อากิระถูกผู้เล่นสมาชิกของกิลด์ั์สีครามล้อมเอาไว้ เขาตวัดตามองไปยังสมาชิกกิลด์ั์สีคราม ทีละคนๆจนมาจบที่เครน
“หืม พวกคุณเครนนี่…คิดจะทำอะไรกันครับ ทำไมต้องมาล้อมผมเอาไว้ด้วยล่ะ”อากิระยิ้มแล้วกล่าวออกมาอย่างไม่ยี่หระ น้ำเสียงสบายๆที่ฟังดูแล้วไม่เหมือนคนที่กำลังถูกล้อมไปด้วยศัตรูเลยแม้แต่น้อย
“เหอะ แกอย่ามาทำเป็ไม่รู้เื่ที่ภัตตาคารแกก็หักหน้าฉัน แล้วคราวนี้แกยังมาขวางทางฉันอีก”เครนพูดออกมาด้วยสายตาที่เหมือนกับจะกินเืกินเนื้อ “ฉันจะฆ่าแกซ้ำจนกว่าแกจะคุกเข่าขออภัยฉัน”
“งั้น ก็ขออภัยเลยแล้วกันครับ”อากิระพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
พวกของเครนที่ได้ฟังก็ชะงักไปชั่วครู่ก่อนที่เครน จะหัวเราะออกมา
“ฮ่าๆๆ ในเมื่อแกกล้าขออภัยฉันก็กล้ายกโทษให้ เอาสิคุกเข่าซะ”เครนพูดออกมาพลางชี้ลงพื้นเพื่อเป็เครื่องหมายบอกให้อากิระลงไปคุกเข่า
“เอ๋ ทำไมผมต้องคุกเข่าล่ะครับ”อากิระถามพลางทำหน้าสงสัย
“ก็แกจะขออภัยฉันไม่ใช่รึไง ก็คุกเข่าลงซะสิถ้าทำแล้วเดี๋ยวฉันจะยกโทษให้ และไม่เอาผิดอีกต่อไป”
“ดูเหมือนคุณจะเข้าใจอะไรบางอย่างผิดนะครับ”อากิระกล่าวแล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็เรียบเฉย
“ม…หมายความว่าไงวะ”เครนกล่าวพร้อมขมวดคิ้ว
“ที่ผมต้องขออภัยน่ะ เพราะผมจะไม่ยอมให้พวกคุณฆ่าผมแต่…ผมจะเป็คนฆ่าพวกคุณเอง”พออากิระพูดจบดวงตาก็ส่องประกายวาวโรจน์ออกมาแล้วเขาก็ชักดาบผลึกมายาออกมา พร้อมกับพุ่งเข้าฟันดาบใส่ลูกน้องของเครนที่อยู่ใกล้ที่สุดพร้อมกับตวัดดาบเข้าแทงทะลุหน้าอกของผู้เล่นคนนั้น จากนั้นเขาก็ออกแรงตวัดดาบฟันฉีกร่างนั้นออกในแนวเฉียงขึ้นไปทางซ้าย
หลังจากฟาดฟันเสร็จอากิระก็ยืดตัวยืนตรง สะบัดดาบราวกับจะไล่เืออกจากดาบแล้วถือดาบไว้ปล่อยให้ปลายดาบชี้ลงพื้น จากนั้นผู้เล่นคนดังกล่าวก็ล้มลงและกลายเป็แสงหายไป
อากิระค่อยๆหันกลับมามองพวกของเครนั์ตาสีแดงฉานราวกับโลหิตวาวโรจน์ สายตาที่จ้องมานั้นราวอสูรที่กำลังจะล่าเหยื่อ ส่งผลให้พวกของเครนชะงักไปอีกครั้ง
เพียงไม่นานเครนที่ได้สติก็สั่งให้ลูกน้องเขาโจมตีอากิระพวกลูกน้องของเครนเองเมื่อได้ยินคำสั่งของหัวหน้าก็ได้สติแล้วรีบพุ่งตัวเข้าโจมตีอากิระทันที
อากิระที่แม้จะเหมือนยืนอยู่เฉยๆ แต่ทว่าความจริงแล้วเขาไม่ได้ทำเพียงยืนเฉยเขาร่ายเวทย์ศรเพลิง ศรวายุ และศรหิมะ ออกมาแล้วหน่วงไว้จนมีลูกแก้วที่เกิดจากพลังเวทย์ลอยอยู่ด้านหลังเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทันทีที่ผู้เล่นที่เป็ลูกน้องของเครนเข้าถึงตัวอากิระผู้เล่นเ่าั้ก็ฟาดอาวุธเข้าใส่อากิระ อากิระทำเพียงเอี้ยวตัวหลบเล็กน้อยต่อการโจมตีแต่ละครั้งเมื่อหลบพ้นแล้วเขาก็ฟันสวนกลับไป ระหว่างนั้นดวงตาของอากิระก็เหลือบไปเห็นหนึ่งในพวกของศัตรูกำลังจะยิงธนูเข้ามา
