9
รู้ใจตัวเอง
หลังจากที่ผมหนีเอกซ์มาได้ ตอนนี้ก็ปาเข้าไปสองทุ่มกว่าๆ แล้วครับ ผมไม่ได้กลับไปโรงเรียน ไม่ได้กลับไปบ้านแก้วมณี ผมมาหลบอยู่บ้านของกราฟครับ ซึ่งตอนที่ผมอยู่บนรถแท็กซี่ ผมโทรขอความช่วยเหลือจากกราฟ กราฟยอมโดดเรียนมาหาผมทันที ผมเล่าเื่ทั้งหมดให้กราฟฟัง กราฟเข้าใจ และอยู่ดูแลผม เขาเสนอให้ผมนอนค้างคืนบ้านเขา แน่นอนว่าผมรีบตกปากรับคำแล้วจัดการโทรบอกยายทันที
“วายถึงตาวายไปอาบน้ำได้แล้วครับ”
“กราฟอาบไวจัง เรายังเล่นเกมไม่จบเลย”
“เดี๋ยวค่อยมาเล่นต่อก็ได้ครับ”
“จะว่าไป พ่อแม่กราฟกลับบ้านดึกแบบนี้ตลอดเลยเหรอ”
“พวกท่านไปทำงานต่างจังหวัดครับ จะกลับก็อีก 2-3 วันนู้น”
“อ๋อ…”
“ได้เวลาอาบน้ำแล้วครับวาย”
“คร๊าบ”
ผมละเกมเพลย์ไปยังห้องน้ำตามคำสั่งของเ้าของบ้านที่ตอนนี้ใส่ชุดนอนสีดำสุดเท่
กราฟยื่นผ้าเช็ดตัวและชุดนอนให้ผมก่อนจะผายมือเชิญผมเข้าห้องน้ำราวกับเป็พ่อบ้าน ท่วงท่าที่เขาทำดูเท่ไม่เบา ยิ่งได้มองรูปร่างสูงโปร่งกับใบหน้ายิ้มเป็มิตรของเขาบอกได้คำเดียว ถ้าผมเป็ผู้หญิงผมคงใจละลายไปแล้ว
“พอเลย ทำอย่างกับเราเป็คุณชายไปได้”
“แหม ผมก็ต้องเอาใจแขกหน่อยสิครับ กว่าจะทำให้วายยิ้มได้เนี่ยผมเหนื่อยมากเลยนา”
กราฟทำท่าออดอ้อนอย่างกับลูกแมว ผมอดยิ้มไม่ได้จริงๆ คนอะไรทำตัวได้น่ารักน่าฟัดขนาดนี้
“ครับๆ ยิ้มแล้วนี่ไง”
ผมฉีกยิ้มกว้างๆ ให้กราฟดูก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ
“ให้ผมช่วยถูหลังไหมครับคุณชาย” กราฟแซวอยู่หน้าประตูห้องน้ำ
ไอ้บ้านี่มันพูดจริงหรือพูดเล่นเนี่ย หน้าเหมือนจะพูดเล่น แต่ทำไมมันตั้งท่าจะเข้ามาในห้องน้ำกับผมอย่างจริงจังแบบนี้ล่ะ!!
“มะ ไม่ล่ะ กราฟรอข้างนอกนั่นแหละ”
ผมดันอกกราฟให้ออกจากห้องน้ำแล้วรีบปิดประตู
ปัง!
“ถ้าอยากได้อะไรก็เรียกผมนะครับ ผมจะอยู่หน้าประตูห้องน้ำรอ”
“ไอ้บ้า ไปเล่นเกมนู่นไป”
ผมะโกลับไปด้วยใบหน้าร้อนผ่าว โอยยย กราฟจะล้อเล่นอะไรก็ให้มันน้อยๆ หน่อยเหอะ พูดชวนให้คนคิดลึกแบบนี้มันไม่ดีนะเว้ย
แป๊ก!!
เอ๊ะ!?
