ได้แต่มองสลับกันไปมาระหว่างมือตัวเองกับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า! สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้านั้น มันน่าเหลือเชื่อจนเกินไปแล้ว!!

               

                    เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! คลืนนน! ประจุกระแสไฟฟ้ายังคงลั่นเปร๊ยะๆอยู่ในอากาศ! ซึ่งเกิดจากพลังงานตกค้างจากพลังอำนาจที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากปลายนิ้วของจิน!

     

                    พื้นดินที่เคยเป็นทุ่งโล่งกว้างสลับกับผืนป่าที่เห็นอยู่ไกลๆขณะนี้ปรากฏหลุมลึกที่มีด้านกว้างจากจุดที่จินยืนอยู่เป็นร่องลึกปลายแหลมค่อยๆขยายใหญ่ออกไปนับร้อยฟุตพุ่งตรงเป็นทางยาวผ่านเข้าไปในผืนป่าจนไกลสุดลูกหูลูกตา!!

     

                    ผ่านไปไม่นานหลังจากที่จินหายตื่นตระหนกตกใจแล้วท่าทางของจินก็ได้เปลี่ยนไป? จากท่าทีไม่สนโลกดูทะเล้นขี้เล่น ขณะนี้แววตาของกลับกลายเป็นสุขุมดูจริงจังด้วยมาดของนักวิทยาศาสตร์?มือข้างหนึ่งยกขึ้นมากุมคางทำท่าครุ่นคิด บุคลิกภาพที่เปลี่ยนแปลงไปดูแตกต่างจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง

     

                    ‘จากข้อสมมติฐานที่เราได้ตั้งไว้ในตอนแรกภาพสุดท้ายที่เราพอจะจำได้ก็คือ เกิดแสงสว่างวาบจนแสบตาในขณะที่เรานอนอยู่ในแคปซูลทดลอง’

     

                    ‘ตอนนั้นกระบวนการทดลองกำลังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมยังไม่ทันที่จะได้เริ่มต้นเลยด้วยซ้ำ? พอรู้ตัวอีกทีเราก็ฟื้นขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่แปลกตาและยังพวกสัตว์ประหลาดนั่น! เดาได้ไม่ยากเลยว่าที่ที่เราอยู่นั้นไม่ใช่โลกมนุษย์อย่างแน่นอน!’จินยืนนิ่งสงบ คิดวิเคราะห์และหาเหตุผลให้กับตัวเอง

     

                    ‘กระบวนการหายใจเป็นปกติ ร่างกายที่สามารถแปรเปลี่ยนได้ดั่งใจทั้งยังแข็งแรงเหนือมนุษย์ สามารถควบรวมพลังและปลดปล่อยพลังทำลายล้างได้ ซึ่งอำนาจนี้เหนือล้ำยิ่งกว่าพลังจากนิวเคลียร์ซะอีกถ้าเดาไม่ผิดคงเกิดจากก้อนอุกกาบาตนั่น มันทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและโมเลกุลของร่างกายเราใหม่จนมีอำนาจเหนือมนุษย์และยังมอบพลังวิเศษให้อีก’

     

                    ‘น่าอัศจรรย์จริงๆ!! ไม่คิดเลยว่าพลังจากก้อนอุกกาบาตมันจะพิเศษและสามารถทำได้ถึงขนาดนี้?แสดงว่าข้อมูลที่พวกเราได้วิจัยเกี่ยวกับมันมาเป็นเวลาหลายปีนี้เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวความสามารถของไอ้เจ้าอุกกาบาตนี่! แต่ที่ยังคิดไม่ออกก็คือ เพราะเหตุผลอะไรกันที่ทำให้มันส่งเรามายังที่นี่?’

     

                    ‘มันทำการเปลี่ยนแปลงร่างกายให้เราไปทำไม? แถมยังพลังที่วิเศษนี่อีก?แล้วเจ้าก้อนอุกกาบาตนั่นล่ะตอนนี้มันไปอยู่ที่ไหนแล้ว? มีทางเดียวคงต้องกลับไปพิสูจน์ที่ห้องทดลองอีกครั้ง....’จินครุ่นคิดและยกมือทั้งสองขึ้นมามอง

     

                    “ให้ตายสิวะ!! แล้วจะกลับไปโลกยังไงกันล่ะวะเนี่ย??เฮ้อออ...!!” จินเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับท่าทีและบุคลิกที่เปลี่ยนไปอีกครั้ง!พร้อมกับถอนหายใจออกมา!

