ตอนที่ 51 ช่วยด้วย!
หากจะให้อธิบายถึงขอบเขตพลังของหลินเฟยในตอนนี้ก็คงจะบอกได้ว่าผู้ฝึกตนในรุ่นราวคราวเดียวกันก็คงมีไม่มากนักที่พอจะต้านทานพลังการโจมตีของหลินเฟยได้
คงจะมีแต่เหล่านายน้อยแห่งตระกูลใหญ่ๆหรือผู้ถูกเลือกจากฟ้าดินของสำนักที่มีชื่อเสียงเท่านั้น ไม่ใช่ว่าพวกมันอ่อนด้อยแต่เป็นเพราะคนเรา
โชควาสนาไม่เท่ากัน!
แม้จะไม่มีทรัพยากรดังเช่นเหล่าผู้ถูกเลือกแต่หลินเฟยก็ได้รับโชควาสนาที่สะเทือนฟ้าดินถึงสองครั้งและครั้งที่สองนี้ก็ได้รับมามากมายยิ่ง
บุคคลที่หลินเฟยต้องหวาดกลัวคือผู้ที่อยู่สูงเกินกว่าขั้นหลอมรวมปราณกำเนิดทองขึ้นไป
กำเนิดปราณแท้!
หากบอกว่าการทะลวงจากปราณยุทธขาวไปยังปราณยุทธเงินนั้นเปรียบเสมือนมัจฉาที่กระโดดข้ามประตูมังกร ถ้าเช่นนั้นขั้นหลอมรวมปราณกำเนิดทองผ่านเข้าไปยังกำเนิดปราณแท้นั้นก็เปรียบเสมือนมังกรดินที่ทะลวงขึ้นไปสู่ประตูสวรรค์!
กำเนิดปราณแท้ นั่นคือขั้นที่หลินเฟยใฝ่ฝันอยากจะพุ่งทะยานไปให้ถึงเขายังไม่ลืมไม่เคยลืมบางสิ่งที่มังกรสวรรค์เทียนเซินได้ส่งมอบเอาไว้ให้เมื่อก้าวไปถึงขั้นกำเนิดปราณแท้
ดาบจักรพรรดิมังกรสวรรค์!
ภาพของเทียนเซินยังคงแจ่มชัดอยู่ในส่วนลึกของจิตใจบุรุษผู้กวัดแกว่งดาบจักรพรรดิมังกรสวรรค์ไปทั่วสมรภูมิสร้างเป็นเส้นทางแห่งสายโลหิตทอดยาวออกไปไกลพลังอำนาจสุดแสนเผด็จการสั่นสะเทือนฟ้าสะกดข่มไปทั่วสวรรค์และปฐพี
หลินเฟยหลับตาลงท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนสิ้นหวังของหม่าอี้จื่อ ร่างกายของมันแหลกเหลวไม่มีชิ้นดีพร้อมกับเปลวไฟที่ปกคลุมไปทั่วภูเขาขนาดพันจ้างจะแผดเผาวิญญาณของมันจนสลายหายไปอย่างสิ้นเชิง
เป๊าะ!
เสียงแตกหักของผลึกหยกใสหนึ่งชิ้นท่ามกลางผลึกหยกใสนับพันดังออกมาจากเจดีย์บรรพบุรุษของตระกูลหม่าเสียงนั้นคล้ายกับเกิดขึ้นอย่างบางเบาแต่ทุกคนที่มีสายเลือดของตระกูลหม่าต่างก็ได้ยินมันดังก้องอยู่ภายในจิตใจ
แทบจะทุกตระกูลที่มีผลึกหยกใสเช่นนี้เก็บไว้มันประกอบไปด้วยเสี้ยวจิตวิญญาณของคนในตระกูลผลึกหยกใสแต่ละอันจะมีชื่อของผู้คนในตระกูลสลักไว้เมื่อมันแตกหักก็หมายความว่า
ใครบางคนในตระกูลพึ่งจะถูกสังหารหรือตกตายไป!
ผู้อาวุโสของตระกูลหลายสิบท่านรวมถึงปรมาจารย์เพียงหนึ่งเดียวของตระกูลหม่าต่างมุ่งตรงไปยังเจดีย์นั้นไม่นานมันก็พบว่าผู้ที่ถูกสังหารไปคือ
หม่าอี้จื่อ!
