Stage 5
กิจกรรมล่าลอร์ดอินเฟอร์โน่!
จากความวุ่นวายภายใต้แสงตะวัน ไม่ช้าดวงจันทร์ก็เบียดตัวขึ้นมาแทนที่ได้รวดเร็วราวกับการพลิกหน้ากระดาษ...แสงสว่างสีนวลของจันทราทอดลำแสงละมุนตาสู่พื้นที่โล่งตาของทุ่งหญ้าสั้นที่มีต้นไม้ใหญ่น้อยเรียงรายอยู่ประปรายท่ามกลางลำแสงสีเงินยามค่ำคืนปรากฏร่างของหนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังนั่งล้อมกองไฟเล็กๆที่มีเสียงไม้ดีดตัวดังเปรี๊ยะแว่วขึ้นมาคู่กับเสียงจักจั่นร้องเรียกฟังรื่นหูฝ่ายชายหนุ่มที่ดูอารมณ์ดีจัดกำลังเอนตัวนอนพลางใช้มือยันร่างไว้ดูน่าผ่อนคลายเป็ที่สุด
“ไม่นึกว่าในเกมมันมีอาการเหนื่อยแบบนี้เหมือนกันนะ” วิศนะเปิดการสนทนา ได้ยินเช่นนั้นเมษาที่กำลังนั่งนับจำนวนไอเท็มในหน้าต่างของเธอก็ช้อนตาขึ้นมองพร้อมระบายรอยยิ้มหวานน่ารัก
“มันเป็ผลกระทบของความอ่อนล้าสะสมน่ะ” เธอว่า “ยิ่งนายออกแรงมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเพลียได้ง่ายวิธีที่จะแก้ไขอาการอ่อนล้าก็คือการนอนหลับพักผ่อนซักสองชั่วโมง หรือไม่ก็กินน้ำยาพิ๊กซี่ (Pixie Potion) มันจะทำให้นายกลับมามีแรงอีกครั้งหนึ่งเหมือนกัน”
“แล้วเธอไม่มีเหรอ เมย์?”
“มีอยู่ สิบห้าขวดได้นะ”เมษาตอบยิ้มๆ แล้วจึงก้มหน้าก้มตานับจำนวนน้ำยาในหน้าต่างต่อไป
“อ้าวแล้วทำไมเราไม่ใช้แล้วไปเก็บเลเวลต่อล่ะ” ได้ยินแบบนั้นเ้าหล่อนก็หัวเราะคิก
“ใจเย็นๆ สิจ๊ะ พี่ชายน้ำยานี้เราเก็บไว้ใช้ในเวลาฉุกเฉินดีกว่านะเพราะไอ้อาการเหนื่อยล้าสะสมเนี่ยมันก็เกิดขึ้นได้เวลานายโดนโจมตีหรือวิ่งมากๆเหมือนกัน อีกอย่างตอนนี้เรานอนพักในแค้มป์นี้ให้สบายดีกว่าอย่าออกไปเสี่ยงต่อสู้กับมอนสเตอร์ตอนกลางคืนเลย”
“ทำไมล่ะ?” วิศนะถามอีก
“ก็มอนสเตอร์ตอนกลางคืนมันจะโหดกว่ามอนสเตอร์ตอนกลางวันน่ะสิแล้วแถวนี้ก็ชอบมีพวกตัวแสบๆ ออกมาเพ่นพ่านเยอะซะด้วย ขืนนายคึกมากๆเกิดไปจ๊ะเอ๋กับพวกมันเข้ามีหวังได้ลงไปนอนกลิ้งแน่ๆ...เพราะฉะนั้นเป็เด็กดีแล้วนอนพักอยู่เฉยๆ นะคะ”
ได้ยินแบบนั้นวิศนะชักหน้ามุ่ยเรียกเสียงหัวเราะจากคนมองอีกรอบ
“แล้วเราอยู่กลางแจ้งแบบนี้ ไอ้พวกมอนสเตอร์โหดๆที่เธอว่ามันจะไม่โจมตีเราเหรอ?”
“ไม่หรอก” เมษาตอบ “เห็นกองไฟที่ฉันจุดอยู่นี่หรือเปล่าล่ะ มันเป็ไฟไล่มอนสเตอร์ระดับ Cมันจะทำให้มอนสเตอร์ที่มีเลเวลไม่เกิน 40 ไม่สามารถเข้ามาใกล้ได้เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก แล้วอีกอย่างถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจินนี่ของนายที่อัพเกรดเป็ระดับ D แล้วจะร้องเตือนเองล่ะ”
พอกล่าวถึงอ้างอิงอีกบุคคล วิศนะเลิกคิ้ว พลางอมยิ้มออกมาเล็กๆ
“จริงเหรอ จินนี่?”
“แน่นอนค่ะ นายท่าน พักผ่อนให้สบายเถอะค่ะที่เหลือปล่อยเป็หน้าที่ของจินนี่เอง”
สิ้นคำ ชายหนุ่มก็เหลือบไปส่งยิ้มกับเมษาอย่างรู้กันหลังจากที่จินนี่อัพเกรดตัวเองเสร็จแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนก็คือคำพูดที่ดูเป็ธรรมชาติมากขึ้นน้ำเสียงเธอดูมีชีวิตชีวา แถมยังน่ารักขึ้นจมเลย!
“วันนี้นายท่านทำให้จินนี่แปลกใจมากเลยค่ะจินนี่ใช้เวลาอัพเกรดแค่สองชั่วโมงแต่นายท่านสามารถเพิ่มความสามารถไปได้ถึงระดับ13 เชียวนะคะ จินนี่รู้สึกดีใจจริงๆ”
“เหรอ” วิศนะยิ้มกว้าง “...ฉันก็ดีใจที่เธอพัฒนาระดับขึ้นมาได้นะ”
“ไม่หรอกค่ะนั่นเป็เพราะว่าเ้านายเป็คนช่วยถึงทำให้จินนี่พัฒนาขึ้นมาได้จินนี่รู้สึกดีใจจนบอกไม่ถูกเลยค่ะ”
พอได้ยินจินนี่พูดเอาอกเอาใจไม่หยุดเมษาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะโพล่ง
“จินนี่นี่ปากหวานจังเลยแฮะ เห็นแบบนี้ฉันชักอยากจะอัพเกรดAI ของฉันบ้างซะแล้วสิ”
“แน่นอน ก็จินนี่ที่น่ารักของฉันซะอย่าง” วิศนะยิ้มกว้าง “แล้ว AI ของเธอชื่ออะไรล่ะยังไม่แนะนำให้ฉันรู้จักบ้างเลย”
“ว่าไง อัล ออกมาแนะนำตัวให้เขารู้จักหน่อยสิจ๊ะ”เสียงใสว่าพลางดีดนิ้วเบาๆ ไม่นานนักก็มีหน้าต่างสีชมพูโผล่ขึ้นมาให้เห็นเป็รูปกรอบสี่เหลียมเขียนเป็ตัวอักษรภาษาอังกฤษว่า‘Albert’
“สวัสดีครับ ท่านวิศนะ กระผมมีชื่อว่า อัลเบิร์ตหรือท่านจะเรียกผมว่า อัล เฉยๆ ก็ได้ครับ” เสียงคอมพิวเตอร์ดังขึ้นให้วิศนะพยักหน้ารับ
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ อัล”
“ขอรับ” สิ้นคำตอบรับกรอบหน้าต่างบานใหญ่ก็หายวับไปทันควัน ทิ้งให้คนมองได้แต่กะพริบตาปริบๆก่อนส่งสายตาไปหาหญิงสาวข้างตัวอย่างขอคำอธิบาย
“อัลเขาขี้อายน่ะ”เมษาตอบยิ้มๆ “ปรกติไม่ค่อยคุยกับใครนอกจากฉันหรอก”
“AI มีนิสัยขี้อายได้ด้วยเหรอ?”
“ได้สิก็เขาออกแบบโดยใช้บุคลิกของคนกว่าสองแสนคนเป็ต้นแบบเชียวนะ เพื่อทำให้ระบบ AIออกมาสมบูรณ์และหลากหลายมากที่สุดอย่างจินนี่ของนายก็คงเป็ประเภทสาวปากหวานขี้อ้อนแน่ๆ เลย”
วิศนะคิดตามแล้วจึงพยักหน้าเห็นด้วย ...ก็ขี้อ้อนจริงๆนั่นแหละ
“นี่ฉันเคยเจอพวก AI สายราชินีด้วยนะ”
“หา มีด้วยเหรอ ไอ้ราชินีแบบ SM น่ะนะ?”
