หญิงวัยกลางคนซึ่งยังคงเค้าความงามไม่เปลี่ยนแปลงคือสุภาพสตรีเพียงหนึ่งเดียวในโลกที่กุมหัวใจของอัลเฟรโด้และกุมหัวใจของทุกคนในตระกูลรอสเซลลินีไว้ทั้งหมด ตระกูลมาเฟียอันดับหนึ่งแห่งเมืองนาโปลีซึ่งทรงอิทธิพลและเป็ที่เกรงขามของทุกคนมาอย่างยาวนานใครจะรู้บ้างว่าเื้ัแล้วสตรีนางนี้คือผู้ชี้เป็ชี้ตายของทุกคนในครอบครัว
ธุรกิจที่ครอบครัวรอสเซลลินีเจริญก้าวหน้าและมีผลกำไรมหาศาล ถึงแม้ว่าจะก้าวขึ้นมาผงาดในฐานะมาเฟียก็ตามแต่แต่มาเฟียตระกูลนี้ยึดถือความซื่อสัตย์และจริงใจในการทำธุรกิจจึงเป็ที่ยอมรับและได้รับความเชื่อถือจากผู้คนมากหน้าหลายตาที่สำคัญธุรกิจของพวกเขาคือสีขาวที่ถูก้ากฎหมายและศีลธรรมนอกจากนี้ในบางโอกาสยังคืนกำไรสู่สังคมอีกด้วย
"แม่จะมาทำไมไม่บอกผมก่อนล่วงหน้าผมจะได้..." อัลเฟรโด้รีบลุกขึ้นไปรับหน้านางสิงห์แห่งรอสเซลลินีที่เพิ่งเดินทางมาถึงการปรากฎตัวของมารดาไม่ใช่เื่ปกติแต่และเขาก็พอจะเดาสาเหตุที่ทำให้นางอนงค์รัตน์ต้องมาด้วยตัวเองได้ไม่ยาก
"จะได้หนีแม่ไปตรวจงานที่อื่นใช่ไหมจ้ะ"อนงค์รัตน์ยิ้มหวานดักทางหนีทีไล่ของลูกชายสุดที่รักไว้ได้โดยที่เ้าตัวทำได้แค่ยิ้มหวานประจบแล้วก้มลงหอมแก้มมารดาฟอดใหญ่ แล้วประคองนางไปนั่งลงที่โซฟามุมห้องซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่งดงามของเมืองได้
"มาเหนื่อยๆอยากดื่มอะไรไหมครับ วันนี้เรามีน้ำผลไม้สูตรพิเศษที่กำลังเป็ที่นิยมของแขกที่มาพักแม่จะรับสักแก้วไหมครับ"
เขารู้แค่เห็นสายตาที่จ้องมองมาด้วยความรักของนางอนงค์รัตน์แล้วอัลเฟรโด้ก็เสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันทีนี่พี่ชายและน้องสาวของเขาอยู่ที่ไหนกันบ้างและมีใครที่มารดาสุดที่รักแวะเวียนไปหาบ้างแล้วหรือเปล่าหรือมีใครที่ยอมทำตามใจแม่บังเกิดเกล้าแล้วบ้าง
ไม่ต้องถามอัลเฟรโด้ก็พอเดาได้ไม่ยากว่านาทีนี้คงไม่มีใครกลับบ้าน จูเซปเป้ รอสเซลลินี พี่ชายสุดที่รักก็คงวุ่นวายอยู่กับการดูแลกิจการเรือเดินสมุทรทุกประเภทจนไม่มีเวลากลับบ้านส่วนน้องสาวคนเล็กสุดรายนั้นยิ่งไม่ต้องพูดลอร่าเป็สาวน้อยอ่อนหวานน่าเอ็นดูที่ใครอยู่ใกล้ต่างก็พากันหลงรักแต่รับรองว่าเื่นี้เธอจะเป็คนสุดท้ายที่ถูกมารดาจับคู่และก็ไม่ต้องสงสัยอีกว่า ทายาทสาวคนสุดท้ายจะไม่มีวันยอมให้เกิดการคลุมถุงชนง่ายๆแน่
