ตอนที่ 1 บุตรีสายรองตระกูลอวี๋ (1)
“์! สุนัข์กินดวงอาทิตย์[1]แล้ว”
เสียงร้องะโด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้น ผู้คนพลันพบว่า ดวงอาทิตย์ที่เดิมส่องแสงเจิดจ้าอยู่บนท้องฟ้า ยามนี้แสงสว่างค่อยๆ จางลง ราวกับเงามืดที่มองไม่เห็นกำลังกลืนกินมันเข้าไป
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์แสนอันตรายอย่างไม่ทันตั้งตัว ผู้คนต่างพากันหวาดกลัวขึ้นมา แต่ผู้ที่กังวลและกระวนกระวายที่สุดคงจะเป็ราชสำนักและโอรส์ เพราะ ‘สุนัข์กินดวงอาทิตย์’ เป็ลางบอกเหตุว่าแคว้นกำลังจะเกิดภัยพิบัติ เป็การเตือนอย่างร้ายแรงต่อราชวงศ์ต้าฉีของพวกเขา
มองเห็นดวงอาทิตย์ค่อยๆ เลือนลับ ความมืดเข้าปกคลุมพื้นที่กว้าง จิ่งเซี่ยวฮ่องเต้วิ่งนำเหล่าขุนนางทั้งหลายไปยังด้านหน้าท้องพระโรง
ยามนี้โหราจารย์ได้จัดเตรียมแท่นบูชาพร้อมวางเครื่องสักการะไว้ด้านหน้าท้องพระโรงเป็ที่เรียบร้อย พร้อมยืนรออยู่ด้านข้างด้วยท่าทีนอบน้อม
จิ่งเซี่ยวฮ่องเต้ที่รีบวิ่งเข้ามาไม่มีเวลาได้เอ่ยสิ่งใดมากนัก เขาเลิกชายเสื้อคลุมยาวแล้วคุกเข่าลง เริ่มเผาเครื่องหอมอยู่บนพื้นพร้อมอธิษฐานต่อ์
ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มขึ้นเรื่อยๆ ความหวาดกลัวของผู้คนเองก็มากขึ้นตามไปด้วย ระหว่างที่เฝ้าภาวนา ท้องฟ้าก็เข้าสู่ความมืดโดยสมบูรณ์
ดวงอาทิตย์ถูกกลืนกินเข้าไปหมดแล้วอย่างนั้นหรือ
ผู้คนโขกศีรษะลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง วิงวอนขอร้อง กลัวว่าดวงอาทิตย์จะเลือนหายไปตลอดกาล หากเป็เช่นนั้น ต้าฉีของพวกเขาคงได้จบสิ้นแล้ว
บางทีอาจเป็เพราะเมตตาจาก์ ท้องฟ้าเริ่มมีแสงสาดส่องลงมา ทั่วบริเวณค่อยๆ สว่างขึ้น บรรดาขุนนางที่เผชิญหน้ากับเหตุการณ์เช่นนี้ต้องหลั่งน้ำตาด้วยความยินดี ในที่สุดสุนัข์ก็คายดวงอาทิตย์ออกมาแล้ว!
เงยหน้าขึ้นไปมองดวงอาทิตย์ที่กลับมาส่องสว่างผืนปฐีอีกครั้ง จิ่งเซี่ยวฮ่องเต้ที่ร่างกายเปียกโชกไปด้วยเหงื่อถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ขยับตัวลุกขึ้นโดยมีพานกงกง[2]ช่วยประคอง กำลังจะหันกลับไปเอ่ยบางอย่างกับเหล่าบริพาร พลันได้ยินเสียงร้องใดังขึ้นจากด้านหลัง
“น้องหกเ้าเป็อะไรไป”
“โซ่วอ๋องเป็ลมแล้ว!”
...
โซ่วอ๋อง ให้กำเนิดโดยพระสนมเหยาเฟย เป็โอรสลำดับที่หกในจิ่งเซี่ยวฮ่องเต้ เพราะโอรสทั้งสองพระองค์ก่อนหน้าของพระสนมเหยาเฟยนั้น คนหนึ่งป่วยไข้และอีกคนตายจากไป ดังนั้นจิ่งเซี่ยวฮ่องเต้จึงประทานชื่อโอรสว่า ‘โซ่ว[3]’ หวังให้เขาแข็งแรงและมีอายุยืนยาว
หากในเวลาปกติ การที่โซ่วอ๋องเป็ลมล้มไปโดยไม่มีสาเหตุคงเป็เื่ใหญ่โต แต่ในวันนี้ที่เกิดสุริยุปราคาจึงไม่นับว่าเป็เื่ใหญ่อันใด เขายังไม่นับว่าเป็เื่ใหญ่ เช่นนั้นแล้วบุตรีของอนุในตระกูลกุนซือเล็กๆ ล้มป่วยยิ่งไม่มีค่ามากพอให้เอ่ยถึง
...
