ในขณะที่ฉันมองลงไปช้าๆฉันก็เห็นดาบเจาะทะลุช่องท้องของฉันอย่างชัดเจน เสื้อผ้าของฉันเปียกโชกไปด้วยเืและฉันก็แทบหยุดอาเจียนเป็เืไม่ได้
บัดซบ...นายแทงฉันจริงๆ
ขณะที่ฉันมองเข้าไปในกล้องโทรทรรศน์ขณะที่จับด้ามดาบฉันก็ตระหนักได้ว่าเวลานี้ไม่เลวเลย มันเป็ภาพเดียวกับอนาคตที่ฉันเห็นผ่านยูโนะ
ยกเว้นเพียงแต่
คิมฮยอนซองที่ไม่ได้มองฉันด้วยสายตาที่เ็าแต่ก้มหน้าลงพร้อมใบหน้าที่ลังเล
“คุณ...คุณ...พราก...ชีวิตของฉันไป”
“...”
“มัน...มันเป็ความผิดของคุณทั้งหมดผม....ผมไม่ได้ทำอะไรผิด...ผมไม่จำเป็ต้อง....รู้สึกผิดด้วยซ้ำ”
ในที่สุดฉันก็เห็นเขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
นายร้องไห้ทำไม?
ฉันเห็นน้ำตาที่ไหลรินพร้อมใบหน้าที่บิดเบี้ยวของเขา
“อึก...คุณพรากทุกอย่างไปจากผม...นี่เป็การตัดสินใจที่ถูกต้อง...”
ใช่แล้วนายต้องเงยหน้าขึ้น ด่าฉันสิ มองฉันด้วยสายตาเ็าของนายเพราะการเห็นศัตรูของนายกำลังจะตายนั้นเป็เื่ที่น่ายินดีที่สุด
ร่างกายของฉันเริ่มล้มลงไปอย่างช้าๆฉันคิดว่าฉันกำลังสลบไป และตอนที่ฉันกำลังล้ม เขาต้องมองฉันเหมือนมองขยะแน่ๆ
แต่สิ่งที่ฉันเห็นคือคิมฮยอนซองที่พยายามยื่นมือออกมาคว้าร่างของฉันโดยไม่รู้ตัวเขามองมาที่ฉันด้วยความกังวลแทนที่จะเ็า ดวงตาของเขากลับสั่นไหว
ไอ้เด็กเวรนี่
เกิดอะไรขึ้น?พันธะหายไปได้ยังไงกัน? เกิดอะไรขึ้นกับเขา? เชี่ยเอ้ยเขาไม่ควรซ่อมมันด้วยตัวเองหลังจากที่ฉันทำลายมัน
โดยไม่ทันตั้งตัวภาพที่ฉันเห็นก่อนหน้านี้ก็ได้เข้ามาในหัวของฉันอีกครั้ง มันเป็ภาพความผูกพันระหว่างฉันกับฮยอนซองที่ฉันพึ่งทำลายมันไปกับมือ
‘ผม...ผมเป็ผู้ย้อนเวลา’
ใช่เขาเป็ผู้ย้อนเวลาของอัลทานัสเพราะการเลือกของฉันดังนั้นเขาไม่ควรทำลายภาพที่ฉันวาดเอาไว้
‘กียอง’
ฉันไม่อยากให้เขาเรียกชื่อฉัน
‘ผมเชื่อ’
ไอ้ลูกหมาฉันไม่เชื่ออะไรอีกแล้ว
อันที่จริงคิมฮยอนซองกำลังต่อต้านคู่มือการใช้งานผู้ย้อนเวลา ไม่สิ อาจจะเป็ไปได้ว่าพลังของฉันอ่อนแอลงเพราะฉันกำลังจะตาย
“ไม่....ไม่...”
“....”
“อย่า..อย่า...ทำ”
อนาคตกำลังจะเปลี่ยนไป
แต่ว่าฉันจะไม่ยอมให้มันเป็แบบนั้นหรอกนะ
“ฉัน..คือชายสวมหน้ากากในรอบแรก”
“.....”
“และ...ฉันก็จำฉากที่ฉัน...ฆ่าเพื่อนของนายได้”
มันได้ผลใบหน้าของเขากลับมาสงบนิ่ง
“นี่คือคำพูดสุดท้ายของคุณเหรอ”
“....”
“คุณรู้อะไรไหมกียองตอนนี้ผมรู้สึกทั้งรักทั้งเกลียดคุณจริงๆ”
“...”
