ตอนนี้เรามุ่งหน้าเข้าสู่โตเกียวเมืองสุดท้ายก่อนบินกลับโดยสถานที่แรกที่เราแวะก็คือห้างสรรพสินค้าไดเวอร์ซิตี้โตเกียวซึ่งเป็สถานที่ไฮไลท์อีกแห่งหนึ่งเพราะมีหุ่นยนต์กันดั้มขนาดใหญ่ยืนตระหง่านอยู่ด้านหน้า
พอไปถึงพวกเราก็ไม่พลาดที่จะไปถ่ายรูปกับหุ่นั์ตัวนั้นเพราะมันเท่มากจริงๆหลังจากนั้น มาห้างทั้งทีเราก็ต้องเดินเข้าไปดูสินค้าในห้างเขาหน่อยตามธรรมเนียมจ๊ะแต่แน่ล่ะ ฉันกับเพื่อนอดใจไม่ไหวมีของหิ้วติดกลับมาพอใช้ได้เลยล่ะก็มันดันมีลดราคาเยอะแยะไปหมดแล้วใครจะอดใจไหวล่ะคะ
เดินช้อปปิ้งกันจนหิวแล้วมื้อเย็นวันนี้ไกด์ปล่อยอิสระหาข้าวทานเองจ๊ะ พวกเราเลยไปฝากท้องไว้ที่ศูนย์อาหารซึ่งมีราเม็งหน้าตาน่ากินมากมายจนเลือกไม่ถูกจริงๆฉันกับเพื่อนชอบกินราเม็งมาก ั้แ่ลงมาเหยียบที่ญี่ปุ่นก็ทานอาหารตามที่บริษัททัวร์จัดไว้ให้ตลอด วันนี้มีโอกาสเลยหาราเม็งทานกันซะเลยราเม็งร้านที่เราเลือกราคาตกอยู่ที่ประมาณเจ็ดร้อยถึงเก้าร้อยเย็นซึ่งก็ถือว่าโอเคสำหรับพวกฉันมื้อนี้ฉันเลยเลือกราเม็งพวกทสึเคะเม็ง ซึ่งเป็ราเม็งที่แยกเส้นกับน้ำซุปในส่วนที่ฉันเลือกนั้นตัวน้ำซุปข้นใส่หมูชาชูชิ้นใหญ่พอสมควรมาสองชิ้นกับลูกชิ้นปลาแบนๆยอดนิยมแบบที่เห็นได้ตามร้านราเม็งทั่วไปในเมืองไทย แล้วก็มีไข่สีอิ๊ว หมูสับปรุงรสมาให้อีกหนึ่งถ้วยในชามที่ใส่เส้นราเม็งมีสาหร่ายใส่มาด้วยอีกหนึ่งแผ่น กินทั้งหมดรวมกันแล้วรสชาติเข้มข้นถูกใจดีถือว่าเลือกมาถูกล่ะงานนี้ พอใจล่ะ
พอทานกันอิ่มก็เตรียมขึ้นรถกลับโรงแรมพักผ่อนเป็อันจบทริปสวัสดีโตเกียวสำหรับเย็นวันนี้ ที่เป็่ต่อการเดินทางจากต่างจังหวัดเข้าเมืองละนะ
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จพี่ไกด์ก็พาเราเดินทางมาย่านชินจูกุซึ่งเป็ศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญของโตเกียวฉันกับเพื่อนเดินไปหาร้านขายยาเพราะมีคนฝากซื้อยาบางตัวของญี่ปุ่นที่ว่าดีนักหนากลับไปให้แล้วเดินเข้าร้านนู้นร้านนี้ไปเรื่อยๆ เอาจริงๆฉันชอบเที่ยวธรรมชาติมากกว่าไม่ค่อยถนัดแหล่งช้อปปิ้งเท่าไหร่ เพราะเมื่อวานก็ซื้อของในห้างกันไปบ้างแล้วสุดท้ายพวกฉันก็ไปหยุดอยู่ตรงรูปปั้นเ้าหมาฮาจิโกะซึ่งได้ชื่อว่าเป็สุนัขที่ซื่อสัตย์ในตำนาน