วันเสาร์
แชะ แชะ
กล้องกดถ่ายภาพรัวไม่พลาดแม้แต่ท่าเดียวเก็บทุกกิริยาที่หลุยเทียนเปาขยับเปลี่ยนท่าอยู่ในสตูดิโอจนเสร็จเรียบร้อยเขาเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดที่ห้องรับรองก่อนก้มมองมือถือที่มีข้อความเด้งจากมือถือยกทัพที่ฝากไว้
.... : รออยู่ที่สวนสาธารณะแล้วนะคะ มาถึงเมื่อไหร่ช่วยแจ้งด้วยค่ะ
นิ้วเรียวยาวยืนนิ่งอย่างใช้ความคิดก่อนขมวดคิ้วเงยหน้ามองตนเองในกระจกช้าๆ พร้อมเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกงหมุนตัวกลับเดินออกไป
ที่สวนสาธารณะ รักจังยืนหาวอยู่ตรงกลางเลอากับนิวตันที่ถกเถียงกันเื่เรือถีบอยู่ริมน้ำก่อนเอียงตัวมองภัคกับองศาปูเสื่อปิกนิกราวกับมาพักผ่อนชมนกชมไม้โดยไม่สนใจว่าเธอจะมีอาการเซ็งแค่ไหน
“เมื่อไหร่จะมา ทีมงานสักคนยังไม่เห็นเลย ร้อนก็ร้อนมาทำอะไรที่นี่” รักจังเท้าเอวกวาดสายตามองรอบอย่างหงุดหงิดเดินไปรื้อเอกสารในกระเป๋าเป้ของนิวตันเพื่อหากระดาษมาพัดดับร้อน
“เื่มากเสียแรงที่เบ่งออกมา” ภัคมองค้อนแล้วก้มลงปอกเปลือกแอปเปิลต่ออย่างประณีต องศาเลิกคิ้วอมยิ้มมองอาการของรักจังที่ทำหน้าบูดบึ้ง
“การจะเดทกับคนดังมันก็ยากแบบนี้แหละ ไหนจะหลบแฟนคลับอีกเล่า เดี๋ยวก็มายังไงเขาต้องถ่ายทำความเป็มืออาชีพนะไม่เบี้ยวหรอกน่า” องศาพูดไปนั่งกินไปพร้อมหยิบมือถือขึ้นมาเล่น
“งั้นไปลองไหมเล่า” เสียงเลอาดังขึ้นทำให้รักจังเหลือกตามองบน
“ไปก็ไปสิ กลัวที่ไหน” นิวตันตอบกลับก่อนถูกเลอาลากไปที่เรือถีบ รักจังผ่อนลมหายใจเดินยืดเส้นยืดสายแยกตัวออกไปนั่งมองนกที่กำลังจิกอาหารกินอยู่ที่พื้น
“คอยดูเถอะถ้าภารกิจนี้จบสิ้นฉันจะรวยให้ดู ชิ” รักจังลุกขึ้นยืนเท้าเอวเดินเข้าไปหานกที่กระพือปีกบินทำให้มองเห็นชายสวมหมวกสีดำพร้อมผ้าปิดปากก้าวเข้ามาใกล้ๆ ก่อนที่เสียงมือถือรักจังจะดังขึ้นเธอจึงรีบละสายตาจากเขาล้วงหยิบมือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงขาสั้นขึ้นมารับสายทันที
“สวัสดีค่ะ รักจังพูดค่ะ”
“ถึงแล้วครับ คุณอยู่ที่ไหน” เสียงปลายสายกับเสียงด้านหน้าดังซ้อนกันทำให้รักจังกะพริบตาถี่มองคนที่เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า
“อยู่นี่ค่ะ”
“หือ” สองสายตาสบกันท่ามกลางนกที่กระพือบินอยู่ด้านหลัง รักจังลอบกลืนน้ำลายลงคอก่อนลดมือถือลงเมื่อแน่ใจว่าคนในสายกับคนตรงหน้าคือคนเดียวกัน เธอก้าวถอยหลังรีบวางสายเก็บมือถือใส่กระเป๋าก้มหัวทักทายเขาด้วยรอยยิ้มพร้อมเหล่มองหากล้องอัดรายการ
