เวลาผ่านไป16 ปี

หนิงเอ๋อ ดรุณีสาววัย 16 ปี วันนี้เป็วันเกิดของนาง
ทุกๆปี บิดาของนาง นายอำเภอ อำเภอซินเอี๋ยจะจัดงานเลี้ยงให้นางกับพี่สาว ฮูหยินของนายอำเภอเอ็นดูพวกนางมากเนื่องจากไม่สามารถมีบุตรธิดาได้
จวบจนอายุพวกนางสองพี่น้องฝาแฝดได้8 ขวบ การเมืองราชสำนักราชวงศ์จ้าวมั่นคง ส่งคนมาประจำตามหัวเมืองและอำเภอต่างๆ บิดาของพวกนางโดนปลดไม่มีตำแหน่งมารองรับครอบครัวกลับเปลี่ยนมาลำบาก โรคประจำตัวก็กำเริบล้มป่วยตายในที่สุดส่วนฮูหยินไม่สามารถหาเลี้ยงลูกติดสามีทั้งสองได้จึงยอมรับข้อเสนอเศรษฐีท่านหนึ่งให้แต่งเป็อนุภรรยา นางขอให้รับเด็กทั้งสองเข้าบ้านด้วย เศรษฐีรับปาก
ทั้งสองรักฮูหยินดั่งมารดา แต่ท้ายสุดนางก็ล้มป่วยเพราะทนแรงกลั่นแกล้งจากภรรยาหลวงและอนุฯ อีก 3-4คนไม่ไหวจนป่วยและเสียชีวิตในที่สุด...จนพวกนางอายุ 9 ขวบ
เมื่อสิ้นไร้ไม้ตอก ก็อยู่ในฐานะบริวารสาวใช้ จนเมื่อขบวนค้าขายของพวกเขากำลังเดินทาง ก็พบกับโจรกลุ่มใหญ่ไม่แปลกเลยในภาวะหลังา แม้จะผ่านไป8-9 ปีแล้วก็ยังมีผู้คนล้มละลายมากมายจนมาเป็โจร
จนมีนายกองท่านหนึ่งผ่านมากับลูกน้องจึงเข้าทำการช่วยเหลือ และร่วมเดินทางด้วยกันระยะใหญ่ๆ
เศรษฐีเห็นบุตรตรีของนางตรึงตาต้องใจนายกองหนุ่ม จึงยกให้แต่งเป็ภรรยาเมื่อเดินทางถึงที่หมาย
ทว่าหนิงเซียนพี่สาวฝาแฝดของหนิงเอ๋อ นางไม่ใช่เด็กสาวปกติ นางมีน้ำใสปริ่มออกมาจากกลีบรักซ่อนเร้นของนางจนแม้แต่ผึ้งยังวนตอม นางจึงต้องสวมผ้าหลายชั้น วันหนึ่งขณะนางนั่งหลบพักเหนื่อยกับขบวนเดินทาง นายกองท่านนี้สังเกตเห็นมีผึ้งวนตอม เขาจึงพาหนิงเซียนไปที่ลับตาคนเพื่อเปิดดู มาตรแม้น 9 ขวบ แต่ส่วนสงวนของนางกลับคล้ายดรุณีแรกแย้มวัย 12-13มีน้ำใสซึมเรื่อยๆ และมีแมลงที่ชมชอบน้ำหวานวนตอม เขาแตะชิมน้ำนั่นหายใจกระหาย ก้มลงดื่มชิมน้ำจากช่องนี้โดยสั่งห้ามบอกใคร แต่หนิงเอ๋อแอบดูอยู่ หนิงเซียนหันมาเห็นส่ายหน้าเป็เชิงบอกว่าไม่เป็ไร อย่าเอ็ดไป
เขาแอบทำตลอดทางอ้างว่าเด็กสาวใช้หนิงเซียนช่วยถือของให้เขาและดูแลเื่เล็กน้อยเก่งจึงขอไว้รับใช้เขาและว่าที่ภรรยา เขาถามเสมอว่าน้องสาวฝาแฝดเ้ามีสิ่งอัศจรรย์นี้หรือไม่ หนิงเซียนตอบไปว่าไม่ มีแค่นางเท่านั้น จวบจนการรอนแรมเดินทางจบลงนายกองมาประจำการยังอำเภอทับหุย และแต่งกับบุตรีของเศรษฐี