ทำไมจู่ๆ ไฟดับ กราฟแกล้งปะเนี่ย
“กราฟปิดไฟเหรอ” ผมะโถาม
“เปล่าครับ ไฟมันดับ สงสัยรถชนเสาไฟฟ้ามั้ง วายอาบน้ำไปถึงไหนแล้วครับถูหลังหรือยัง เอาเทียนไขไหม”
ดูดิ มันยังไม่จบกับเื่ถูหลังอีก
“เรายังไม่ทันอาบเลย เดี๋ยวออกไปละ รอไฟมาก่อนค่อยอาบ”
ผมเปิดประตูห้องน้ำออกไป แต่กว่าจะคลำหาลูกบิดประตูได้ก็ใช้เวลาพอสมควร
“โห ข้างนอกมืดชิบ!”
“วายอย่าเพิ่งเดินไปไหนนะครับ เดี๋ยวผมไปเอาเทียนไขมาให้ก่อน”
กราฟบอกผมพลางเดินชนโต๊ะที ชนเสาทีเพื่อไปยังห้องครัว ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมกราฟไม่ให้ผมเดินไปไหน ก็ขนาดเ้าของบ้านยังเดินชนนั่นชนนี่แล้วถ้าเป็ผมที่ไม่ชินกับเส้นทางในตัวบ้านจะได้รับาเ็ขนาดไหนคิดดู
กราฟหายเข้าไปในห้องครัวนานอยู่พอสมควร เสียงกุกๆ กักๆ ทำให้บรรยากาศในตัวบ้านวังเวงขึ้นมานิดหน่อย ยังโชคดีที่บ้านกราฟเป็บ้านสไตล์โมเดิล ภายในตัวบ้านถูกออกแบบและตกแต่งให้ดูโรแมนติกทันสมัยไปทุกมุม แตกต่างจากบ้านแก้วมณีที่เป็บ้านทรงไทยโบราณจึงลดความหลอนลงไปได้เยอะ
“มาแล้วๆ”
กราฟออกมาจากห้องครัวพร้อมเทียนไขที่จุดมาแล้วเรียบร้อย แสงเทียนสีส้มอ่อนๆ สาดส่องใบหน้าเนียนหล่อของกราฟช่วยส่งเสริมให้เขาดูโดดเด่นภายใต้แสงสลัว รอยยิ้มนุ่มนวลเป็มิตรของเขาที่มอบให้ผมนั้นสะกดผมจนละสายตาไปจากเขาไม่ได้เลย คนอะไรหล่อชะมัด
“วายปลอดภัยดีนะครับ”
“อะ อื้ม” ผมเสียอาการให้กับความหล่อละมุนของกราฟซะแล้ว
“วะ วายครับ จ้องผมขนาดนี้ มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“อะ อ๋อ เราจะขอเทียนกราฟน่ะ”
“อย่างนั้นเหรอครับ ผมนึกว่าวายมีอย่างอื่นจะบอกผมเสียอีก”
“คะ คิดไรของนายเนี่ย เอาเทียนมาได้เล่า”
“ฮาๆ ผมล้อเล่นครับ อะนี่เทียน”
“ขอบใจนะ”
ผมเอาเทียนไขที่ได้จากกราฟมาส่องหน้าตัวเองเพื่อให้อีกฝ่ายเห็นหน้าผมชัดๆ บ้าง เราสองคนขำแห้งให้กัน ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้จะทำตัวยังไง ผมกับกราฟหลุบมองพื้นค้นหาคำพูด และกราฟก็เรียกชื่อผม
“วายครับ”
“หืม?”
