หลังจากไป่ฉีฝังเข็มให้กับทุกคนแล้ว เขาก็ยืนคุมพวกเพื่อน ๆ ของเขา หากใครที่เสียสมาธิเขาจะใช้ไม้ฟาดลงไป หากมีใครหลับเขาก็จะฟาดไม้ลงไปเช่นกัน
“พี่ชิงชิงคะ เสียงพวกเขาเงียบไปแล้ว ฉันจะไปดูหน่อยนะคะ” เหมยเหม่ยกล่าว ก่อนจะเดินออกไปยังสถานที่ที่พวกไป่ฉีอยู่ นั่นคือหลังพุ่มไม้ไม่ไกลจากรถบ้านเท่าไหร่
“เดี๋ยวพี่ไปด้วย” เมิ่งชิงชิงรีบเดินตามไปทันที แต่ไม่ทันไรเธอก็เห็นเหมยเหม่ยชะงักและหยุดฝีเท้าลง แล้วยืนนิ่งไม่ไหวติง เมิ่งชิงชิงจึงเดินไปแล้วมองไปในทิศทางที่เหมยเหม่ยมองอยู่
เบื้องหน้าของเธอคือเหล่าชายหนุ่มกำลังนั่งแช่ในถังน้ำใบใหญ่ พวกเขาดูเหมือนเม่นมากในตอนนี้ เพราะเต็มไปด้วยเข็มเงินปักไปทั่ว ด้านหลังของพวกเขาคือไป่ฉีที่ยืนกอด อก ในมือถือดาบไม้เอาไว้ ก่อนที่เมิ่งชิงชิงจะหันมาดูเหมยเหม่ย สิ่งที่เธอเห็นคือของเหลวสีแดงกำลังไหลออกจากจมูกของเธอ ทำให้เมิ่งชิงชิงยกยิ้มขึ้น
“มองใครอยู่เหรอจ๊ะ” เมิ่งชิงชิงยิ้มและถามออกไป
“อ๊ะ ไม่ได้มองเลยค่ะ ผู้ชายแก้ผ้ามีอะไรน่าดูกันล่ะคะ” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่สายตาของเหมยเหม่ยยังคงไม่ละไปจากภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า เมิ่งชิงชิงที่เห็นปฏิกิริยาของเหมยเหม่ย เธอก็หัวเราะเบา ๆ พร้อมกับหรี่ตามอง
“แล้วไอ้ที่ไหลออกมาทางจมูกนี่มันอะไรจ๊ะ พี่ว่าดูยังไงมันก็อาการฟินจากสิ่งที่เห็นตรงหน้ามากกว่านะ” เมิ่งชิงชิงพูดแหย่
“อ๊ะ ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” เหมยเหม่ยตกใจเมื่อพบว่าตัวเองเลือดกำเดาไหล เธอหยิบเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดทันที ส่วนเมิ่งชิงชิงเดินไปหาไป่ฉีเพื่อบอกว่าอาหารเสร็จแล้ว
“ได้ครับ ฝึกเสร็จแล้วพวกผมจะตามไปครับ” ไป่ฉีกล่าว
“อือ รีบมาล่ะเดี๋ยวอาหารจะเย็นหมดนะ” เมิ่งชิงชิงเดินกลับทันที โดยไม่ลืมชวนเหมยเหม่ยกลับไปด้วย
เมื่อครบเวลาที่กำหนด ไป่ฉีทำการถอนเข็มเงินออกจากตัวของทุกคน และบอกให้ขึ้นไปเช็ดตัวให้แห้ง แต่งตัวให้เรียบร้อย เพราะถึงเวลาทานมื้อเย็นแล้ว
“อ้า สบายตัวสุด ๆ ทั้งที่น่าจะปวดเมื่อยตามตัวแท้ ๆ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว เขารู้สึกสบายตัวยิ่งกว่าตอนไปแช่บ่อน้ำร้อนซะอีก
“รู้สึกร่างกายเบาหวิวเลยแฮะ” ต้าถงแสดงความคิดเห็นของตน
“สุดยอดเลย” ไป๋หู่ลองตรวจสอบเส้นชีพจรลมปราณของตนดูก็พบว่าการโคจรลมปราณของเขาดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากทีเดียว
“ใช่ ไม่คิดว่าแค่ฝังเข็มจะให้ผลดีขนาดนี้” หลี่ซีหยานกล่าว
“ว่าแต่เราจะเปลี่ยนเสื้อกันตรงไหนล่ะ” มู่ซื่อเฉิงถาม
