"เห็นหรือยัง? นี่แหละศิษย์น้องผู้สร้างปาฏิหาริย์ของข้า!" เซียวหลีลั่วโอบไหล่เซิ่งซีไว้พลางโอ้อวดไม่หยุด
"ท่านจะเรียกข้าว่า 'หน่วนน่วน'*[1] ก็ได้นะเ้าคะ" เซิ่งซีครุ่นคิดว่าพอกลับไปจะให้ศิษย์พี่สี่เอาขนเฟิ่งหวงของท่านพ่อที่เพิ่งได้มาไปทำชุดระยิบระยับให้นางสักสองสามชุด จะได้คู่ควรกับฉายาใหม่นี้
เศษเสี้ยวปราณกระบี่ที่หลงเหลือจากการพังทลายของค่ายกลสังหารใจพัดผ่านกลุ่มคนสำนักลั่วเฟิงไป เซิ่งหรูเยว่เผยสีหน้าตระหนกขวัญเสีย นางไม่อยากจะเชื่อกับภาพตรงหน้าจนต้องหลบไปข้างหลังเซวียเฟยเฉินตามสัญชาตญาณ
แรงกระแทกจากนางทำให้เซวียเฟยเฉินได้สติ เขามองสำรวจเซิ่งซีอย่างละเอียด
พลังิญญาอันมหาศาลที่ะเิออกมาจากตัวเซิ่งซีเมื่อครู่ราวกับเป็เพียงภาพลวงตา เพราะตอนนี้เซิ่งซียังคงเป็เพียงผู้ฝึกตนขั้นรวบรวมปราณระดับสองที่แสนธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้นเพราะนางมีรากิญญาห้าธาตุ พลังิญญารอบกายจึงดูสับสนปนเปกันไปหมด ถือเป็พวกอ่อนแอในบรรดาผู้ที่มีระดับพลังเท่ากันเสียด้วยซ้ำ
คงเป็เพราะศาสตราวิเศษบางอย่างบนตัวเซิ่งซีที่ทำลายค่ายกลสังหารใจได้ เสียงร้องของเฟิ่งหวงที่ประหลาดนั่นคือหลักฐาน
เมื่อเซวียเฟยเฉินเรียบเรียงความคิดได้ ใจเขาก็สงบลง เขารีบปลอบทุกคน "ไม่ต้องกลัว พวกนั้นก็แค่พึ่งพาสมบัติลับถึงทำลายค่ายกลได้ เซิ่งซี ข้าพูดไม่ผิดใช่หรือไม่?"
เซิ่งซี "อ๋อ ใช่ ๆ งั้นท่านจะลองวางค่ายกลสังหารใจดูอีกสักรอบหรือไม่ล่ะเ้าคะ?"
เซวียเฟยเฉินคล้ายััได้ถึงความเยาะเย้ยอย่างบอกไม่ถูก
"ไม่วางค่ายกลแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ?" เซิ่งซีถือกระบี่ก้าวตามเซียวหลีลั่วไป นางยืนเคียงข้างเขาจ้องมองกลุ่มคนสำนักลั่วเฟิงพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ "ถ้าอย่างนั้นก็ส่งถุงวิเศษของพวกท่านออกมาซะดี ๆ เ้าค่ะ"
น่าแปลกที่คนของสำนักลั่วเฟิงกลับััได้ถึงภัยคุกคามจากเด็กสาวขั้นรวบรวมปราณระดับสองคนนี้
หลี่เหยียนรุ่ยได้ยินคำพูดที่แสนคุ้นเคยนี้ หัวใจก็พลันกระตุกวูบ "เ้าหมายความว่ายังไง?"
"ปล้นไงเ้าคะ เมื่อครู่พวกท่านก็เพิ่งทำแบบนี้ไปไม่ใช่หรือ?" เซิ่งซีถามซื่อ ๆ
เซิ่งหรูเยว่บีบถุงวิเศษของตัวเองไว้แน่น "เสี่ยวซี เ้าอย่าล้อเล่นเลยนะ พวกเราเป็พี่น้องกัน..."