กราฟจ้องมองผม ั์ตาของเขาวูบไหว กราฟเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็อมพะนำไม่ยอมพูดออกมา ผมรอสิ่งที่เขาจะพูดอยู่นาน แต่สุดท้ายกราฟก็ทำเพียงเดินเข้ามาหาผมอย่างช้าๆ
ผมไม่ได้ขยับหนีไปไหน ทำเพียงจ้องตาเขาและรอคอยให้เขาเดินเข้ามาใกล้ ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมผมถึงไม่ถอยหนีเขา อาจเป็เพราะกราฟเป็คนดี หรืออาจเป็เพราะบรรยากาศพาไป ทำให้ระยะห่างของเราสองคนลดน้อยลงเรื่อยๆ จนผมััได้ถึงลมหายใจร้อนผะผ่าวของเขา
“รู้มั้ยเวลาวายยิ้ม วายน่ารักมากเลยนะ”
“ขะ ขอบใจ”
“แต่วายในตอนนี้ น่ารักยิ่งกว่าอีก”
คำหวานของกราฟ ราวกับกำลังชักจูงผมให้คล้อยตามความ้าอันหอมหวาน ผมยอมให้กราฟเชยคางปรับมุมเอียงองศา ทว่าก่อนที่ริมฝีปากจะทาบทับกัน ผมดันถูกน้ำตาเทียนไขหยดใส่นิ้วมือ
สติของผมกลับคืนมา ผมถอนใบหน้าออกอย่างช้าๆ แล้วก้มหน้าลง
“แค่กๆ”
กราฟทำเป็ไอกลบเกลื่อนก่อนจะหันมามองผมอย่างเก้อเขิน
ผมยิ้มตอบพลางส่ายหน้าว่าไม่เป็ไร แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้บรรยากาศรอบตัวคลายความอึดอัดลงได้
กราฟเดินเอาเทียนไขไปตั้งไว้ที่โต๊ะรับแขกโดยไม่พูดอะไรกับผมอีก ผมจึงจำใจปลีกตัวออกห่างจากเขาเพื่อเอาเทียนไขไปตั้งไว้ในห้องน้ำ ในขณะที่ผมกำลังตั้งเทียนไขนั้น ผมก็แอบมองกราฟว่าเขามีทีท่าเป็ไงบ้าง ซึ่งกราฟที่นั่งโซฟาอยู่นั้นดูคิดไม่ตก เขาคงกำลังคิดทบทวนถึงสิ่งที่ได้ทำลงไป และรู้ว่ามันผิด
ผมเข้าใจความรู้สึกของกราฟ เลยเดินออกจากห้องน้ำไปนั่งข้างๆ เขา
“วาย เมื่อกี้ผมขอโทษนะ”
พอผมหย่อนก้นลงนั่งโซฟาไม่ทันไร กราฟก็เปิดประเด็นทันที
“มะ ไม่เป็ไรหรอก เราเองก็เผลอตามบรรยากาศไปเหมือนกัน”
“วายไม่โกรธผมใช่ไหม”
“อื้ม ไม่โกรธหรอก”
“แล้วถ้าเกิดมันไม่ได้เป็เพราะบรรยากาศพาไปล่ะครับ”
“ระ เราไม่เข้าใจ”
“บางที…อาจจะเป็เพราะผมชักนำก็ได้” กราฟคอตกและถอนหายใจ
“กราฟ คือ…”
“ขอโทษครับ”
ผมไม่รู้จะพูดแก้ต่างยังไง กราฟดันสรุปว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็เพราะเขาชักนำ ซึ่งเอาจริงๆ มันก็มีส่วนอยู่เพราะตอนที่กราฟตั้งใจจะบอกอะไรผมสักอย่าง เขามีแววตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่หา ผมััได้ว่าเขา้าบอกความในใจบางอย่าง แต่เขายั้งปากไว้ แล้วทำเพียงเดินเข้ามาใกล้ผม
ส่วนผมก็ใช่ว่าจะไม่ผิด ตอนที่กราฟเดินเข้ามาใกล้ด้วยแววตาเปี่ยมล้นความในใจ ผมก็ถูกอินเนอร์ของกราฟเล่นงานเหมือนกัน ผมเผลอตัวปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ หากในตอนนั้นน้ำตาเทียนไขไม่หยดใส่มือ เราสองคนก็คง…
“ถ้ากราฟคิดว่ากราฟผิด เราก็ผิดด้วย”
“วาย…”
“เอาเป็ว่า เื่ที่เกิดขึ้น มันเป็เพราะเราอยู่บ้านกันสองคน เราโดนบรรยากาศพาไป และเราก็อยู่ในวัยอยากรู้อยากลอง ฉะนั้นหลายๆ องค์ประกอบทำให้เราทั้งคู่เกือบจะ…เอ่อ…เกือบจะ…อื้ม นั่นแหละ”
“ขอบคุณนะครับวาย ที่ไม่โกรธผม”
“เราต่างหากที่ต้องขอบคุณกราฟในหลายๆ เื่ ขอบคุณมากนะ”
ผมกับกราฟยิ้มให้กัน และละความรู้สึกค้างๆ คาๆ ไม่ชัดเจนเ่าั้ทิ้งไว้ด้านหลัง