“ใช่แล้ว ...ขอบอกว่าเถื่อนได้ใจสุดๆแหกปากด่าเ้านายตัวเองเฉยเลยแต่ที่น่าขำคือไอ้ผู้เล่นคนนั้นดูจะมีความสุขที่โดนด่าชอบกลนะ ฉันเห็นแล้วขนลุกเลย”
คนฟังถึงกับหัวเราะก๊ากพลางนึกโล่งอกที่จินนี่ของเขาเป็พวกสาวน้อยธรรมดาขึ้นมาจับใจเพราะถ้าขืนเขาเจอพวกบุคลิกเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวเป็เ้าแม่ หรือห้าวเป็ทอมบอยมีหวังเขาปวดหัวตุบๆ แน่
“แล้วทำไมเธอไม่อัพเกรดอัลบ้างล่ะ เมย์เท่าที่เห็นนี่ยังไม่ได้อัพเกรดเลยใช่มั้ย?” วิศนะถาม
“ยังเลย” เมษาส่ายหน้า “ฉันกะจะอัพเกรดทีเดียวให้ระดับสูงไปเลย...ปกติผู้เล่นคนอื่นเขาก็เล่นกันแบบฉันนั่นแหละ จะมีก็แต่นายที่เริ่มต้นอัพเกรด AIก่อน แทนที่จะเก็บเงินเอาไว้ซื้อของให้ตัวเองใช้ ...พิลึกคนจริงๆ”
วิศนะเกาหน้าแกรก ไม่กล้าบอกถึงสาเหตุที่ตัวเอง้าให้จินนี่อัพเกรดตัวเองเพื่อใช้ในการตามหาวรัญญาสาวน้อยที่เขาหลงรักฝ่ายเมษาเองก็รู้ดีว่าเขาคงจะมีเหตุผลส่วนตัวที่ไม่อยากเ้าหล่อนก็เลยไหวไหล่อย่างไม่ถือสาก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบเอาหมอนกับผ้าห่มออกมาจากหน้าต่างไอเท็ม
“เอาเถอะ เดิมทีนายเองก็เพี้ยนอยู่แล้ว..แค่บ้าขนาดไปขายกล่องดาวทองในราคาสี่หมื่น หรือไปท้าต่อยกับบราวฮาวน์ 100กว่าตัวได้หน้าตาเฉยแบบนั้น การอัพเกรด AI ั้แ่แรกมันก็คงเป็เื่ขี้ผงแล้วล่ะ”พูดแล้วเธอก็โยนหมอนกับผ้าห่มไปให้
“นั่นเธอชมหรือด่าฉันเนี่ย...?” เขาถาม
“ก็ทั้งสองอย่าง” ตอบยิ้มๆแล้วจึงก้มหยิบหมอนกับผ้าห่มของตัวเองออกมาบ้าง ส่วนวิศนะได้แต่พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ
“พรุ่งนี้เราจะเดินทางไปที่เมืองหลวงทริสทานกันเราคงจะถึงที่นั่นประมาณ 9 โมงเช้า ได้ละมั้ง เดี๋ยวฉันจะพานายไปที่สมาคมนักสำรวจแล้วก็จะพาไปที่สำนักงานลงทะเบียนสายอาชีพ กว่าจะเสร็จเื่ก็คงราวๆบ่ายสามโมงได้เวลาที่ฉันจะออฟไลน์พอดี”
“อืม...เข้าใจแล้ว เอาตามที่เธอว่าเลยคุณหัวหน้า”พูบจบชายหนุ่มก็ขยิบตาให้ ทำเอาคนโดนยัดเยียดตำแหน่งหัวหน้าเลิกคิ้วก่อนหัวเราะพรืด
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้เรานอนกันก่อนเถอะ พอตี 5แล้ว อัลกับจินนี่ก็จะปลุกพวกเราเองแหละ”
“เข้าใจแล้ว ราตรีสวัสดิ์นะเมย์”
“ราตรีสวัสดิ์จ้า”
เมื่อกล่าวล่ำลากันเสร็จ ทั้งสองก็ต่างเริ่มจัดที่นอนของตัวเองวิศนะจัดแจงตบหมอนใบใหญ่ให้เขารูป ขณะที่เมษาใช้ผ้าห่มคลุมโปงไปเรียบร้อยแล้ว
ไม่นึกเลยแฮะว่ามาอยู่ในเกมแล้วยังต้องมานอนพักผ่อนแบบนี้อีก น่าอิจฉาเ้าพวกเลเวลเยอะๆเหมือนกันแฮะ ลุยได้ทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ ไอ้เขามันก็คงเหมือนเด็กอนามัยต้องนอนแต่หัวค่ำแบบนี้ วิศนะนึกขำกับความคิดของตัวเอง ก่อนตั้งท่าจะทิ้งตัวลงนอน
“ประกาศถึงผู้เล่นทุกท่านประกาศถึงผู้เล่นทุกท่าน นี่เป็เสียงจากทีมงาน ไพรด์ออนไลน์ขณะนี้ทางทีมงานจะมีการประกาศข่าวสารเกี่ยวกับกิจกรรมค่ะ”
ทั้งเมษาและวิศนะลุกพรวดขึ้นมาจากที่นอนพร้อมกันทั้งคู่สบตากันวูบหนึ่ง พอเขาเห็นเมษาเรียกเอาหน้าต่างข่าวสารของตัวเองออกมาเ้าตัวก็รีบเรียกบานหน้าต่างสี่เหลี่ยมให้ปรากฏขึ้นเช่นกัน
“สงสัยทาง GM เขาจะมีกิจกรรมให้ผู้เล่นรวมสนุกอีกแล้วแฮะ” เสียงใสว่ายิ้มๆ
“จีเอ็ม?”
“เอาไว้ที่หลังนะ วิศนะ เดี๋ยวขอฉันฟังก่อน”เ้าหล่อนว่าปัดๆ ขณะก้มลงมองกรอบสี่เหลี่ยมตรงหน้าอย่างตั้งใจ
“สวัสดีครับกระผมดีเจเต้ยกำลังจะมาประกาศข่าวดีให้เพื่อนๆ ได้รู้โดยทั่วถึงกันครับ...ตอนนี้ทางทีมงานไพรด์ได้เล็งเห็นแล้วว่ามีเหล่าผู้เล่นหลายคนได้พัฒนาความสามารถของตัวเองจนเก่งกาจมากขึ้นจนบัดนี้ผู้เล่นเ่าั้ก็สามารถเอาชนะบอสในเกมได้ครบทุกตัวอย่างง่ายดาย”
ได้ยินคำประกาศั์ตากลมโตก็เหลือบมองหน้าบุรุษตรงข้ามวูบหนึ่ง พลางคิดในใจอย่างอดไม่ได้
ใช่เลย...และตรงนี้ก็มีตาผู้เล่นระดับ 1คนหนึ่งที่สามารถเอาชนะบอสเห็ดเขียวได้ด้วย!
“ด้วยเหตุนี้ ทางทีมงานจึงได้จัดกิจกรรมอันน่าตื่นเต้นขึ้นมานั่นก็คือ...”
ถึงตรงนี้ก็มีเสียงเพลงฟังดูน่าตื่นเต้นดังขึ้น
“กิจกรรม ตามล่าฆ่าลอร์ดอินเฟอร์โน่!!!”
โฮกกกก!!!
ทันใดนั้น บานหน้าต่างก็ฉายภาพของปีศาจสีแดงเพลิงตัวขนาดใหญ่ั์คำรามออกมาให้เห็นเสียงคำรามนั้นทั้งดังทั้งรุนแรงจนวิศนะและเมษาต่างก็สะดุ้งออกมาพร้อมกัน
“บอสตัวใหม่ที่มีขนาดใหญ่ถึง 18 เมตรและพลังชีวิตที่มากถึง 15 ล้าน...นี่แหละความท้าทายใหม่สำหรับเหล่าผู้เล่นที่ชื่นชอบในการออกล่ามอนสเตอร์!มาััถึงคำว่าหายนะกันเถอะ!!ลองมาต่อสู้กับมันดูสิ แล้วคุณจะรู้ซึ้งถึงความมันส์ถึงขีดสุด!!”
“นี่คงไม่ใช่กิจกรรมสำหรับเราแล้วล่ะ เมย์”เสียงห้าวเอ่ยขึ้น พลางยกมือเกาหน้าแกรกขณะเ้าตัวหลุบสายตามองภาพลอร์ดอินเฟอร์โน่ด้วยสีหน้าเหยเก สูง 18 เมตร...ไม่ทราบว่าคุณแม่พี่ยัดเนื้อไดโนเสาร์ให้พี่กินั้แ่เด็กหรือไงครับพี่ถึงได้โตมาตัวใหญ่ได้ขนาดนี้!
“แต่เดี๋ยวก่อน!ท่านผู้เล่นทุกคนอย่าเพิ่งตื่นใไป มาพูดถึงรางวัลกันดีกว่า! สำหรับผู้ที่โค่นลอร์ดอินเฟอร์โน่ได้ ทางทีมงานจะสมนาคุณเป็ของหายากระดับS ถึงห้าชิ้นด้วยกัน!แน่นอนว่าผู้ที่ชนะการแข่งขันสามารถขออะไรก็ได้จากทางทีมงานครับผม...และสำหรับพวกผู้เล่นที่มีระดับเลเวลน้อย ปราบบอสไม่ไหวก็ไม่ต้องเสียใจไปพวกเรามีกิจกรรมให้พวกคุณร่วมสนุกด้วยอย่างแน่นอน!”
“อันนี้แหละกิจกรรมของเรา”เมษาพูดเมื่อเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาด้วยดวงตาพราวระยับ
“นั่นก็คือกิจกรรม Get the photo ถ่ายให้ได้นะ ถ้านายแน่จริง!”
ชื่อกิจกรรมที่สองคู่หูต้องเหลือบมองหน้ากันวูบแต่วิศนะก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมเ้าคนพากย์เสียงเขาต้องตื่นเต้นขนาดนั้นด้วยฟะถ้าประกาศแบบธรรมดาแล้วอาม่าของมันจะเป็นิ่วหรือไง!
“ทางทีมงานขอเชิญชวนเหล่าผู้เล่นที่ไม่สามารถต่อสู้กับลอร์ดอินเฟอร์โน่ได้ให้ร่วมสนุกในการถ่ายภาพของกิจกรรมแน่นอนว่าเรามีเงื่อนไขให้ด้วยครับ!”
ครู่ต่อมาก็มีตัวหนังสือขึ้นปรากฏขึ้นมาแทนภาพของลอร์ดอินเฟอร์โน่เมษารีบไล่สายตาอ่านทันที
กติกากิจกรรม
“ถ่ายให้ได้นะถ้านายแน่จริง!”
1. ในภาพถ่ายต้องมีร่างของลอร์ดอินเฟอร์โน่ปรากฏอยู่ด้วย
2. ในภาพถ่ายต้องแสดงมีฉากกิจกรรมของการต่อสู้อยู่ด้วย
3. ตั้งชื่อภาพให้เหมาะสมกับภาพถ่ายของตัวเอง
“เอาล่ะครับทุกท่านคงจะเข้าใจกติกาของกิจกรรมนี้กันแล้วสินะครับ สำหรับผู้ที่ชนะการแข่งขันกิจกรรม ‘ถ่ายให้ได้นะถ้านายแน่จริง’ เราจะมีรางวัลให้สามอันดับครับผม”
พูดเสร็จก็มีเสียงเพลงตื่นเต้นเหมือนตอนประกาศรับรางวัลตุ๊กตาทองดังขึ้นมาส่งให้วิศนะได้แต่โคลงหน้าหงึกหงักอย่างรำคาญสุดๆ ด้วยอารมณ์ประมาณ “เออ!เอาให้สะดวกมึงเลย” และดูเหมือนว่าเมษาก็คงจะคิดเหมือนเขา เพราะเ้าหล่อนเองก็นั่งกะพริบตาปริบๆพลางฉีกยิ้มเจื่อนๆ
“อันดับที่สามจะได้รับเสื้อผ้าชุดเทพประยุทธ์ครบชุดครับผม!”