ของศาสตราจารย์เอซาบูโร อูเอโนะอาจารย์ภาควิชาเกษตรศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียวมันเป็หมาที่ซื่อสัตย์ที่คอยรับส่งเ้านายไปกลับจากที่ทำงานทุกวันจนกระทั่งเ้านายเสียชีวิตไปแล้ว เ้าหมาก็ยังคงทำเช่นเดิมจวบจนกระทั่งตัวมันเองตายไปอย่างสงบใน่อายุ 11 ปี ถึงเื่ออกจะเศร้าหน่อย แต่ฉันแอบขำไม่ใช่ตำนานเ้าสุนัขฮาจิโกะผู้ซื่อสัตย์นะ แต่ขำตรงที่ตอนนั้นมันมีแมวอ้วนมอมแมมตัวหนึ่งที่มีผ้าถักลูกไม้สวมใส่รอบคอไว้ด้วย ะโขึ้นไปนั่งแช่อยู่ใต้ท้องเ้ารูปปั้นหมาฮาจิโกะนี่แหละอยู่นานด้วยไม่ขยับไปไหนเลยทำให้ฉันต้องเก็บภาพกลับมาเป็หลักฐานให้ตัวเองดูย้อนหลังไป เอ็นดูไปอีกหลายรอบ
พอเดินดูรอบๆกันจนเหนื่อยเพื่อนกับฉันก็หาราเม็งกันอีกตามระเบียบ มาถึงถิ่นก็ต้องจัดราเม็งกันไปรัวๆจ้าวันนี้ฉันสั่งราเม็งน้ำข้นมีหมูย่างชิ้นใหญ่โปะมาให้หนึ่งชิ้นกับไข่ต้มซีอิ๊วอีกสองซีกอร่อยอีกแล้วจ๊ะ
หลังจากทานเสร็จพี่ไกด์ก็พาเราไปเดินเล่นต่อที่ตลาดปลาซึกิจิซึ่งเต็มไปด้วยอาหารทะเลสดเต็มไปหมด แล้วไม่ใช่แค่อาหารทะเลนะ มีขนมผลไม้น่ากินเยอะแยะด้วย ฉันกับเพื่อนก็เลยต้องหาอะไรกินกันอีกรอบเบาๆเริ่มด้วยคานิขาปูหิมะชาชิมิเนื้อหวานอร่อย แต่เพื่อนฉันไม่ทานของดิบคะฉันเลยจัดคนเดียวซะเลย ตามด้วยหอยเชลล์ตัวใหญ่ท็อปปิ้งด้วยไข่หอยเม่นย่างซึ่งเพื่อนฉันยังยืนยันไม่กินดิบฉันเลยต้องยอม ทั้งที่หอยเชลล์กับไข่หอยเม่นทานดิบหวานอร่อยกว่าแท้ๆยิ่งสดๆแล้วด้วย แอบเสียดายจริงๆ ‘ทำไมหล่อนไม่ลองกินของดิบบ้างยะไม่ใช่ไก่ดิบสักหน่อย’ ฉันแอบกรีดร้องในใจแล้วก็ตามด้วยคานิขาปูหิมะแบบย่างอีกหนึ่งจาน เป็อันจบมื้อเบาๆ
แล้วพวกฉันก็เดินกันจนเหนื่อยต้องหาที่นั่งพักกันก่อนเพื่อรอเวลานัดรวมตัวหากันไปมาก็ไปเจอร้านกาแฟชื่อดังเ้าประจำที่คุ้นเคยดีในเมืองไทยเลยไปนั่งดื่มชาเขียวร้อนท่ามกลางบรรยากาศเย็นๆกับเพื่อนสาวแบบชิวๆกันไป
คราวนี้ถึงเวลากลับโรงแรมแล้วแต่โตเกียวทั้งทีราตรีนี้ยังไม่จบนะจ๊ะ พี่ไกด์บอกว่าตามโปรแกรมทัวร์วันนี้จบแล้วแต่ถ้าอยากไปเที่ยวที่ไหนต่อให้ออกความเห็นกันมาแล้วพี่ไกด์จะพาไปพวกเราเป็พวกเกรงใจซะด้วย ไม่อยากปฏิเสธความใจดีของพี่เขา เลยพยักหน้าตกลงแบบไปไหนไปกันสุดท้ายพี่ไกด์ก็พาเดินไปขึ้นรถไฟใต้ดิน ซึ่งบอกตรงๆว่าฉันงง ไม่ถนัดเท่าไหร่กับป้ายมากมายบนสถานีรถอาจจะเพราะเพิ่งเคยมาเที่ยวเองที่ญี่ปุ่นแบบนี้เป็ครั้งแรก
