11
-การแสดงความเป็เ้าของ-
“ทำไมถึงไม่บอกว่าเจ็บเลยล่ะ” เสียงหนึ่งแว่วมาจากที่ไกลๆ เมื่อผมลืมตาตื่น ก็พบกับเขาอีกครั้ง
พื้นที่ทุกอย่างดูเลือนลางแต่ชัดเจนในความรู้สึก...ที่นี่คือบ้านของผมกับเขา
“...”
“แผลลึกขนาดนี้แล้วแท้ๆ”
อา..นี่เป็เื่ั้แ่ตอนแรก ตัวผมนั้นหลังจากถูกซื้อมาก็กลับมาพร้อมกับเขา ขนาดหมอยังจนปัญญาที่จะรับปากว่าผมจะหายเป็ปกติ การต่อสู้ครั้งนั้นมันรุนแรงเกินไป มีแต่คนชื่นชอบ แต่เพราะผมพ่ายแพ้ เ้านายจึงไม่พอใจ
“ดูซิ ถ้าทิ้งไว้จะเป็หนองแล้วนะ ว่าไง จะบอกว่าเจ็บหรือไม่เจ็บหืม?” นิ้วเรียวงามชี้ตรงหน้าท้องของผมที่เป็แผลฉกรรจ์ ยังคงมีเืสีคล้ำไหลออกมาจากผ้าพันแผลที่ทำอย่างลวกๆ
“...เจ็บ เจ็บมาก” ผมพูดเสียงเบา เรียกให้ชายตรงหน้าแสดงสีหน้าพิลึกออกมา
“อ๋อ...นี่แน่ะๆ เจ็บใช่มั้ย” เขาพูดออกมาพร้อมใช้ฝ่ามือตบลงบนปากแผลสองสามที แล้วหยุดค้างไว้แบบนั้น “...นี่ ทำไมนายไม่บอกว่าเจ็บแล้วล่ะ” ใบหน้าของชายคนนี้ดูเหมือนคนกำลังเจ็บแทน ก่อนค่อยๆเอื้อมมือมาจับใบหน้าของผมที่มีบางส่วนบวมช้ำ
“...”
“เงียบอีกแล้ว ให้ตายเถอะ นี่ฉันรังแกสัตว์อยู่ใช่มั้ย?” พูดจบเ้าตัวก็หันไปก้มหน้าก้มตาทำแผลต่อเงียบๆ
“...นายท่าน” ผมพูดขึ้นช้าๆ เพราะยังรู้สึกแสบแผลที่ลำคอ “...ถ้านั่นเป็สิ่งที่นายท่าน้า การสร้างาแ การรักษาแผล การกดย้ำแผล ความเจ็บที่เกิดขึ้นคือเื่ที่ต้องบอกด้วยอย่างนั้นเหรอ?”
เป็ครั้งแรกที่ผมนึกกล้าถามคำถามนี้กับเ้านาย อาจจะเพราะท่าทางของเขา และกลิ่นหอมที่แตะจมูกเบาบาง...เหมือนเป็กลิ่นของดอกไม้ป่าและกลิ่นดิน ซึ่งก็กำลังอบอวลอยู่ทั่วบ้านก็ได้
ใบหน้าคนฟังราวกับอึ้งไป “นายยิ่งพูดยิ่งทำฉันรู้สึกแย่เลยนะนั่น เอาเถอะ... นายไม่ผิดหรอก”
เขาพูดแค่นั้นแล้วเงียบลงไปอีก กระทั่งการทำแผลเสร็จแล้ว ผมรู้สึกว่าตัวเองสะอาดขึ้นมาก อย่างน้อยก็ดีกว่าตอนแรก คงเพราะเขาใช้ผ้าเช็ดตัวให้ผมด้วย
“ขอโทษด้วย ที่ทำให้นายต้องเจอแบบนี้ แต่อย่าเกลียดมนุษย์เลยนะ”
“เกลียด...นั่นก็รู้สึกได้เหมือนกันเหรอ”
“โอ้ย นายน่ะเงียบไปเลย ยิ่งพูดแล้วชั้นยิ่งรู้สึกผิด” เขายกมือปิดหู แล้วมุดตัวลงกับโซฟาอีกข้าง จนผมรู้สึก...ขำนิดหน่อย
รู้สึกผิด...มนุษย์รู้สึกแบบนั้นกับสัตว์ได้ด้วยเหรอ?