ชายหนุ่มกลอกตา ก่อนจะเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเมษา
“อันนี้ของดีรึเปล่า?”
“ก็พอโอเคอยู่ เอาไปขายในตลาดคงได้ราวๆ 5 แสน” เมษาตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ
“อันดับที่สอง จะได้รับเงินเป็จำนวน 3แสนบวกกับแร่มิธริลอีกจำนวน 30 ชิ้นครับผม”
“อันนี้ใช้ได้เลยนะแร่มิธริลสามารถเอาไปใช้อัพเกรดอาวุธได้ทุกชนิด ถ้าเอาไปขายในตลาดตอนนี้ก็ตกก้อนละห้าหมื่นได้”
วิศนะพยักหน้ารับคิดในใจว่ารางวัลที่สองกับสามนี่ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยแฮะ
“สำหรับอันดับที่หนึ่ง จะได้รับเงินสดจำนวน1ล้านเหรียญ กับไอเท็มระดับ S เป็อะไรก็ได้ตามที่ขอ 1ชิ้นและเดี๋ยวก่อน...มันยังไม่หมดครับ! ตอนนี้เรายังแถมมอร์เตอร์ไซด์ลาโนว่า (Lanova)ที่ยังไม่มีวางขายให้ท่านอีกหนึ่งคันด้วย!”
ไอ้รางวัลที่สองกับสามมันแค่ต่างกันราวฟ้ากับเหว...
แต่ไอ้หนึ่งกับสองเนี่ยสิ ต่างกันราวโลกกับดาวพฤหัสเลยเหอะ!!
“เอาล่ะครับ กระผมดีเจเต้ยดีเจสุดหล่อประจำทีมงานไพรด์คงต้องขอลาไปก่อน ...อ๊ะ เกือบลืมไปกิจกรรมล่าฆ่าลอร์ดอินเฟอร์โน่นี้จะจัดขึ้นที่ดันเจี้ยนคุกร้าง ใกล้ๆเมืองทริสทานในเวลา 8 โมงตรงนะครับถ้าหากเหล่าเพลย์เยอร์ท่านใดสนใจสามารถโหลดข้อมูลและแผนที่เพิ่มเติมได้ที่หน้าต่างข้อมูลนะครับผมตอนนี้ดีเจเต้ยขอลาไปก่อน สวีดัด สวัสดีเด้อ”
สิ้นเสียงแหลมปรี๊ดของดีเจหนุ่มหน้าต่างข่าวสารก็วูบดับไปทิ้งไว้แค่เพลงประกอบประจำเกมของไพรด์เป็ทำนองเพลงปลุกใจจนวิศนะที่เพิ่งได้ยินเป็ครั้งแรกก็อดเผลอตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้
อะไรมันจะช่วยกันบิ๊วด์อารมณ์คนขึ้นขนาดนี้ฟะ นี่ถ้ามีอีกนิดเขาจะลุกขึ้นเต้นและแหกปากแล้วนะ!
“วิศนะ...” เขายังนึกหมั่นไส้ดีเจเต้ยเมื่อกี้ไม่เสร็จเมษาก็เอ่ยปากเรียกเขาให้หันไปมอง ดวงหน้าอ่อนใสฉาบด้วยรอยยิ้มละไมเหมือนเช่นเคย
ทว่ากลับทำให้เขารู้สึกหวั่นใจอย่างไรไม่รู้
“ฉันขอเปลี่ยนแผนใหม่ วิศนะพรุ่งนี้เราะจะไม่เดินทางไปที่ทริสทานแล้ว เราไปที่ดันเจี้ยนคุกร้างแทนดีกว่า!”
“หา!!”
เช้าวันรุ่งขึ้นผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับติดจรวดวิศนะใช้เวลาล้างหน้าล้างตาแค่ครู่เดียวก็เริ่มออกเดินทางตอนนี้เป็เวลาหกโมงครึ่งแล้วเขากับเมษามุ่งหน้าตรงไปยังถนนสายหลักที่เป็เส้นทางตรงไปยังดันเจี้ยนคุกร้าง...สถานที่จัดกิจกรรมที่ว่า
เป็การเดินเท้าที่สบายกว่าครั้งก่อนๆ ไม่น้อยเพราะว่าบนถนนเส้นนี้ต่างอัดแน่นไปด้วยเหล่าผู้เล่นมากหน้าหลายตาทำให้เขาไม่ต้องกลัวว่าจะโดนมอนสเตอร์โจมตีใส่เหมือนทุกครั้ง
ระหว่างทาง วิศนะก็ลอบสังเกตเหล่าผู้เล่นแต่ละคนด้วยสีหน้าตื่นเต้นเพราะทุกคนต่างเตรียมตัวมาในสภาพพร้อมรบสุดขีดบ้างก็อยู่ในชุดเกราะอัศวินหนาเตอะกับดาบเล่มใหญ่ั์ชนิดไม่ทันเจอคมดาบแค่โดนฟาดเข้าก็ถึงกับมึนตึ้บบางคนก็กำลังขี่นกเทียมเกวียนตัวใหญ่ที่หอบกองอาวุธครบมืออยู่ภายในจนคนมองยังแอบเสียวสันหลังวูบ
พี่จะไปรบที่อีรักหรือไงฮะ ถึงได้ขนไปเยอะขนาดนี้!
“คนเยอะจังแฮะ เมย์แบบนี้เราจะเข้าไปร่วมกิจกรรมนั้นไหวเหรอ?”ชายหนุ่มเอ่ยปากถามด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก
“สบายมากน่าเขาก็บอกแล้วว่ากิจกรรมนี้เป็ของทุกคน มันอยู่ที่วิธีหรอกน่า” เมษาเอ่ยกลับด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน “เดิมทีเราไม่ได้คิดจะมาปราบบอสอยู่แล้วแค่มาร่วมกิจกรรมถ่ายรูปเฉยๆ ถึงแม้จะมีคู่แข่งเยอะ แต่การถ่ายให้ได้ภาพสวยๆ น่ะมันอยู่ที่เทคนิคนะจ๊ะ”
“แล้วเธอมั่นใจว่าจะถ่ายได้หรือไง” วิศนะถามอย่างอ่อนใจ
“เชื่อผีมือน้องสาวคนนี้เถอะ” พูดเสร็จ เธอก็ยกมือก็ตีอกตัวเองเบาๆ “ถ้าเป็เื่สายตาอันแสนจะเฉียบคมแล้วล่ะก็ฉันคนนี้ไม่เป็สองรองใครแน่นอน อีกอย่างถ้าอยากได้ภาพสวยๆมันก็ต้องลงทุนไปถ่ายใกล้ๆ เหยื่อหน่อยสิ แล้วนายคิดเหรอว่าเ้าบอสโหดๆนั่นมันจะวิ่งมาฉีกยิ้มและชูสองนิ้วให้ได้ถ่ายง่ายๆ?เพราะฉะนั้นพวกเลเวลกระจอกน่ะไม่สามารถหรอกจริงม้าของอย่างนี้มันต้องมีสเต๊ปในการวิ่งเข้าช่วยด้วย ซึ่งตรงนี้ฉันล่ะมั่นใจมาก”
“เอาเถอะ ถ้าเธอว่าอย่างนั้นนะฉันก็ไม่ขัด” วิศนะว่า พลางถอนใจอย่างปลงๆ “ยังไงฉันก็แค่มาเล่นขำๆไม่ได้หวังจะได้รางวัลอะไรอยู่แล้ว”
“เอาน่าเมื่อเช้านายก็ไล่ตีมอนสเตอร์มาตลอดทางจนเลเวลขึ้นมาเป็ระดับ15 แล้วไม่ใช่เหรอยังไงก็คงพอสู้มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนนั่นได้หลายตัวอยู่แล้วแหละน่าไม่ต้องกลัวไปหรอกนะคะ พี่ชาย” คำพูดที่ทำเอาคนมีถูกนับญาติเป็พี่หันไปแยกเขี้ยวใส่ด้วยความเอ็นดู
“ค่ะ คุณน้อง!”
หลังจากแซวกันเฮฮาได้สักพักสองคู่หูต่างก็รีบสาวเท้าจนในที่สุดก็เดินเข้ามาในเขตของดันเจี้ยนคุกร้างเมื่อสาวน้อยข้างกายสังเกตเห็นประตูอยู่ไกลๆเ้าหล่อนก็รีบลากให้คนตัวโตกว่าให้วิ่งแหวกฝูงชนตามเข้าไปจนในที่สุดก็มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าทางเข้า
บานประตูเหล็กอัลลอยด์ขนาดใหญ่เปิดแง้มเอาไว้ข้างหนึ่งขณะที่อีกข้างหนึ่งเหมือนกับจะผุพังจนหลุดหายไปแล้วบรรยากาศแสนขมุกขมัวโดยรอบโจมตีเข้าใส่วิศนะั้แ่วินาทีแรกที่เขาพบเห็นสภาพของตึกตรงหน้าจะเรียกว่าคล้ายโบราณสถานก็คงไม่แปลกสิ่งปลูกสร้างทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ทำจากคอนกรีตชิ้นโตผุกร่อนเสื่อมสภาพกลายเป็ซากปรักหักพังจนแทบไม่เหลือชิ้นดีสนามกว้างโล่งแจ้งเต็มไปด้วยฝุ่นและทรายที่ปลิวตามสายลมเย็นะเืที่พัดอยู่โดยรอบชวนให้รู้สึกสะท้านในอกอย่างไม่รู้ตัว
นั่นแหละคือสภาพของดันเจี้ยนคุกร้างล่ะ
ถึงแม้สภาพบรรยากาศตรงหน้าจะชวนหวาดผวาสักเท่าไหร่ก็ตาม
แต่ภาพที่อยู่ตรงหน้าเขามากกว่าที่ทำให้เขาต้องรู้สึก...อึ้ง
“เร่เข้ามา่นี้โปรโมชั่นลดแหลกแจกแถมครับพี่น้อง! น้ำยาเพิ่มพลังยาเบอร์เซิร์ค น้ำยาพิ๊กซี่ ะเิสารพัดชนิดเรามีขายให้ท่านอย่างครบครันแน่นอนเร่เข้ามาคร๊าบ เร่เข้ามาเลย!”