“ผมเกลียดคุณเกลียดที่คุณคือชายสวมหน้ากากในรอบแรก และเกลียดที่คุณพูดว่าตัวเองคือชายสวมหน้ากากด้วยใบหน้าแบบนั้น”
“...”
“แต่ทั้งๆที่ผมเกลียดคุณมากผมก็กลับรักคุณและดีใจที่ได้อยู่ด้วยกันกับคุณมากเช่นกันแต่ทั้งหมดนี้ดูเหมือนว่าผมจะคิดไปเอง มันดูน่าสมเพชใช่ไหมครับ”
ไม่ฉันก็ดีใจที่ได้อยู่ร่วมกันกับนายนะ
“....”
“และในตอนนี้ผมก็ยังเกลียดตัวเองที่ยังให้โอกาสคุณได้บอกคำสั่งเสีย”
“???”
“เอาละครับกียอง มีอะไรจะสั่งเสียไหม”
หึฉันลอบยิ้มมุมปาก
“ฉัน...อยากเห็น..พระอาทิตย์”
คิมฮยอนซองค่อยๆพยุงร่างกายขึ้นพร้อมยกดาบขึ้นอย่างช้าๆโดยที่ไม่ละสายตาไปจากฉันในตอนนั้นเองที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับร่างกายของคิมฮยอนซอง แสงส่องเข้ามาในปีกสีดำขนาดใหญ่ของเขาแทนที่ด้วยปีกสีขาวสว่างไสว
เมื่อฉันได้ภาพที่้ากระจกของเทพธิดาก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อขับขานเื่ราวของวีรบุรุษผู้ท้าทายสิ่งที่เป็ไปไม่ได้เพื่อปลอบโยนเหล่านักรบที่เหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้และตราตรึงว่ายังมีผู้กล้าที่อยู่เคียงข้างพวกเขาอยู่
ทันใดนั้นสนามรบก็เงียบลง
ทุกคนต่างแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วก็ยิ้มออกมาและจบด้วยเสียงโห่ร้องยินดีที่มนุษย์เป็ฝ่ายชนะ
ก่อนที่ตาของฉันจะปิดลงฉันก็ได้หันไปมองเซราฟิมที่ตอนนี้คาดว่าน่าจะตายเพราะเสียเืมากเกินไปในระหว่างที่สู้กับคิมฮยอนซฮงแต่ก่อนที่ฉันจะหันกลับมาฉันก็ได้เหลือบไปเห็นราฟาเอลที่ตอนนี้กำลังบินหนีไป
เขาไม่ได้เห็นเหตุการณ์ั้แ่ต้นใช่ไหม?
แต่ไม่ทันที่ฉันจะคิดอะไรมากตาของฉันก็ฝืนต่อไปไม่ไหวแล้วภาพทั้งหมดก็ดับลง
-[โชฮเยจิน]-
หลังจากที่รองมาสเตอร์ได้ตายไปได้3วันบรรยากาศในเมืองก็ดูมืดมนและเงียบเหงาไปมาก ทั้งพัคด็อกกูและจองฮายันที่ไม่ยอมไปร่วมพิธีศพของรองมาสเตอร์ และลีจีฮเยที่หายตัวไปหลังจากได้ยินข่าวเช่นเดียวกับซุนฮียองและยูโนะก็หายตัวไปในเวลาต่อมา
และคนที่น่าจะมีอาการหนักที่สุดก็คือกิลด์มาสเตอร์
ในเวลานั้นหลังจากที่แสงแปลกปลอมได้หายไปโลกที่ย้อมด้วยแสงอาทิตย์ตกก็สวยงามกว่าทิวทัศน์ไหนๆที่ฉันเคยเห็น ทุกคนได้โห่ร้องแสดงความยินดีและร้องเพลงแห่งชัยชนะด้วยกันโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นถึงความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ที่อยู่เื้ัความสำเร็จ
จนกระทั่งจองฮายันได้สังเกตเห็นร่างกายที่ไร้ิญญาของรองมาสเตอร์เข้าก็ได้กรีดร้องอย่างสติแตกและได้ฝ่าดงผู้คนเพื่อไปหาร่างของรองมาสเตอร์หลังจากนั้นไม่นานจากเสียงโห่ร้องยินดีก็กลายเป็เสียงคร่ำครวญร่ำไห้
และเมื่อพัคด็อกกูได้ถามกิลด์มาสเตอร์ถึงสาเหตุการตายของรองมาสเตอร์แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็ ความเงียบ และสายตาที่เ็า หลังจากนั้นเขาก็หันหลังกลับไปโดยที่ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองแต่สิ่งที่ทุกคนััได้จากแผ่นหลังนั้นก็คือ กิลด์มาสเตอร์ได้เปลี่ยนไปแล้ว
ในระหว่างที่ฉันกำลังยืนคิดอยู่นั้นฉันก็ได้เห็นคุณด็อกกูที่ไม่เห็นหน้ามาหลายวันกำลังยืนอยู่หน้าห้องของกิลด์มาสเตอร์
“คุณด็อกกู มีอะไรรึเปล่าคะ?สีหน้าของคุณดูไม่ดีเลยนะคะ”
“ผมไม่เป็อะไรแล้วครับแต่ที่ผมมาในวันนี้เพราะผมได้ยินข่าวมาว่าศพของลูกพี่จะอยู่ที่ศาสนจักร”
“ว่ายังไงนะคะ?”