เกลียดคืออะไร ความเ็ปที่สามารถบอกให้คนอื่นรับรู้ได้
ผมเคยเจ็บมากมายอยู่ครั้งหนึ่ง อาการมันรุนแรงกว่าตอนนี้
...ผมรู้สึกเจ็บในอกข้างซ้าย จุดที่หัวใจกำลังเต้นอยู่ แต่ไม่ใช่ทางกายภาพอย่างชัดเจน มันเป็ความเจ็บที่ไม่เคยจางหาย ราวกับเป็อยู่ตลอดเวลาที่ลืมตาตื่น นี่เรียกว่าแผลหรือเปล่า? ...ตอนแรกผมคิดว่าไม่ เพราะเมื่อผมโตขึ้น ผมก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว
เมื่อมาคิดอีกที...นี่อาจเป็คำถามที่ผมคงต้องใช้เวลาตลอดชีวิตในการตอบกับตัวเอง
กว่าจะขับรถกลับมาถึงบ้านก็เริ่มเข้าสู่่กลางคืน
“พี่เกวนไปไหนมาคะ”
คำถามแรกถูกส่งมาทันทีเมื่อพวกผมก้าวลงจากรถ เป็ออเดรย์นั่นเอง แถมดูเหมือนว่าเธอจะรออยู่พักใหญ่แล้ว ใบหน้าน่ารักบึ้งสนิทจนผมกับโยชิเริ่มกระวนกระวายเล็กๆ เหมือนเด็กโดนผู้ปกครองจับได้ว่าหนีเที่ยวเลยล่ะ
“พี่ไปทำธุระมานิดหน่อยน่ะ” มีเกวนคนเดียวที่ยังคงนิ่งไม่เปลี่ยน
“ต้องเอาไรเซลไปด้วยเหรอ”
“อื้ม”
ออเดรย์ตวัดสายตามาทางผมจนแอบสะดุ้งเล็กๆ “ไรเซลทำไมมีผ้าพันแผลล่ะคะ”
“อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะ”
ยังดีที่ไม่มีใครพูดว่าผมถูกพี่ชายของเธอตบหน้าไปเต็มๆหนึ่งครั้งถ้วน
ออเดรย์หน้าตึงกว่าเดิม “อะไรกัน พี่พาเขาออกไปข้างนอก ทำไมไม่ดูแลเขาล่ะคะ”
“เอ่อ ออเดรย์ พี่เป็คนชวนสองคนนี้ออกไปเองน่ะ” โยชิที่ทนเห็นเพื่อนถูกต่อว่าไม่ได้ยกมือขึ้น
“พี่โยชินี่เอง นิสัยไม่ดีเลยค่ะ พี่เกวนก็ด้วย ปล่อยให้พี่ไรเซลาเ็แบบนี้ได้ยังไงกัน เป็พี่ชายที่ไม่ได้เื่เลยนะคะ”
คนถูกดุพากันทำหน้าเจื่อนกันเป็แถบๆ ขนาดเกวนยังเริ่มเสหน้าไปทางอื่นเหมือนไม่กล้าสบตาด้วย
ผู้หญิงเป็เพศที่น่ากลัวที่สุดท่าจะจริง
ว่าแต่ ‘พี่ไรเซล’ นั่นมันอะไรกันน่ะครับ
ร่างเด็กเดินเข้ามาหาผมแล้วใช้สองมือกอดแขนผมไว้ สีหน้ายังคงไม่พอใจกับเื่ที่เกิดขึ้น “ยังไงก็เถอะ พี่ไรเซลถือว่าเป็ของออเดรย์แล้วนะ ห้ามพวกพี่พาเขาออกไปไหนโดยไม่บอกหนูเด็ดขาด” ออเดรย์ว่าแล้วก็เงยหน้ามองผมที่ยังทำหน้างุนงงอยู่ “พี่ไรเซลด้วย คราวหน้าจะไปไหนต้องบอกออเดรย์ก่อนนะ”