“บริการฝากของค่ะ บริการฝากของสำหรับท่านที่จะทำการโอนและเก็บของขอให้ต่อแถวอย่างเป็ระเบียบเพื่อสะดวกต่อการดำเนินการด้วยนะคะ”
“รับซ่อมอาวุธด่วน อัพเกรดอาวุธด่วนครับซ่อมอาวุธ อัพเกรดอาวุธครับ...วันนี้นายช่างใหญ่จากซิกการ์ดเดินทางมาช่วยซ่อมและอัพเกรดอาวุธให้พวกท่านในราคาถูกแสนถูกแล้วครับ”
“บริการพินัยกรรมค่า บริการพินัยกรรม...หากท่านเสียชีวิตไปแล้วค่าประสบการณ์ที่เสียไปจะตกไปอยู่กับเพื่อนสนิทของท่านค่า ทำพินัยกรรมวันนี้เราแถมน้ำยาเติมพลังไวท์โพชั่นให้ท่านห้าสิบขวดด้วยค่ะ”
พอได้เห็นเหล่าพ่อค้าแม่ขายทั้งหลายพากันส่งเสียงป่าวประกาศสรรพคุณสินค้าและการบริการของตัวเองแล้ววิศนะก็ถึงกับเหงื่อตกชายหนุ่มเหลือบตามองภาพตลาดนัดชั่วคราวที่ขัดกับสถานที่อันน่าขนลุกนี้แล้วก็ได้แต่นึกขันในใจ
เออ... เจอเสียงคึกคักเข้าไปแบบนี้ทำเอาอารมณ์สยองเมื่อครู่พลันหายเกลี้ยงเลยแฮะ
“วิศนะ เดี๋ยวเราแยกไปซื้อข้าวของที่จำเป็ก่อนแล้วค่อยมาเจอกันตรงบ่อน้ำนั่นนะ” เมษาเปรยขึ้นมาพร้อมกับชี้ไปตรงบ่อตักน้ำเก่าๆโทรมๆ แห่งหนึ่ง ที่อยู่ไกลจากบริเวณผู้คน
“เอางั้นก็ได้”เขาพยักหน้ารับ “แล้วฉันต้องซื้ออะไรบ้างล่ะ?”
“สำคัญที่สุดก็คือกล้องถ่ายรูปนายยังไม่มีใช่มั้ย?” เ้าหล่อนถามขณะหันกลับมามองหน้า
“ยังไม่มี”
“ถ้างั้นก็ซื้อกล้องกับพวกะเิชนิดต่างๆเอาไว้หนีก็พอ พวกน้ำยาเติมพลังนายไม่ต้องซื้อหรอก เอาที่ฉันก็ได้” ว่าจบ เธอก็หยิบเอาขวดน้ำยาสีดำกับสีฟ้าออกจากบานหน้าต่างอย่างละขวด
“แล้วเธอมีใช้รึเปล่า?”
“มีแน่นอนจ้า ไม่ต้องห่วงของฉันหรอกห่วงตัวนายเถอะ เพราะนายมีเงินไม่เยอะ ซื้อแต่ของที่จำเป็เท่านั้นพอ เข้าใจนะ”เมษาสั่งด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะโยนขวดแก้วสองขวดให้ชายหนุ่มรับไว้
“ ผู้เล่นวิศนะได้รับน้ำยาแบล็คโพชั่นจำนวน 50ขวด”
“ผู้เล่นวิศนะได้รับน้ำยาบลูโพชั่นจำนวน 30 ขวด”
Black Potion <ยาเพิ่มพลังรสโคล่า เพิ่มพลังชีวิตได้มากสุด 1,000 หน่วยต่อหนึ่งขวด>
Blue Potion <ยาแก้ไขสถานะผิดปกติทุกชนิดรสบลูเบอร์รี่ เพิ่มพลังเวทมนตร์ได้ 50 หน่วยต่อหนึ่งขวด>
เมื่อการส่งของเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ก็หันไปพยักหน้าให้กันก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปคนละทางเพื่อซื้อข้าวของที่จำเป็ในการต่อสู้ที่ตลาดหน้าดันเจี้ยน
หลังจากแยกกับเมษา วิศนะก็สาวเท้าเดินไปเพลินๆอย่างไม่ได้สนใจจะมองหาของดังกล่าวนัก ตรงกันข้ามตอนนี้เขากลับรู้สึกสนใจผู้เล่นคนอื่นๆ มากกว่า ตลอดสองข้างทางพอชายหนุ่มสังเกตเห็นเสื้อผ้าที่แปลกตาและอาวุธแสนอลังการแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นแถมเพลย์เยอร์ละแวกนี้ก็ต่างแต่งตัวกันเต็มที่ทั้งนั้น มีทั้งดาบ ทั้งโล่แถมยังมีชุดเกราะสวยๆ นั่นอีก
แล้วดูเขาสิ...
เสื้อเชิ้ตนักศึกษา กางเกงยีนโทรมๆรองเท้าผ้าใบกับไอ้ผ้าพันมือที่ยัยเมษาเรียกว่าสนับมือ!
“เร่เข้ามาเลยครับ เครื่องสวมใส่ของดีราคาถูกครับชุดต่อสู้ของเลเวลต้นๆ เครื่องประดับ กับอาวุธเหมาะมือครับ เร่เข้ามาๆตอนนี้เราลดแหลกแจกแถมเลยครับ!”
เหมือนฟ้าประทาน!
เสียง์ดังเข้ามาในโสตประสาตเรียกสติเขาให้รีบหันกลับไปมองตามเสียงโฆษณาอย่างรวดเร็วสุดท้ายสายตาก็ไปหยุดที่พ่อค้าใส่แว่นหน้ายาวท่าทางหัวหมอคนหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่กับพื้นที่ปูด้วยผ้าสีแดงสดรายล้อมด้วยไอคอนรูปข้าวของเครื่องใช้จำพวกเสื้อผ้าและเครื่องประดับลอยอยู่เต็มไปหมด
ของล่อตาถูกใจชนิดที่คนอยากได้ถึงกับตาวาวรีบสับขาทั้งสองข้างตรงเข้าไปประชิดร้านขายเสื้อผ้าทันที
“มีเสื้อผ้าของระดับ 15 ถูกๆ ขายมั่งมั้ยครับ?”
คำถามที่ดังขึ้นทำให้คนกำลังอ้าปากโฆษนาอยู่เมื่อครู่หยุดชะงักหนุ่มแว่นคนนั้นหันมาฉีกยิ้มฟันขาวให้วูบหนึ่ง ก่อนจะถูมือเข้าหากันด้วยสีหน้ารับแขกเต็มที่
เอาว้อย ลูกค้ามาแล้วเฟ้ย!
“มีเยอะแยะเลยคร๊าบ พี่ชาย อยากได้อะไรบ้างล่ะมีั้แ่เครื่องประดับศีรษะยันรองเท้าเลย”
“ผมอยู่สายโจมตีด้วยมือเปล่าน่ะแนะนำให้ซักชุดได้มั้ยครับ อย่าให้เกินหมื่นนึงนะ” วิศนะบอกไปตามตรงเนื่องจากรู้ตัวดีว่าเขาไร้ความรู้เื่พวกนี้จริงๆ
เมื่อได้ยินคอนเซปต์ชัดเจน พ่อค้าหน้าแหลมก็รีบเหยียดยิ้มกว้างกุลีกุกอคว้าข้าวของชุดใหญ่ออกมาจากบานหน้าต่างมาให้วิศนะเลือกทันที
“ได้เลยๆ พี่ชายผมจัดให้”เขาว่าเสียงใส “พี่ชายเป็พวกสายมือเปล่าสินะถ้างั้นก็ควรใช้เสื้อผ้าเบาๆ ให้คล่องตัวผมแนะนำว่าเสื้ออันเดิมของพี่ชายน่ะดีอยู่แล้วครับเพราะว่าน้ำหนักมันเบาและเหมาะกับตัวทีนี้ผมขอแนะนำให้พี่ใส่เกราะแขนอันนี้เพิ่มแทนดีกว่า” สาธยายจบเ้าหนุ่มผมดำก็ยกเกราะแขนที่สวมั้แ่หัวไหล่ไปจนถึงปลายนิ้วขึ้นมาให้เห็น
“ทำไมเกราะแขนมีข้างเดียวอ่ะ” วิศนะถามด้วยสีหน้าแปลกใจ
“ควรใส่ข้างเดียวครับเพราะมันใช้เป็เครื่องป้องกันประเภทโล่อีกมือพี่ชายควรใส่สนับมือสำหรับการโจมตีธรรมดาจะดีกว่าครับเพราะมันจะไม่ทำให้ความเร็วในการจู่โจมลดลงด้วยครับ”
“เท่าไหร่เหรอ”
“เกราะแขนซ้าย ราคาลดแล้ว 20% ตอนนี้เหลือ 3,500เหรียญครับผม”
“โอเคซื้อ!”ลูกค้าตัดสินใจอย่างว่าง่าย ก่อนจัดแจงเรียกบานหน้าต่างของตัวเองขึ้นมา
“ขอบคุณที่ใช้บริการครับผม”
“แล้วมีอย่างอื่นแนะนำอีกมั้ย”
“มีแน่นอนครับ”พ่อค้าคนนั้นพูด ก่อนจะหยิบของขึ้นมาอีกสองชิ้น “รองเท้าวินดี่ไลน์<Windy Line>รองเท้าผ้าใบน้ำหนักเบาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการโจมตีด้วยเท้าอีก 15% ครับมีสกิลฟูลเพาว์เวอร์จัมป์ระดับ5 แถมมาด้วยในตัวครับผมส่วนอันนี้ก็เข็มขัดหนังัไฟ สร้างความทนทานต่อการโจมตีธาตุไฟเพิ่มขึ้นอีก 30%ครับผม ...สองชิ้นนี้ผมขายให้พี่ชายในราคาถูกๆ เลยแล้วกัน แค่ 2,500เหรียญเท่านั้นเองครับผม”
หลังจากฟังอธิบายสรรพคุณยาวยืดจบวิศนะก็ก้มลงมองรองเท้าผ้าใบสีดำคู่หนึ่งชนิดเท่ห่างชั้นจากคอนเวิร์ตเน่าๆที่เขาใส่อยู่ลิบลับเลยทีเดียวส่วนอีกชิ้นเป็เข็มขัดหนังสีดำที่มีหัวเข็มขัดอันใหญ่เป็รูปัสลักสีทองแค่รูปลักษณ์แปลกตาของมันชายหนุ่มก็รู้สึกถึงกิเลสในใจที่มันตีขึ้นวูบๆใบหน้าคมเหยียดยิ้มพอใจ ก่อนจะอ้าปากพูดทันทีโดยแทบไม่ต้องคิด
“ซื้อหมดเลย!”