ส่วนเขาน่ะเหรอ อัลเฟรโด้เริ่มรู้ตัวแล้วว่าคิดช้าเกินไปเพราะมัวแต่วุ่นวายกับงานในโรงแรมจนแทบไม่มีสมองคิดเื่อื่นนอกจากนั้นก็เื่กิจการใหม่ที่มาจากความชอบส่วนตัวถึงความสนใจและเวลาที่เหลือจากงานโรงแรมไปจนหมดสิ้นเรียกว่าลืมเื่นี้ไปเสียสนิท และเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าควรคิดหาทางหลบหลีกป้องกันตัวเองให้พ้นจากความปรารถนาที่เป็ไปไม่ได้ของมารดาเสียแต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะสายไปจริงๆ
"อัลจ๋าลูกรู้ใช่ไหมว่าแม่กินไม่ได้นอนไม่หลับเลยนับั้แ่วันรู้ว่าลูกของแม่กำลังมีเคราะห์ ลูกรู้ไหม แม่กลัวมากแค่ไหนกลัวว่าลูกของแม่จะโชคร้าย กลัวทุกอย่าง กลัวว่าครอบครัวเรา..."นางอนงค์รัตน์เริ่มเื่สำคัญอย่างไม่รีรอ
นางปล่อยให้ลูกทุกคนได้มีเวลาไปครุ่นคิดถึงเื่ที่บอกไปและผลตอบรับที่ได้ก็คือการหายหน้าไปอย่างพร้อมเพรียงกันของทุกคนดังนั้นเพื่อไม่ให้เื่นี้เนิ่นนานจนแก้ไขอะไรไม่ได้ และเพื่อไม่ให้ลูกคนใดคนหนึ่งต้องถูกเคราะห์ร้ายนี้แผ้วพานนางจึงตัดสินใจแล้วว่าจะต้องกางปีกปกป้องลูกๆ ทุกคนให้รอดพ้นจากโชคร้ายครั้งนี้
ด้วยวิธีที่เชื่อว่าจะสามารถผ่านเคราะห์และสิ่งไม่ดีคราวนี้ไปได้ด้วยการแต่งงานและคนแรกที่นางสิงห์แห่งรอสเซลลินีหมายมั่นปั้นมือที่จะทำให้เข้ารูปเข้ารอยโดยเร็วก็คือลูกชายคนเล็กที่ดูจะพูดง่ายและเชื่อฟังแม่มากที่สุดคนนี้
"เชื่อผมซิว่าเราทุกคนจะต้องปลอดภัยแม่เป็คนสอนเองไม่ใช่เหรอว่าทำดีก็ต้องได้ดีทุกวันนี้ครอบครัวเราไม่ได้ทำอะไรในทางเสื่อมเสียหรือทำให้ใครเดือดร้อนไม่ใช่เหรอครับผมว่าแม่ทำใจให้สบายและยิ้มหวานๆ ให้พวกเราเห็นบ่อยๆ จะดีกว่า"อัลเฟรโด้ปลอบขวัญมารดาด้วยน้ำเสียงที่แสนอ่อนโยน
"แต่ว่าอัลจ้ะแม่กลัวจริงๆนะ" สีหน้านางอนงค์รัตน์หวั่นวิตกกัลเื่นี้อย่างเห็นได้ชัด
แม้สิ่งที่อัลเฟรโด้พูดจะเป็เื่จริงแค่ไหนว่าครอบครัวของนางไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใครหน้าไหนต้องทุกข์ใจและเชื่อในเื่การทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วมาโดยตลอดก็ตามแต่กระนั้นนางก็อดที่จะคิดคำนึงถึงฝันร้ายและคำทำนายที่เป็ทางออกเพื่อให้เกิดความสบายใจนั้นไม่ได้
ถ้าฝันร้ายไม่ใช่เื่จริงไม่มีลูกคนใดที่จะมีเื่ร้ายแรงในชีวิต จะว่าไปการแต่งงานก็เป็สิ่งที่สมควรแก่เวลาแล้วไม่ใช่หรือในเมื่อทุกคนมีหน้าที่การงานมั่นคงและรับผิดชอบได้เป็อย่างดีก็เหมาะสมที่จะสร้างครอบครัวกับผู้หญิงดีๆ สักคนเพื่อมีหลานน้อยๆมาให้นางและสามีได้ชื่นใจ
จะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ช่างเถอะนางอนงค์รัตน์คิดเพียงแค่ว่า การแต่งงานจะทำให้ลูกๆ พ้นเคราะห์และสิ่งที่ได้เป็ของแถมนั่นก็คือศรีสะใภ้และเขยขวัญที่น่ารัก รวมไปถึงชีวิตน้อยๆที่จะลืมตามาดูโลกในอีกไม่ช้า