ทว่าตรงหน้าเขาเองก็มีคมหอกของศัตรูแทงปราดเข้ามาเช่นกัน อากิระหลบการโจมตีออกด้านข้างแล้วฟันแขนของผู้เล่นที่โจมตีเข้ามาทิ้งพร้อมกับแทงดาบเข้าที่ท้องแล้วใช้มือบีบคอฝ่ายตรงข้ามพร้อมออกแรงดึงมาป้องกันลูกธนู ไม่รอช้าอากิระออกแรงดันร่างนั้นต่างโล่พุ่งเข้าหานักธนู
ทันทีที่ถึงตัวอากิระก็สะบัดร่างไร้ิญญาที่ใช้เป็โล่ทิ้งแล้วฟาดฟันเข้าใส่นักธนู ดาบแรกฟันเข้าที่ข้อมือ ดาบที่สองและสามฟันเข้าที่ลำตัว ดาบสุดท้ายตวัดเข้าที่ลำคอเป็การส่งนักธนูคนนั้นไปเกิดใหม่
พวกผู้เล่นกิลด์ั์สีครามที่ได้เห็นดังนั้นก็พากันชะงักไป ภาพที่เห็นส่งผลให้พวกเขารู้สึกตกตะลึง ผู้เล่นที่อยู่ตรงหน้าเขาคืออะไร ทำไมถึงเก่งกาจและโเี้ได้ถึงเพียงนี้ แต่คิดได้เพียงเท่านี้พวกเขาก็ต้องเบิกตากว้างอีกครั้ง เพราะชายผู้มีั์ตาสีแดงตรงหน้ายิงศรเวทมนต์สามธาตุออกมาจำนวนคร่าวๆไม่ต่ำกว่า 30 ดอก
พวกผู้เล่นกิลด์ั์สีครามรีบเคลื่อนตัวหลบกันแต่เพราะยืนอยู่เป็กลุ่มกว่าสิบคนจึงไม่อาจเคลื่อนไหวหลบหลีกได้ง่ายนักเป็ผลให้ศรเวทย์กว่า 30 ดอก กระหน่ำเข้าใส่ร่างของผู้เล่นเ่าั้ พอจบการโจมตีพวกลูกน้องของเครนที่ถูกโจมตีนั้นยังไม่ทันได้พักหายใจก็มีศรเวทย์ชุดใหม่ถูกยิงเข้ามาอีก
ผู้เล่นเ่าั้เดิมทีก็าเ็จากการถูกอากิระฟันอยู่แล้วพอโดนศรเวทย์จำนวนมากเข้าโจมตีจึงไม่อาจทนรับการโจมตีไหวและค่อยๆลมลงกลายเป็แสงไปในที่สุด
ตอนนี้ผู้ที่คงยืนอยู่เหลือเพียงอากิระและเครนเท่านั้น เครนรีบกระชับขวานของตนแล้วพุ่งเข้าฟาดใส่อากิระ
อากิระที่ยืนรออยู่แล้วก็ตั้งดาบรับขวานนั้นไว้และทันทีที่ขวานกับดาบัักันอากิระก็ออกแรงกดปลายดาบให้เฉียงลง แรงกระแทกจากขวานของเครนที่ฟาดเข้ามาจึงส่งให้ส่วนที่เป็คมอาวุธครูดไปตามดาบของอากิระแล้วกระแทกลงกับพื้นในที่สุด
อากิระรีบหมุนข้อเท้า หันกลับมาฟันเข้าใส่เครน เครนเองรีบก็ออกแรงดึงขวานมาขวางทางดาบของอากิระไว้ได้ทันท่วงที แต่ทว่าดาบของอากิระที่ฟันเข้ามาแทนที่จะกระแทกเข้ากับด้ามขวานเครนมันกลับทะลุผ่านลงมาและฟาดฟันเข้าใส่ร่างของเครนเข้าเต็มๆ
เครนที่ถูกฟันก็ตื่นใ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงป้องกันการโจมตีของอากิระไม่ได้เขายกขวานขึ้นมาดูก็พบว่าขวานของเขาไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนแน่นอนว่าแม้แต่เกราะของเขาก็มีสภาพที่สมบูรณ์เช่นกัน แต่ทว่าเืที่ไหลออกมาบ่งบอกให้รู้ว่าเื่ที่เขาถูกฟันนั้นเป็ความจริงอย่างแน่นอน
ขณะที่เครนกำลังสับสนนั้น อากิระก็ไม่ได้ใจดีขนาดจะปล่อยให้เครนตั้งหลักได้เขาจึงเดินเข้าประชิดตัวของเครนแล้วตวัดดาบตัดคอของเครน ส่งให้ร่างเครนกลายเป็แสงหายไปทันที
