จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 159 ค่ายฝึกฝนร่างกายของไป่ฉี 2 Re

            หลังจากไป่ฉีฝังเข็มให้กับทุกคนแล้ว  เขาก็ยืนคุมพวกเพื่อน ๆ ของเขา  หากใครที่เสียสมาธิเขาจะใช้ไม้ฟาดลงไป  หากมีใครหลับเขาก็จะฟาดไม้ลงไปเช่นกัน


            “พี่ชิงชิงคะ  เสียงพวกเขาเงียบไปแล้ว  ฉันจะไปดูหน่อยนะคะ” เหมยเหม่ยกล่าว  ก่อนจะเดินออกไปยังสถานที่ที่พวกไป่ฉีอยู่  นั่นคือหลังพุ่มไม้ไม่ไกลจากรถบ้านเท่าไหร่


            “เดี๋ยวพี่ไปด้วย” เมิ่งชิงชิงรีบเดินตามไปทันที  แต่ไม่ทันไรเธอก็เห็นเหมยเหม่ยชะงักและหยุดฝีเท้าลง แล้วยืนนิ่งไม่ไหวติง  เมิ่งชิงชิงจึงเดินไปแล้วมองไปในทิศทางที่เหมยเหม่ยมองอยู่


            เบื้องหน้าของเธอคือเหล่าชายหนุ่มกำลังนั่งแช่ในถังน้ำใบใหญ่  พวกเขาดูเหมือนเม่นมากในตอนนี้  เพราะเต็มไปด้วยเข็มเงินปักไปทั่ว  ด้านหลังของพวกเขาคือไป่ฉีที่ยืนกอด อก  ในมือถือดาบไม้เอาไว้  ก่อนที่เมิ่งชิงชิงจะหันมาดูเหมยเหม่ย  สิ่งที่เธอเห็นคือของเหลวสีแดงกำลังไหลออกจากจมูกของเธอ  ทำให้เมิ่งชิงชิงยกยิ้มขึ้น


            “มองใครอยู่เหรอจ๊ะ” เมิ่งชิงชิงยิ้มและถามออกไป


            “อ๊ะ ไม่ได้มองเลยค่ะ  ผู้ชายแก้ผ้ามีอะไรน่าดูกันล่ะคะ” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่สายตาของเหมยเหม่ยยังคงไม่ละไปจากภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า  เมิ่งชิงชิงที่เห็นปฏิกิริยาของเหมยเหม่ย  เธอก็หัวเราะเบา ๆ พร้อมกับหรี่ตามอง


            “แล้วไอ้ที่ไหลออกมาทางจมูกนี่มันอะไรจ๊ะ  พี่ว่าดูยังไงมันก็อาการฟินจากสิ่งที่เห็นตรงหน้ามากกว่านะ” เมิ่งชิงชิงพูดแหย่


            “อ๊ะ ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” เหมยเหม่ยตกใจเมื่อพบว่าตัวเองเลือดกำเดาไหล  เธอหยิบเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดทันที  ส่วนเมิ่งชิงชิงเดินไปหาไป่ฉีเพื่อบอกว่าอาหารเสร็จแล้ว


            “ได้ครับ  ฝึกเสร็จแล้วพวกผมจะตามไปครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “อือ  รีบมาล่ะเดี๋ยวอาหารจะเย็นหมดนะ” เมิ่งชิงชิงเดินกลับทันที  โดยไม่ลืมชวนเหมยเหม่ยกลับไปด้วย


            เมื่อครบเวลาที่กำหนด  ไป่ฉีทำการถอนเข็มเงินออกจากตัวของทุกคน และบอกให้ขึ้นไปเช็ดตัวให้แห้ง  แต่งตัวให้เรียบร้อย  เพราะถึงเวลาทานมื้อเย็นแล้ว


            “อ้า สบายตัวสุด ๆ ทั้งที่น่าจะปวดเมื่อยตามตัวแท้ ๆ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว  เขารู้สึกสบายตัวยิ่งกว่าตอนไปแช่บ่อน้ำร้อนซะอีก


            “รู้สึกร่างกายเบาหวิวเลยแฮะ” ต้าถงแสดงความคิดเห็นของตน


            “สุดยอดเลย” ไป๋หู่ลองตรวจสอบเส้นชีพจรลมปราณของตนดูก็พบว่าการโคจรลมปราณของเขาดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากทีเดียว


            “ใช่ ไม่คิดว่าแค่ฝังเข็มจะให้ผลดีขนาดนี้” หลี่ซีหยานกล่าว


            “ว่าแต่เราจะเปลี่ยนเสื้อกันตรงไหนล่ะ” มู่ซื่อเฉิงถาม


            “พุ่มไม้ไง” ไป๋หู่ตอบ


            “อย่าดีกว่า  อยู่ในป่า  พวกแมลงหรือสัตว์มีพิษก็เยอะ  ตามพุ่มไม้อาจจะเป็นที่อยู่ของพวกมันก็ได้นะ” ต้าถงกล่าว