     

                    ‘ตอนนี้ในเมื่อยังมืดแปดด้านก็คงต้องทำตัวให้คุ้นชิ้นกับสภาพแวดล้อมก่อนเป็นอันดับแรกส่วนเรื่องวิธีใช้พลังที่มี ถ้าเดาไม่ผิดล่ะก็...?!!’

     

                    ควับ!  จินยกมือขึ้นมาและสะบัดไปทางด้านข้างพร้อมกับชี้นิ้วออกไป!เกิดประกายแสงปริมาณเพียงเล็กน้อย จากนั้นปลายนิ้วของจินได้เกิดเป็นลำแสงพุ่งไปยังก้อนหินเหล็กสีเทาดำก้อนใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

     

                    ฟิ้วว! ตูมมม!!! ก้อนหินเหล็กถึงกลับระเบิดเป็นจุลหายไปไม่เหลือแม่แต่เถ้าถ่าน!

     

                    จากนั้นจินจึงได้ลองปลดปล่อยพลังพลักออกไปเป็นผ่ามือ!จนเกิดคลื่นอัดอากาศเป็นลำแสงรูปผ่ามือแผ่พุ่งออกไปด้านหน้า คลืนนน!!

     

                    ต่อมาจึงกำหมัดแน่นเป็นลูกกำปั้นจนมีแสงแผ่ออกมาปกคลุมแล้วกระโดดต่อยลงไปยังพื้นดิน! ตูมมม!! เกิดหลุมขนาดใหญ่ลึกลงไปหลายสิบฟุต!!

     

                    ต่อด้วยกระโดดลอยตัวขึ้นไปแล้วใช้ฝ่าเท้าเตะไปยังด้านหน้าจนเกิดคลื่นพลังคล้ายเสี้ยวพระจันทร์ฉั่วะ!! คลืนนน!! ผ่าเอาพื้นดินด้านหน้ากลายเป็นหลุมยาวไปหลายร้อยฟุต!!

     

                    ‘เป็นอย่างที่คิดจริงๆ พลังนี้ใช้ได้ตามความคิดของเราซึ่งแล้วแต่จะจินตนาการให้พลังออกมาในรูปแบบใดส่วนประสิทธิภาพและความรุนแรงของพลังนั้นขึ้นอยู่กับอารมณ์เป็นหลัก รองลงมาคือความเข้าใจของรูปแบบพลังที่จะปลดปล่อยออกมาอย่างงั้นสินะ?’ จินกำมือเข้าและแบมือออกสลับกันไปหลังจากที่ได้ลองทดสอบพลัง ถ้าหากมีใครได้มาเห็นภาพที่จินกำลังทำอยู่นี้คงทำได้แต่ยืนอึ้งลืมตาอ้าปากค้างเป็นแน่!!!

     

                    “เอาล่ะ!คงต้องลองออกไปสำรวจด้านหน้าดู ว่าบนดาวดวงนี้นอกจากเจ้าพวกสัตว์ประหลาดนั่น?แล้วยังจะมีสิ่งมีชีวิตประเภทใดอยู่อีกบ้าง?” จินกล่าวกับตัวเอง จากนั้นจึงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วหายไปในพริบตา!!ฟุ่บบ!!

     

                    หลังจากออกเดินทางสำรวจไปได้ไม่นานจินก็ได้พบกับกลุ่มสัตว์ประหลาดต่างดาวอีกหลายชนิดเลยทีเดียว จึงสบโอกาสได้ลองทดสอบพลังในหลายๆรูปแบบดูไม่ว่าจะเป็นตัวอะไรสายพันธุ์แปลกประหลาดแค่ไหนนับว่าเป็นโชคร้ายของเหล่าสัตว์ประหลาดจริงๆที่ได้มาพบเจอเข้ากับจิน!