“สวัสดีค่ะฉันชื่อรักจังค่ะเป็แฟนคลับริเวอร์ เขินจังเลยค่ะได้เห็นสมาชิกวงริเวอร์ตัวเป็ๆ และใกล้ๆ ไม่คิดว่าจะได้มาอยู่ข้างๆ” รักจังร่ายยาวเปิดตัวอย่างกระตือรือร้นผิดจากตอนแรกแต่สายตาก็ยังสอดส่องหากล้องและทีมงานอยู่
“ครับ ผมหลุยเทียนเปา ยินดีที่ได้มาเดทกับแฟนคลับตัวจริง วันนี้ให้ผมดูแลคุณนะครับ” หลุยเทียนเปายื่นมือไปด้านหน้าแนะนำตัวอย่างเป็ทางการราวกับมีกล้องถ่ายอยู่จริงๆ
“ไม่หรอกค่ะฉันต่างหากที่ต้องดูแลคุณ เอ๊ะ เมื่อกี้ชื่ออะไรนะคะ” รักจังยื่นมือจับมือเขาก่อนฉุกคิดมองมือเรียวยาวอีกข้างของเขาเลื่อนผ้าปิดปากลงเผยให้เห็นหน้าเต็มทำรักจังนิ่งค้างลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“ใหรือครับ มันเป็การสุ่มเดทกับริเวอร์ไม่ใช่หรือครับ ต้องขอโทษด้วยถ้าคุณไม่ได้้าเดทกับผม”
“ห๊ะ เอ่อ..มะ ไม่ใช่ค่ะ คุณจำฉันไม่ได้หรือคะ ฉันเป็แฟนคลับคุณเลยค่ะ” รักจังรีบปรับกิริยาตั้งสติล้วงหยิบมือถือมาไล่เปิดรูปในห้องและรูปที่ได้ถ่ายคู่ในงานมีตติ้งให้เขาดู รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่มก่อนลดมือลง
“ขอโทษด้วยที่มาช้า ถ้าพร้อมแล้วไปกันเถอะครับ ผมจองร้านอาหารไว้แล้ว”
“อ่อ แสดงว่าจะเริ่มถ่ายจากที่นั่นใช่ไหมคะ แล้วกล้องอยู่ไหนคะ ฉันกลัวจะบังนะคะ” รักจังรีบก้าวตีคู่เดินไปกับเขาเมื่อเขาเริ่มออกตัวเดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงเลื่อนผ้าปิดปากขึ้น
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณไม่บังแน่นอน ทีมงานมืออาชีพไม่ว่าคุณจะยืนอยู่ตรงไหนมุมไหนก็ไม่บังแน่นอน ตามสบายเลยครับ” เสียงเรียบตอบกลับพร้อมเดินมาหยุดที่รถเปิดประทุนสุดหรู รักจังมองตาปริบๆ มองรถถึงกับตาลุกวาวก่อนที่หลุยเทียนเปาจะเปิดประตูรถให้เธอเป็พิเศษ
“ขอบคุณค่ะ” รักจังก้มตัวนั่งลงในรถจนลืมคนที่มาด้วยไปทันที เธอมองทั่วรถเพื่อหากล้องแต่ก็ไม่พบสิ่งที่เรียกว่ากล้องหรืออะไรที่จะอัดวิดีโอได้ “ตั้งกล้องตรงไหนเนียนชะมัด”
“ว่าอะไรนะครับ” หลุยเทียนเปาอ้อมมานั่งลงที่คนขับรถแล้วปิดประตูรถสตาร์ทขับออกไป
“เปล่าค่ะ ฉันตื่นเต้นค่ะ” รักจังยิ้มแห้งๆ ล้วงหยิบมือถือมากดพิมพ์ส่งข้อความถึงคนที่อยู่ในสวนสาธารณะแล้วหันกลับมามองหน้าหลุยเทียนเปาที่ขับรถด้วยความนิ่งเงียบ
“ทานข้าวเสร็จไปไหนกันดีครับ” คำถามเอ่ยขึ้นโดยที่คนถามไม่ได้มองมาที่คนตอบ