“เห็นว่าทางศาสนจักรประกาศออกมาว่าจะเก็บศพของลูกพี่ไว้ที่นั่นผมก็เลยคิดว่าจะลองไปคุยกับคุณฮยอนซองเื่นี้ดูนะครับ”
“งั้นให้ฉันไปคุยให้ไหมคะพอดีว่าฉันกำลังจะไปรายงานเื่กิลด์อยู่พอดีเลยค่ะ”
“ขอบคุณมากเลยนะครับคุณโชฮเยจินงั้นผมฝากด้วยนะครับ”
หลังจากที่คุยกันเสร็จคุณด็อกกูก็จากไปด้วยใบหน้าที่ดูเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อย
ก๊อกๆๆ
“เข้ามา”
-[คิมฮยอนซอง]-
ฉัน...ทำถูกแล้วใช่ไหม?
ผ่านมาแล้ว3วันหลังจากวันนั้นที่ฉันฆ่ากียองไป3วันที่ฉันคอยเฝ้าถามกับตัวเองมาตลอด ทั้งๆที่ฉันคิดว่าฉันทำถูกแล้วแต่ไม่รู้ว่าทำไมหัวใจของฉันกลับว่างเปล่าเหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหายไป
อา...จะว่าไปนี่คืออนาคตที่ฉันวาดฝันไว้ไม่ใช่เหรอ?ได้กำจัดชายสวมหน้ากาก แล้วใช้ชีวิตอย่างสงบสุข แค่ชีวิตที่สงบสุขนี้ไม่มีกียอง
ไม่ฉันไม่ควรมานั่งเสียใจอยู่ในตอนนี้ สิ่งที่ฉันทำมาทั้งหมดมันถูกแล้ว
เพราะลีกียองเป็ชายที่สวมหน้ากากฉันจึงต้องฆ่าเขา
เพราะลีกียองคือคนเลวฉันจึงต้องฆ่าเขา
ทั้งหมดนี้ที่ฉันทำก็เพื่อปกป้องโลกเพราะฉะนั้นฉันไม่ควรรู้สึกผิด แต่ทั้งๆที่ฉันคิดอย่างนั้น แล้วทำไมตอนนั้นน้ำตาของฉันถึงไหลลงมาได้ละ
ก๊อกๆๆ
“เข้ามา”
“กิลด์มาสเตอร์วันนี้มีรายงานด่วนจากหลายๆฝ่าย เนื่องจากรอ-”
“ให้คุณคิมมิยองเป็คนจัดการแทนไปก่อนครับ”
“อา...แล้วก็..ในตอนนี้มีประกาศจากศาสนจักรว่าพวกเขาจะเป็คนเก็บศพของรองมาสเตอร์-“
“ก็ให้พวกเขาเก็บไปสิครับ”
หลังจากนี้ฉันไม่อยากที่จะเห็นหน้าเขาอีกเป็ครั้งที่2หรอกนะ
“....”
“....”
“มาสเตอ-ไม่สิ คุณฮยอนซอง คุณมีปัญหาอะไรกับคุณกียองกันแน่คะ!”
เธอจะโกรธก็ไม่แปลกหรอกเพราะไม่มีใครรู้ว่ากียองชั่วร้ายมากแค่ไหน
“ั้แ่วันนั้นแล้วนะคะที่คุณแปลกไป!ไหนจะเื่ที่คุณพยายามบ่ายเบี่ยงเื่ของคุณกียองแล้วไหนจะเื่ที่คุณกียองส่งคู่มือมาให้ฉันเหมือนกับว่ารู้อยู่แล้วว่าจะเป็แบบนี้!!”