“พุ่มไม้ไง” ไป๋หู่ตอบ
“อย่าดีกว่า อยู่ในป่า พวกแมลงหรือสัตว์มีพิษก็เยอะ ตามพุ่มไม้อาจจะเป็นที่อยู่ของพวกมันก็ได้นะ” ต้าถงกล่าว
“งั้นเปลี่ยนที่ไหนดีล่ะ” หลี่ซีหยานถาม
“ตรงนี้เลย พวกผู้หญิงไม่เห็นหรอก มีต้นไม้บังเป็นแผงขนาดนี้” ไป่ฉีกล่าว
“ถึงงั้นก็เถอะ มันน่าอายนะที่จะให้คนอื่นเห็นน้องชายฉันนะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว
“นายจะอายอะไรซื่อเฉิง ที่โรงเรียนนายกับพวกที่เตะบอลด้วยกันแก้ผ้าอาบน้ำกัน แถมยังอวดขนาดน้องชายกันสนุกสนานเป็นประจำ” ไป่ฉีกล่าว
“เฮ้ย อย่าพูดงั้นดิ พวกนั้นมันคนคุ้นเคยกัน ฉันถึงเล่นด้วยได้ แต่นี่ฉันกับต้าถงก็เพิ่งมาทำความรู้จักกันได้ไม่นาน ส่วนไป๋หู่กับหลี่ซีหยาน ก็เพิ่งมารู้จักกันตอนสอบเข้า มันไม่สนิทใจน่ะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว
“ซื่อเฉิง นายคิดหยุมหยิมเหมือนผู้หญิงเกินไปนะ พูดแบบนี้คงไม่จบแน่ งั้นฉันขอเปลี่ยนตรงนี้เลยละกัน ฉันหิวแล้ว อยากกินข้าว” ไป๋หู่ขี้เกียจจะพูดคุยแล้ว ตอนนี้เขาหิวมาก
สายตาทุกคู่มองไปที่ไป๋หู่กับหลี่ซีหยานที่ถอดกางเกงในของตัวเองออก เผยให้เห็นน้องชายทั้ง 2 ของพวกเขา ซึ่งทั้ง 2 คนไม่ได้สนใจสายตาของมู่ซื่อเฉิงกับพวกต้าถงที่มองมา รีบใส่กางเกงในตัวใหม่กับเสื้อและกางเกงต่ออย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันสังเกตว่าไป่ฉีกำลังกลั้นหัวเราะอยู่
“ขนาดสูสี ถือว่าฉันยังไม่แพ้แบบขาดลอยสินะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว เขาทำสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาราวกับนักวิชาการกำลังวิเคราะห์อะไรบางอย่าง
“ความอายแกหายไปไหนวะ ซื่อเฉิง นี่นายจริงจังเกินไปรึเปล่า” ต้าถงกล่าว
“เฮ้ย ต้าถง ของงี้ยอมกันได้ไงฟะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว
“พวกนายถ้าแต่งตัวเสร็จแล้วก็ไปกันได้เลยนะ ฉันขออาบน้ำก่อน” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือแต่ร่างที่เปลือยเปล่า เดินไปแช่ในถังน้ำใหญ่ของเขา ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่มองมาไม่วางตา ก่อนที่ความหดหู่จะเข้าครอบงำพวกต้าถง
“ช็อกเลยสินะ ยอมรับว่าตอนเห็นครั้งแรกฉันก็เสียความมั่นใจไปเหมือนกัน” มู่ซื่อเฉิงกล่าว
“สมกับเป็นพี่ฉี ผมเทียบไม่ติดเลย” ไป๋หู่แสดงความชื่นชม
“อืม ฉันเห็นด้วย” หลี่ซีหยานพยักหน้า
“แต่ว่านะไป๋หู่ กับซีหยาน ทั้ง ๆ ที่มีผ้าเช็ดตัวทำไมไม่นุ่งมันแล้วค่อยถอดกางเกงในออกล่ะ” ไป่ฉีในที่สุดก็กลั้นหัวเราะไม่ไหว เขาหัวเราะออกมาดังลั่นกับความเป็นคนไม่คิดอะไรของไป๋หู่ กับหลี่ซีหยานที่ดูเป็นคนง่าย ๆ