“โอ้ ขอบคุณที่ใช้บริการมากๆ เลยครับผม”
คนช็อปปิ้งเพลินยิ้มกริ่ม ขณะใช้มือจิ้มบานหน้าต่างข้อมูลของตัวเองพลางเอ่ยเสียงออดอ้อนกับ AIส่วนตัวอย่างอารมณ์ดี
“จินนี่จ๋าช่วยโอนเงิน 6,000เหรียญให้พ่อค้าคนนี้หน่อยได้มั้ย”
“ได้เลยค่ะ นายท่าน....” คอมพิวเตอร์ส่วนตัวรับคำเสียงใสเพียงในเวลาไม่นานนัก ชายพ่อค้าใส่แว่นก็เรียกหน้าต่างข้อมูลส่วนตัวให้ปรากฏขึ้นมาบ้างก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก จึงค่อยๆเงยหน้าพลางส่งยิ้มมาให้วิศนะใหม่อีกครั้ง
“เออนี่พี่ชาย ซื้อของอีกซักอย่างสิครับถ้าตอนนี้ซื้อของครบ 5 ชิ้น ผมมีโปรโมชั่นแถมเครื่องประดับให้พี่ชายเพิ่มอีกชิ้นหนึ่งด้วยนะ”
“มีด้วยเหรอ เอาสิๆ งั้นแนะนำของมาเลยสิ” คนบ้าโปรโมชั่นรีบะโร้องลั่นอย่างตื่นเต้นทันที
“งั้นผมแนะนำของชิ้นนี้ครับ” พูดจบ เด็กหนุ่มก็ส่งหน้ากากชิ้นหนึ่งมาให้รูปร่างชวนให้นึกถึงหนังเื่ ‘แฟนธ่อม ออฟ ดิ โอเปร่า’ ที่จะปกปิดเพียงครึ่งหน้าเฉพาะบริเวณดวงตาเท่านั้น
“หน้ากากเนี่ยนะ?”
“ใช่แล้วครับ พี่ชาย นี่คือแฟนธ่อม <Phantom>เป็หน้ากากที่ช่วยป้องกันสภาวะผิดปกติได้สามชนิด นั่นก็คือ ตาบอด เืไหลไม่หยุดและก็ ใบ้ ได้ถึง 50% เชียวนะครับเรียกได้ว่าพี่ชายแทบไม่ต้องกลัวมอนสเตอร์ประเภทสาปแช่งเลย ราคาผมคิดถ้วนๆ แล้วกันแค่ 2,000 ก็พอ”
“โอเค ซื้อ!” วิศนะเซย์เยสแบบไม่คิดอะไรมากอีกครั้งแม้ในใจยังคงงงกับไอ้สภาวะผิดปกติอะไรนี่ไม่น้อย
เอาเถอะ...เดี๋ยวไปถามรายละเอียดจากเมย์เอาก็ได้...
“เอาล่ะ งั้นจินนี่เพิ่มเงินให้เขาอีก 2,000 นะ”
“ค่ะ นายท่าน”
เสร็จเรียบร้อยเ้าคนใช้เงินมือเติบก็รีบคว้าอุปกรณ์แต่งตัวทั้งหลายมาและใส่เข้าไปในบานหน้าต่างไอเท็มของตัวเองอย่างรวดเร็ว
“แล้วไหนของแถมที่ว่าล่ะ”ยังไม่วายเอ่ยถามหาสิทธิพิเศษที่ว่า
“อ่อ นี่เลยพี่ชายผมเพิ่งเริ่มผลิตขึ้นมาเองเมื่อสองสามอาทิตย์ก่อนนี้เองยังไม่มีวางขายทั่วไปในตลาดหรอกนะ” พ่อค้าแว่นพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะตามด้วยเสียงหัวเราะแห้งๆ “อันที่จริงพี่ชายก็จะเป็หนูทดลองให้ผมด้วยแหละผมยังไม่ได้ไปจดสิทธิบัตรกับสมาคมไอเท็มเลยถ้ายังไงหากมันใช้ได้ดีรบกวนพี่ชายมาบอกผมด้วย ได้มั้ยล่ะครับ”
วิศนะยิ้มเผล่ทันที
“แหม นายนี่หัวหมอนักนะเอาไอเท็มที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนมาให้ฉันเป็หนูลองยาแบบนี้ …แถมยังเอามาใช้เป็ของแถมเพื่อทำยอดอีก”
พ่อค้าใส่แว่นเลยได้แต่ยิ้มค้างพลางเกาหัวสีดำยุ่งเหยิงของตัวเองดังแกรกๆ
“เอาเถอะ ฉันมันยังไงก็ได้อยู่แล้วไหนล่ะไอ้ของที่ว่าของนาย”
“นี่เลยครับ ผมยินดีนำเสนอสุดๆ บัตเตอร์ฟลายเอ็ฟเฟ็ค! <Butterfly Effect>เป็ผ้าพันคอขนาดยาวมันสามารถสร้างปีกแสงให้กับผู้เล่นได้ชั่วคราวทำให้สามารถบินได้ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง”
“โอ้โห ดีงั้นเชียวเหรอ!”วิศนะร้องเสียงหลง
“แต่...”
“แต่?”
“ผมไม่มั่นใจว่ามันจะแสดงผลออกมาได้ยังไงเนี่ยสิครับเพราะจากที่ผมเคยลองมันใช้ได้บ้างไม่ได้บ้างน่ะสิ ผมก็เลยอยากจะให้พี่ชายเอาไปลองใช้ดูก่อนเผื่อจะรู้วิธีทำให้มันบินได้ตลอดเวลาซักที”
“เวร ของไม่สมบูรณ์นี่หว่า”
“น่า...นะ พี่ชาย ก็คิดซะว่าแค่ของแถมแล้วกันยังไงก็เอาแอดเดรสผมก่อน ผมชื่อ มาโนช รหัสติดต่อ 025589DS...ถ้ายังไงรบกวนพี่ชายช่วยรายงานประสิทธิภาพการใช้งานของบัตเตอร์ฟลายเอ็ฟเฟ็คให้หน่อยนะ”
“เออ...ก็ได้ๆ”วิศนะรับแอดเดรสของพ่อค้าแว่นที่ชื่อมาโนชอย่างจำใจพลางเหลือบสายตามองไปยังหน้าต่างข้อมูลของเขาที่ตอนนี้นอกจากมีชื่อ ‘เมษา’ อยู่ในรายการเพื่อนแล้ว ตอนนี้ก็มีชื่อของนาย ‘มาโนช’ เพิ่มขึ้นมาด้วย
“แล้วพี่ชายชื่ออะไรเหรอครับผมจะได้ติดต่อกลับไปได้” มาโนชถาม
“อ่อ...ฉันชื่อ...”
“คุณคะ มีเข็มขัดหนังัขายมั้ยคะ?” ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้กล่าวอะไรออกไปก็มีเสียงกังวานใสของลูกค้าสาวคนหนึ่งดังขึ้นแทรกบทสนทนาของเขากับมาโนชขึ้นเสียก่อนส่วนเ้ามาโนช พ่อค้าหัวหมอนั่นก็สมกับที่เป็พ่อค้าจริงๆพอมีลูกค้ารายใหม่เข้ามาปุ๊ป ก็ลืมเขาเฉยหันไปฉีกยิ้มยิงฟันต้อนรับด้วยความเร็วแสงทันที!
“โอ้ย มีแน่นอนครับ พี่สาว ผมขายในราคาถูกๆเลยนะ แค่เส้นละ 1,000 เหรียญเท่านั้น”
“งั้นขอสามเส้นเลยค่ะ”
“ว้าว ยินดีรับใช้ครับผม”
พอได้ยินเสียงตอบรับแบบกระตือรือร้นเข้าขนาดนั้นวิศนะก็อดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะหึ เป็พ่อค้าเวลาแบบนี้มันนาทีทองจริงๆ แฮะพอจะมีกิจกรรมอะไรเข้าหน่อยข้าวของก็ขายดีเป็เทน้ำเทท่า อีแบบนี้ไม่นานก็รวยเละ
ใบหน้าเกลี้ยงเกลาขยับยิ้มมุมปาก ก่อนค่อยๆ เบือนหน้าไปมองสตรีคนข้างๆผู้เป็ลูกค้ามาใหม่ แล้วเขาก็...
พรวด!!!