"หลวงตาไม่เคยทำนายอะไรพลาดลูกจำได้ไหมตอนที่ลูกห้าขวบแม่กับพ่อพาลูกไปกราบหลวงตาครั้งแรกท่านบอกมาว่าลูกจะมีน้องซึ่งตอนนั้นพ่อกับแม่ยังคิดกันอยู่เลยว่าหรือเราจะรับเด็กมาอุปการะสักคนเพื่อให้ลูกมีเพื่อนแต่สุดท้ายลอร่าก็กลายมาเป็น้องสุดท้องของบ้านเรา" นางอนงค์รัตน์เท้าความในอดีตและเอ่ยต่อไปอีกว่า
"แล้วยังจะเื่ของจูเซปเป้อีกลูกรู้ไหมใจแม่แทบจะขาดเมื่อรู้ข่าวว่าลูกชายตัวเองถูกลอบทำร้ายคำทำนายของหลางตาไม่เคยพลาด แล้วแบบนี้จะให้แม่วางใจนอนหลับได้อย่างไร"
"แต่ว่าแม่ครับเื่พี่เซปเป้เกิดจากความเข้าใจผิด อีกอย่างผู้หญิงคนนั้นก็ยืนยันว่าเข้าใจผิดไม่มีอะไรน่ากลัวเลยสักนิด" ท่านประธานหนุ่มปลอบใจ
เมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่พี่ชายคนโตของบ้านขอใช้สถานที่ในโรงแรมเรียกประชุมทีมงานทั้งหมดเกี่ยวกับเื่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารเพื่อให้เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน
ในระหว่างพักเกิดความเข้าใจผิดระหว่างจูเซปเป้กับแขกสาวชาวไทยที่เข้าพักที่โรงแรมเป็เหตุให้พี่ชายสุดที่รักถูกสาวเ้าที่เพิ่งเห็นหน้าเป็ครั้งแรกฝากรอยไว้ด้วยกำปั้นหมัดหนักเข้าให้ที่เบ้าตาและเกือบเป็เื่ราวใหญ่โตดีที่จูเซปเป้จัดการอธิบายความจริงจนแม่สาวคนนั้นยอมเลิกรา
แต่นั่นก็เป็อีกเหตุผลหนึ่งที่ย้ำความกังวลใจของมารดามากขึ้นไปอีกว่าลูกๆ ทุกคนของนางกำลังมีเคราะห์และจะผ่านเคราะห์นี้ไปได้ด้วยการแต่งงานเพียงเท่านั้น
อัลเฟรโด้รู้ดีว่ามารดาเคารพพระภิกษุนามว่าหลวงตาคงมากแค่ไหนทุกคนในครอบครัวล้วนเคยพบและประสบมาด้วยตนเองกับคำทำนายที่ขอเรียกว่าไม่เชื่ออย่าหลบหลู่ เพียงแต่ว่าครั้งนี้มันออกจะสร้างความลำบากใจให้กับทุกคนเป็อย่างยิ่ง
"อัลจ้ะ ถือว่าแม่ขอร้องได้ไหมทำเพื่อแม่สักครั้งได้ไหมลูก" อนงค์รัตน์ขยับตัวออกจากอ้อมกอดของบุตรชายแล้วเอ่ยต่อไปว่า
"แม่รักลูกทุกคนยิ่งกว่าชีวิตแม่คงอยู่ต่อไปไม่ได้ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งเกิดเื่ร้าย อัลเชื่อแม่สักครั้งได้ไหมเห็นแก่แม่คนนี้แม่ที่ไม่อาจทนเห็นลูกของตนต้องพบเคราะห์ร้ายแม่ไม่อยากเห็นใครต้อง..." น้ำเสียงมารดาสั่นเครือเล็กน้อยจนอัลเฟรโด้ต้องรีบเอื้อมมือมากุมมือของนางไว้เพื่อปลอบประโลมใจ
"แม่ครับ"อัลเฟรโด้พูดไม่ออก ยิ่งเห็นมารดาน้ำตาคลอเบ้าสีหน้าซีดเซียวแสดงให้เห็นว่าไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อยความทุกข์ของแม่ที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เขาทุกข์ใจไม่แพ้กัน