     

                    “เอาล่ะ! มาลองดูกันซักตั้ง!เข้ามาเลยเจ้าพวกสัตว์ต่างดาว! ย่ะ!” จินกล่าวออกไป

     

                    โฮกกก!! “พลังคลื่นสายฟ้าย่า!!” เปรี๊ยะ!! ตูมมม!!

                  

                    ก๊าซซซ!! “คลื่นพลังหมัดรัวย่า!!” ผั่วะๆๆ!! ตูมมม!!

     

                    กว๊ากกก!! “พลังฝ่ามือดาบแสงย่า!!” วืดดด!! ฉั่วะ!!

     

                    แฮ่!! “พลังคลื่นอัดอากาศย่า!!” ผลั่กก!! บรึ้มมม!!

     

                    เกิดเป็นอุบัติการณ์การทดสอบพลังไปพลางตั้งชื่อท่าไปพลางโดยไม่ได้ตั้งใจ??จนในที่สุดก็ไม่เหลือสัตว์ประหลาดในบริเวณนั้นให้จินได้ทดสอบพลังอีก ตัวที่ยังมีชีวิตอยู่ก็สภาพไม่ดีซักตัวตัวไหนที่โชคดีก็ได้ตายไป ตัวไหนโชคร้ายก็ได้แต่นอนชักแหง่กๆ หายใจรวยรินนอนจมกองเลือดสีเทาหม่นอยู่ที่พื้นช่างน่าอนาถยิ่งนัก!!

     

                    “เอ่อ...สงสัยจะเล่นหนักไปหน่อยแฮะเรา!  อืม..ว่าแต่เจ้าพวกนี้นี่มันเอามากินได้มั้ยเนี่ย??”เป็นยังงั้นไป!! ความจริงด้วยสภาพร่างกายที่เหนือมนุษย์ในตอนนี้ของจินนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องดื่มกินอะไรอีกต่อไปแล้ว! เพราะร่างกายสามารถผลิตพลังงานได้ด้วยตัวเอง โดยเรื่องนี้เจ้าตัวเองก็ทราบดี

     

                    ด้วยการที่เดิมแล้วจินนั้นมีอุปนิสัยและสัญชาติญาณพื้นฐานมาจากการเป็นมนุษย์สิ่งแรกที่จินรู้สึกและถูกกระตุ้นจากความเป็นมนุษย์ก็คือความอยากอาหารโดยธรรมชาติเป็นอันดับแรกแม้จะไม่รู้สึกหิวแต่จะเรียกว่าความกระหายหรือความต้องการที่จะกินเพื่อตอบสนองความรู้สึกของตัวเองก็เป็นได้!

     

                    ดังนั้นจากความพิเศษของร่างกายในปัจจุบันเมื่อจิตใจต้องการ ร่างกายจึงต้องตอบสนอง! ทันใดนั้นแหล่งพลังงานภายในร่างของจินได้แผ่กระจายลงไปยังแขนทำให้เกิดแสงสว่างวาบขึ้นที่ฝ่ามือข้างขวาของจิน! เมื่อรู้สึกถึงพลังงานดังกล่าวจินจึงได้ยกมือขึ้นมาแต่ในตอนนั้นเองแสงบนฝ่ามือก็ได้ส่องไปยังซากของเหล่าสัตว์ประหลาดที่กำลังนอนจมกองเลือดสีเงินข้นอยู่ที่พื้น!

     

                    “อ๊ะ!! นี่มัน?”ทันใดนั้นเองลำแสงจากฝ่ามือที่ส่องกระทบโดนร่างกายเหล่าสัตว์ประหลาดก็ได้เริ่มปรากฎพลังดึงดูดชักนำเศษซากของเหล่าสัตว์ประหลาดทั้งที่ตายแล้วและยังมีชีวิตให้ลอยขึ้นพลังจากลำแสงนั้นทำให้ร่างของเหล่าสัตว์ประหลาดค่อยๆ แตกสลายและเริ่มดูดกลืนซากเหล่าสัตว์ประหลาดทั้งหมดเข้ามายังฝ่ามือของจิน

     