เซียงฉี่ในชุดสีเขียวกำลังยกถ้วยยาเดินเข้ามาด้านใน เห็นว่าผ้าม่านบางบนเตียงยังคงอยู่เช่นเดิม นางจึงยื่นริมฝีปากชี้ออกไปเอ่ยถามเซียงป่ายที่อยู่ในห้องอยู่ก่อนแล้ว “คุณหนูยังไม่ตื่นหรือ”
เซียงป่ายส่ายศีรษะ เหลือบมองผ้าม่านขาวบนเตียง ก่อนจะกวักมือเรียกนางออกไปเงียบๆ
วางถ้วยยาไว้แล้วทั้งสองจึงเดินย่องออกไป เซียงป่ายเอ่ยกับเซียงฉี่ด้วยดวงตาแดงก่ำ “เ้าว่าเราต้องขอให้แม่นมโจวช่วยพูดกับฮูหยิน ให้เชิญหมอมารักษาคุณหนูหรือไม่ คุณหนูหลับๆ ตื่นๆ น้ำอาหารไม่แตะั้แ่เมื่อวานตอนบ่ายแล้ว หากปล่อยไว้นานกว่านี้ มันจะดีได้เยี่ยงไร”
อี๋เหนียง[4]พึ่งจากไปได้ไม่กี่วัน นางกลัวว่าคุณหนูจะเป็อะไรไปอีก
คิ้วเรียวสวยของเซียงฉี่ขมวดมุ่นรู้สึกลำบากใจ สองวันมานี้เซียงป่ายอยู่เฝ้าคุณหนูตลอดเวลาจึงไม่รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวด้านนอก แต่นางรู้ เมื่อวานเกิดสุริยุปราคาทำให้ผู้คนอกสั่นขวัญแขวน ใต้เท้าของพวกนางที่เป็กุนซือ ตามหลักแล้วต้องทำหน้าที่หารือแสดงความคิดเห็น ยามนี้กำลังตกที่นั่งลำบาก ทุกคนในจวนต่างก็ระมัดระวังตัว เวลานี้ยังคิดจะออกไปตามหมองั้นหรือ ช่างเป็การฝันลมๆ แล้งๆเสียจริง!
เมื่อไตร่ตรองแล้ว นางจึงกัดฟันเอ่ย “ไม่ต้องไปหาแม่นมโจว นางเป็แม่นมของฮูหยิน ยิ่งไม่พอใจต่ออี๋เหนียงของเราด้วย ไปแล้วคงราวกับไปหาคำเย้ยหยันใส่ตัว เดี๋ยวข้าจะลองไปหารือกับนายน้อยรอง อี๋เหนียงไม่อยู่แล้ว นับแต่นี้คงจะมีเพียงนายน้อยรองที่เป็ที่พึ่งเดียวของคุณหนู เขาคงไม่มีทางไม่สนใจไยดีหรอก”
ประโยคนั้นทำให้เซียงป่ายปวดใจขึ้นมา รีบเอ่ยกับเซียงฉี่ “เ้ารอก่อน” เอ่ยจบก็เดินกลับเข้าไปด้านในหยิบบางสิ่งออกมายื่นให้กับเซียงฉี่ “นี่เป็ ถุงหอมที่คุณหนูตั้งใจปักให้นายน้อยรอง ใบไผ่้านั้นยังขาดอีกสองใบ เ้าเอาสิ่งนี้ไปให้นายน้อยรองดู” เอ่ยจบพลันน้ำตาซึม
เชิงอรรถ
^ สุนัขสวรรค์กินดวงอาทิตย์ หมายถึงสุริยุปราคา^ กงกง คำสรรพนามที่ใช้เรียกขันทีอาวุโส^ โซ่ว ในภาษาจีนหมายถึงอายุยืนยาว^ อี๋เหนียง คือ อนุภรรยา