จุติเทพวิญญาณศักดิ์สิทธิ์

    บทที่1 หลงน้อย

    แสงแรกแห่งรุ่งอรุณยามเช้า ได้ปรากฏขึ้นพ้นเส้นแบ่งขอบฟ้า แสงตะวันทอแสงผ่านไอหมอกแห่งแรกเริ่ม มันบ่งบอกถึงสัญญาณแห่งชีวิตดวงใหม่ได้เริ่มต้นขึ้น
    ท่านกลางแสงอาทิตย์ยังคงมืดสลัว ปรากฏเด็กน้อยผู้หนึ่งก้าวย่างผ่านสายลมหนาว และม่านหมอกยามเช้าตรู่ มือทั้งสองประคองแผ่นไม้ที่มีถังน้ำขนาด10ลิตรบนบ่า คอยถ่วงกลางหลังทั้งสองข้างอย่างสมดุล
    ขาอันเล็กเรียวราวกระดูกสองท่อนคอยก้าวย่างสู่เนินราบชัน อาการสั่นเทาแผงไปในทุกๆย่างก้าวที่เดิน บนใบหน้าปรากฏเหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นราวสายน้ำชโลมกายในอรุณยามเช้าอันหนาวเหน็บ
    ถังน้ำอันใหญ่เกินตัวกระเฉาะกระเซ็นไปมา ได้มือเล็กๆทั้งสองประคับประคองถังน้ำให้มีสมดุล นัยน์ตาจับจ้องเงาประตูอันมหึมาสุดขอบเขตของสายตา
    เด็กน้อยก้าวเท้าสู่ประตูด้านหลังของตระกูลไป๋ ซึ่งไม่ห่างจากแหล่งน้ำเท่าใดนัก
    ด้านหน้ามีโอ่งน้ำขนาดยักษ์เรียงรายหลายสิบโอ่ง มีขนาดใหญ่กว่าถังน้ำนับ20เท่า
    ทุกเช้าเด็กน้อยได้รับมอบหมายหน้าที่หาบน้ำมาเติมในโอ่งตามที่กำหนดไว้ ไม่ได้มีเพียงแค่เขาแค่นั้น รอบกายเด็กน้อย มีเด็กชายหาบน้ำอีกหลายสิบคน ทว่าร่างกายของเด็กเหล่านั้น นับว่าดูมีน้ำมีนวลกว่าเขาหลายส่วน
    ร่างกายที่ดูอิดโรยราวกับขาดสารอาหารมาหล่อเลี้ยงร่างกาย แสดงถึงความเป็นอยู่ของเขานั้นลำบากเป็นอย่างมาก
    เด็กน้อยผู้นี้มีนามว่า หลง อายุ11ขวบปี ไร้ซึ่งบิดาและมารดา ได้รับการชุบเลี้ยงโดยตระกูลไป๋แม้ได้รับการชุบเลี้ยงก็ยังอยู่ในสถานะทาสเพียงเท่านั้น
    ตัวหลงน้อยไร้ซึ่งเกียติยศและไม่มีกระทั้งคุณสมบัติที่จะใช้แซ่ตระกูลไป๋ ไม่ได้มีสถานะพิเศษใดๆในตระกูลไป๋ เพียงแค่ถูกชุบเลี้องราวกับสัตว์ เพื่อหวังใช้งานเพียงเท่านั้น
    ข้ารับใช้ทั้งหลายต่างถูกชุบเลี้ยงเพื่อใช้งาน ไม่เว้นแม้แต่สตรี เพื่อลดเบี้ยเลี้ยงที่ไม่จำเป็นสำหรับตระกูล เมื่อเด็กน้อยได้รับรู้ถึงสาเหตุ จิตวิญญาณจึงถูกกลืนกินด้วยความโกรธแค้นอย่างที่สุด เศษข้าวที่หลงเหลือจากตระกูลไป๋ต้องแลกมาด้วยการตรากตำทำงานอย่างหนัก เพื่อคลายความหิวไปวันๆ
    เด็กหนุ่มเกิดความคิดที่จะหลบหนีจากสถานที่แห่งนี้หลายหน แต่สวรรค์ย่อมไม่ปล่อยให้เขาหลบหนีได้โดยง่าย เวนยามบริเวณรอบๆตระกูลนั้นหนาแน่นเป็นอย่างมาก และที่สำคัญทุกคนในตระกูลไป๋เป็นผู้ฝึกตน
    เมื่อมองย้อนมาที่ตัวเอง ราวกับกบที่ติดอยู่ใต้ก้นบ่อน้ำรายซึ่งร้อมไปด้วยความมืดมิด ได้เพียงเงยหน้ามองเหล่าปักษาแหวกว่ายท่ามกลางสายลมอย่างอิสระ หนทางของเด็กน้อยมีเพียงความตายเท่านั้นที่ปรากฏเบื้องหน้า ตามกฎของตระกูลไป๋ หากข้ารับใช้ถูกจับได้ระหว่างการหลบหนี บทลงโทษคือประหารชีวิตโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ อีกทางเลือกนึงคือ หากอยู่ในสภาพเช่นนี้ต่อไปก็เหมือนกับนั้งรอความตายที่คืบคลานเข้ามา