สำลักน้ำลายตัวเองจนสะดุ้งโหยง ดวงตาสีอำพันเปิดกว้างอย่างชนิดที่ไม่เคยใเท่านี้มาก่อนหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เขานั้นแสนจะคุ้นตาทั้งเรือนผมที่ปล่อยยาวลงมาถึงกลางหลังและหน้าม้าบางส่วนที่ถูกตัดไล่ให้ลงมาเคลียพวงแก้มใสกับดวงหน้าหวานสวยน่ารักนั่น ไหนจะดวงตากลมโตและปากอวบอิ่มสีชมพู
วรัญญา!!!
ยามนี้วิศนะใจนแทบบ้า...
เขาอุตส่าห์เฝ้าตามหาแทบเป็แทบตาย แต่พอบทจะเจอตัวก็โผล่มาแบบไม่ทันให้ตั้งหลัก...มาเจอตอนนี้เข้าก็ซวยพอดีกันสิถ้าขืนเขาไปเผลอให้สาวน้อยคนนี้เห็นเข้า เื่มันคงได้ไปกันใหญ่แน่นอน...วิศนะคิดออกเลยเ้าหล่อนต้องคิดชวนเขาไปเล่นเกมด้วยจนได้ซึ้งกับสภาพการเล่นเกมอันแสนบรมห่วยของเขาเข้า
นอกจากนี้ยังต้องอยากรู้จักกับเมษาเพื่อนร่วมปาร์ตี้ของเขาด้วย!
โอ้ย...ไม่!
ถ้าขืนเห็นเมษาเข้า ไม่รู้ว่าจะโดนเข้าใจผิดอะไรมั่ง ดีไม่ดีวรัญญาอาจจะคิดว่าเขากับเมษาเป็แฟนกันก็ได้...ก็ขนาดหนีมาเล่นเกมส์ด้วยกันแค่สองคน ไม่ยอมไปเล่นกับเพื่อนๆ เลยนี่!
ชั่วครู่ที่ความคิดในหัวของวิศนะวิ่งวนเป็หนูติดจั่นสตรีข้างกายก็เริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังโดนจ้องอยู่ วรัญญาค่อยๆเงยหน้าช้อนตาขึ้นมองมายังเขา ทำเอาคนกำลังสติแตกถึงกับสะดุ้งโหยงตัดสินใจได้ในบัดเดี๋ยวนั้นเลยว่าตอนนี้ควร
วิ่งหนีเถอะ!!
ไวเท่าความคิดร่างสันทัดก็หันหลังพุ่งหายไปชนิดฝุ่นตลบเล่นเอาคนเพิ่งจะหันไปมองเห็นหลังไวๆ อย่างวรัญญาต้องเลิกคิ้วสูงอย่างงงๆส่วนมาโนชที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วยยังต้องสะดุ้งสุดตัวหันกลับไปมองตามอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ พี่ชายลืมของแน่ะยังไม่ได้เอาผ้าพันคอไปเลย!” เขาพยายามะโไล่หลังหากแต่ไร้ประโยชน์ เพราะวิศนะได้หายต๋อมไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“เวรกรรม แล้วใครจะมาเป็หนูลองยาให้ล่ะเนี่ย”
คำบ่นที่หญิงสาวไม่ใคร่จะสนใจฟังนักดวงตาคู่สวยยังคงจับจ้องไปที่ภาพว่างเปล่าเบื้องหน้าที่ดูคลับคล้ายกับเหตุการณ์บางอย่างในห้วงคิดลักษณะการวิ่งแบบนั้น รูปร่างแบบนั้น...มันแสนจะคุ้นตาเธอเสียจริงๆ
“คนเมื่อกี้ หรือว่า...”
พอวิ่งมาได้ระยะทางไกลพอสมควร เ้าตัวดีก็ถึงกับต้องหอบจนตัวโยนวิศนะยืนพักอยู่ได้ไม่ทันไรก็รีบแทรกตัวเข้าไปในร้านขายไอเท็มอีกร้านซึ่งดูจะพลุกพล่านมากที่สุดหมายจะใช้เป็เครื่องกำบังตัวเองให้หลับซ่อนตัวจากสายตาของวรัญญาได้สักพัก
“ว่าไง ไอ้น้อง จะซื้ออะไรเหรอ” เสียงห้าวๆ ของแม่ค้าสาวคนหนึ่งร้องถาม เธอมีรูปร่างไม่สูงนักดวงตาข้างหนึ่งถูกปิดด้วยแถบผ้าคล้ายโจรสลัดเรือนผมทองประบ่าโพกไว้ด้วยผ้าแถบที่มีรูปกะโหลกไขว้กันสีดำสนิท
“ผมขอะเิไฟ ะเิแสง กับะเิควันอย่างละสิบลูกครับ”
“โอ้ ได้เลยรอแป๊ปนึงนะ” สิ้นคำเธอก็หยิบของเ่าั้ขึ้นมาเปลี่ยนเป็การ์ดไอเท็มแล้วจึงยื่นส่งให้วิศนะอย่างรวดเร็ว ท่าทางคงจะเป็ร้านที่ขายดีน่าดูเพราะดูเหมือนจะมีแค่ร้านเดียวจริงๆที่ต้องใช้พนักงานขายช่วยกันถึงสามคนเพื่อต้อนรับลูกค้าถึงกระนั้นก็ดูแต่ละคนจะงานจะล้นมือไม่น้อยเลยทีเดียว
ไอ้น้องซื้อของเยอะขนาดนี้คิดจะไปล่าลอร์ดอินเฟอร์โน่ด้วยหรือไง..?”
“หา อ่อ ใช่ครับ” วิศนะตอบแบบไม่ทันคิดถ้าจะพูดให้ถูก เ้าหมอนี่ยังไม่ทันได้ฟังคำถามด้วยซ้ำ เขารีบยื่นมือไปรับถุงจากแม่ค้าคนนั้นพร้อมกับสั่งให้จินนี่โอนเงินไปให้3,000 เหรียญโดยสายตายังคงกลอกมองรอบด้านด้วยอาการวิตกจริตสุดขีด
เมื่อเขาจัดแจงเก็บของทุกอย่างลงไปในหน้าต่างไอเท็มเสร็จเรียบร้อยร่างสูงก็วิ่งตัวปลิวหนีหายจากร้านไปด้วยความรวดเร็ว โดยยังไม่วายกลอกสายตาไปมาอย่างระแวดระวังตลอดทางชายหนุ่มก็อาศัยวิธีการย่องตามหลังผู้ชายที่ตัวใหญ่กว่าเพื่อใช้เป็โล่กำบังสายตา
ถ้าวรัญญาอยู่ที่นี่ แสดงว่าเ้าธันวากับยัยนุชจรีก็ต้องอยู่ที่นี่ด้วยชัวร์เลย!
วิศนะนึกสรุปในใจเสร็จสรรพ พลางเดินย่องไปเรื่อยๆสายตาก็พายมองหาพวกเพื่อนตัวแสบไปด้วย เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่หันไปเจอละก็เขาจะได้โกยแนบทันที!
“คุณคะ..!”
ยังไม่ทันขาดคำความฉิบหายก็วิ่งเข้าหาอีกครั้ง
เสียงหวานๆ แสนคุ้นเคยทำให้วิศนะต้องค่อยๆชำเลืองกลับไปมองด้านหลัง
ตายห่า!
วรัญญากำลังวิ่งมาทางเขาด้วยท่าทีกระหืดกระหอบสุดขีด
จะทำยังไงดีล่ะว้อยย!
“คุณลืมของน่ะค่ะ”
เอาไงดีฟะ...
ระหว่างนั้นสมองของวิศนะกำลังวิ่งตึกๆ จนเส้นขมับปวดตุบๆเขาพยายามคิดหาหนทางเพื่อเอาตัวรอดอย่างเต็มที่ครั้นจะวิ่งหนีอีกครั้งก็เป็ไปไม่ได้ในเมื่อมีผู้ชายตัวใหญ่ๆ หลายคนยืนอยู่ตรงหน้า
ตอนแรกเขากะจะใช้เป็ที่กำบังแต่สุดท้ายเสือกกลายเป็สิ่งกีดขวางไปเสียนี่!
เอาไงดีว้า ...เอาไงดี...
จริงสิ!!!
วรัญญา สาวน้อยคนสวยยังคงกำผ้าพันคอสีแดงในมือแน่นขณะรีบสับเท้าวิ่งตรงเข้าไปหาร่างสูงๆ ของชายหนุ่มผมดำตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เธอวิ่งถึงตัวเขาก็บรรจงแตะมือสวยได้รูปลงบนไหล่กว้างของบุรุษตรงหน้าอย่างสุภาพทว่ากลับส่งผลให้คนตัวสูงกว่าชะงักกึก ก่อนจะค่อยๆเบือนหน้ากลับมาส่งยิ้มฝืดเฝื่อนให้
ั์ตาคู่โตเบิกกว้างเล็กน้อย เมื่อได้เห็นคนตรงหน้าเต็มตาชายคนนี้ปิดใบหน้าตั้งครึ่งด้วยหน้ากากโอเปร่าสีขาวซึ่งขัดกับแขนข้างซ้ายที่สวมเกราะแขนขนาดใหญ่ที่ถูกพันให้อยู่กับที่ด้วยสายเข็มขัดหนังมิหนำซ้ำยังกล้าใช้หัวเข็มขัดเป็รูปัตัวเบ้อเร่ออีก!