“อ๊ะ นี่พี่รู้แต่ไม่เตือนผมเหรอ ใจร้ายมาก” ไป๋หู่หน้าเหวอ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าทำไมตัวเองไม่ใช้ผ้าเช็ดตัว
“........” หลี่ซีหยานถึงกับพูดไม่ออก ทำไมเขาถึงลืมคิดเรื่องนี้ไปได้กัน
“โชคดีนะเนี่ยที่พวกเรายังไม่ทำตาม ฮ่า ฮ่า ฮ่า” มู่ซื่อเฉิงหัวเราะไป๋หู่กับหลี่ซีหยานที่เสียรู้ไป่ฉีซะแล้ว
จากนั้นทุกคนก็แต่งตัวแล้วพากันเดินไปกินข้าว ส่วนไป่ฉีที่กำลังแช่น้ำอยู่คนเดียวก็ตรวจจับดูว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนี้แล้ว เขาจึงเอ่ยปากขึ้น
“ไป่ชิ ไป่เชอะ ไป่โม่ลี่ พวกเจ้าออกมาได้แล้ว” ไป่ฉีกล่าว ก่อนที่ด้านหน้าของเขาจะปรากฏชาย 2 หญิง 1
“นายน้อยมีอะไรให้พวกเราทำอีกเหรอครับ” ไป่ชิถาม
“ไป่ชิ กับไป่เชอะ พวกเจ้าคอยดูแลอย่าให้พวกเพื่อน ๆ ของฉันได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการฝึก อย่างตอนที่ปีนหน้าผา แม้จะมีอุปกรณ์ แต่ก็อย่าได้วางใจ หากพวกเขาร่วงลงมา ยังไงก็ใช้พลังปราณลดแรงกระแทกให้ด้วย เข้าใจไหม” ไป่ฉีมอบงานให้กับทั้ง 2 คน
“รับทราบครับนายน้อย” ไป่ชิกับไป่เชอะรับคำ
“ส่วนไป่โม่ลี่ เจ้าคอยดูแลพ่อกับแม่ พี่ชิงชิง และเหมยเหม่ย เข้าใจไหม” ไป่ฉีหันมามอบหน้าที่ให้ไป่โม่ลี่
“รับทราบค่ะ นายน้อย” โม่ลี่รับคำ
“ดีมาก ไปได้แล้ว” ไป่ฉีโบกมือเป็นสัญญาณให้ไปได้แล้ว ทำให้พวกไป่ชิ ไป่เชอะและไป่โม่ลี่แยกย้ายกันไปจากตรงนั้นทันที
ไป่ฉีขึ้นมาจากถังน้ำที่แช่ตัว เขาเช็ดและแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วเดินไปร่วมทานมื้อเย็นกับพวกเพื่อนของเขาที่ไปรอล่วงหน้าก่อนแล้ว พวกเขาพูดคุยกันสนุกสนาน แต่หลังจากกินเสร็จแล้ว ไป่ฉีได้นำเต็นท์ที่ยังไม่ได้ประกอบออกมาวาง
“อะไรอ่ะ” มู่ซื่อเฉิงถาม
“เต็นท์ พวกนายต้องกางเต็นท์ของตัวเองให้เสร็จ ไม่งั้นคืนนี้ไม่มีที่นอน” ไป่ฉีกล่าว
“หงะ แล้วรถบ้านนั่นล่ะ” มู่ซื่อเฉิงชี้ไปที่รถบ้านทั้ง 2 คันที่จอดอยู่
“คันหนึ่งให้พ่อกับแม่ฉัน อีกคันให้เหมยเหม่ยกับพี่ชิงชิง” ไป่ฉีกล่าว
“กางเต็นท์ไม่ยากหรอกซื่อเฉิง มา ๆ เดี๋ยวฉันสอนให้” ไป๋หู่กอดคอแล้วลากมู่ซื่อเฉิงไปกับตัวเองทันที ก่อนจะสอนวิธีกางเต็นท์ให้ทีละขั้นตอน
“ซีหยาน นายทำเป็นใช่ไหม” ไป่ฉีหันมาถามหลี่ซีหยาน
“แน่นอน เดี๋ยวฉันสอนพวกต้าถงเอง” หลี่ซีหยานกล่าว ก่อนจะไปสอนวิธีกางเต็นท์ให้กับพวกต้าถง
“เด็ก ๆ ดูสนุกกันดีนะคะ” ไป่เหลียนฮวากล่าว
“นั่นสิ ยิ่งทำให้ผมนึกถึงครั้งแรกของพวกเรา” ไป่ชิงหยุนกล่าว
“ตาบ้า” ไป่เหลียนฮวาตีเบา ๆ ที่แขนของไป่ชิงหยุน