"แม่ทำใจให้สบายดีกว่ายิ้มหวานๆ ให้ผมดูหน่อยนะครับ" ลูกชายสุดหล่อส่งเสียงออดอ้อน
"แม่ยิ้มไม่ออกจ้ะ"นางอนงค์รัตน์ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจออกมาดังๆ ด้วยความกลัดกลุ้ม
"ทำเพื่อแม่ไม่ได้สักครั้งเหรออัล"
"แม่ครับเื่แต่งงานเป็เื่ใหญ่ไม่ใช่เื่เล็กๆ นะครับ อีกอย่างตอนนี้ผมไม่ได้คบใครเป็จริงเป็จริงทั้งนั้นแล้วถ้าพูดเื่แต่งงานมันก็คงเป็ไปไม่ได้"ท่านประธานหนุ่มตัดสินใจพูดตามความจริง
ใครๆ ก็รู้ว่าอัลเฟรโด้หวงความโสดแค่ไหนในบรรดาพี่น้องของตระกูลรอสเซลลินี เขานี่แหล่ะที่เป็ข่าวเื่ผู้หญิงน้อยที่สุดหรือแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้จนครั้งหนึ่งเคยเกือบทำให้พี่ชายคนโตต้องพิสูจน์แล้วว่าน้องชายสุดที่รักเป็อะไรกันแน่
ผู้หญิงสวยใครจะไม่ชอบสเปคเนื้อนมไข่อวบอิ่มอึ๋มอั๋นแบบนั้นเป็ใครก็ต้องอยากเข้าใกล้แต่เขาอาจจะแตกต่างจากพี่น้องคนอื่นตรงที่ผู้หญิงที่จะเข้าหาหรือขึ้นเตียงมีความสุขด้วยจะต้องรับกฏเหล็กข้อหนึ่งให้ได้นั่นก็คือ ไม่เรียกอย่ามาให้เห็น ไม่จำเป็ไม่ต้องมาหา คิดถึงจะให้คนพามาและคงต้องบอกลาเมื่อล้ำเส้นกัน นี่ต่างหากคือเหตุผลที่ว่าทำไมถึงไม่มีข่าวเื่ผู้หญิงมากเหมือนคนอื่น
"เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงแม่รู้ว่าอัลเฟรโด้ของแม่เป็คนอย่างไร ถ้ารอให้ลูกเจอเองแม่ว่ามันอาจจะไม่ทันเวลาแต่ถ้าเป็คนที่รู้จักกันมาบ้างแล้วและปรับตัวเข้ากันอีกสักนิดแม่เชื่อว่าลูกชายแม่จะต้องมีความสุขมากๆ แน่"นางหมายถึงผู้หญิงที่ตั้งใจจะจับคู่ให้กับอัลเฟรโด้ไม่ใช่ใครอื่นลูกสาวของเพื่อนรักที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับบุตรชายมากที่สุด
"ผมรู้ว่าแม่หมายถึงโซเฟียแต่ผมกับโซเฟียไม่ได้เจอกันร่วมสิบปี ต่างคนต่างมีชีวิตเธออาจจะมีคนรักอยู่แล้วก็ได้ ที่สำคัญผมเห็นเธอเป็น้องเหมือนลอร่าอีกคน"อัลเฟรโด้พูดตามความจริงเมื่อนึกถึงคู่หมายที่มารดากำลังจะชักนำให้มาเป็คู่ชีวิตตามคำนายที่ได้รับมาก่อนหน้า
"ถ้าลูกเห็นโซเฟียอีกครั้งลูกจะต้องเปลี่ยนความรู้สึก เปลี่ยนความคิดใหม่แน่จ้ะอัลเฟรโด้เพราะโซเฟียไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อยๆ ที่วิ่งเล่นกับลอร่าเหมือนตอนเด็กๆอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้โซเฟียโตเป็สาวและสวยมากด้วย"
"แต่ว่าแม่ครับผมไม่ได้คิด..."