หนิงเอ๋อกับหนิงเซียนเป็สาวใช้ประจำตัวฮูหยินนายกอง
หนิงเซียนให้เขาดูดชิมโลมเลียจนแตกเนื้อสาวอย่างลับจนนางอายุ 13 ปี นายกองไม่ทนอีกต่อไปได้เสียกับนางจนได้ หนิงเซียนยามแตกเนื้อสาว เต้าถันตั้งเชิดหัวหลายถันเด่นตั้งชี้ชันตลอดเวลา หากสวมเสื้อไม่หนาพอ มองด้วยตาเปล่ายังไงก็เห็นจุดส่วนนูน ไปไหนมาไหนไม่พ้นคนหันมอง หน้าตานางงดงามน่ารักสดใสยิ้มทีเดียวสะกดคนทั้งถนนทั้งตลาด นางจะไว้ผมยาว และให้หนิงเซียนไว้ผมสั้นเพื่อปกป้องนางให้พ้นภัยชาย
ฮูหยินจับได้หมายลงโทษนางแต่นายกองปกป้องไว้ และจับแต่งเป็อนุภรรยา เขาถึงกับแตกหักกับเพื่อนนายกองหลายคน ที่ทำใจอยู่นานก่อนเอ่ยปากขอเชยชมนางบ้างเพราะเห็นเป็แค่อนุฯโดยแลกกับเบี้ยหวัดหลายเดือน นายกองไหนเลยจะยอม เขารักนางยิ่งกว่าภรรยาหลวงจนหนิงเซียนมีอำนาจในบ้าน หนิงเซียนรู้ว่าน้องสาวเป็คนใฝ่รู้ และไม่ประสงค์จะหาชายมาพึ่งพา จึงให้นางเรียนมากๆและสนับสนุนทุกทาง พวกนางสองพี่น้องขอให้นายกองฝึกฝนวรยุทธ์ให้เพื่อเอาตัวรอด
จนพวกนางอายุ16 ปี
“เซี่ยวเอ๋อ เ้าทำไมไม่กลับบ้าน”
เสียงหนิงเซียนเรียกน้องสาว
“เซี่ยวเซียน...ทำไมเ้าไม่ยกกับข้าวมาให้น้องเ้าแทนล่ะ”
เสียงชายชราตอบ
“ฮึ ตาเฒ่า วันๆ ล่อลวงน้องข้าด้วยหมากเกม กลศึก ข้าเห็นว่าเป็ประโยชน์กับการเพิ่มกระบวนการการคิดอ่านหรอกนะ ถึงยอมให้นางเรียนกับท่าน แล้วนี่กับข้าวท่าน ข้าเอามาฝาก”
นางพูดจบ ยกเปี้ยนตังไม้ (จากนี้จะขอเรียกว่าปิ่นโตไปเลยนะครับ)และแกะแยกออกมา
ผู้เฒ่ายิ้มจนคิ้วที่ยาวห้อยเลิกขึ้นทนที
“โอว น้ำแกงน่าอร่อยนัก แล้ว..แล้วหมั่นโถวซ่อนน้ำแกงของเ้าล่ะ?”
“เฮอะนี่ใช่ฤดูหนาวที่ไหน ไหนเลยข้าจะแช่แข็งน้ำแกงแล้วห่อแป้งนึ่งให้ท่านได้ ผัดผัก น้ำแกงหมั่นโถวก็ถือว่าเยอะแล้ว คนอื่นเขากินแค่แป้งทอดนะ”
“นังเด็กร้ายกาจ นับว่าเ้าเมตตาปราณีข้า...เฮอะ”
ทั้งคู่ทุ่มเถียงกัน
แต่หนิงเอ๋อกับมองแต่กระดานหมากล้อมตลอดจากนั้นเดิน
“อาจารย์ ท่านลำบากแล้ว”
“ไฮ้~~ เ้าเดินแบบนี้ตอนข้าเสียสมาธิได้ไง”
“ท่านแก้หมากนี้ได้เมื่อไหร่ ข้าจะมาเล่นกับท่านต่อ”
หนิงเอ๋อกล่าวจบ ยิ้มหันมองหนิงเซียน
“พี่ใหญ่กลับบ้านเถอะ กับข้าวข้าเหมือนของอาจารย์มั้ย?”