สุดท้ายปลายทางมาลงที่สถานีรถไฟฮาราจูกุซึ่งในตอนนั้นยังเป็อาคารไม้เก่าแก่คลาสสิคและสวยดีในสายตาฉัน ก็เลยถ่ายรูปเก็บไว้เป็ที่ระลึก ไม่เก่าได้ไงในเมื่ออายุเกือบร้อยปีแล้วช่างทรงคุณค่าจริงๆ ตอนนี้เลยถูกทุบสร้างใหม่ไปแล้วด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยโชคดีที่ฉันได้มีโอกาสได้ไปเยือนก่อนสถานที่แห่งนี้จะถูกทุบสร้างใหม่
ไหนๆก็มาย่านแฟชั่นอย่างฮาราจูกุทั้งทีฉันกับเพื่อนก็เดินชมเสื้อผ้า แฟชั่นต่างๆมากมายไม่เฉพาะแค่ในร้าน แต่มีนายแบบนางแบบเดินได้แต่งตัวน่าสนใจเดินเต็มท้องถนนไปหมดเห็นแล้วเพลินตาดี เดินได้สักพักก็เริ่มหิวเพื่อนกับฉันตั้งใจจะกินราเม็งกันยันวันสุดท้ายถ้าเลือกได้เพราะมันมีมากมายหลายแบบจริงๆ แต่วันนี้ฉันเลือก ทันตัมเมนแบบแห้งหน้าตาน่ากินด้วยเส้นราเม็งน้ำคลุกคลิกราดด้วยหมูสับปรุงรสเผ็ดเล็กน้อยกับบรรดาผักต่างๆ หั่นแบบซอยมาจัดวางโปะหน้าหมูสับอีกทีมีผักดองที่คล้ายกิมจิ กับขนมหวานหน้าตาคล้ายขนมกะทิสาคูมาให้ทานแก้เผ็ดด้วยอยากจะบอกเหลือเกินว่าคนไทยอย่างฉันระดับนี้ สบายหายห่วง เผ็ดนิดๆไม่ได้สะกิดต่อมใดๆเลยแต่ก็ถือว่าอร่อยจ๊ะขอบคุณ
หลังจากทานของคาวแล้วตอนนั้นได้ยินว่ามีร้านชีสทาร์ตเ้าดังที่ยังไม่ได้มาขายในไทยฉันกับเพื่อนเลยไปต่อแถว ซื้อมาลิ้มลองกันสักหน่อย รอคิวสักพักใหญ่ก็ได้ชิมสมใจอร่อยดีหอมชีสรสชาติละมุนลิ้น ถือว่าผ่าน พร้อมต่อชิ้นที่สองได้กินอิ่มจบทริปได้เวลานัดรวมตัวก็พากันกลับโรงแรมพักผ่อนได้จ้า
ตอนเช้าอีกวันพวกเราทานอาหารเช้าที่โรงงแรมเสร็จแล้วก็ตรงกันไปที่วัดชื่อดังในโตเกียว วัดอาซากุสะหรือวัดเซ็นโซจิ ซึ่งมีสัญลักษณ์สำคัญเป็ประตูและโคมอันใหญ่ั์สีแดงโดดเด่น รอคอยให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปด้วยถ้าไม่ถ่ายแสดงว่าไม่ถึงวัดนี้นะจ๊ะ ฉันก็เลยเอากับเขาสักหน่อยจัดไปรัวๆ