“!!”
“ไหนจะเื่การจัดการงานต่างๆหรือแม้กระทั่งวิธีจัดการกับศพของตัวเองอีก ตกลงเื่ทั้งหมดนี้เป็แผนของพวกคุณเหรอ?! ”
“ผมขอดูคู่มือนั่นหน่อยได้ไหมครับ”
“คุณยังไม่ตอ-”
“ผมบอกว่าให้เอาคู่มือนั่นมาเดี๋ยวนี้!!”
สีหน้าของโชฮเยจินแสดงถึงความไม่อยากจะเชื่อที่ฉันตะคอกใส่เธอแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสนใจเื่นั้นฉันต้องรู้ให้ได้ว่าคู่มือนั้นได้เขียนอะไรไว้บ้าง
“นี่...ค่ะ..คุณฮยอนซอง”
ถึงคุณโชฮเยจิน
นี่คือคู่มือในการทำงานเผื่อในกรณีที่ผมอาจจะไม่อยู่หรือเสียชีวิต
1.ให้จองฮายันและด็อกกูอยู่ที่กิลด์โดยให้มีคนคอยจับตาดูพวกเขาเอาไว้ ใครจะรู้ว่าฮายันจะทำอะไรเมื่ออยู่คนเดียวและด็อกกูเราต้องทำเหมือนว่าเขาไม่ได้เป็อะไร
2.อย่าให้คุณคิมมิยองทำงานหนักเกินไปเพราะปกติงานของเธอก็เยอะอยู่แล้ว
3.ถ้าเกิดในกรณีที่ผมได้ตายไปแล้วฮยอนซองได้อยู่ในสภาวะที่คุณคิดว่าไม่อาจตัดสินใจได้หรือเขาอาจมีนิสัยเปลี่ยนไปให้ศพของผมอยู่ที่ศาสนจักรโดยที่ไม่ต้องบอกคิมฮยอนซองเพื่อไม่ให้เื่ของผมไปสะกิดแผลทางใจของเขาทั้งนี้ก็เพื่อลดความบาดหมางระหว่างกิลด์กับศาสนจักร
4.คุณควรพาคิมฮยอนซองไปเที่ยวเพื่อพักบ้างนะเพราะคุณทั้งคู่ก็เหนื่อยมามากแล้ว
หลังจากที่ฉันได้อ่านคู่มือซ้ำแล้วซ้ำเล่าฉันก็ได้แต่นั่งคิดอยู่กับตัวเองว่าทำไมกียองถึงทำแบบนั้นเขาทำแบบนั้นแล้วเขาจะได้ประโยชน์อะไรเพราะไม่มีทางที่ชายสวมหน้ากากจะทำอะไรโดยไร้ประโยชน์
“ฮึก..เขา..เขาบอก..กับฉันว่า...เขาให้คู่มือนี้กับ..ทุกคน”
โกหกเขาไม่แม้แต่จะบอกอะไรกับฉันด้วยซ้ำ
คุณ..คุณรู้อยู่แล้วเหรอ?..ว่าผมจะต้องฆ่าคุณ
เขาขยำคู่มือเล็กน้อยในขณะที่หัวใจของเขาท่วมทันไปด้วยสงสัยและความเสียใจ
“คุณ..ฮึก...ยังไม่ตอบคำถามของฉันเลยนะคะ”
“....”
“ในตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นระหว่างคุณกับคุณกียองกันแน่คะ”
“ถ้าผมบอกว่าผมเป็คนฆ่าเขาเอง คุณจะเชื่อไหมครับ”
“!!-”
ปัง!
ไม่ทันที่โชฮเยจินจะอ้าปากท้วงก็ได้มีคนที่บุกรุกเข้ามาในห้องอย่างไม่ได้รับอนุญาตซึ่งนั่นก็มีแค่ไม่กี่คนที่จะทำแบบนี้ได้
“คุณด็อกกู! คุณไม่ได้ไปแล้วเหรอคะ?”