เกวนหลุบตาลง ซึ่งเดาไม่ออกเลยว่ากำลังรู้สึกยังไงระหว่างกำลังขำกับไม่พอใจ “เป็ความรับผิดชอบของพี่เอง คราวหน้าพี่จะระวัง”
ออเดรย์เปลี่ยนมาขยับยิ้มกว้าง ทำให้บรรยากาศตึงเครียดเริ่มผ่อนคลายลงมาแทบจะทันที เด็กหญิงฉุดให้ผมเดินตามเธอให้เข้าไปในบ้านใหญ่ พลางพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงขึ้นมาอีกนิด “ดีแล้วค่ะ แล้วพวกพี่ออกไปข้างนอกเป็ยังไงบ้างคะ นอกจากได้แผลกลับมาน่ะ”
หลังจากตอบคำถามต่างๆ นาๆ และการง้อเด็กหญิงจบลง โยชิก็ได้ขอตัวกลับบ้าน ออเดรย์ก็ถึงเวลาเข้านอนแล้ว ดังนั้นจึงเหลือแค่ผมกับเกวนที่บอกให้ผมตามเขาไปยังห้องทำงานของเ้าตัว
ห้องทำงานของเกวนยังคงมีแต่กองหนังสือและกองเอกสารเยอะแยะถูกวางกันเป็ระเบียบ ทว่าคราวนี้จากที่เ้าของห้องจะไปนั่งบนโต๊ะทำงาน คราวนี้กลับไปยังลงบนโซฟารับแขกแทนด้วยท่าทีผ่อนคลาย แต่ผมก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี
‘ผมทำคุณมีปัญหาหรือเปล่า?’ มันเป็คำถามที่ผมกลั้นใจเขียนเชียวล่ะ
เกวนขมวดคิ้วเมื่อเห็น ใบหน้านั้นกลับมาเคร่งเครียดอีกครั้ง แต่เสียงที่ออกมากลับราบเรียบ ราวกับเป็เื่ปกติที่ควรจะเกิดขึ้น
“ตามความเป็จริงแล้ว มันควรเป็ความรับผิดชอบของฉัน”
แบบนี้แสดงว่าไม่โกรธจริงๆใช่ไหมครับ?
“ฉันไม่อยากให้มีปัญหาไปมากกว่านี้ มันเป็เื่ใหญ่กว่าที่คิด”
ผมค่อยๆเดินเข้าไปนั่งอยู่ตรงพื้น เคียงข้างเ้านายซึ่งดูจะจริงจังไปหมดทุกเื่ แล้วเขียนบอกเขาไปว่า ‘คุณควรทำตามกฎ’ ทางร้านไม่ได้ผิดเลยนะ ก็เขาเตรียมพื้นที่ให้แล้วนี่นา
“ร้านอาหารนั้นเป็หนึ่งในร้านที่ลงชื่อเข้าร่วมโครงการสร้างความเท่าเทียมระหว่างมนุษย์และสิ่งมีชีวิตดัดแปลง แต่ก็แบบที่นายเห็น...น่าผิดหวัง” ดวงตาของเกวนดูไม่พอใจอย่างหนัก ผิดกับตอนอยู่ข้างนอก
‘อาหารอร่อยดีนะครับ’
“หึ” เกวนหลุดขำออกมาหน่อยๆ ผมจึงเขียนต่อว่า
‘ขอบคุณครับ ที่พาออกไปข้างนอก’
“...” คราวนี้อีกฝ่ายขยับตัวเล็กน้อย มองหน้าของผมตรงๆเหมือนกำลังพิจารณา “นายไม่คิดอะไรเลยจริงๆเหรอ?”