"พี่น้องที่ไหนเขาใช้ค่ายกลสังหารใจกับพี่น้องตัวเองกันล่ะเ้าคะ? ศิษย์พี่เ้าคะ อย่าไปเสียเวลากับพวกเขาเลย ปล้นเลยเ้าค่ะ!" เซิ่งซีส่งสายตาให้เซียวหลีลั่ว เขาจึงชักกระบี่เข้าปะทะกับเซวียเฟยเฉินที่มีระดับพลังสูงสุดทันที
หลี่เหยียนรุ่ยเผยสีหน้าดีใจ เขาดูออกนานแล้วว่าแม้เวินเจ๋อิจะอยู่ขั้นแก่นพลังทองคำ แต่ไม่ใช่ผู้ฝึกตนสายต่อสู้ ส่วนลวี่เสี่ยงที่เป็วิถีศาสตราก็ไม่น่ากลัวอะไร ฝั่งตรงข้ามจึงเหลือเพียงเซิ่งซีที่เป็ผู้ฝึกตนวิถีกระบี่ขั้นรวบรวมปราณระดับสอง ซึ่งไม่อาจสร้างปัญหาได้
ตอนนี้เซวียเฟยเฉินถูกเซียวหลีลั่วพัวพันไว้ ในบรรดาคนที่เหลือเขามีระดับพลังสูงสุด ดูท่าคราวนี้เขาจะได้แสดงฝีมือต่อหน้าศิษย์น้องเล็กอย่างเต็มที่เสียที
หลี่เหยียนรุ่ยสะกดกลั้นความดีใจไว้แล้วบอกกับเซิ่งหรูเยว่ว่า "ศิษย์น้องไม่ต้องกลัวนะ ข้าจะปกป้องเ้าเอง"
ลวี่เสี่ยงสะบัดมือเรียกหุ่นเชิดนักรบที่มีระดับพลังเทียบเท่าขั้นแก่นพลังทองคำออกมาตัวหนึ่ง หุ่นเชิดสูงถึงหกฉื่อ ถือขวานั์จามเข้าใส่หลี่เหยียนรุ่ย
หลี่เหยียนรุ่ยรีบยกกระบี่รับอย่างทุลักทุเล พยายามป้องกันตัวสุดชีวิต
ศิษย์สายในของสำนักลั่วเฟิงอีกสองคนมีระดับพลังเพียงขั้นสร้างรากฐาน เมื่อเวินเจ๋อิปลดปล่อยแรงกดดันิญญาขั้นแก่นพลังทองคำออกมา พวกเขารวมถึงเซิ่งหรูเยว่ก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อต้านทันที
เซิ่งซีเก็บกระบี่เข้าฝักอย่างเริงร่า "ทำตัวให้ว่าง่ายหน่อยเ้าค่ะ ส่งถุงวิเศษมาซะ ไม่อย่างนั้นข้าจะเผาเสื้อผ้าพวกท่านให้เกลี้ยงเลย"
"เซิ่งซี เ้าอย่าให้มันมากเกินไปนักนะ!" เซวียเฟยเฉินตวาดลั่น
อึดใจต่อมา เจตจำนงกระบี่อันเฉียบคมของเซียวหลีลั่วก็เกือบจะเฉือนหูเขาขาด "สนใจแต่เื่ตัวเองเถอะ"
เมื่อนึกถึงสภาพอันน่าอับอายของศิษย์คนอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ ศิษย์สายในสองคนนั้นก็สบตากันแล้วยอมจำนนเป็กลุ่มแรก โดยโยนถุงวิเศษให้เซิ่งซี
เซิ่งซีมองเซิ่งหรูเยว่ด้วยความคาดหวัง "ของท่านล่ะเ้าคะ?"
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าในถุงวิเศษของนางเอกต้องมีของดีเยอะแน่ ๆ !
เซิ่งหรูเยว่ต้องต้านทานแรงกดดันของเวินเจ๋อิจนเหงื่อกาฬไหลพราก แม้แต่จะพูดยังลำบาก แต่นางก็ยังไม่วายจะใช้ไพ่ตายเื่ความสัมพันธ์ "เสี่ยวซี พี่เป็พี่สาวแท้ ๆ ของเ้านะ..."
"งั้นท่านก็คงจะใจกว้างกับข้ามากเลยใช่หรือไม่?" เมื่อเห็นนางไม่ยอมส่งถุงวิเศษให้ เซิ่งซีจึงเดินเข้าไปคว้าถุงวิเศษของเซิ่งหรูเยว่มาเองดื้อ ๆ ทั้งยังหมายจะเอาแหวนมิติของนางด้วย แต่กลับพบว่าที่นิ้วของเซิ่งหรูเยว่ว่างเปล่า
"แหวนมิติของท่านล่ะเ้าคะ?"