เป็รสนิยมการแต่งตัวที่....พิลึกดี
“มีอะไรหรือครับคุณผู้หญิง” ชายสวมหน้ากากทักด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำอย่างผิดคีย์ทว่าฟังรื่นหูอย่างประหลาด ทำเอาหล่อนต้องเลิกคิ้วขึ้นสูง
“เอ่อคือ...”วรัญญาเกิดอาการอึกอักเล็กๆ เมื่อถูกทักเข้าตรงๆ “เมื่อกี้คุณลืมของไว้ในร้านขายเสื้อผ้าน่ะค่ะฉันก็เลยรับอาสาพ่อค้าคนนั้นเอามันมาให้คุณ” พูดจบ เธอก็ยื่นผ้าพันคอสีแดงที่เขาลืมไว้ให้ทันทีดวงตาสีสนิมเื้ัหน้ากากอ่อนแสงลงเล็กน้อยก่อนจะใบหน้าครึ่งล่างจะขยับเหยียดรอยยิ้มมุมปาก
“อุตส่าห์เอามาคืนให้ด้วยเหรอครับ คุณผู้หญิงมีน้ำใจจังเลยนะครับ”
“ไม่หรอกค่ะ”
ชายหนุ่มสวมหน้ากากรีบยกมือขึ้นรับผ้าพันคอมาอย่างจงใจที่จะััโดนมือนุ่มๆของอีกฝ่าย ส่งผลให้คนโดนแอบล่วงเกินหน้าขึ้นสีเล็กๆ จนต้องรีบชักมือกลับแทบไม่ทัน
“เอ่อ คือ”
“แหม ไม่น่ารีบดึงกลับเลย มือนิ่มๆแบบนี้ให้ผมจับทั้งวันยังไม่เบื่อเลยแท้ๆ” เขาแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟังพร้อมระบายรอยยิ้มสุขุมดูดีกำชับมาให้ั์ตาคมกล้าเื้ัหน้ากากที่ทอดมองลงมาเปี่ยมด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้ใบหน้าขาวเนียนซับสีเืแดงเรื่อ
จะดวงตาคมนั่นก็ดี รอยยิ้มสุขุมดูดีและแฝงความอบอุ่นนั่นก็ดี
ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะเคยรู้จักกัน ทำไมชายตรงหน้าถึงได้คุ้นตาเธอเหลือเกินนะ!
“ยังไงผมก็ต้องขอบคุณมากเลยนะครับที่อุตส่าห์เอามาคืนให้ผม”เสียงทุ้มยังคงว่าต่อไประหว่างยกมือสวมผ้าพันคอนั่นเข้าไปกับตัวแล้วคนแต่งตัวเต็มยศก็พยักหน้าให้กับเธอครั้งหนึ่งเป็เชิงขอตัว
“เอ่อ...เดี๋ยวก่อนสิคะ”
ชายหนุ่มในหน้ากากชะงักกึก ก่อนค่อยๆเหลือบกลับมามองอย่างแช่มช้า
“มีอะไรหรือครับคุณผู้หญิง?”
“เอ่อ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรเหรอคะ?”
พอได้ยินแบบนี้เ้าของรอยยิ้มดูดีนั่นก็ยิ่งฉีกยิ้มกว้างขึ้นไปอีกร่างสูงก้มลงขยับหน้าเข้าไปใกล้เธอจนชิด จนเล่นเอาวรัญญาถึงกับหน้าขึ้นสี
“ถ้ามองไม่ผิด ผมว่าคุณกำลังจะจีบผมสินะครับ?”
“ม...ไม่ใช่นะคะ” เ้าหล่อนแก้ตัวตะกุกตะกักเมื่อโดนคำย้อนชนิดที่เธอคาดไม่ถึง“ฉันก็แค่โดนพ่อค้าร้านขายเสื้อผ้าฝากมาถามน่ะค่ะว่าคุณชื่ออะไร”
“อ่อ ...แบบนี้แสดงว่าผมดีใจเก้อสินะครับ” เขาตอบกลั้วหัวเราะน้อยๆ
“บ้าเหรอคะ” เสียงหวานแหวเขาให้ทั้งดวงหน้าสวยยังแดงก่ำ
“ผมชื่อ...เอ่อ วินเซนต์ น่ะครับ” เขาบอกด้วยท่าทีเกร็งนิดๆ แต่ก็ยิ้มได้ในที่สุด
“วินเซนต์..?”
“ใช่แล้วครับ นั่นแหละชื่อของผม ...ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ”
“เดี๋ยวก่อนสิคะ คุณวินเซนต์!”
วรัญญาเองก็ใไม่น้อยที่ได้ยินเสียงตัวเองะโเรียกเขาเอาไว้เช่นนั้นจะว่าไปตัวเธอเองก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันบางที...อาจเป็เพราะดวงตาและรอยยิ้มอบอุ่นของเขาคนนี้ก็ได้
“มีอะไรเหรอครับ คุณผู้หญิง?” วินเซนต์หันมาถามใบหน้านั้นยังไม่คลายรอยยิ้ม
“คือว่า...”เธอเริ่มอึกอัก “คุณวินเซนต์มาทำเควสล่าบอสลอร์ดอินเฟอร์โน่เหมือนกันเหรอคะ”
“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ..?” เขาตั้งใจถามหยั่งเชิง
“ก็ท่าทางคุณดูเก่งซะขนาดนี้นี่คะฉันว่าคุณคงต้องมาล่าบอสแน่ๆ เลย”
“แล้วคุณล่ะ” เขาถามบ้าง “มาล่าบอสเหมือนกันเหรอครับ?”
“เปล่าหรอกค่ะ ฉันมาทำเควสถ่ายรูปน่ะค่ะ”
คำตอบที่เรียกรอยยิ้มเหยียดให้ขยับกว้างขึ้น
“แล้วไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงรั้งตัวผมไว้มีอะไรรึเปล่า...เอ่อคุณ...”
“ฉันชื่อวรัญญาค่ะ จะเรียกว่า ออนเฉยๆ ก็ได้” วรัญญาตอบแบบยิ้มแย้ม
“โอเคครับ ออนไม่ทราบว่าคุณมีอะไรให้ผมรับใช้ไหมครับ ถ้าเป็คนสวยๆ อย่างคุณนะผมยินดีรับใช้อย่างไม่มีเงื่อนไขเลย” สาวน้อยคนสวยถึงกับชะงักกับคำถามนั้นแต่เ้าหล่อนกลับยังไม่เอ่ยแย้งคำใดทันที ดูเหมือนว่าจะเคอะเขินมากเกินกว่าจะพูด
“คือ...ฉันอยากจะถามคุณน่ะค่ะ....”
“ครับ”
“คุณมาทำเควสล่าบอสคนเดียวรึเปล่าคือถ้ามาคนเดียวฉันก็อยากจะชวนคุณไปอยู่ปาร์ตี้เดียวกับฉันน่ะค่ะ”
“เห...”ชายหนุ่มลากเสียงพลางฉีกยิ้มกว้าง
“อย่าเข้าใจผิดนะคะ!คือ...ฉันแค่กำลังหาคนที่กำลังล่าบอสมาเข้าปาร์ตี้น่ะค่ะเผื่อจะให้เข้าไปจัดฉากต่อสู้กับลอร์ดอินเฟอร์โน่เพื่อถ่ายรูปส่งไปประกวดในกิจกรรมเท่านั้นเอง”
“อ้อ”ชายหนุ่มแค่นเสียงเบาในลำคอ “แบบนี้ผมก็คงดีใจเก้อรอบที่สองสินะครับ”
“...ร..เื่นั้นก็”
คำแก้ตัวที่คนฟังหลุดหัวเราะพรืดเมื่อได้เห็นท่าทางอายม้วนจนต้องก้มหน้าก้มตาหลบหน้าไม่ยอมสบตาของวรัญญาก่อนจะปล่อยลมหายใจยาวยืด แล้วจึงยกมือขึ้นแตะไหล่บางของเธอเบาๆ
“ต้องขอโทษด้วยนะ ออน”เขาพูดด้วยสีหน้าสลดนิดๆ “พอดีผมมีเพื่อนร่วมปาร์ตี้แล้วล่ะยังไงเอาไว้โอกาสหน้า เราค่อยมารวมปาร์ตี้กันทีหลังนะ”
“งั้นเหรอคะ”ดวงหน้าสวยปรากฏรอยเสียดายวูบขึ้นมาทันที
“เอาไว้วันหลังเราค่อยมาทำความรู้จักกันให้จริงจังมากกว่านี้ก็แล้วกันแล้วเดทแรกของเราจะไปที่ดันเจี้ยนไหนก็ค่อยว่ากันอีกทีนะครับ”
“โธ่ คุณวินเซนต์คะ”
ชายสวมหน้ากากขยับรอยยิ้มอบอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าสาวน้อยตัวเล็กตรงหน้าเริ่มแสดงอาการอายม้วนอีกระลอกแล้วจึงรู้สึกตัวว่าเขาเสียเวลามานานพอดูแล้ว ชายนามวินเซนต์จึงยกมือขึ้นเพื่อบอกลาเธอทันที
“งั้นผมขอตัวก่อนนะ เดี๋ยวเพื่อนของผมจะรอซะก่อน”โดยไม่รอช้า ร่างสูงรีบสาวเท้าเดินจากไปทันทีก่อนที่วรัญญาจะได้เอ่ยทักท้วงใดๆพอรู้สึกตัวอีกทีก็เห็นเขาเริ่มแหวกตัวหายเข้าไปในกลุ่มชนตรงหน้าเสียแล้ว
“เอาไว้ฉันจะติดต่อไปหาคุณ ได้ใช่มั้ยคะ คุณวินเซนต์!”
วินเซนต์ชะงักกึก แล้วจึงหันกลับมายิ้มให้ พลางโบกมือหยอยๆคล้ายเป็สัญญาณว่าไม่มีปัญหา ต่อจากนั้นไม่นาน ร่างสูงก็ค่อยๆเลือนหายไปจากสายตาของเธอ
แม้ว่าบุรุษคนนั้นจะไม่อยู่แล้วร่างบอบบางก็ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่รู้สึกถึงเหล่าเพลย์เยอร์หลายต่อหลายคนที่สวนเดินผ่านไปผ่านมาเลยแม้แต่น้อย
“นั่นไง ยัยออน! อยู่ตรงนั้นเอง!”