“ช่างเื่ของผมก่อนเถอะครับคุณฮยอนซอง หมายความว่ายังไงครับที่คุณบอกว่าคุณเป็คนฆ่าลูกพี่เองกับมือ”
“ก็ตามที่พูดนั่นแหละครับ”
“คุณฮยอนซอง...คุณคงโดนมนต์ดำมาใช่ไหมล่ะครับคุณคงไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็แบบนั้นใช่ไหมครับ”
“...”
ด็อกกูได้ทำหน้าเหมือนโลกถล่มถลายด้วยใบหน้าที่สิ้นหวังของเขา ทำให้ฉันรู้สึกละอายใจจนแทบไม่กล้าสู้หน้าต่อแต่ว่าฉันก็ไม่อาจที่จะโกหกเขาได้เหมือนกัน
“ในตอนนั้น...ตอนที่ผมได้แทงกียองไป...ผม..ผมไม่ได้โดนมนต์ดำหรืออะไรทั้งนั้น...ทั้งหมดที่ผมทำไปตอนนั้น..ผมมีสติครบถ้วนครับ”
“....”
“....”
แม้ว่าฉันจะไม่เห็นหน้าของทั้งสองคนแต่ฉันก็รับรู้ได้ทันทีเลยว่าในตอนนี้ทั้งสองคนได้มีใบหน้าที่สิ้นหวังเพียงใดไม่ทันที่ฉันจะได้คิดต่อด็อกกูก็ได้วิ่งมาจับคอเสื้อของฉันพร้อมกับะโถามฉันด้วยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตา
“คุณ...คุณทำแบบนั้นทำไม! คุณฆ่าลูกพี่ทำไมวะ!!ฮึก...ลูกพี่...ลูกพี่ไปทำอะไรให้คุณ!!ตอบมาสิวะ!!!”
“เพราะเขา...คือชายสวมหน้ากากในรอบแรก”
“หมายความว่ายังไง?”
“ผมคือผู้ย้อนเวลา พวกคุณไม่รู้หรอกว่าในรอบแรกนั้นมนุษย์ต้องตายไปมากเท่าไหรเพราะชายสวมหน้ากากคนนั้นหรือคนที่พวกคุณเรียกว่าลีกียองที่เป็คนฆ่าพวกเขา”
“แล้วลูกพี่ของพวกเราได้ฆ่าพวกเขารึเปล่าครับ?”
“ใช่ครับ เขาทำ”
“แต่ลูกพี่ของพวกเราได้ช่วยคนไว้มากมายเลยนะครับ?”
“แต่ชายสวมหน้ากากได้ฆ่าคนไปมากมา-”
“ผมไม่ได้หมายถึงลูกพี่ในรอบแรก! ผมกำลังหมายถึงลูกพี่ในตอนนี้!! ลูกพี่ที่คอยช่วยเหลือคนอื่นจนตัวเองาเ็อยู่หลายครั้ง!! ลูกพี่ที่เป็รองหัวหน้ากิลด์ของเรา!!! เขาเคยทำแบบนั้นไหม!!!”
“อึก..”
“ตอบมาสิวะ!!”
“พอได้แล้วค่ะคุณด็อกกู”
หลังจากที่ด็อกกูไม่ได้คำตอบจากฉันเขาก็รัวหมัดใส่หน้าของฉันอย่างแรง จนโชฮเยจินที่ทนดูไม่ไหวก็เข้ามาห้ามและพยายามพาเขาออกจากห้อง
“ต่อไปนี้ไม่ต้องมาให้ลูกพี่เห็นหน้าอีก”
“....”
“คุณคิมฮยอนซองฉันผิดหวังในตัวคุณจริงๆ”
หลังจากที่ทั้งสองคนออกจากห้องไปคิมฮยอนซองก็ได้แต่ยืนคิดอยู่กับตัวเอง
ภาพของลีกียองในฐานะชายสวมหน้ากากและภาพของลีกียองในรอบที่2ที่ปกติมักจะหัวเราะและยิ้มไปกับพวกเขามาซ้อนทับกันแต่ท้ายที่สุด ลีกียองที่ดูแลสมาชิกกิลด์อยู่เสมอนั้นก็คือคนที่ครองหัวใจของเขา
ฉันรู้แล้วว่าอะไรที่ขาดหายไป
คิมฮยอนซองได้เดินไปอย่างไร้จุดหมายปลายทางและได้ล้มลงไปกับพื้นน้ำตาที่ไหลรินเหมือนสายฝนได้พรั่งพรูออกมาเขาเริ่มสะอื้นไห้และเรียกลีกียองในขณะที่เขาขอการอภัย