“ไม่รู้สิคะ ทีมงานไม่ได้บอกไว้หรือคะ ฉันนึกว่าตามใจศิลปินซะอีก”
“คุณได้มาเดทกับคนที่คุณชอบทั้งทีคุณอยากทำอะไรก็ทำได้เลยครับ โอกาสไม่ได้มีง่ายๆ คุณเป็คนโชคดีมาก”
“เหรอคะ ไม่เห็นคิดงั้น”
“ว่าไงนะครับ”
“อ้อ ฉันหมายถึงฉันนี้ดวงมหาเฮงจริงๆ” รักจังฉีกยิ้มกว้างมองหน้าหลุยเทียนเปาที่หันมามองเธอเช่นกันพร้อมขมวดคิ้วถอดหมวดถอดผ้าปิดปากออกเผยให้ความออร่าออกมาอย่างเต็มรูปแบบจนรักจังต้องหันหน้ากลับไปมองกระจกอย่างตั้งหลักยกมือจับสายคาดเบลท์แน่นด้วยความประหม่า
“เหมือนเราเคยเจอกันที่ไหนหรือเปล่า นอกจากงานมีตคราวก่อน ผมรู้สึกคุ้นหน้าคุณ”
“ไม่มี๊นี่ค่ะ ฉันเป็คนธรรมดาที่ชอบริเวอร์แบบสุดๆ ฉันอยากให้คุณเห็นจังเลยค่ะที่ห้องนอนฉันมีรูปริเวอร์เต็มไปหมดเลย แถมอัลบั้มเพลงของริเวอร์มีทุกอัลบั้มั้แ่ทำเพลงเลยค่ะ” รักจังหันกลับมาฉีกยิ้มหวานเล่นใหญ่เล่นโตประกอบท่าทางอย่างไม่มีกักไว้
“หรือครับ น่าดีใจแทนริเวอร์คนอื่นๆ ด้วยจริงๆ” หลุยเทียนเปามองท่าทีของเธอด้วยรอยยิ้มก่อนเลี้ยวรถเข้ามาร้านอาหารญี่ปุ่น รักจังมองรอบร้านหลังลงจากรถเดินตามหลุยเทียนเปาที่เดินนำไปยังห้องที่จองไว้ไร้คนรบกวน เป็ร้านโอมากาเสะอาหารญี่ปุ่นที่ทำสดๆ ให้เห็นจากมือเชฟคำต่อคำ รักจังนั่งลงข้างหลุยเทียนเปาที่มองเชฟก้มหัวโค้งต้อนรับก่อนลงมือจัดการปั้นข้าวห่อสาหร่ายให้ลูกค้าสุดวีไอพีที่อยู่เพียงสองคน รักจังเม้มปากมองลีลาการทำอาหารของเชฟอย่างชอบใจจนหลุดคาแร็กเตอร์ที่ตนสร้างไว้ หลุยเทียนเปาเอียงหน้ามองแววตาของเธอถึงกับอมยิ้มมองเชฟวางซูชิสอดใส่ปลาแซลมอนไว้ในถาดตรงหน้าทั้งสองแล้วผายมือเชิญให้ลิ้มรส
“ขอบคุณค่า อะริงาโต” รักจังพนมมือระดับอกก่อนปรบมือยิ้มแป้นลงมือหยิบซูชิด้วยมือเปล่ามาเข้าปากอย่างเต็มคำจนเชฟยกนิ้วโป้งยิ้มระรื่น รักจังพยักหน้ารับหลับตาพริ้มเคี้ยวอย่างละมุนปรบมือชอบใจ หลุยเทียนเปาหยิบขึ้นมายัดเข้าปากเต็มคำทำตามเธอ
“จัดมาเต็มเหนี่ยวเลยเชฟ” รักจังขยิบตาให้เชฟที่พยักหน้ารับลงมือทำต่อ
ตืด ตืด
เสียงมือถือดังขึ้นขัดจังหวะรักจังที่ล้วงหยิบมากดรับสายทันทีจนลืมไปเลยว่าอยู่กับใคร ณ ตอนนี้ หลุยเทียนเปาวางมือลงบนโต๊ะรอซูชิชิ้นต่อไปได้ยินเสียงคุยโทรศัพท์ของเธอ
“ว่าไง ฉันอยู่ร้านอาหารญี่ปุ่นอร่อยมากเลยแก วันหลังจะพามากินแต่แกต้องเลี้ยงนะ โอเคเลิศไว้เจอกันเดี๋ยวไปหา” หลุยเทียนเปาอมยิ้มยกมือจับต้นคอมองซูชิที่วางลงบนจานตรงหน้า รักจังรีบวางสายเก็บมือถือหันมากินต่ออย่างชอบใจยิ้มร่า