“บัดซบ! มันเป็นใครกันถึงกล้าบังอาจมาสังหารคนตระกูลหม่า!”
หนึ่งในผู้อาวุโสกล่าวขึ้นอย่างมีโทสะใบหน้าดุดันเต็มไปด้วยหนวดเคราบิดเบี้ยวไปมาดวงตาของมันเต็มไปด้วยประกายแห่งความดุร้ายมากกว่าผู้อาวุโสคนอื่นๆอย่างเห็นได้ชัดนั่นเป็นเพราะหม่าอี้จื่อ คือบุตรชายของมัน!
ตัวมันคือผู้อาวุโสสูงสุดของสายโลหิตรองแม้จะเป็นเพียงสายโลหิตรองแต่ตระกูลหม่าในช่วงสองร้อยปีมานี้สายโลหิตหลักได้ตกต่ำลงไปและสายโลหิตรองของมันก็ค่อยๆผงาดขึ้นมาอย่างช้าๆ
จนถึงรุ่นของหม่าอี้จื่อมันมีพรสวรรค์ตั้งแต่เยาว์วัยและมีแนวโน้มที่จะสะกดข่มนายน้อยของสายโลหิตหลักลงได้อย่างแน่นอนหากผ่านไปอีกหลายปีและตอนนั้นบุตรชายของมันก็จะได้รับการสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลรุ่นต่อไปจากท่านปรมาจารย์อย่างแน่นอน
ด้วยเช่นนั้นศักดิ์ฐานะในตระกูลของมันก็จะไม่ธรรมดาอีกต่อไปทุกสิ่งทุกอย่างที่มันต้องการก็จะได้รับการตอบสนองหากบุตรชายของมันได้กลายเป็นผู้นำตระกูล
แต่ตอนนี้ความหวังของมันได้พังทลายลงไปเพราะมีใครบางคนสังหารบุตรชายที่รักของมันไปแล้ว มันหันไปมองยังผู้อาวุโสสูงสุดของสายโลหิตหลักด้วยแววตาดุร้าย หากมีใครคิดไม่ซื่อกับบุตรชายของมันผู้ที่น่าสงสัยมากที่สุดก็คือคนจากสายโลหิตหลักอย่างแน่นอน!
“หากข้ารู้ว่าใครเป็นคนกระทำหรือสั่งการ ข้าจะให้มันตามไปอยู่กับบุตรชายข้า!”
มันมองไปยังผู้อาวุโสสูงสุดของสายโลหิตหลักอย่าดุร้ายมันแทบจะมั่นใจไปแล้วว่าการตายของบุตรชายมันคือฝีมือของคนจากสายโลหิตหลัก
“สุ่ยหลง! อย่าให้มากเกินไปนักการตายของบุตรชายเจ้าพวกข้าสายโลหิตหลักไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย”
ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสายโลหิตหลักตวาดกร้าวออกไปตอนนี้สายโลหิตหลักและสายโลหิตรองต่างเกิดบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความมืดมัวพวกมันแยกออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจนทุกคนต่างอยู่ในท่าเตรียมพร้อมจะลงมือ
“หยุด!”
เสียงที่ดังราวสายฟ้าฟาดดังขึ้นทำให้คนทั้งหมดค่อยๆกลับสู่ความสงบอีกครั้งหม่าสุ่ยหลงร้องหึออกมาเบาๆแต่ก็ยอมละสายตาที่ดุดันของมันออกจากกลุ่มผู้อาวุโสแห่งสายโลหิตหลัก
เจ้าของเสียงที่เต็มไปด้วยพลังนั้นคือชายชราผู้หนึ่งซึ่งกำลังยืนหันหลังให้กับพวกมันและมองไปยังผลึกหยกใสที่แตกละเอียดของหม่าอี้จื่อ เมื่อมันหันกลับมาแววตาที่คมกริบของชายชราผู้นี้ก็มองไปยังผู้อาวุโสแห่งสายโลหิตหลัก
เมื่อสายตาของชายชรามองมาผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสายโลหิตหลักก็คล้ายกับมีสายฟ้าฟาดดังอึงอลขึ้นภายในศีรษะ ราวกับสายตานั้นกำลังมองลึกเข้าไปในจิตใจทำให้ต้องหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมา สายตานั้นของชายชราคล้ายกับไม่มีสิ่งใดที่สามารถปกปิดเอาไว้ได้จิตใจของผู้อาวุโสสูงสุดสายโลหิตหลักเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“ท่านปรมาจารย์ สายโลหิตหลักของข้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงๆข้ากล้าสาบานด้วยวิญญาณกำเนิดศักดิ์สิทธิ์ของข้า...”