“ฮึ เ้าพูดอะไร วันๆ หมกอยู่แต่กับตาเฒ่า ใครจะเก็บกับข้าวไว้ให้เ้า...นางฮูหยินนั่นเหรอ ผายลมแล้ว กับข้าวเ้าก็อยู่ถาดล่างนั่นแหล่ะ”
“ฮ่ะฮ้าพี่ใหญ่น่ารักที่สุดเลย”
หนิงเอ๋อลิงโลดยินดีปรบมือสองคำรบ แล้วรื้อเถาปิ่นโตขึ้นมายกนั่งกินบนโต๊ะหินที่เดินหมากกันอยู่
หนิงเซียนกล่าว
“วันๆเ้าอยู่แต่กับเฒ่าลู่ หัดฝึกเพลงกระบี่บ้างจะได้แข็งแรง”
เฒ่าผู้นี้ที่แท้มีแซ่ว่าลู่ พลางกล่าว
“เ้าเองก็เหมือนกัน วันๆ หมกอยู่แต่กับเฒ่าหยาง ระวังจะเอากระบี่ไปก่อเื่ให้ปวดหัว”
ทั้งสองร่ำเรียนศาสตร์และศิลป์จากเฒ่าลู่ และวิชายุทธ์และเพลงกระบี่จากเฒ่าหยางที่อาศัยนอกอำเภอ
สักครู่สาวใช้วิ่งมาถึงที่นี่พร้อมบ่าวบริวารชาย
“ฮูหยินรอง นายท่านแย่แล้ว..!!”
“!!”
...............................................
ณจวนนายอำเภอทับหุย
หน้าลานกว้างของอำเภอ มีนายอำเภอทับหุยที่ยืนก้มหัวตัวลีบอยู่ ผู้ที่นั่งเก้าอี้สวมชุดตัดเย็บเข้ารูปสะพายกระบี่ข้างเอวหน้าตาขึงขังดูมีอำนาจนั่นคือแม่ทัพเมืองยังจิ๋ว นาม เกาเฉิงอายุ 37 ปี ทั้งยังเป็เ้าเมือง เขาเป็หลานชายห่างๆของฮ่องเต้
เกาเฉิงกล่าว
“ข้าเป็แม่ทัพคุมเมืองนี้ วันก่อนทหารข้าถูกทำร้าย ใครเป็คนลงมือ?”
นายอำเภอกล่าวด้วยมือไม้ที่สั่น
“เรียน..ท..ท่านแม่ทัพ...น..นายกองจ้านครับ”
นายกองจ้านที่ยืนด้านข้างสะดุ้งขึ้นมา
เกาเฉิงหรี่ตามอง
“คนไหน?”
นายกงอจ้านสาวเท้าออกมาจากด้านข้าง
“เรียนท่านแม่ทัพ ข้าน้อยนางกองจ้าน”
“เป็เ้า”
“เป็ข้าครับ”
“เ้าต่อยตีทหารของข้า?”
“เรียนท่านแม่ทัพ เขาดื่มกินไม่จ่าย ลวนลามหญิงชาวบ้าน ข้าน้อยเลย.....”
“หึ ตอนข้าช่วยฝ่าาบุกตีเมืองเก็งจิ๋ว ทหารของข้าเข้าบ้านไหนเสพสุขหญิงบ้านนั้นจะโสดหรือมีสามีก็ล้วนได้กระทำ ฝากลูกๆไว้ในครรภ์ของพวกนาง เมืองยังจิ๋วตอนนี้เป็ของสกุลจ้าว มอบหมายให้ข้ามาปกครอง ลำพังอำเภอเล็กๆไหนเลยทหารของข้าและจับนิดลูบหน่อยไม่ได้”
พร้อมกับหัวเราะตามด้วยทหารที่ติดตามมาก็พากันหัวเราะชอบใจ
นายกองจ้านกับนายอำเภอได้แต่ก้มหน้า
เกาเฉิงสะบัดมือ
“โบย”
ทหารถาม
“กี่ทีครับท่านแม่ทัพ?”
“โบยไปเรื่อยๆข้าสะสางเื่อื่นเสร็จ ค่อยหยุด”
นายกองจ้านหน้าถอดสี
“ท่านแม่ทัพเมตตาด้วย”
ตุบตับ ตุบ ตับ เสียงโบยดังเรื่อย จนมีเสียงแทรกขึ้นมา
“โปรดหยุดมือ”