“เฮ้!วรัญญามาอยู่ตรงนี้เอง ว่าไง ตกลงว่าได้เข็มขัดหนังัไฟมั้ย”
เวลาผ่านครู่หนึ่ง สองหนุ่มสาวเพื่อนร่วมปาร์ตี้ของเธอธันวาและนุชจรี ก็เดินขึ้นมาเทียบข้างฝ่ายหญิงนั้นแบกถุงน้ำยาเพิ่มพลังมาด้วยเต็มสองมือเช่นเดียวกับธันวาที่กอดกองะเิหลายรูปแบบไว้แนบอกด้วยสีหน้าเหนื่อนอ่อนเต็มที
“ว่าไง ยัยออน” เสียงเล็กของเพื่อนสาวดังขึ้นอีกหนหากแต่ก็ยังไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง
“นี่นุช เพื่อนเธอเป็อะไรไปเนี่ยตัวแข็งเป็หินเชียว”
“นั่นสิ แถมยังหน้าแดงแป๊ดอีกต่างหากเป็ไข้รึเปล่า?”
วิจารณ์กันเสร็จแล้วทั้งคู่ก็ได้แต่หันมามองหน้ากันตาปริบๆแล้วจึงตัดสินได้ว่าควรจะต้องลงแรงลากแม่สาวน้อยวรัญญาออกมาจากทางเดินเพราะดูเหมือนเธอจะกลายเป็สิ่งกีดขวางการจราจรนานเกินไปแล้ว
“เกือบซวย!”
คำพูดแรกหลังจากที่ถอดหน้ากากโอเปร่าออกใบหน้าได้รูปของนายวิศนะบัดนี้เต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นมาเต็มไปหมดนี่ขนาดยังไม่รวมกับไอ้อาการตึงเครียดสุดๆจนท้องไส้ปั่นป่วนจนต้องเผลอกลั้นหายใจไปหลายวินาทีนะ
“เสื่อม! คิดเข้าไปได้นะตู...วินเซนต์!” เขาว่าพลางหัวเราะพรืดกับตัวเอง “จากวิศนะไปเป็วินเซนต์ ...รู้ถึงไหนอายถึงนั่นเลยฟ่ะ!!”
ว่าแล้วเ้าตัวก็เป่าปากโล่งอก
วิศนะเองก็นึกแปลกใจตัวเองไม่น้อยเหมือนกันว่าพอใส่หน้ากากแล้วไหงเขาถึงได้กล้าพูดจาฉะฉานแถมยังสามารถแสดงอาการขี้หลีแบบนั้นกับวรัญญาออกได้...ที่เหลือเชื่อกว่าก็คือพอได้ชื่อใหม่ตัวเองว่าวินเซนต์ปุ๊ปไอ้อาการเกร็งจัดที่เคยเป็เมื่อสบตากลมโตสวยๆ คู่นั้นก็พลันหายไปเกลี้ยง
อยากจะชมตัวเองว่า...เก่งจริงๆ ไอ้นะ เอ้ย!
สงสัยครั้งหน้าลองใส่หน้ากากไปจีบเขาดูดีกว่า คิดได้แค่นั้นก็หัวเราะพรืดหันซ้ายมองขวาเลิ่กลั่กดูว่าตอนนี้ตัวเองกำลังยืนอยู่ตรงไหน แต่พอเหลียวตัวไปมองรอบๆเสร็จ ชายหนุ่มก็ถึงกับชะงักกึก
โอเค...ใช่...เขายังเห็นรั้วทางเข้าของดันเจี้ยนอยู่ตรงหน้าแต่มันกลับกันตรงที่ตอนนี้เขาเห็นไอ้ประตูบัดซบนั่นจากภายในทางเข้าของดันเจี้ยนนะสิ!!!
“ตายชัก นี่เผลอเดินตามชาวบ้านมาเรื่อยๆแล้วหลงเข้ามาในนี้ได้ยังไงเนี่ย”
ไม่ได้ ต้องรีบออกไปหาเมย์ก่อน!
ชั่วขณะที่เลี้ยวตั้งลำเตรียมจะหันหางเสือกลับออกไปด้านนอกก็ไปปะทะเข้ากับคลื่นมหาชนอันล้นหลามที่วิ่งผ่านเข้ามาในประตูเบียดร่างเขาให้ลอยหวือตามไปด้านหน้าโดยไม่มีสิทธิขัดขืนเลยแม้แต่น้อย!
“เฮ้ย! หลบไปก่อนสิวะฉันจะออกไปด้านนอก!” วิศนะะโโวยวายออกมาลั่น
“แกนั่นแหละ เดินไปสิวะ เกะขวางทาง!”
“เอ๊ะ! ไอ้หมอนี่ ยังไงวะคนยิ่งจะรีบไปหาทำเลดีๆ ทำเควสอยู่ เดินไปสิโว้ย!”
นอกจากจะออกไปไม่ได้แล้วเพราะกระแสชนแล้วยังไม่วายโดนด่าเข้าให้อีกในที่สุดวิศนะก็ต้องเลยตามเลยสาวเท้าเข้าไปในดันเจี้ยนด้านในด้วยอาการเหงื่อกาฬแตกพลั่ก
วะ! กล้องก็ยังไม่ได้ซื้อ เมย์ก็ยังไม่ได้เจอยังจะเสือกหลงเข้ามาระรื่นอยู่ในดันเจี้ยนสุดโหดอีก!
งานเข้าแล้วไง ไอ้นะเอ้ย!
“ปล่อยฉัน ฉันจะออกไปหาเพื่อน ม่ายยยยให้เข้าไปคนเดียวแบบนี้ก็สวัสดียมโลกสิว้อย!”
“วิศนะ มัวหายไปไหนกันเนี่ย” คำบ่นอย่างหงุดหงิดดังมาจากริมฝีปากเล็กๆของสาวน้อยร่างบาง เมษานั่นเอง เธอก้มหน้ามองนาฬิกาแลเห็นว่าตอนนี้เกือบจะ8โมงเช้าอยู่รอมร่อ แต่ยังไม่เห็นวี่แววของวิศนะเลยแม้แต่น้อย
ยามนี้เ้าหล่อนก็เลยได้แต่สะบัดเรือนผมสีน้ำตาลยาวไปข้างหลังก่อนทรุดตัวลงนั่งบนปากบ่อตักน้ำที่เป็จุดนัดพบด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
“มัวไปทำอะไรของเขาอยู่น้าเดี๋ยวก็เข้าไปหาทำเลเหมาะๆ ไม่ทันกันพอดี” ร่ายจบเธอก็ก้มลงมองเวลาอีกครั้งเห็นว่าตอนนี้ 7.59 น. เข้าไปแล้ว!
เมษาส่ายหน้าเบาๆ อย่างอ่อนใจ แล้วจึงดีดนิ้วดังๆเรียกบานหน้าต่างข้อมูลสีชมพูลายดอกไม้ของตัวเองให้ปรากฏขึ้นมา
“อัล ช่วยตามหาวิศนะให้หน่อยได้มั้ยบอกฉันทีซิว่าเขาอยู่ที่ไหน”เสียงหวานเอ่ยสั่งคอมพิวเตอร์ส่วนตัวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดกว่าทุกที
“กรุณารอซักครู่ขอรับ .....ได้ความแล้วขอรับ”
การทำงานอย่างรวดเร็วของอัลเรียกรอยยิ้มพอใจให้ปรากฏอยู่บนใบหน้ารูปไข่ได้สัดส่วน
“เขาอยู่ที่ไหนล่ะ?”
“ตอนนี้ท่านวิศนะอยู่ในดันเจี้ยนคุกร้างครับและทำท่าจะตรงไปที่ปากประตูห้องทรมานชั้นหนึ่ง”
“อ้อ...อยู่ในนั้นนี่เองถึงได้หาไม่เจอ” เมษากล่าวเบาๆ พลางถอนหายใจโล่งอกนึกดีใจที่อย่างน้อยวิศนะก็ยังไม่ได้มีปัญหาเซิร์ฟเวอร์ขัดข้องจนโดนตัดออกจากระบบเกมไปแล้ว
ทว่าอารมณ์ดีอยู่ได้ไม่นาน พอนึกทวนคำพูดเมื่อครู่อีกครั้งั์ตาสีเทาคู่สวยก็ต้องเบิกกว้าง
“หา----!!! นายว่าไงนะ อัล!”
“ท่านวิศนะอยู่ในดันเจี้ยนคุกร้างครับตอนนี้เข้าไปในเขตุห้องทรมาณชั้น 1 แล้ว”
“โอ้ยย ให้ตายสิ วิศนะ! นายเอาอีกแล้วเหรอเนี่ย!”คราวนี้เมษาถึงกับยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองเต็มแรงนึกขัดใจไม่น้อยที่เ้าตัวแสบมันคิดจะฟังคำที่เธอบอกเลยแม้แต่น้อยแถมยังซ่าเข้าไปลุยเควสคนเดียวเฉยเลย!
“ขณะนี้เป็เวลา 8นาฬิกาตรงทางทีมงานขอเปิดกิจกรรมตามล่าฆ่าลอร์ดอินเฟอร์โน่ได้นับั้แ่นี้เป็ต้นไปค่ะ และบัดนี้ลอร์ดอินเฟอร์โน่ได้จุติลงมาแล้วขอให้ผู้เล่นทุกท่านที่้าต่อสู้รีบตามหาตัวให้เจอนะคะ”
ปฐมบทของความบรรลัยเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น สิ้นเสียงประกาศจากทีมงานเมษาก็ตาเหลือกรีบหอบตัวลุกขึ้นจากขอบบ่อตักน้ำแทบไม่ทันดวงตาสีเทาสวยกวาดมองเข้าไปยังด้านในดันเจี้ยนก่อนที่สมองจะสั่งให้รีบสาวเท้าวิ่งเข้าไปให้เร็วที่สุด
“รอก่อนนะ วิศน๊า~!อย่าเพิ่งเป็อะไรไปนะ ฉันจะเข้าไปช่วยเดี๋ยวนี้ล่ะ!”
สิ้นเสียง ร่างบอบบางของสาวน้อยผมยาวก็จ้ำหายไปจากจุดเดิมทันทีพร้อมกับความคิดวูบหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในใจ
อยู่ปาร์ตี้เดียวกับหมอนี้ ต่อให้มีร้อยชีวิตก็ไม่พอใช้จริงๆด้วย!