การกางเต็นท์ของพวกไป่ฉีผ่านไปได้ด้วยดี ไป่ฉีให้ทุกคนเข้าเต็นท์ก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน จากนั้นก็รอให้ทุกคนหลับ เขาจึงค่อยเดินออกมาภายนอกเต็นท์ และทำการจุดกำยานพิเศษที่เตรียมเอาไว้ มันคือโอสถอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถแสดงผลได้เมื่อสูดดมเข้าไป ไป่ฉีวางมันในเต็นท์ของแต่ละคน กำยานนี้มีความพิเศษคือกระตุ้นร่างกายให้สร้างกล้ามเนื้ออย่างมีประสิทธิภาพ บวกกับสารอาหารที่ได้รับจากวัตถุดิบที่ผสานอาหารลมปราณขั้นสูง ทำให้กระบวนการสร้างกล้ามเนื้อของเพื่อน ๆ รวดเร็วยิ่งขึ้น
“หึ หึ รับรองได้ว่าจบค่ายนี้พวกนายจะมีร่างกายแข็งแรงกว่านักกีฬาระดับท็อปของโลกหลายเท่าแน่นอน” ไป่ฉีพึมพำออกมา ซึ่งนั่นเป็นวัตถุประสงค์ของการมาเข้าค่ายฝีกร่างกายครั้งนี้ นั่นคือการเตรียมร่างกายให้กับเพื่อนของเขา แน่นอนว่าเขาจะฝึกจนกว่าคนเหล่านี้ได้กำลังภายนอก
สำหรับไป่ฉี นอกจากพ่อแม่ในโลกนี้แล้ว คนที่เขาให้ความสำคัญรองลงมาคือ เมิ่งชิงชิง และเพื่อนของเขา หากพวกต้าถงกับมู่ซื่อเฉิงสามารถไปถึงระดับโลกได้ นั่นคือไมตรีที่เขาหยิบยื่นให้กับสหายของเขา แม้ตอนแรกเขาจะคบกับมู่ซื่อเฉิงเพราะหวังจะใช้ประโยชน์ แต่มู่ซื่อเฉิงออกจะซื่อจนเขาอดเป็นห่วงแทนเพื่อนคนนี้ไม่ได้ ถ้าไม่สอนให้รู้ทันคนที่จะมาหาผลประโยชน์จากเจ้าตัว มู่ซื่อเฉิงต้องมานั่งเสียใจภายหลังแน่ ๆ
ส่วนต้าถงกับพวก ไป่ฉีเห็นว่าพวกนั้นกลับตัวได้ เมื่อเห็นความแน่วแน่ของพวกต้าถง เขาก็ตัดสินใจส่งเสริมและชี้แนะแนวทางให้ ส่งผลให้ต้าถงตอนนี้สามารถก้าวเดินไปบนเส้นทางที่เจ้าตัวต้องการได้แล้ว เหลือเพียงร่างกายเท่านั้นที่ยังเสียเปรียบนักกีฬาอาชีพหลาย ๆ คนที่เริ่มฝึกร่างกายมาตั้งแต่เด็ก ๆ
‘ตอนนี้มู่ซื่อเฉิงสามารถพัฒนากล้ามเนื้อได้เร็วที่สุดในบรรดาคนที่ไม่ได้ฝึกปราณ ส่วนพวกต้าถงเพราะสูบบุหรี่ ทำให้เหลือสิ่งสกปรกและสารพิษตกค้างตามอวัยวะต่าง ๆ ค่อนข้างมาก คงต้องเน้นขับของเสียออกจากร่างกายของพวกต้าถงให้หมดก่อน ในด้านของมู่ซื่อเฉิง แม้กล้ามเนื้อสวยแต่ไม่ได้แข็งแรงเหมือนที่เห็นภายนอก ตรงนี้เราพอแก้ปัญหาได้ แต่ที่ต้องทำคือการฝึกให้รู้จักการออกแรงที่ถูกต้อง และสุดท้ายคือพวกหลี่ซีหยานกับไป๋หู่ 2 คนนี้ต้องฝึกจัดสรรค์พลังทั้งกายภาพและพลังปราณ’ ไป่ฉีกำลังสรุปสิ่งที่เพื่อนของเขาแต่ละคนยังบกพร่องอยู่
คิดสรุปได้แบบนั้นเขาก็เริ่มแผนการฝึกเพื่อนของเขาต่อ แต่ตอนนี้สภาพร่างกายของเพื่อนทุกคนอ่อนล้ามาทั้งวัน ดังนั้นการฝึกต่อจากนี้ คงต้องเปลืองพลังกันสักหน่อย
“มาเริ่มการฝึกนรกในฝันกันเถอะ” ไป่ฉียกยิ้มขึ้น
_____________________________
+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