แล้วฉันกับเพื่อนก็เข้าไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอพรกันตามระเบียบแล้วก็แวะมาปัดควันธูปในกระถางขนาดใหญ่มาใส่ตัวเพราะมีความเชื่อว่าควันธูปเหล่านี้จะช่วยรักษาสิ่งไม่ดีในร่างกายให้ออกไป ฉันเห็นเพื่อนเข้าไปกวักควันธูปเข้าใส่ตัวพร้อมกับทำหน้าแปลกๆที่ฉันอดขำไม่ได้ทุกครั้งที่มองซึ่งจนป่านนี้มันยังไม่รู้ตัวเลยว่าโดนแอบถ่ายแต่แค่ฉันเห็นแบบนั้นฉันก็ทำได้แค่ดูห่างๆอย่างห่วงๆ ไม่ขอเข้าไปขัดจังหวะดีกว่า
หลังจากเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสร็จแล้วในบริเวณวัดจะมีทางเดินทอดยาวออกไปขายพวกขนมของที่ระลึกเยอะแยะเต็มไปหมดฉันก็เลยอดไม่ได้ต้องซื้อพวกของห้อยกระเป่ากระจุกกระจิกน่ารักๆรูปแมวกวักหลากสีสันไปฝากบรรดาน้องๆที่ออฟฟิศสักหน่อยส่วนเพื่อนฉันซื้อชุดยูกาตะตัวเล็กของเด็กไปฝากลูกเพื่อนอีกทีช่างมีน้ำใจงามจริงๆเพื่อนฉัน ดูของฝากแล้ว คนละเื่กันเลยจริงๆแต่ฉันไม่แคร์จ๊ะ เดินไปหาขนมกินดีกว่า
แล้วก็ไปเจอขนมแป้งทอดไส้ต่างๆทั้งไส้เชอร์รี่ คัสตาร์ด ฟักทอง มันหวาน ชาเขียวงาดำและไส้ถั่วแดงมาตรฐานขนมญี่ปุ่น เลยซื้อมาลิ้มลองสักชิ้น ราคาประมาณชิ้นละร้อยยี่สิบถึงสองร้อยเยนแล้วแต่ไส้ข้างในส่วนตัวฉันเองตอนนั้นกำลังบ้าชาเขียวเลยซื้อมาลองราคาร้อยเจ็ดสิบเยนก็อร่อยหอมชาเขียวดี ส่วนรสััก็เหมือนทานแป้งทอดไส้ถั่วบดหวานร้อนๆแป้งข้างในเขาไม่หนาเกินไปนุ่มหยุ่นกำลังดีส่วนข้างนอกให้รสััที่กรุบกรอบเข้ากันได้ดีอย่างประหลาด
วันนี้มีน้องๆมาทัศนศึกษากันด้วยล่ะเด็กญี่ปุ่นหน้าตาน่ารักแก้มแดง เต็มไปหมดเห็นแล้วน่าเข้าไปหยิบแก้มนุ่มๆนั้นนักแต่คงโดนจับส่งตำรวจคิดว่าเป็พวกโรคจิตซะก่อนแหละ อาจารย์คอยคุมเยอะขนาดนั้นที่สำคัญฉันถ่ายติดอาจารย์หน้าตาดีมากใส่สูทผูกเนคไทมาด้วยั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ แต่พอกลับมาดูแล้วก็เพลินดี
พอถึงเวลาไกด์รวมพลเตรียมกลับบ้านไปสนามบิน เป็อันจบทริป อิ่มท้อง อิ่มตา อิ่มใจแถมได้ขอพรจากสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์อีกงานนี้สบายใจทั้งฉันและเพื่อนเพราะได้เติมพลังกันเต็มที่พร้อมกลับไปทำงานได้จ้า
ขอจบเื่สั้นของทริปญี่ปุ่นเพียงเท่านี้หวังว่านักอ่านทุกท่านจะได้รับความเพลิดเพลินไปกับการอ่านเื่เล่าการเดินทางตามอารมณ์ของนักเขียนอย่างฉันในครั้งนี้ ไม่มากก็น้อยนะคะ