            “งั้นเปลี่ยนที่ไหนดีล่ะ” หลี่ซีหยานถาม


            “ตรงนี้เลย  พวกผู้หญิงไม่เห็นหรอก  มีต้นไม้บังเป็นแผงขนาดนี้” ไป่ฉีกล่าว


            “ถึงงั้นก็เถอะ  มันน่าอายนะที่จะให้คนอื่นเห็นน้องชายฉันนะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว


            “นายจะอายอะไรซื่อเฉิง  ที่โรงเรียนนายกับพวกที่เตะบอลด้วยกันแก้ผ้าอาบน้ำกัน  แถมยังอวดขนาดน้องชายกันสนุกสนานเป็นประจำ” ไป่ฉีกล่าว


            “เฮ้ย  อย่าพูดงั้นดิ  พวกนั้นมันคนคุ้นเคยกัน  ฉันถึงเล่นด้วยได้  แต่นี่ฉันกับต้าถงก็เพิ่งมาทำความรู้จักกันได้ไม่นาน  ส่วนไป๋หู่กับหลี่ซีหยาน ก็เพิ่งมารู้จักกันตอนสอบเข้า  มันไม่สนิทใจน่ะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว


            “ซื่อเฉิง  นายคิดหยุมหยิมเหมือนผู้หญิงเกินไปนะ  พูดแบบนี้คงไม่จบแน่  งั้นฉันขอเปลี่ยนตรงนี้เลยละกัน  ฉันหิวแล้ว  อยากกินข้าว” ไป๋หู่ขี้เกียจจะพูดคุยแล้ว  ตอนนี้เขาหิวมาก


            สายตาทุกคู่มองไปที่ไป๋หู่กับหลี่ซีหยานที่ถอดกางเกงในของตัวเองออก  เผยให้เห็นน้องชายทั้ง 2 ของพวกเขา  ซึ่งทั้ง 2 คนไม่ได้สนใจสายตาของมู่ซื่อเฉิงกับพวกต้าถงที่มองมา  รีบใส่กางเกงในตัวใหม่กับเสื้อและกางเกงต่ออย่างรวดเร็ว  โดยไม่ทันสังเกตว่าไป่ฉีกำลังกลั้นหัวเราะอยู่


            “ขนาดสูสี  ถือว่าฉันยังไม่แพ้แบบขาดลอยสินะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว  เขาทำสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาราวกับนักวิชาการกำลังวิเคราะห์อะไรบางอย่าง


            “ความอายแกหายไปไหนวะ ซื่อเฉิง  นี่นายจริงจังเกินไปรึเปล่า” ต้าถงกล่าว


            “เฮ้ย  ต้าถง  ของงี้ยอมกันได้ไงฟะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว


            “พวกนายถ้าแต่งตัวเสร็จแล้วก็ไปกันได้เลยนะ  ฉันขออาบน้ำก่อน” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือแต่ร่างที่เปลือยเปล่า  เดินไปแช่ในถังน้ำใหญ่ของเขา  ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่มองมาไม่วางตา  ก่อนที่ความหดหู่จะเข้าครอบงำพวกต้าถง


            “ช็อกเลยสินะ  ยอมรับว่าตอนเห็นครั้งแรกฉันก็เสียความมั่นใจไปเหมือนกัน” มู่ซื่อเฉิงกล่าว


            “สมกับเป็นพี่ฉี  ผมเทียบไม่ติดเลย” ไป๋หู่แสดงความชื่นชม


            “อืม ฉันเห็นด้วย” หลี่ซีหยานพยักหน้า


            “แต่ว่านะไป๋หู่ กับซีหยาน  ทั้ง ๆ ที่มีผ้าเช็ดตัวทำไมไม่นุ่งมันแล้วค่อยถอดกางเกงในออกล่ะ” ไป่ฉีในที่สุดก็กลั้นหัวเราะไม่ไหว  เขาหัวเราะออกมาดังลั่นกับความเป็นคนไม่คิดอะไรของไป๋หู่ กับหลี่ซีหยานที่ดูเป็นคนง่าย ๆ


            “อ๊ะ นี่พี่รู้แต่ไม่เตือนผมเหรอ  ใจร้ายมาก” ไป๋หู่หน้าเหวอ  เมื่อนึกขึ้นได้ว่าทำไมตัวเองไม่ใช้ผ้าเช็ดตัว