ผู้อาวุโสสายโลหิตหลักประสานมือโค้งตัวลงและกล่าวออกมาอย่างขมขื่นมันรู้ดีว่าหลายปีมานี้ท่านปรมาจารย์ผู้นี้เอนเอียงไปทางสายโลหิตรองด้วยพรสวรรค์อันน่าตะลึงของหม่าอี้จื่อ
ปรมาจารย์ชราขมวดคิ้วขึ้นมันไม่คิดว่าผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสายโลหิตหลักจะกล้าสาบานด้วยวิญญาณกำเนิดศักดิ์สิทธิ์
มันยังรู้สึกได้ถึงระลอกคลื่นของวิญญาณที่กระเพื่อมออกมาเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าหากไม่ใช่ตามที่พูดก็จะได้รับผลของคำสาบานในทันที
และผลกระทบของคำสาบานด้วยวิญญาณกำเนิดศักดิ์สิทธิ์คือไม่อาจจะก้าวข้ามผ่านพื้นฐานฝึกตนขึ้นไปได้อีกในชั่วชีวิตของคนผู้นั้น
ซึ่งคำสานบานด้วยวิญญาณกำเนิดศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ใช่จะกล่าวกันออกมาได้อย่างพล่อยๆด้วยเหตุนี้ก็ทำให้หม่าสุ่ยหลงต้องขมวดคิ้วเพิ่มขึ้นอีกคน
ปรมาจารย์ชราพยักหน้าลงมันตระหนักดีถึงน้ำหนักของคำสาบานนี้
“เหล่าฟู(ผู้ชรา)... เชื่อเจ้า ตอนนี้มีเพียงผลึกหยกของจื่อเอ๋อร์เท่านั้นที่แตกไปยังมีจิ่วต้าอีกคนผลึกของมันยังคงอยู่ดีหากมันกลับมาคงได้รู้เรื่องกัน”
ปรมาจารย์ชรายังครุ่นคิดไปถึงกลุ่มผู้ติดตามอีกห้าคนที่ออกไปพร้อมกันแต่พวกมันเป็นเพียงผู้ติดตามของตระกูลที่ไม่มีอะไรพิเศษ
เพียงประจบเอาใจเก่งเท่านั้นคอยเป็นลิ่วล้อให้กับหม่าอี้จื่อ หากเป็นสำนักก็คล้ายกับศิษย์สายนอกบุคคลจำพวกนี้ไม่มีสิทธิ์มีผลึกหยกอยู่ในเจดีย์บรรพบุรุษของตระกูลอยู่แล้ว
สำหรับคนสนิทของหม่าจิ่วต้าพวกมันก็ไม่ใช่คนในสายโลหิตตระกูลหม่าเช่นกันแต่ด้วยพื้นฐานฝึกตนและการเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของหม่าจิ่วต้าพวกมันก็ใกล้จะได้รับเกียรติให้มีผลึกหยกของตัวเองในเจดีย์บรรพบุรุษของตระกูลหม่าแล้วแต่ก็มาตกตายไปซะก่อน
“ช่วยด้วย! ท่านปรมาจารย์ ช่วยข้าด้วย!”
ตอนนี้เองที่เสียงแหบแห้งเต็มไปด้วยความรวดร้าวดังเข้ามาทำให้ผู้อาวุโสทุกคนในที่แห่งนี้ขยับตัวเคลื่อนไหวเมื่อพวกมันได้พบกับเจ้าของเสียงก็ทำให้ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ามันคือร่างวิญญาณของหม่าจิ่วต้า!
“ท่านปรมาจารย์...”