"แม่บอกคุณพ่อแล้วว่าเื่การซื้อสโมสรทีมฟุตบอลที่กำลังประสบปัญหาเื่ขาดทุนเป็สิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่งโดยเฉพาะเศรษฐกิจแบบนี้กับกิจการใหม่ที่เราไม่เคยลงทุนมาก่อนด้วยแล้วยิ่งไม่เหมาะสม"
"แม่"อัลเฟรโด้รู้ตัวแล้วว่ากำลังจะถูกบีบ
คนทั้งบ้านรู้ดีว่าเขาชอบฟุตบอลเป็ชีวิตจิตใจและมีความใฝ่ฝันที่อยากจะมีสโมสรฟุตบอลเป็ของตนเองสักทีมทันทีที่เรียนจบอัลเฟรโด้ได้รับมอบหมายจากบิดาให้ดูแลกิจการด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยวของครอบครัวซึ่งแน่นอนว่าตลอดหลายปีที่ผ่านผลกำไรที่มากมายมหาศาลจากน้ำพักน้ำแรงของตนเป็ที่ยอมรับของทุกคน
ต้นปีที่ผ่านมาสโมสรฟุตบอลที่อัลเฟรโด้ชื่นชอบประสบปัญหาเื่สภาพคล่องทางการเงินเขาให้คริสเตียนผู้ช่วยคนสนิทจัดการสืบจนเหลือเพียงแค่การเจรจารอบสุดท้ายและเมื่อหลายวันก่อนชายหนุ่มเพิ่งปรึกษากับบิดาเื่การลงทุนซื้อทีมฟุตบอลนี้มาบริหารภายใต้ปีกตระกูลรอสเซลลินีซึ่งแม้ว่าจะเป็ธุรกิจตัวใหม่แต่ทุกคนก็ลงความเห็นชอบด้วยเพราะเชื่อมั่นในฝีมือว่าลองถ้าลงมือทำอะไรแล้วย่อมสำเร็จแน่นอน
"อย่าทำแบบนี้ซิครับปกติแม่ไม่เคยบังคับลูกไม่ใช่เหรอ"อัลเฟรโด้ขยับตัวเข้าไปหากุมมือมารดาขึ้นมาจูบเบาๆ แล้วเอ่ยต่อไปว่า
"มันคนละเื่กันนะครับนี่มันเป็ธุรกิจที่จะทำรายได้มหาศาลให้เราต่อไปในอนาคต"
"แต่ต้องหลังจากที่ลูกแต่งงานกับโซเฟียแล้วจ้ะ"มารดายื่นคำขาดด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่จริงจังอย่างเห็นได้ชัด
"แค่ดูแลงานโรงแรมลูกชายของแม่ก็กินนอนไม่เป็เวลาดูซิเนี่ย ซูบลงไปตั้งเยอะ ถ้าขืนซื้อทีมฟุตบอลมาบริหาร มีหวังว่าต่อไปเราสองคนแม่ลูกคงไม่ต้องได้เห็นหน้าค่าตากันแล้วมั้งเพราะมัวแต่ไปคิดหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้ไอ้ลูกกลมๆ พวกนั้นมีกำไรกลับมา"