ผมส่ายหน้ากับคำถามนั้น
“มันเป็เื่ที่ไม่ควรจดจำ ...แล้วฉันคิดว่าควรมีมาตรฐานอะไรสักอย่างให้มันเข้มงวดกว่านี้เหมือนกัน” ชายหนุ่มพูดออกมา “อย่างน้อยฉันคิดว่าเราสามารถทำให้พวกเขามีชีวิตเป็ของตัวเองได้มากกว่าครึ่ง แต่ก็ไม่คิดเลยว่าร้านระดับห้าดาวก็ยังมีแิแบบนี้อยู่...ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมหลายคนไม่คิดจะอาศัยอยู่เมืองใหญ่”
‘พวกเขาทำไมเหรอครับ?’ เกวนพูดเื่อะไรที่เข้าใจยากอีกแล้ว
“...นายอยู่ในสถานกักกันนานเกินไป...รู้หรือเปล่าว่าตอนนี้เป็ปีอะไรแล้ว” คราวนี้เกวนเป็ฝ่ายถามกลับ ซึ่งแน่นอนว่าผมถึงกับค้างไปเลย
...ไม่รู้ครับ นี่ปีอะไรแล้วเหรอ?
“...ต้องสอนอีกเยอะ...มานั่งข้าง ๆ ฉัน ใครสอนให้นายไปนั่งตรงนั้น”
เอ๋?
ถึงจะยังงุนงง แต่ผมก็ลุกขึ้นไปนั่งข้างเกวน...แบบห่าง ๆ และเจียมตัวสุด ๆจนเกวนส่ายหัวเหมือนกำลังอ่อนใจอย่างหนัก
“ตอนที่นายยังอยู่ในนั้น พวกเราเริ่มเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่าง ในนั้นรวมถึงสถานภาพทางสังคมของสิ่งมีชีวิตดัดแปลงด้วย”
“แต่มันยังมีขีดกำจัดหลายอย่างอยู่... พวกเรากำลังหาทางแก้ไข ...อย่างน้อยที่สุดคือยกเลิกการเก็บกวาด่สิ้นปี”
ยกเลิกการเก็บกวาดอย่างนั้นเหรอครับ?
ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปหยิบของบางอย่างซึ่งอยู่บนโต๊ะ “ปลอกคอใหม่ของนาย ตอนนี้ฉันติดตั้งอะไรบางอย่างเอาไว้”
เกวนเอาปลอกคอที่ว่าให้ผม แต่มันดูไม่เหมือนปลอกคอ แค่ผ้ารัดคอธรรมดาที่มีชิปฝังอยู่ภายใน แล้วก็มีวัตถุคล้ายกับลำโพงติดอยู่ด้วย มันเป็สีดำสนิทจนคล้ายเศษผ้าธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ
“ต่อไปถ้ามีเื่อะไรรีบส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือซะไม่ก็พยายามเลี่ยง”
ส่งสัญญาณ...แสดงว่าเป็แบบที่เ้านายคนเก่าซื้อมาให้ผมอย่างนั้นสินะ ผมชอบนะ สามารถเอาไว้แกล้งให้เ้านายตื่นมาโวยวายกลางดึกได้ด้วยล่ะ (ก็เพราะความสนุกนิดหน่อยเองนะครับ)
แต่สุดยอดเลย ผมไม่ยักจะจำได้เลยว่าเทคโลโลยีของมนุษย์ไปไกลถึงขนาดนี้ใน่เวลาไม่กี่ปีเลยเหรอ? ก็เ้านายเก่าของผมยังขับรถเก๋งเก่าๆที่พังเป็บางเวลาเลยนี่นา
“เป็ไปได้ฉันอยากให้นายหาทางเลือกที่ดีที่สุด ที่จะไม่เจ็บตัวแบบวันนี้”เกวนพูดขึ้นเสียงเรียบ พลางเกลี่ยเส้นผมของผมขึ้นแล้วจัดการถอดปลอกคออันเก่าให้อย่างนุ่มนวล