‘นี่น่ะเหรอ ความสามารถของดาบผลึกมายา’ อากิระลอบคิดในใจ
ทั่งทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบทันทีทุกสายตาจ้องมาราวกับจะมองว่าภาพที่เกิดขึ้นนั้นเป็เื่จริงหรือเป็แค่เื่โกหก ภาพที่ผู้เล่นเพียงคนเดียวสังหารผู้เล่นมากกว่าสิบคนได้อย่างง่ายดาย มิหนำซ้ำเ้าตัวยังไร้ซึ่งรอยแผลด้วยซ้ำ
ร่างสูงของอากิระค่อยๆหันมาทางหญิงสาวที่เขาได้ช่วยไว้ ซึ่งบัดนี้กำลังยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง
“คุณน่ะ ไม่เป็อะไรใช่มั้ยครับ”อากิระถามหญิงสาวตรงหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ค..ค่ะ”หญิงสาวที่พึ่งรู้สึกตัวจากการถูกอากิระเรียก เธอก็รีบตอบออกมาแบบตะกุกตะกัก “ไม่เป็ไรค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยเอาไว้”
“อืม ผมว่าเราเปลี่ยนที่คุยเถอะครับตรงนี้คงไม่ค่อยสะดวก”อากิระพูดออกมาพลางส่งสายตาให้หญิงสาวมองโดยรอบ
เมื่อเธอมองตามสายตาของอากิระแล้วเธอก็พบว่าตอนนี้กำลังถูกคนจำนวนมากจ้องอยู่
“เอ่อ งั้นเราไปหาอะไรทานกันเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง อ่ะ เกือบลืมไปเลยฉันชื่อ เมเทียร์ค่ะ”
“ผมชื่ออากิระครับ ก็ดีเหมือนกันเพราะอาหารเช้าผมก็ทานไปไม่เยอะ แถมอาหารเที่ยงผมก็ยังไม่ได้ทานด้วยครับ”อากิระตอบพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย
ในภัตตาคารใหญ่ของเมืองท่าเทซิส อากิระ กับเมเทียร์ กำลังทานอาหารกันอยู่โดยที่เมเทียร์อาสาเป็เ้ามือเลี้ยงอาหารเพื่อเป็การขอบคุณที่อากิระให้ความช่วยเหลือ
“แล้วไม่ทราบว่า ทำไมคุณถึงไปมีเื่กับพวกนั้นได้ครับ”เป็อากิระที่กล่าวออกมาเป็คนแรก
“ก็ฉันกำลังเดินซื้อของอยู่แล้วหนึ่งในพวกมันก็เข้ามาจีบฉัน พอฉันปฏิเสธไปมันก็เลยพยายามจะใช้กำลังกับฉันแถมยังข่มขู่ด้วยชื่อกิลด์ของมันอีก”เมเทียร์ตอบแบบเซ็งเมื่อต้องนึกถึงเื่พวกนั้น
“หืม งั้นที่ผมฆ่าพวกมันไปก็คงไม่ผิดสินะ”อากิระกล่าวออกมาโดยที่สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง
“ไอ้ผิดน่ะ ไม่ผิดหรอกแต่หลังจากนี้นายลำบากแน่ พวกั์สีครามน่ะไม่ปล่อยนายไว้หรอกนะ”เมเทียร์กล่าวออกมาพร้อมกับออกอาการรู้สึกผิดเล็กน้อยที่อากิระต้องมาลำบากเพราะตน
“ถ้าเป็แบบนั้นก็ช่างมันเถอะครับ เดี๋ยวผมก็หาทางเอาตัวรอดเองแหละ”อากิระตอบออกมา ใบหน้ายังคงนิ่งไม่มีแววลำบากใจเลยแม้แต่น้อย “แล้วต่อจากนี้คุณจะเอายังไงต่อครับ”
ทันทีที่ได้ยินคำถามเมเทียร์ก็มองรอบตัวแล้วก็เปลี่ยนช่องสนทนาเป็ช่องกระซิบ
“ฉันได้ไอเทมกุญแจเปิดดันเจี้ยนลับในเมืองนี้น่ะจากข้อมูลที่ได้มาที่นั่นมีผลึกอสูรอัญเชิญระดับสูงอยู่น่ะ ฉันกะว่าจะไปเคลียร์ดันเจี้ยนที่ว่านั้นแล้วค่อยไปจากเมืองนี้”เธอตอบออกมา