"โธ่ แม่ครับมันไม่เป็อย่างนั้นหรอก ยังไงผมก็รักแม่ คิดถึงแม่เสมอ" ท่านประธานหนุ่มโอดครวญ
"ถ้าอัลรักแม่จริงอย่างที่พูดก็ต้องยอมทำตามที่แม่ขอ แต่งงานกับโซเฟียซะแล้วเื่ทีมฟุตบอลอีกกี่สิบทีมแม่จะพูดกับคุณพ่อให้หรืออยากจะลงทุนทำอะไรอีกก็บอกแม่จะจัดการให้ทุกอย่างแต่ต้องหลังจากที่มีการแต่งงานของลูกกับโซเฟียแล้ว"
"เื่ทีมฟุตบอลกับเื่โซเฟียคนละเื่กันนะครับแม่" ชายหนุ่มถอนหายใจดังๆ ด้วยความอึดอัดเมื่อถูกยื่นคำขาดเช่นนี้
"ใครบอกล่ะ มันเื่เดียวกันต่างหากถ้าอัลจะลงทุนงานใหม่ที่ใช้เงินมหาศาลอย่างนั้น ทำไมไม่ให้หนูโซเฟียมาช่วยดูแลล่ะงานเยอะแต่มีภรรยามาช่วยดูแลจะได้รู้จักแบ่งเวลาและไม่มีปัญหาเื่สุขภาพ"นางอนงค์รัตน์ดึงทุกเื่ให้มาเป็เื่เดียวกันได้หมด
"แต่ว่า..."อัลเฟรโด้กำลังจะพูดต่อ ก็ถูกนางอนงค์รัตน์ขัดขึ้นว่า
"ไม่มีแต่จ้ะการแต่งงานครั้งนี้นอกจากจะช่วยให้เคราะห์ร้ายในคำทำนายหมดไปหนูโซเฟียจะมาเป็นางฟ้านำโชคในชีวิตของลูกแม่จะมาช่วยดูแลสร้างครอบครัวให้อัลของแม่มีความสุขไปตลอดชีวิต เห็นไหมมีแต่เื่ดีๆ ทั้งนั้น ถ้าอัลรักแม่จริงอย่างที่พูดและอยากเห็นแม่มีความสุขล่ะก็ นี่คือเื่เดียวที่แม่อยากได้"มารดายิ้มหวานในขณะที่คนฟังลอบถอนหายใจเบาๆ ด้วยความกลัดกลุ้ม
ไม่มีครั้งไหนที่อัลเฟรโด้อยากจะขัดใจมารดาเท่าครั้งนี้มาก่อนแต่งงานกับผู้หญิงที่แม่เลือกให้เพื่อแลกกับทีมฟุตบอลที่ตนเองปรารถนา และทำให้ฝันร้ายที่ทำให้อนงค์รัตน์ไม่สบายใจทุกคืนวันหมดไปในฐานะลูกสุดที่รักที่รักแม่คนนี้สุดหัวใจเขาควรโอนอ่อนตามที่ขอมาและยินดีทำตามโดยเร็วที่สุด
แต่ในฐานะอัลเฟรโด้ รอสเซลลินีผู้ชายที่เกลียดการผูกมัดที่สุดในชีวิต เขาควรทำอย่างไรดีระหว่างตามใจตัวเองแต่เห็นแม่สุดที่รักเป็ทุกข์ หรือทำๆ ไปตามคำขอให้มันจบด้วยการผูกมัดผู้หญิงที่ไม่ได้รักไว้กับชีวิต เพียงแค่คำว่ารักแม่เท่านั้น