"แหวนมิติธรรมดาวงหนึ่งก็ราคาตั้งหนึ่งแสนศิลาิญญาระดับสูงแล้ว ของล้ำค่าขนาดนั้นท่านอาจารย์ยังมีแค่สองวงเลย ข้าจะมีได้ยังไงกัน?"
เซิ่งหรูเยว่พูดด้วยความแค้นเคือง แต่แล้วนางก็ต้องชะงักเมื่อเห็นที่มือของเซิ่งซีมีแหวนมิติที่ทำขึ้นอย่างประณีตถึงสองวง
ไม่ใช่แค่เซิ่งซีเท่านั้น แม้แต่เวินเจ๋อิและลวี่เสี่ยงที่ยืนอยู่ข้างหลังนางก็มีเช่นกัน แถมสองคนนั้นยังใส่แหวนมิติกันคนละสี่วงเลยทีเดียว!
เซิ่งหรูเยว่ถึงกับตกตะลึง
เซิ่งซีที่อยู่สำนักเล็ก ๆ กระจอก ๆ แบบนั้น จะไปมีแหวนมิติมากมายขนาดนี้ได้ยังไง?
คงจะเป็ของปลอมสินะ!
"เ้า... เสี่ยวซี เ้าเข้าสำนักไหนไปกันแน่?" เซิ่งหรูเยว่ถามอย่างร้อนรน
แต่เซิ่งซีไม่สนใจ นางส่งถุงวิเศษที่ชิงมาได้ให้เวินเจ๋อิ เวินเจ๋อิจึงลบตราประทับจิตหยั่งรู้ออก ทำให้เซิ่งหรูเยว่และคนอื่น ๆ รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจทันที
ท่ามกลางความเ็ป เซิ่งหรูเยว่แอบคิดในใจว่านางยังประเมินเซิ่งซีสูงเกินไป ต่อให้เซิ่งซีจะวุ่นวายมาตั้งนาน คนแรกที่ได้ส่วนแบ่งของรางวัลไปก็คือเวินเจ๋อิอยู่ดี ในที่นี้เซิ่งซีมีระดับพลังต่ำที่สุด คาดว่าคงไม่ได้อะไรติดมือไปเท่าไหร่นักหรอก
ทว่าหลังจากเวินเจ๋อิลบตราประทับจิตหยั่งรู้ออกแล้ว เขาก็กวาดตามองของในถุงวิเศษเพียงแวบเดียวเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอันตราย จากนั้นเขาก็ส่งถุงวิเศษทั้งหมดให้เซิ่งซีโดยตรง "ครั้งนี้ต้องขอบคุณเ้า พวกเราถึงออกมาจากค่ายกลสังหารใจได้อย่างราบรื่น ของพวกนี้เ้าควรจะเป็คนรับไว้"
เซิ่งหรูเยว่ที่ตกตะลึงรีบหันไปมองลวี่เสี่ยงทันที แล้วก็พบว่าลวี่เสี่ยงไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ เซิ่งซีรับมาอย่างไม่เกรงใจ ตั้งใจว่าพอเสร็จธุระตรงนี้แล้วค่อยไปแบ่งสมบัติกับบรรดาศิษย์พี่ทีหลัง
นับั้แ่กราบอาจารย์มา เซิ่งหรูเยว่ได้รับการดูแลอย่างดีจากทุกคนในสำนักลั่วเฟิงมาตลอด แต่ยังไม่เคยได้รับการปฏิบัติแบบนี้เลย ในชั่วขณะนี้ นางถึงขั้นรู้สึกอิจฉาเซิ่งซีขึ้นมา
หลี่เหยียนรุ่ยถูกหุ่นเชิดซัดจนหมอบ ขวานั์ที่คมกริบจ่ออยู่ที่ลำคอ เขาไม่ยินยอมจะส่งถุงวิเศษให้ จึงร้องขอความเห็นใจจากเซิ่งซี "เสี่ยวซี พวกเราโตมาด้วยกันนะ ข้าเป็ศิษย์พี่ของเ้า..."