    โลกภายนอกเป็นโลกแห่งการฝึกตน เด็กรุ่นเดียวกันต่างเริ่มต้นหนทางแห่งการฝึกตน ตัวเขาได้แต่ตัดพ้อกับโชควาสนาที่ไม่มีแม้แต่โอกาสเหมือนเด็กคนอื่น ความรู้สึกหดหู่ได้เริ่มกัดกินหัวใจ แม้จะเป็นเช่นนั้นเด็กน้อยก็ไม่เคยหมดหวังในการมีชีวิตต่อ
    “เจ้าขยะ หยุดเดียวนี้” หลงน้อยจ้องมองเด็กหนุ่มทั้ง3คน ที่ดูคุ้นเคยเป็นอย่างดี ได้มุ่งตรงมายังเขาด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร
    “ส่งถังน้ำมาซะ ข้าขาดอีกเพียงแค่2ถังเท่านั้น” เด็กหนุ่มดูราวๆอายุ14 ท่าทางเป็นหัวหน้ากลุ่ม ได้เอ่ยขึ้น
    หลงน้อยยังคงท่าทีสงบเยือกเย็น
    “ถ้าไม่! ขยะอย่างแกได้เจ็บตัวอีกแน่” เด็กหนุ่มหัวโจกได้พยายามข่มขู่ บรรยากาศถูกกดดันเต็มไปด้วยความอึดอัด
    เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปกติทุกวัน แต่วันนี้ปฎิกิริยาของหลงน้อยนั้นผิดแปลกจากทุกที แววตาได้สงบเยือกเย็นราวกับไม่เกรงกลัวความเป็นความตายอีกต่อไป
    หลงน้อยได้ขจัดความหวาดกลัวออกจากจิตใจได้เป็นผลสำเร็จ ไม่มีสิ่งใดน่าหลัวกว่าความตายอีกแล้ว หากความตายไม่ใช่สิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุด ก็คงไม่มีอะไรน่าหวาดกลัวไปกว่านี้อีกแล้ว
    เข่าของหลงน้อยได้ย่อลงจนจรดพื้น พร้อมกับวางถังน้ำทั้งสองข้างกายตน ไม้สำหรับถ่วงน้ำหนักได้ถูกถอดมาถือไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง
    “เจ้าขยะ วันนี้พูดง่ายดีนี้ เฮ้ย! พวกแก ไปเอาถังน้ำมา” เจ้าตัวใหญ่สั่งลูกน้องทั้งสอง
    ลูกกระจ๊อกทั้งสอง เคลื่อนกายตรงมาทางหลงน้อย พร้อมกับเอื้มมือยกถังน้ำทันที
    ในชั่วรัดนิ้วมือ
    ฟุ่บ !
    เสียงปริศนาได้แหวกสายลม
    ขณะนี้หลงน้อยตวัดไม้ขึ้นเหนือศรีษะ พร้อมกับเกรงกร้ามเนื้อส่วนแขนอย่างหนักหน่วง ทันทีที่ถูกส่งออกไป
    บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเหี้ยม พร้อมกับเลือดที่พุ้งเป็นสาย ได้ฟาดเข้าไปที่ขมับและปลายคางของทั้งสองอย่างรุนแรง
    เสียงกรีดร้องยังไม่ทันได้เอ่ย ก็ลงไปนอนอาบเลือดบนพื้นอย่างน่าเวทนา ร่างกายยังไม่ทันได้ตั้งตัวและไม่อาจรับรู้เลยว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
    แรงที่ถูกส่งราวกับปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นในใจมานาน ทำให้จิตใจของเขารู้สึกโล่งและตื่นเต้นไปพร้อมๆกัน
    ร่างกายที่เปียกชโลมไปด้วยเลือด พร้อมกับรอยยิ้มแตะแต้มบนใบหน้าราวกับกำลังยินดีในสิ่งที่โหดร้ายทารุณ
    เหมือนอสูรร้ายกระหายเลือดไม่มีผิดเพี้ยน !
    ชายหนุ่มหัวโจกถึงกับชงักค้างในภาพที่ตนเห็น รอยเลือดย่อมๆถูกประดับบนใบหน้าหลงน้อย ลอยยิ้มเปิดกว้างจนเห็นคมเขี้ยวสีขาว ผมเผ้ายาวรุงรังถูกรวบไปด้านหลัง ด้วยสายลมที่ปลิวไสว
    “บัดซบ !! นี้เจ้ากล้าทำร้ายคน” ชายหนุ่มตวาดลั่น ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