ม่านความรัก…
น้ำท่วม...ใครบอกว่าดีกว่าฝนแล้งสำหรับหลายๆครอบครัวที่แทบสิ้นเนื้อประดาตัวสำหรับพวกคนเ่าั้แล้วคิดว่าฝนแล้งน่าจะยังดีกว่า!
ประเทศไทยปีนี้ถือว่าเป็ปีหนึ่งที่มีอุทกภัยหนักหนาเอาการหลายพื้นที่ประกาศเป็เขตประสบภัยเช่นเดียวกันกับครอบครัวโชคดีที่ประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด6คน
“ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้วนะพี่มนตรี?” แสงสร้อยสะอื้นไห้อย่างเวทนาอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านเมื่อบัดนี้น้ำแห้งเหือด สามารถกลับเข้ามาทำความสะอาดและอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเล็กของครอบครัวได้ตามเดิมั้แ่เมื่อวานตอนเที่ยงจริงๆสาเหตุทำให้กลุ้มใจมีมากมายเป็สิบๆเื่
แต่เื่ปัจจุบันทันด่วนที่สุดเวลานี้น่าจะเป็เื่หนี้ของป้าเขียว
ป้าเขียวเป็เ้าของร้านค้าในหมู่บ้านม่ายสาววัยชราเร่งทั้งเงินดอก เงินต้น แสงสร้อยและสามีเข้าใจว่าถึงคราวเดือดร้อนแล้วจริงๆทุกคนทั้งหมู่บ้านนี้และหมู่บ้านใกล้เคียงต่างประสบปัญหาเดียวกันทั้งหมด
หนี้ที่ว่าคือเงินต้น50,000บาทที่หยิบยืมมาในระยะเวลาหลายปี ก็เริ่มั้แ่ที่มนตรีผู้เป็สามีประสบอุบัติเหตุรถยนต์ชนแล้วหนีเมื่อ3 ปีก่อนนั่นเเหละ ทำให้รายได้ทุกอย่างก็หดลง แต่ลูกน้อยทั้ง3 ชีวิตโตวันโตคืนตามพัฒนาการ ค่าเรียนของลูกรักทั้ง 3คนเป็ภาระหนักอึ้งค่าหยูกยารักษาโรคของมารดาวัยชราและสามีพิการขาง่อย...เหล่านี้ยังไม่รวมค่ากินอยู่และจิปาถะอีกน่ะคนธรรมดาที่มีที่ดินเพียงหยิบมือ ไม่ถึง 2 ไร่ จะไปพออยู่พอกินได้อย่างไรกัน?
มองดูแปลงพริกมะเขือ ถั่ว ผักบุ้งผักกาดที่ปลูกผสมผสานเอาไว้สำหรับจำหน่ายหล่อเลี้ยงทุกชีวิตวันนี้เหลือแต่ซากจิตใจมันหดหู่อาดูร ที่ทางไม่ได้มีราคาค่างวดเหมือนที่สวนที่นาเหมือนครอบครัวคนอื่นเขาพลอยทำให้เงินชดเชยที่ได้รับจากส่วนราชการยิ่งน้อยถอยห่าง...เงินจำนวนไม่กี่พันที่ว่าคงต้องนำมาทยอยจ่ายหนี้สินติดค้าง...ก็ยังไม่พออยู่ดี
“แค่ก แค่ก แค่ก พี่จะเอาที่ดินไปจำนองกับธนาคาร” นายมนตรีเองก็คิดเื่นี้ั้แ่ประสบภัยจนต้องนอนในศาลาวัดคนจนที่มีค่าเป็ศูนย์ เจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัดไปอีกมีแต่ติดลบไปกันใหญ่
“พี่...คิดดีแล้วเหรอ?” แสงสร้อยถามย้ำเพราะที่ดินตรงนี้เป็ของสามีที่พ่อแม่ของเขาแบ่งไว้ให้ก่อนตายบ้านหลังย่อมและที่ดินที่เป็สมบัติเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
“ไม่มีวิธีไหนแล้วล่ะ พี่ว่าวันพรุ่งนี้เอ็ง...”