                    กระบวนการเป็นไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเศษซากหรือร่างกายของสัตว์ประหลาดเข้ามากระทบกับผ่ามือของจินก็เริ่มสูญสลายมากยิ่งขึ้นและค่อยๆกลายเป็นละอองแสงหายเข้าไปในฝ่ามือของจิน!! จนกระทั่งเศษซากและร่างกายของเหล่าสัตว์ประหลาดที่นอนกองอยู่ที่พื้นเมื่อครู่หายไปจดหมดสิ้น

     

                    “อา!...นี่ร่างกายเรามีความสามารถที่จะทำอย่างนี้ได้ด้วย?ความรู้สึกนี้มัน?เหมือนมีพลังงานบางอย่างเพิ่มขึ้นมาอยู่ในร่างกายจนรู้สึกได้เลยแฮะ เอ๊ะ?”หลังจากที่ดูดกลืนพลังจากร่างกายสัตว์ประหลาดไปแล้วจินรู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างเพิ่มเข้ามาในร่างกายนอกจากนั้นทั้งสัญชาติญาณความคิดและความรู้ความสามารถของเหล่าสัตว์ประหลาดแต่ละประเภทนั้นเหมือนจินจะได้รับมอบและเข้าใจถึงมันได้ทั้งหมด!

     

                    “จากตอนแรกที่อยากจะลองกินเจ้าพวกนี้ดูกลายเป็นว่าร่างกายเรากลับดูดกลืนพลังและความสามารถของพวกมันมาถึงแม้จะผิดวิธีไปบ้าง? แต่ก็คงเรียกได้ว่ากินล่ะมั้งนะ??แต่แบบนี้ก็ดีไม่น้อยไม่ต้องทำอาหารกับเคี้ยวให้เสียเวลา ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!” เป็นอย่างงั้นไป!! จินกล่าวกับตัวเองด้วยความดีใจ

     

                    หลังจากที่จินได้ดูดกลืนพลัง ความรู้และความสามารถของเหล่าสัตว์ประหลาดมาแล้วนั้น จินก็ได้เริ่มเรียบเรียง แยกแยะชนิด ทำความเข้าใจกับความรู้และความสามารถของเหล่าสัตว์ประหลาดต่างดาวแต่ละประเภทอยู่ระยะเวลาหนึ่ง

     

                    ‘อืม เป็นแบบนี้นี่เองบนดาวดวงนี้มันสิ่งมีชีวิตหลากสายพันธุ์พวกมันแบ่งเป็นกับสัตว์ป่าธรรมดาทั่วไปกับพวกที่เป็นอสูรร้ายที่กลายพันธุ์ที่เรียกว่าสัตว์อสูรดวงดาวสินะอาหารส่วนใหญ่ที่พวกมันกินบนดาวดวงนี้จะเป็นพวกสิ่งที่มีองค์ประกอบแร่หนักจำพวกโลหะชนิดหนึ่งที่ไม่เหมือนกับบนโลกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปสู่ระดับใหม่ของร่างกาย  น่าสนใจแฮะ!’ จินคิดในใจ

     

                    ‘อ๊ะ! ในความทรงจำของหนึ่งในตัวที่เรากินมันเข้าไปมันเคยได้เจอกับสิ่งมีชีวิตที่คลับคล้ายกับเราด้วยนี่??แต่รูปลักษณ์แตกต่างกันออกไปจากมนุษย์ไม่น้อยเลย? อยู่ไกลเหมือนกันแฮะต้องลองไปสำรวจดู เผื่อจะเจอสิ่งมีชีวิตที่มีอารยะธรรมบ้าง?’

     

                    หลังจากที่จินได้รับรู้เรื่องราวจากความทรงจำของพวกสัตว์ประหลาดที่ได้ดูดกลืนมาแล้วนั้นจินก็ได้เริ่มต้นออกเดินทางอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีเป้าหมายเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ที่อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอารยะธรรมเหมือนกับมนุษย์อาศัยอยู่บนดาวดวงนี้ก็เป็นได้









    คล้ายกับเรื่องImmortal Jin อมตะข้ามจักรวาล ที่คุณอ่าน