‘ถ้าเป็ไปได้ ฉันอยากให้นายเลือกวิธีที่ดีที่สุดจะไม่ทำร้ายตัวเอง’
จู่ๆเสียงหนึ่งก็แว่วเข้ามา คล้ายกับว่าตัวผมเคยได้ยินมันมานานมากแล้ว
“ไรเซล?” เกวนที่เห็นผมนิ่งไปเอ่ยเรียก ทำให้ผมได้สติกลับมาอีกครั้ง เป็เวลาเดียวกับที่ปลอกคออันใหม่จะถูกสวมให้ มันพอดีลำคอจนไม่รู้สึกอึดอัด แล้วดูไม่เหมือนปลอกคอสุนัขที่ใส่เป็ประจำ
ปลายนิ้วของเกวนลูบไล้ตรงเนื้อผ้าจนผมย่นคอเพราะรู้สึกจั๊กจี้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะกล่าวว่า “ฉันเป็เ้าของของนาย...ดังนั้นไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ เข้าใจหรือเปล่า?”
ผมขยับยิ้มแหย ทำให้อีกฝ่ายถอนหายใจเบา แล้วสั่งให้ผมกลับห้อง เพื่อเตรียมตัวออกไปกับเขาในตอนเช้า
ตลอดทางผมครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง และความรู้สึกพิลึกๆที่อยู่ในใจของตัวเอง
รู้สึกอึดอัด...เรียกแบบนี้หรือเปล่านะ?
ความอ่อนโยนทำให้ผมรู้สึกแย่นิดหน่อย หรือมันคือความไม่ชินดีนะ ผมเคยถูกดูแลเื่แบบนี้มาก่อน แต่มันก็ใช่ว่าจะเป็เื่ที่ยอมรับได้ง่ายว่ามันเกิดขึ้นบ่อย
ผมจับปลอกคอใหม่ของตัวเอง ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวเมื่อคิดว่าของแบบนี้มันต้องสั่งทำเท่านั้น แทบไม่มีใครลงทุนติดตั้งของแบบนี้ให้สัตว์เลี้ยงหรอก
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็ได้คำตอบกับตัวเองในตอนที่ใกล้จะหลับอยู่บนเตียง
มาสเตอร์แค่ไม่อยากให้สัตว์เลี้ยงของเขามีแผลเป็เท่านั้นเอง
‘ถ้าเป็ไปได้ ฉันอยากให้นายเลือกวิธีที่ดีที่สุดจะไม่ทำร้ายตัวเอง อย่าไปยอมพวกมัน ตึ๊บมันเลย’ เ้านายสั่งผมด้วยน้ำเสียงฮึดฮัด หลังจากมีพวกนักเลงมาลอบทำร้าย แต่ผมไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป เพราะแค่ข่มขู่นิดนึงพวกเขาก็วิ่งหนีไปแล้ว แต่กว่าจะถึงตอนนั้นก็ทำให้ผมต้องเย็บแผลไปหลายเข็ม
‘ทำไมล่ะ?’ ผมถามกลับด้วยความสงสัย
‘นายไม่รักตัวเองเลยเหรอ’
‘...ไม่นะ ผมรักตัวเอง แต่ชีวิตนี้ไม่ใช่ของผม’
‘...’
‘มันเป็ของคุณ ถ้าคุณสั่งให้ทำ ผมก็จะทำ’
‘...ไม่หรอก สักวันนายจะเข้าใจเอง ฉันก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดจะขังใครเอาไว้ตลอดชีวิตซะหน่อย’
มันเป็คำพูดที่...เหมือนกับกำลังต่อว่าผมที่กำลังเข้าใจอะไรผิดไป