คำพูดยังไม่ทันจบ หุ่นเชิดก็ชิงถุงวิเศษของเขาไปโดยตรง แล้วเตะหลี่เหยียนรุ่ยจนกระเด็นหายไป
ลวี่เสี่ยงแค่นเสียงฮึ น้ำเสียงที่ดูซื่อ ๆ นั้นแฝงไว้ด้วยความดูแคลนที่หาได้ยาก "พวกข้าต่างหากที่เป็ศิษย์พี่ของศิษย์น้องเล็ก"
"ถูกต้องเ้าค่ะ" เซิ่งซีเก็บถุงวิเศษที่เขาส่งมาให้อย่างร่าเริง นางไม่แม้แต่จะปรายตามองหลี่เหยียนรุ่ย แล้วะโเรียกเซียวหลีลั่วที่ยังคงสู้กับเซวียเฟยเฉินอยู่ให้กลับมา "ศิษย์พี่ห้า ไปกันเถอะเ้าค่ะ!"
"มาแล้ว!" เซียวหลีลั่วเก็บกระบี่แล้วกลับมาข้างกายนาง ทั้งกลุ่มเตรียมจะหันหลังเดินจากไป แต่กลับได้ยินเสียงคำรามลั่นจากเซวียเฟยเฉินที่ลอยอยู่กลางอากาศ "พวกเ้าฝันไปเถอะ!"
เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เมื่อปราศจากเสียงปะทะของพลังิญญาจากการต่อสู้ เสียงความเคลื่อนไหวเล็กน้อยรอบกายก็เริ่มชัดเจนขึ้น
ท่ามกลางป่าที่เงียบสงบ เสียง 'โครมคราม' ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ราวกับูเาถล่ม
"แผ่นดินไหวหรือ?" ลวี่เสี่ยงดึงมือเซิ่งซีตั้งท่าจะบินขึ้น
เวินเจ๋อิแผ่จิตหยั่งรู้ออกไป สีหน้าพลันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง "มันคือคลื่นสัตว์อสูร!"
เซวียเฟยเฉินหัวเราะเยาะ "ทุกครั้งที่แดนลับอันสุ่ยซานเปิดออก จะเกิดคลื่นสัตว์อสูรขึ้นหนึ่งครั้ง นี่คือความลับที่มีเพียงสำนักลั่วเฟิงของพวกเราเท่านั้นที่รู้ หากพวกเ้าไม่อยากตาย ก็จงคืนถุงวิเศษมาให้พวกเราซะ ข้าอาจจะเมตตาพาพวกเ้าไปที่ทางออกที่ใกล้ที่สุดเพื่อหนีออกไป"
"ศิษย์พี่สี่เ้าคะ ท่านมีศาสตราป้องกันที่สามารถต้านทานคลื่นสัตว์อสูรได้หรือไม่เ้าคะ?" เซิ่งซีถาม
ลวี่เสี่ยงตอบด้วยน้ำเสียงกังวล "มีอยู่หรอก แต่อย่างมากก็ต้านไว้ได้แค่ห้าสิบปีเท่านั้นเอง"
ศิษย์พี่สี่ของนางช่างถ่อมตัวเกินไปแล้วจริง ๆ
เซิ่งซีถามต่อ "งั้นมีศาสตราวิเศษที่สามารถกักขังทั้งคนและสัตว์อสูรไว้ด้วยกันหรือไม่เ้าคะ?"
ลวี่เสี่ยงพยักหน้าอีกครั้ง จู่ ๆ เขาก็ััได้ถึงกลิ่นอายของการอยากก่อเื่จากคำพูดของศิษย์น้องเล็ก ซึ่งเขาก็แอบคาดหวังอยู่ลึก ๆ
เซิ่งซีมองเซวียเฟยเฉินด้วยสายตาเหมือนนายทุนหน้าเืที่ได้เจอแรงงานชั้นยอดที่์เลือกมาให้ "ศิษย์พี่ใหญ่เซวียเ้าคะ ท่านเคยเล่นแมวตกปลาหรือไม่เ้าคะ?"
[1] หน่วนน่วน (Nuannuan) หรือ Nikki คือตัวละครจากเกมแต่งตัวชื่อดัง ซึ่งสื่อถึงการเปลี่ยนชุดสวยงามตลอดเวลา