            “........” หลี่ซีหยานถึงกับพูดไม่ออก  ทำไมเขาถึงลืมคิดเรื่องนี้ไปได้กัน


            “โชคดีนะเนี่ยที่พวกเรายังไม่ทำตาม ฮ่า ฮ่า ฮ่า” มู่ซื่อเฉิงหัวเราะไป๋หู่กับหลี่ซีหยานที่เสียรู้ไป่ฉีซะแล้ว


            จากนั้นทุกคนก็แต่งตัวแล้วพากันเดินไปกินข้าว  ส่วนไป่ฉีที่กำลังแช่น้ำอยู่คนเดียวก็ตรวจจับดูว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนี้แล้ว  เขาจึงเอ่ยปากขึ้น


            “ไป่ชิ  ไป่เชอะ  ไป่โม่ลี่  พวกเจ้าออกมาได้แล้ว” ไป่ฉีกล่าว  ก่อนที่ด้านหน้าของเขาจะปรากฏชาย 2 หญิง 1


            “นายน้อยมีอะไรให้พวกเราทำอีกเหรอครับ” ไป่ชิถาม


            “ไป่ชิ กับไป่เชอะ  พวกเจ้าคอยดูแลอย่าให้พวกเพื่อน ๆ ของฉันได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการฝึก  อย่างตอนที่ปีนหน้าผา  แม้จะมีอุปกรณ์  แต่ก็อย่าได้วางใจ  หากพวกเขาร่วงลงมา  ยังไงก็ใช้พลังปราณลดแรงกระแทกให้ด้วย  เข้าใจไหม” ไป่ฉีมอบงานให้กับทั้ง 2 คน


            “รับทราบครับนายน้อย” ไป่ชิกับไป่เชอะรับคำ


            “ส่วนไป่โม่ลี่  เจ้าคอยดูแลพ่อกับแม่  พี่ชิงชิง และเหมยเหม่ย  เข้าใจไหม” ไป่ฉีหันมามอบหน้าที่ให้ไป่โม่ลี่


            “รับทราบค่ะ นายน้อย” โม่ลี่รับคำ


            “ดีมาก  ไปได้แล้ว” ไป่ฉีโบกมือเป็นสัญญาณให้ไปได้แล้ว  ทำให้พวกไป่ชิ  ไป่เชอะและไป่โม่ลี่แยกย้ายกันไปจากตรงนั้นทันที


            ไป่ฉีขึ้นมาจากถังน้ำที่แช่ตัว  เขาเช็ดและแต่งตัวให้เรียบร้อย  แล้วเดินไปร่วมทานมื้อเย็นกับพวกเพื่อนของเขาที่ไปรอล่วงหน้าก่อนแล้ว  พวกเขาพูดคุยกันสนุกสนาน  แต่หลังจากกินเสร็จแล้ว  ไป่ฉีได้นำเต็นท์ที่ยังไม่ได้ประกอบออกมาวาง


            “อะไรอ่ะ” มู่ซื่อเฉิงถาม


            “เต็นท์  พวกนายต้องกางเต็นท์ของตัวเองให้เสร็จ  ไม่งั้นคืนนี้ไม่มีที่นอน” ไป่ฉีกล่าว


            “หงะ  แล้วรถบ้านนั่นล่ะ” มู่ซื่อเฉิงชี้ไปที่รถบ้านทั้ง 2 คันที่จอดอยู่


            “คันหนึ่งให้พ่อกับแม่ฉัน  อีกคันให้เหมยเหม่ยกับพี่ชิงชิง” ไป่ฉีกล่าว


            “กางเต็นท์ไม่ยากหรอกซื่อเฉิง  มา ๆ เดี๋ยวฉันสอนให้” ไป๋หู่กอดคอแล้วลากมู่ซื่อเฉิงไปกับตัวเองทันที  ก่อนจะสอนวิธีกางเต็นท์ให้ทีละขั้นตอน


            “ซีหยาน  นายทำเป็นใช่ไหม” ไป่ฉีหันมาถามหลี่ซีหยาน


            “แน่นอน  เดี๋ยวฉันสอนพวกต้าถงเอง” หลี่ซีหยานกล่าว  ก่อนจะไปสอนวิธีกางเต็นท์ให้กับพวกต้าถง