“ดันเจี้ยนลับเหรอ”อากิระกล่าวออกมาพร้อมกับหันดูเวลาบนนาฬิกาที่ติดไว้กลางร้าน
“นี่…ขอผมไปด้วยคนสิ”อากิระยิ้มกล่าวอออกมา “ผมยังมีเวลาว่างเหลืออีกเยอะ รับรองว่าไม่แย่งอสูรอัญเชิญของเธอหรอก”
สิ้นคำของอากิระเมเทียร์ก็ชะงักไปเล็กน้อย เธอไม่แน่ใจว่าอากิระจะไม่แย่งผลึกอสูรอัญเชิญจริงอย่างที่พูดหรือเปล่า แต่พอเธอนึกย้อนไปก็จำได้ว่าอากิระใช้ได้ทั้งดาบและเวทมนต์เธอจึงรู้สึกสงสัยขึ้นมาว่าอากิระเล่นอาชีพอะไรกันแน่
“นายเล่นอาชีพอะไรกัน ถึงใช้ได้ทั้งดาบแล้วก็เวทมนต์อย่างคล่องแคล่วแบบนั้น”เธอตัดสินใจถามออกไปตรงๆ
“นักดาบเวทมนต์ครับ”อากิระตอบออกมา
“เอ๋ นักดาบเวทมนต์อาชีพพิเศษน่ะเหรอ”เธอถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ใเล็กน้อย เพราะอาชีพนักดาบเวทมนต์นั้นเป็อาชีพที่หาทางเข้าสถานที่เปลี่ยนอาชีพได้ยากมาก
แล้วเธอก็คิดหนักอีกครั้งว่าจะยอมให้อากิระร่วมกลุ่มกับเธอเพื่อเข้าดันเจี้ยนลับหรือไม่ หากไปคนเดียวเธอก็ต้องลำบากอย่างแน่นอน แต่การให้อากิระไปด้วยก็อาจถูกทรยศ คิดได้สักพักเธอก็ถอนหายใจออกมา
“เอาเป็ว่าฉันจะให้คุณไปด้วยก็แล้วกันค่ะ แต่คุณต้องสัญญานะคะว่าจะมอบผลึกอสูรอัญเชิญให้กับฉัน”
“สัญญาครับ ถ้าหากยังไม่วางใจจะทำสัญญาเป็ลายลักษณ์อักษรก็ได้นะครับ”อากิระกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกค่ะ”หลังจากที่คุยกันจบทั้งคู่ก็ทานอาหารต่อจนเสร็จ แล้วเมเทียร์ก็เชิญอากิระเข้าร่วมทีม
หลังจากทั้งคู่ออกมาจากภัตตาคารก็แยกย้ายกันไปซื้อไอเทมที่จำเป็โดยที่นัดเจอกันที่บริเวณประภาคารที่อยู่ตรงส่วนท้ายของท่าเรือ
ระหว่างนั้นอากิระก็เดินซื้อไอเทมที่จำเป็จำพวกน้ำยาฟื้นพลัง แล้วก็พวกเสบียงที่เป็อาหารสำเร็จรูป
จากนั้นสายตาของอากิระก็ไปสะดุดเข้ากับร้านเครื่องประดับร้านหนึ่ง เขามองไปยังสร้อยถูกๆเส้นหนึ่งในร้านสร้อยเส้นนั้นเป็สร้อยอัญมณีเรียบๆ ทว่าสิ่งที่ทำให้อากิระสะดุดตากลับเป็สัญลักษณ์ที่อยู่บนสร้อยนั้น มันช่างคุ้นตาเขาเหลือเกิน
อากิระพยายามนึกอยู่สักพักเขาก็นึกออกว่าสัญลักษณ์นั้นมันเหมือนกับสัญลักษ์ที่เขาได้เห็นในวิหารแห่งวิทยาการยุคแรกเริ่มนั่นเอง อากิระจึงเดินเข้าไปยังร้านนั้น
“ขอโทษนะครับ ผมขอซื้อสร้อยเส้นนี้ครับ”อากิระกล่าวออกมา
“1,500 คริสตัลครับ”พ่อค้าเหลือบตามามองของที่อากิระซื้อแล้วก็บอกราคาออกมาเสียงเรียบๆ
อากิระจึงกดเงินออกมาแล้วจ่ายให้กับพ่อค้า แล้วเดินทางไปโดยมีจุดหมายอยู่ที่ประภาคารท้ายท่าเรือที่ที่นัดกับเมเทียร์ พอพ้นจากร้านค้ามาได้สักพักอากิระก็เปิดหน้าต่างไอเทมขึ้นมาดูรายละเอียดของสร้อยเส้นนั้น
ไอเทม : สร้อยอัญมณีที่ว่างเปล่า (เพิ่มความสามารถในการป้องกันธาตุทั้งหมด 1%)
อากิระมองดูอย่างพินิจแล้วก็กดสวมใส่สร้อยเส้นนั้น