หม่าจิ่วต้าในร่างวิญญาณคุกเข่าลงอย่างอ่อนแรงร่างวิญญาณกำเนิดศักดิ์สิทธิ์ของมันจืดจางลงไปเห็นได้ชัดว่าร่างวิญญาณนี้ของมันคงอยู่ได้อีกไม่นานนักด้วยไม่ใช่สร้างมาจากพื้นฐานฝึกตนของมันเอง
“จิ่วต้า เกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้า” ปรมาจารย์ชราเอ่ยขึ้นแววตาเริ่มปรากฏร่องรอยของโทสะ
“พวกเราถูกโจมตี! มันฆ่าผู้ติดตามทั้งหมดไปนายน้อยกำลังตกอยู่ในอันตรายมันยังทำลายกายเนื้อของข้า ท่านปรมาจารย์โปรดช่วยนายน้อยด้วย!”
หม่าจิ่วต้าสั่นเท่าโขกศีรษะลงอย่างต่อเนื่องที่มันรีบจากมาเพื่อขอความช่วยเหลือด้วยการเผาไหม้เปลวเพลิงแห่งชีวิตอย่างต่อเนื่องจนแทบจะมอดดับไปจึงทำให้ร่างวิญญาณที่ไม่เสถียรของมันใกล้จะพังทลาย
“ดึงความทรงจำของเจ้าตั้งแต่ที่เจอมันออกมา จื่อเอ๋อร์ตายแล้วและพวกเราจะต้องล้างแค้น!”
เป็นหม่าสุ่ยหลงที่ก้าวออกมาพร้อมกับยื่นแผ่นหยกให้กับมัน หม่าจิ่วต้ากัดฟันแน่นสายตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวการดูดความทรงจำจะทำให้อาการบาดเจ็บของมันจากการสูญเสียพลังชีวิตอย่างต่อเนื่องเลวร้ายลงไปอีก
แต่มันก็ยังคงยกมือรับแผ่นหยกและแตะมันไปที่หน้าผากโดยไม่ลังเลแสงสีขาวส่องสว่างหมุนวนขึ้นและเริ่มดึงความทรงจำตั้งแต่พวกมันเริ่มโจมตีไปยังพยัคฆ์เขี้ยวโลหิตออกมาใส่เข้าไปในแผ่นหยกอย่างต่อเนื่องท่ามกลางขั้นตอนนี้จะเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของมันได้ตลอดเวลา
ผ่านไปหนึ่งก้านธูปแสงสีขาวนั้นก็จางหายไปร่างวิญญาณของหม่าจิ่วต้าคล้ายกับตะเกียงที่ขาดน้ำมันไปในทันทีร่างนั้นกระพริบถี่รัวคล้ายกับจะจางหายไปได้ทุกเมื่อ มันยื่นส่งแผ่นหยกออกไปลอยเข้าไปในมือของปรมาจารย์ชรา
“จิ่วต้า ไม่ต้องกังวลเหล่าฟูจะต้องสร้างร่ายกายให้กับเจ้าใหม่ได้อย่างแน่นอน”
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์”
หม่าจิ่วต้ากล่าวอย่างอ่อนแรงปรมาจารย์ชราโบกสะบัดมือธูปสีแดงยาวสิบชุ่น(1ชุ่น-1นิ้ว)ก็ปรากฏขึ้นดูดร่างวิญญาณของหม่าจิ่วต้าลอยหายเข้าไป
“เอาล่ะ มาดูกันว่ามันผู้ใดที่กล้ามาสังหารคนตระกูลหม่าของเรา!”
ปรมาจารย์ชราส่งพลังลมปราณกระตุ้นไปที่แผ่นหยกทำให้มันปรากฏภาพขึ้นมากลางอากาศภาพนั้นฉายขึ้นตั้งแต่ที่พวกมันเริ่มล้อมโจมตีไปยังพยัคฆ์เขี้ยวโลหิต
ได้เห็นวิชาเวทศักดิ์สิทธิ์มากมายกระแทกไปบนร่างของพยัคฆ์นั้นนานกว่าหนึ่งก้านธูปได้เห็นความเด็ดเดี่ยวที่สาดประกายออกมาจากดวงตาของสัตว์อสูรวิเศษ
ได้เห็นการระเบิดพลังชีวิตของมันและจากนั้น ก็ได้เห็นเงาสีดำที่วูบไหวออกมาจากภายในถ้ำพร้อมกับความเกรี้ยวกราด
และต่อจากนั้นก็เป็นฉากของการ...สังหาร!
.
.
.
แอบมาเที่ยงคืนครึ่ง มีใครยังไม่นอนไหมหว่า?