            “เด็ก ๆ ดูสนุกกันดีนะคะ” ไป่เหลียนฮวากล่าว


            “นั่นสิ  ยิ่งทำให้ผมนึกถึงครั้งแรกของพวกเรา” ไป่ชิงหยุนกล่าว


            “ตาบ้า” ไป่เหลียนฮวาตีเบา ๆ ที่แขนของไป่ชิงหยุน


            การกางเต็นท์ของพวกไป่ฉีผ่านไปได้ด้วยดี  ไป่ฉีให้ทุกคนเข้าเต็นท์ก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน  จากนั้นก็รอให้ทุกคนหลับ  เขาจึงค่อยเดินออกมาภายนอกเต็นท์ และทำการจุดกำยานพิเศษที่เตรียมเอาไว้  มันคือโอสถอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถแสดงผลได้เมื่อสูดดมเข้าไป  ไป่ฉีวางมันในเต็นท์ของแต่ละคน  กำยานนี้มีความพิเศษคือกระตุ้นร่างกายให้สร้างกล้ามเนื้ออย่างมีประสิทธิภาพ  บวกกับสารอาหารที่ได้รับจากวัตถุดิบที่ผสานอาหารลมปราณขั้นสูง  ทำให้กระบวนการสร้างกล้ามเนื้อของเพื่อน ๆ รวดเร็วยิ่งขึ้น


            “หึ หึ รับรองได้ว่าจบค่ายนี้พวกนายจะมีร่างกายแข็งแรงกว่านักกีฬาระดับท็อปของโลกหลายเท่าแน่นอน” ไป่ฉีพึมพำออกมา  ซึ่งนั่นเป็นวัตถุประสงค์ของการมาเข้าค่ายฝีกร่างกายครั้งนี้  นั่นคือการเตรียมร่างกายให้กับเพื่อนของเขา  แน่นอนว่าเขาจะฝึกจนกว่าคนเหล่านี้ได้กำลังภายนอก


            สำหรับไป่ฉี  นอกจากพ่อแม่ในโลกนี้แล้ว  คนที่เขาให้ความสำคัญรองลงมาคือ เมิ่งชิงชิง และเพื่อนของเขา   หากพวกต้าถงกับมู่ซื่อเฉิงสามารถไปถึงระดับโลกได้  นั่นคือไมตรีที่เขาหยิบยื่นให้กับสหายของเขา  แม้ตอนแรกเขาจะคบกับมู่ซื่อเฉิงเพราะหวังจะใช้ประโยชน์  แต่มู่ซื่อเฉิงออกจะซื่อจนเขาอดเป็นห่วงแทนเพื่อนคนนี้ไม่ได้  ถ้าไม่สอนให้รู้ทันคนที่จะมาหาผลประโยชน์จากเจ้าตัว  มู่ซื่อเฉิงต้องมานั่งเสียใจภายหลังแน่ ๆ


            ส่วนต้าถงกับพวก  ไป่ฉีเห็นว่าพวกนั้นกลับตัวได้  เมื่อเห็นความแน่วแน่ของพวกต้าถง  เขาก็ตัดสินใจส่งเสริมและชี้แนะแนวทางให้  ส่งผลให้ต้าถงตอนนี้สามารถก้าวเดินไปบนเส้นทางที่เจ้าตัวต้องการได้แล้ว  เหลือเพียงร่างกายเท่านั้นที่ยังเสียเปรียบนักกีฬาอาชีพหลาย ๆ คนที่เริ่มฝึกร่างกายมาตั้งแต่เด็ก ๆ


            ‘ตอนนี้มู่ซื่อเฉิงสามารถพัฒนากล้ามเนื้อได้เร็วที่สุดในบรรดาคนที่ไม่ได้ฝึกปราณ  ส่วนพวกต้าถงเพราะสูบบุหรี่  ทำให้เหลือสิ่งสกปรกและสารพิษตกค้างตามอวัยวะต่าง ๆ ค่อนข้างมาก  คงต้องเน้นขับของเสียออกจากร่างกายของพวกต้าถงให้หมดก่อน  ในด้านของมู่ซื่อเฉิง  แม้กล้ามเนื้อสวยแต่ไม่ได้แข็งแรงเหมือนที่เห็นภายนอก  ตรงนี้เราพอแก้ปัญหาได้  แต่ที่ต้องทำคือการฝึกให้รู้จักการออกแรงที่ถูกต้อง และสุดท้ายคือพวกหลี่ซีหยานกับไป๋หู่  2 คนนี้ต้องฝึกจัดสรรค์พลังทั้งกายภาพและพลังปราณ’ ไป่ฉีกำลังสรุปสิ่งที่เพื่อนของเขาแต่ละคนยังบกพร่องอยู่


            คิดสรุปได้แบบนั้นเขาก็เริ่มแผนการฝึกเพื่อนของเขาต่อ  แต่ตอนนี้สภาพร่างกายของเพื่อนทุกคนอ่อนล้ามาทั้งวัน  ดังนั้นการฝึกต่อจากนี้  คงต้องเปลืองพลังกันสักหน่อย


            “มาเริ่มการฝึกนรกในฝันกันเถอะ” ไป่ฉียกยิ้มขึ้น

    _____________________________

    +ฝากเพจนิยายด้วยครับ+