“ยังมีค่ะ” เสียงคุ้นเคยที่จำได้ว่าเคยสดใสกังวานบัดนี้กลายเป็เสียงสั่นเครือ ม่านฟ้าได้ยินทุกประโยคที่พ่อกับแม่ของเธอคุยกัน
“ม่าน ยังไม่นอนอีกเหรอลูก?” แสงสร้อยขยับให้บุตรสาวคนโตเข้ามานั่งติดชิดใกล้สวมกอดแก้วตาดวงใจไว้ความอบอุ่น
“พ่อจ๋า แม่จ๋าอย่าจำนองที่ดินตรงนี้เลยนะคะ ปู่กับย่าสั่งเอาไว้ก่อนตายม่านจำได้”ม่านฟ้าระลึกถึงชายหญิงชราผู้ใจดีเมื่อตอนเธอยังเป็เด็กท่านชอบซื้อไอศกรีมจากรถที่มาเร่ขายให้เธอและน้องๆได้ทานกันเป็ประจำ...ม่านรักปู่กับย่ามากนะคะ
“ม่านเอ้ย! เสียทุกอย่างเสียได้แต่พ่อเสียทุกคนไปไม่ได้หรอกนะลูก” ถ้าไม่จนตรอกจริงๆ นายมนตรีก็ไม่เคยมีความคิดแบบนี้ในหัวเลยสักครั้ง...ความจนมันน่ากลัวจะตายไป
“นั่นสิลูก คุณยายก็ยังป่วย อีกเดือนกว่าๆม่านกับน้องๆก็เปิดเทอมอีกครอบครัวเราไม่มีเงินติดตัวเลยนะลูก” ม่านฟ้าได้โควต้านักเรียนเรียนดีของมหาลัยดังในจังหวัดใกล้เคียงบุตรสาวขยันเรียน ทำงานบ้านบวกกับทำงานไร่ผักสวนครัวอย่างขยันขันเเข็งช่วยนางเสมอ ชีวิตวัยเด็กและวัยรุ่นเเตกต่างกับคนในวัยเดียวกันทั่วๆไป...ม่านฟ้าเป็ของขวัญล้ำค่าที่ฟ้าประทานมาให้เป็ที่ภูมิใจของพ่อกับแม่และครอบครัวอย่างแท้จริง
“ม่านตัดสินใจแล้วค่ะ วันมะรืนม่านจะไปทำงานที่กรุงเทพพร้อมกับน้านิตย์จะทำงานแล้วส่งเงินมาให้พ่อกับแม่เยอะๆ” ม่านฟ้ารู้ดีมาตลอดว่าการเรียนต่อของตนเองในระดับปริญญาตรีเปรียบเสมือนความฝันแล้ววันนี้เธอก็ตื่นมาอยู่บนโลกแห่งความจริงแล้ว
เธอไม่อาจจะผลักภาระมากมายที่กองสุ่มอยู่ให้บิดาที่สานตระกร้าขายร้านของฝากในตัวอำเภอกับมารดาที่ตากแดดตัวดำอยู่กลางสวนผักโดยตามลำพังหรอกวุฒิ ม.6ที่เพิ่งได้รับจากโรงเรียนเมื่อหนึ่งเดือนก่อนน้ำท่วมติดต่อกัน 17วันก็น่าจะพอช่วยเหลืออะไรให้มันดีขึ้นบ้าง ส่วนน้านิตย์ที่ว่าคือเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกันมาอย่างดีน้านิตย์เปรยๆว่าจะไปทำงานเพื่อหาเงินมาช่วยทางบ้านฝั่งนี้อีกเเรง
“พ่อกับแม่อยากให้ม่านเรียนสูงๆ ถ้าไปกับนังนิตย์น่ะ แล้วจะไปทำงานอะไรม่านเอ้ยนังนิตย์มันมีพี่เขยกับพี่สาวเป็แม่ค้าอยู่ในตลาดจะไปทำอะไรได้นอกจากทำงานรับจ้าง” เมื่อก่อนอยู่ช่วยทำนาความรู้หนังสือหนังหาก็ไม่มีติดตัว
“นั่นสิลูก ถ้าหนูอยากทำงานก็ไปทำในตัวจังหวัดเราดีมั้ย ไม่ต้องไปไกลถึงกรุงเทพหรอกพ่อกับแม่เป็ห่วง” ถ้าบุตรสาวต้องห่างกันจริงๆก็รู้สึกใจหาย
ม่านฟ้าปรายฟ้า และเพียงฟ้าสามใบเถาของพ่อเเม่เเละยายไม่เคยห่างจากอ้อมกอดไปไหนเลยสักครั้ง...แล้วนี่จะให้ไปเผชิญในเมืองใหญ่ความเป็ห่วงความกังวลยิ่งถาโถมรุนเเรง
ทุกเสียงทุกคนต่างพูดเป็เสียงเดียวเอกฉันท์ เมืองกรุงที่ว่าวุ่นวาย อันตรายมากมายรอบด้าน
แล้วแบบนี้ม่านฟ้าของนางจะไปอยู่เพียงลำพังได้อย่างไร?
รถไฟสายเหนือชั้น3ตั๋วราคาถูกไม่ถึง 100 บาท ขึ้นจากสถานีหนึ่งในจังหวัดพิจิตรมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครนิตยาเเละม่านฟ้าสองสาวนั่งกอดกระเป๋าผ้าใบใหญ่ของตนเองบรรเทาความหนาวเย็นในยามค่ำคืนตลอดการเดินทาง
"พระคุ้มครองนะหลานยาย ไม่เจ็บ ไม่จน เ้านายรัก เ้านายเมตตานะลูก"
"ปีใหม่ พี่ม่านสัญญาเเล้วนะว่าจะกลับมาอย่าลืมตุ๊กตาของเพียงนะพี่ม่าน"
"เสื้อผ้าสวยๆของปรายด้วยนะพี่ม่าน"
"ดูเเลตัวเองนะลูกนะ ไปถึงอย่าลืมโทรมาบอกเเม่สักคำ"
"พ่อรักหนูนะลูก ถ้าไม่ไหวก็กลับมา ทุกคนรอม่านอยู่ที่นี่ไม่ไปไหน"ม่านฟ้ากราบลา พ่อเเละเเม่ของเธอต่างมองกลับมาด้วยน้ำตาที่นอง
พ่อจ๋า แม่จ๋า ยายจ๋า ไม่ต้องเป็ห่วงม่านนะ ม่านจะทำงานเก็บเงินส่งกลับบ้านของเราให้มากที่สุดสาวน้อยผู้สู้ชีวิตตั้งปนิธทานไว้อย่างเเน่วเเน่
น้ำตาของพ่อเเม่ยายเเละน้องๆที่เธอจากมาคือสิ่งย้ำเตือนอย่างดี
“ต้องอดทนนะม่านฟ้าเธอต้องสู้เเละอดทน”